ชาญสาวเท้าออกจากประตูบ้านเดี่ยวหลังเก่า ก้าวเดินไปที่รั้วเหล็กสีแดงเข้มเพื่อเผชิญหน้ากับยามโฉมที่กำลังยืนโยกเขย่ากลอนโซ่เหล็กอยู่หน้าบ้าน ชาญพยายามควบคุมสีหน้าของตนให้สงบนิ่งและเอ่ยถามน้ำเสียงเข้มดุดันเพื่อถามหาความประสงค์ของมันด้วยใจที่เต้นรัวพลุ่งพล่าน
"เฮ้ย... มีธุระอะไรวะยามโฉม มาเขย่าประตูรั้วบ้านคนอื่นแต่เช้าสายขนาดนี้ทำไม" ชาญถามพลางจ้องหน้ามันเขม็งกวาดตามองความผิดปกติ
ยามโฉมแสร้งทำเป็นตกใจและดึงมือกลับ ส่งยิ้มแหยะๆ กวนประสาทใบหน้าหยาบกร้านแห้งเหี่ยวขยับแว่นตาหมองมัว ฟันของมันเหลืองกรังและส่งกลิ่นยาสูบฉุนเฉียวลอยแตะจมูก "อ๋อ... ขอโทษครับตาเฒ่า พอดีผมขี่มอเตอร์ไซค์มาตรวจความเรียบร้อยรอบหมู่บ้าน เห็นรั้วบ้านตาสั่นไหวคล้ายล็อกไม่แน่นเลยจะเข้ามาช่วยขยับโซ่ให้จ้ะ แล้วก็... นิติบุคคลฝากมาทวงถามเรื่องค่าส่วนกลางหมู่บ้านประจำเดือนนี้ด้วยจ้ะตาเฒ่า เห็นผัดผ่อนมาหลายวันแล้ว บ้านอื่นเขาจ่ายกันหมดแล้วนะจ๊ะ" ยามโฉมแสร้งหาเรื่องเฉไฉพูดเบี่ยงเบนพิรุธ
ชาญก้าวเข้าไปชิดรั้วเหล็กจนไหล่เกือบชนแผงอกของมัน ชาญจ้องสบตาดำมืดไร้แววของไอ้ยามชั่วแล้วเอ่ยตอบเสียงเบากดต่ำสะกดกลั้นอารมณ์โกรธจัด "เรื่องค่าส่วนกลางเดี๋ยวพรุ่งนี้ลูกชายกูเอามาจ่ายให้ยามหมู่บ้านเองนั่นแหละ มึงไม่ต้องมาเสนอหน้าเคาะรั้วบ่อยๆ หรอกโฉม"
ยามโฉมขยับตัวเข้ามาใกล้ช่องว่างระหว่างซี่รั้วเหล็ก ดึงสีหน้ายิ้มแหยะๆ ส่งสายตาร้ายกาจพลางลดเสียงกระซิบกระซาบเย็นเยียบขู่กรรโชกชาญโดยตรง "หกโมงเช้าพรุ่งนี้... ซองเงินดำอีกห้าแสนอย่าให้ขาดนะตาเฒ่ากามารมณ์ ไม่งั้นรูปนอนกอดเปลือยกับนังแก้มเมียไอ้เอกมีหวังกระจายเข้าไลน์กลุ่มไลน์ส่วนตัวลูกชายแกแน่ อยากมีความสุขบาปชั่วช้าบนเตียงใหม่ต่อไปก็เตรียมเงินสดมาวางใต้กระถางเฟิร์นเดิมซะเถอะ ฮ่าๆๆ" มันหัวเราะเยาะเสียงดังน่าเกลียดในคอ ก่อนจะหมุนตัวขึ้นคร่อมขี่มอเตอร์ไซค์คันเก่าบิดบึ่งจากไปในสายลมร้อนชื้น
