"......."การกระทำทุกสิ่งหยุดชะงักทุกคนที่เป็นพยานการตายของปักเป้ามรกตต่างตะลึงจนแทบหยุดหายใจ
"ปักเป้ามรกตตายแล้ว..."
"ถูกฆ่าง่ายๆเลยด้วย"ทั้งหมดรู้สึกเลือดในกายเย็นเฉียบ
ในที่นี้ไม่มีใครสงสัยในความแข็งแกร่งของปักเป้ามรกต พลังของเขาเหมาะสมกับตำแหน่งหนึ่งใน3ผู้นำแก๊งใหญ่แห่งเมืองอัมมอร์ แต่เวลานี้เขากับตายตกลงด้วยน้ำมือชายปริศนาสวมหน้ากาก
ขณะที่หลายคนกำลังจมอยู่ในห้วงความคิดแต่กริมม์ที่ยืนอยู่บนรั้วเหล็กกับสะดุดตากับเทคนิคการต่อสู้ของชายสวมหน้ากาก
'วิธีที่มันใช้ฆ่าปักเป้ามรกต...มือเปล่า?'ในความคิดของกริมม์หวนนึกถึงใครบางคนเมื่อไม่นานมานี้ ชายปริศนาที่สวมหน้ามีหลายสิ่งที่คล้ายกับชายคนนั้นทั้งรูปร่างส่วนสูงล้วนใกล้เคียงกัน
'เป็นมันแน่ๆ!'กริมม์ขนลุกเกรียวทั้งกาย ถ้าเป็นเมื่อไม่กี่นาทีก่อนเขาคงดีใจแทบคลั่งที่หาชายสวมหน้ากากเจอและคงจะรีบไปจับตัวชายสวมหน้ากากมาแล้วนำคอร์คืนพร้อมสังหารทิ้งให้หายแค้น แต่ตอนนี้เขาเห็นชายสวมหน้ากากฆ่าปักเป้ามรกตต่อหน้าต่อตาไม่มีทางที่เขาจะมีความกล้าที่จะมุ่งร้ายต่อวาส นี่ยังไม่รวมถึงคอร์อีกกว่า20ล้านดิลที่เขาติดหนี้วาสอยู่ ขอแค่วาสไม่ลงมือกับเขาก็นับว่าใจกว้างมากแล้ว
กริมม์ไม่เหลือเหตุผลอะไรที่ต้องอยู่ต่ออีกแล้วใครจะชนะจะแพ้เขาไม่สน วินาทีนี้เขาต้องเอาตัวรอดก่อน
"เฮ้กริมม์! นั่นนายจะไปไหนนะ?"กริมม์ไม่คิดเสียเวลาตอบคำถาม ชายหน้าโจรกระโดดลงจากรั้วเหล็กวิ่งฉิวฝุ่นตลบ
มือที่กำแน่นคลายออกช้าๆเผยให้เห็นเศษเนื้อเละๆกองหนึ่งบนฝ่ามือ ชายสวมหน้ากากสะบัดมือโยนเศษเนื้อทิ้งไม่ต่างจากขยะชิ้นหนึ่ง ริมฝีปากใต้หน้ากากฉีกยิ้มกระหายคล้ายคนวิกลจริต
ยิ่งฆ่าเท่าไหร่ยิ่งได้เห็นเลือดและเศษเนื้อมากเท่านั้น ทุกครั้งที่เห็นความตายชายสวมหน้ากากจะรู้สึกอิ่มเอมพึงพอใจ ใจเต้นรัวมากขึ้น คล้ายกำลังติดสารเสพติด
และแน่นอนเมื่อติดแล้วมันยากจะถอนตัว!
ฆ่า!
ดาบยักษ์สีดำขยับอีกครั้งด้วยความเร็วเกินกว่าตาจะมองเห็น ความเร็วปกติของเขาก็ยากจะหลบแล้วแต่ความเร็วที่เพิ่มขึ้นอย่างพรวดพราดทำให้มันกลายเป็นฝันร้ายสำหรับศัตรูของเขา!