ชาญเดินกลับเข้าบ้านด้วยใบหน้าที่แดงก่ำร้อนรุ่มด้วยความโกรธจัดและกดดันทางศีลธรรม ชาญโอบประคองสะใภ้เดินขึ้นห้องนอนใหญ่ปิดล็อกลูกบิดประตูแน่นหนา ตลอดทั้งบ่ายและค่ำคืนค้างเติ่ง ชาญเฝ้าลูบหลังลูบตัวและกอดปลอบขวัญแก้มสะใภ้คนดีที่ตกอยู่ในอาการขวัญหนีดีฝ่อ แก้มเครียดจัดและกังวลจนตัวสั่นเทาไม่ยอมทานอาหารมื้อค่ำเลยแม้แต่ช้อนเดียว ท้องฟ้าเบื้องนอกมืดมิดและพัดลมเพดานหมุนส่งเสียงครืดคราดสลัวร่าอบอ้าวเหนอะหนะ หล่อนเอาแต่เบียดเนื้อตัวสั่นเทาซุกซบแนบอกกว้างหนาครึ้มขนของชาญเพื่อขอกระแสความอบอุ่นและพลังใจสู้ความจริง สะอื้นไห้เสียงพร่ากระเส่ากระซิบข้างหูชายชราว่าทุกทีที่ปิดเปลือกตานอนจะมองเห็นแต่ภาพแบล็คเมล์หลุดลอยและได้ยินเสียงแสงแฟลชกล้องจ้องประจานความบาปชู้สาว ชาญจูบแก้มซับหยาดน้ำตาและกระชับท่อนแขนโอบกอดเธอไว้แนบสนิท ย้ำสัญญากระซิบปลอบแผ่วเบาซ้ำๆ ว่าพ่อผัวคนนี้จะยอมแลกด้วยชีวิตเพื่อปราบไอ้ยามโฉมและกวาดล้างหลักฐานรูปแอบถ่ายทั้งหมดให้เกลี้ยงเกลาก่อนหกโมงเช้าวันพรุ่งนี้ให้จงได้ แก้มจึงยอมสงบจิตใจและผล็อยหลับไปในอ้อมแขนหนาของชาญตอนตีสาม
จนกระทั่งเวลาล่วงเลยถึงตีห้าครึ่งรุ่งสางของวันใหม่ ท้องฟ้าสลัวรางปกคลุมด้วยสายหมอกหนาปนละอองน้ำค้างหนาวชื้น ชาญแต่งกายด้วยเสื้อผ้าคลุมสีเข้มขลับ สอดเท้าแผ่วเบาออกจากบ้านเดินลัดเลาะไปตามแนวซอยลูกรังเปียกชื้น ชาญนำโทรศัพท์มือถือเครื่องเก่าที่ชาร์จแบตเตอรี่เต็มพิกัดเปิดโหมดบันทึกกล้องวิดีโอทิ้งไว้ แอบเอาไปยัดใส่ไว้ในขวดพลาสติกเก่าตัดครึ่งเพื่อกันน้ำค้างและซ่อนเหน็บไว้กับกิ่งไม้แห้งในพุ่มกระถินป่าหลังร้านกาแฟร้างท้ายซอย หันเล็งหน้าเลนส์กล้องตรงไปยังใต้กระถางต้นเฟิร์นโบราณอย่างเหมาะเจาะ จากนั้นชาญหลบย่างเท้าเบาก้าวไปแฝงตัวซุ่มอยู่ใต้เงาบันไดปูนผุพังข้างร้านร้างจ้องคอยเฝ้าสังเกตการณ์ภัยเงียบในความมืดสลัว
เวลา 05:55 น. ชาญเดินก้าวยาวออกมาจากเงาบันได รวดเร็วนำซองสีดำที่ยัดปึกกระดาษหนังสือพิมพ์ตัดเป็นมัดวางสอดลึกใต้กระถางเฟิร์นตามแผนล่อตะครุบตัว แล้วรีบก้าวถอยกลับเข้ามุมอับใต้บันไดปูนร้างนอนรอจังหวะระทึกพลุ่งพล่านด้วยหัวใจเต้นโครมคราม
เวลา 06:05 น. เสียงมอเตอร์ไซค์คันเก่าครางกระหึ่มจอดแวะดงป่าด้านนอก ยามโฉมดับเครื่องยนต์ก้าวเดินอย่างระแวดระวังสายตาซ้ายขวา ดิ่งตรงเข้ามาที่กระถางต้นเฟิร์นข้างผนังร้านร้างทันที มันยิ้มกระหยิ่มก้มตัวลงใช้สองมือหนาชำรุดดึงยกซองกระดาษสีดำมัดกระดาษปลอมขึ้นมาจากก้นกระถาง
จังหวะนั้นเอง! ชาญพุ่งตัวออกจากซอกเงามืดใต้บันไดอย่างรวดเร็ว ก้าวเท้ายาวประดุจสัตว์ร้ายนักล่า สองแขนแกร่งที่ทรงพลังจากการยกแบกกระสอบปูนหนาหนักและผสมคอนกรีตมานับสิบๆ ปี พุ่งเข้าล็อคคอยามโฉมกรรโชกเหวี่ยงกระชากร่างของมันจนเสียหลัก ล้มคว่ำคะมำลงบนดินโคลนเหลวเปียกโชกข้างกระถางต้นเฟิร์น ยามโฉมตกใจสุดขีดเบิกตากว้างเตรียมจะแผดเสียงร้องตะโกนขอความช่วยเหลือ ทว่าฝ่ามือหนาหยาบกร้านปานเปลือกไม้ของผมพุ่งตะปบปิดปากเหนียวแน่นบีบจนมันส่งเสียงร้องอู้อี้อุบอิบในลำคอ ยามโฉมดิ้นรนปัดป้องพยายามเตะถีบขัดขืนสุดชีวิต ทว่าน้ำหนักตัวของชาญที่ทับกดลงบนร่างของมันบวกกับกำลังแขนปูนแกร่ง ทำให้มันพ่ายแพ้โดยสมบูรณ์ ชาญใช้หัวเข่าหนากดทับแผ่นอกผอมแห้งกระดูกซี่โครงแทบหักของมันไว้ สองมือดึงกระชากคอเสื้อเครื่องแบบสีกากียามหมู่บ้านสีซีดเปื้อนโคลนจนมันหายใจติดขัด
"ไอ้ยามสารเลวระยำ! มึงคิดว่ากูโง่ยอมให้มึงกรรโชกเงินไปตลอดชีวิตหรอ! มึงดูตรงโน้น... กล้องโทรศัพท์วิดีโอแอบซ่อนบันทึกพฤติกรรมตอนก้มเก็บซองเงินเรียกแบล็คเมล์ของมึงไว้หมดจดเรียบร้อยแล้ว หลักฐานการรีดไถกรรโชกทรัพย์และข่มขู่พยานกูจะแจ้งตำรวจและส่งคลิปนี้ให้นิติบุคคลหมู่บ้านฟ้องมึงเข้าคุกหัวโตแน่ไอ้โฉม!" ชาญเค้นเสียงต่ำตะคอกสู้ความจริงแฝงแรงแค้นบีบหัวใจ ยามโฉมหน้าซีดเผือดเป็นไก่ต้ม เนื้อตัวสั่นระริกเปียกชุ่มดินเลนสิ้นท่าและลนลานกลาดเกลื่อนสิ้นฤทธิ์ขู่กรรโชก
"อย่าครับตาเฒ่า... อย่าแจ้งนิติและตำรวจจับผมเลยครับ... ผมยอมคืนทุกอย่างแล้ว... ผมกราบละครับ ผมลบรูปแอบถ่ายชู้รักของแกกับสะใภ้ทั้งหมดทิ้งให้เลยครับ" มันครางเสียงสะอึกพึมพำขอชีวิตตัวสั่นงันงกประหนึ่งลูกนกตกน้ำเลน
ชาญเค้นบีบบังคับกุมข้อมือของมัน ดึงโทรศัพท์มือถือเครื่องเก่าของมันมา สั่งให้มันกดป้อนรหัสผ่านปลดล็อค ชาญรีบเปิดดูหน้าจอคลังภาพ จัดการเปิดโฟลเดอร์ภาพและลบรูปแอบถ่ายสัมพันธ์สวาทของเขากับสะใภ้ทุกซอกมุม ทั้งรูปในอ่างน้ำ ห้องครัว และรูปในห้องนอนที่แอบถ่ายเมื่อคืนทิ้งจนสิ้นซาก ชาญเช็คลงลึกไปถึงในถังขยะประวัติการลบและคลังแชทลบไฟล์ซ้ำสองรอบจนแน่ใจว่าไม่มีการบันทึกก๊อปปี้เหลือ ชาญยังค้นตัวล้วงกระเป๋าสีกากีพบคลังฟิล์มภาพโพลาลอยด์ชู้สาวสองใบสุดท้ายที่มันซ่อนแอบพกติดตัว ชาญกระชากมาฉีกทึ้งขยี้สับเปลี่ยนจนขาดเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยจมเลนปูน ชาญประเคนกำปั้นสั่งสอนตบปากมันสองสามทีและเตะปัดรถมอเตอร์ไซค์บีบให้มันขี่หนีเตลิดหนีคดีแบล็คเมล์ออกจากหมู่บ้านไปทันทีโดยห้ามหวนคืนกลับมาสร้างความเดือดร้อนอีกตลอดกาล
ชาญก้าวเดินกลับมายังบ้านเดี่ยวหลังเก่าราวๆ เจ็ดโมงเช้า ความสะใจปนโล่งอกที่สุดพรั่งพรูเต็มทรวงอก ประดุจภัยร้ายแบล็คเมล์ทั้งหมดมอดไหม้หายไปจากโลกเสน่หา ชาญปลดล็อกผลักประตูประตูกระจกบานเลื่อนก้าวเท้าเดินเข้าห้องนั่งเล่นชั้นล่าง หวังจะก้าวเข้าไปกอดปลอบขวัญเมียสะใภ้รักคนดีและแจ้งข่าวดีให้โล่งใจ
ทว่า... ชาญกลับต้องยืนตัวเกร็งแข็งชาไปทั้งตัวดวงตาเบิกกว้างสั่นระริกด้วยความช็อกสุดขีด!
ภาพที่ประจักษ์ตรงหน้าห้องนั่งเล่นสลัวร่า... **เอกลูกชาย** ที่ควรจะนอนเฝ้าไซต์งานปูนปูกระเบื้องที่สระบุรี บัดนี้กลับยืนเหยียบย่ำพรมเช็ดเท้าอยู่กลางบ้านเดี่ยว สองมือกำกุมโทรศัพท์มือถือเครื่องบางของแก้มสะใภ้ไว้แน่น แววตาของลูกชายสั่นไหวสับสนปนเครียดเคร่งเขม็งแดงก่ำด้วยความโกรธจัดและกดดันทางขั้วอารมณ์ เอกปัดหน้าจอสลับจ้องหน้าแก้มที่ยืนก้มต่ำเอามือปิดหน้าสะอื้นร้องไห้เนื้อตัวสั่นเทาประหนึ่งกระต่ายตื่นตูมพินาศ
"พ่อครับ! มันเกิดอะไรขึ้นที่บ้านกันแน่ครับ!" เอกตะโกนก้องเสียงสั่นด้วยโทสะ สะท้อนกำแพงปูนห้องรับแขก "ผมขับรถกระบะกลับมาถึงเมื่อกี๊ตั้งใจจะเซอไพรส์แก้มเพราะงานเทปูนเสร็จเร็วขึ้น แต่พอก้าวเข้าบ้านก็เห็นแก้มยืนตัวสั่นถือโทรศัพท์เครื่องนี้ร้องไห้โฮ พอผมแย่งมาดูก็เห็นหน้าจอมันเปิดแชทค้างไว้... พ่อรู้เรื่องจดหมายแบล็คเมล์เรียกเงินสามแสนของไอ้ยามโฉมใช่ไหมครับ! ทำไมพ่อไม่บอกผมล่ะครับ! แล้วนี่มันส่งรูปภาพอะไรมาในโทรศัพท์แก้ม... ทำไมแชทรูปภาพมันถึงถูกลบเกลี้ยงเหลือแต่ข้อความทวงเงินกรรโชกทรัพย์แบบนี้ล่ะครับพ่อ!"
เสียงแผดถามของลูกชายประหนึ่งระเบิดดินปืนปะทุขึ้นกลางหัวอกของผม ชาญสะท้านเฮือกเสียวสันหลังวาบเย็นเยียบ หน้าผากหนามีเหงื่อเย็นกาฬไหลโซม หน้าชาด้านเหมือนโดนค้อนเทปูนฟาด ชาญพยายามกลืนน้ำลายข้นฝืดเหนียวลงลำคอแห้งผาก ลนลานหาคำโกหกพัลวันสมองสั่งการระรัวระทึกใจสั่นสยิวกลัวว่าความลับบาปรักชู้รักพ่อผัวสะใภ้บนฟูกยางพาราใหม่เมื่อค่ำคืนวันวานจะถูกระเบิดทำลายทุกสิ่งชิ้นดีลงต่อหน้าลูกชายตรงนี้!