สมองของวาสเหลือแต่ความคิดเกี่ยวกับการฆ่าฟัน ทุกสกิลทุกกระบวนท่าที่ใช้ออกมาเกิดจากสัญชาตญาณล้วนๆ
“ฆ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆ! ฮ่าๆๆๆๆ ตายซะให้หมด!”ชายสวมหน้ากากแผดเสียงร้องบ้าคลั่ง สองมือไม่เคยหยุดนิ่งดาบยักษ์สีดำตวัดฟันไปทั่วทิศทางมองเห็นเป็นเงาดำๆวูบวาบกลืนไปกลับความมืดของป่าไร้แสง มือที่ว่างเปล่าอีกข้างก็ไม่น้อยหน้าขยับจ้วงแทง ขยี้บดกระดูก หวดใส่ทุกสิ่งมีชีวิตที่อยู่ใกล้ตัว!
เหวอออ!
มนุษย์ทุกคนที่อยู่ใกล้ชายสวมหน้ากากแสดงท่าทางเหมือนเจอปีศาจจากขุมนรก ต่อให้เป็นมนุษย์ที่เคยสังหารผู้อื่นมามากก็ไม่เคยเจอใครโหดเหี้ยมอำมหิตถึงเพียงนี้มาก่อน!
มีหลายคนที่ถูกบดบังจากฝูงคนด้านหน้าทำให้ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น กระทั่งสมาชิกแก๊งมัจฉามรกตหลายคนก็ไม่รู้ว่าบอสของพวกเขาตายไปแล้ว แต่สิ่งที่พวกเขารู้คือกลิ่นคาวเลือดที่ลอยตลบอบอวลอยู่บนอากาศแผ่บรรยากาศกดทับจิตใจพวกเขา
“...ไอ้โหดนั่นคือใครกันแน่”แม้แต่ผู้สังเกตการณ์หลายคนที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ยังตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว
“หน้ากากจัทร์เสี้ยว....ดาบยักษ์สีดำ!”หนึ่งในผู้สังเกตการณ์รำพึงขึ้นอย่างเหม่อลอย
“อย่าบอกนะว่าไอ้โหดนั่นก็เป็นแฟนคลับของวีรบุรุษสงครามอีกคน?”
สงครามครั้งใหญ่ระหว่างมนุษย์และกองทัพออร์คก็อบลินเป็นสิ่งที่สะเทือนไปทั่วเผ่าพันธุ์มนุษย์ แต่สิ่งที่ทำให้ทุกคนสะเทือนยิ่งกว่าคือผู้ที่จบสงครามครั้งนั้นได้ด้วยตัวคนเดียว...วีรบุรุษสงคราม!
ถึงแม้ว่าเมืองอัมมอร์จะไม่ได้มีส่วนร่วมในสงครามครั้งนั้นแต่เรื่องใหญ่เช่นนั้นไม่มีทางที่ใครจะไม่เคยได้ยิน แม้กระทั่งเมืองอัมมอร์ในระยะแรกก็มีหลายคนที่แอบอ้างตัวเป็นวีรบุรุษสงครามซึ่งแต่ละคนล้วนมีจุดจบไม่สวยสักคน
ดอนเต้ยืนตัวแข็งทื่อ ดวงตาไม่กระพริบ ภาพการตายของปักเป้ามรกตยังติดตาเขาอยู่ มันไม่ใช่เรื่องที่เขาคาดฝันว่าจะเกิดขึ้น!
แต่การเป็นผู้นำต่อให้ตกใจแค่ไหนก็ต้องตั้งสติโดยเร็วที่สุดเพื่อรับมือกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ภูเขาเนื้อไม่ลังเลที่จะตะโกนเสียงแหบพร่าว่า
“แก๊งหม้อทองคำ ถอยเดี๋ยวนี้!”
สมาชิกแก๊งหม้อทองคำเหมือนได้ยินเสียงจากสวรรค์ ไม่มีใครอยากจะทิ้งชีวิตไว้ที่นี่ พวกเขาพากันถอยฉากออกไปอย่างรวดเร็ว
แก๊งมัจฉามรกตหลายคนเริ่มรู้สึกผิดสังเกต พวกเขาได้ยินเสียงดอนเต้แต่ทำไมไม่ได้ยินเสียงสั่งการจากปักเป้ามรกต จนกระทั่งได้ยินเสียงตะโกนมาว่า
“บอสตายแล้ว รีบหนีเร็ว ไม่งั้นมันฆ่าพวกเราหมดแน่!”ชายคนหนึ่งวิ่งมาจากแนวหน้า เขามีเลือดท่วมตัวใบหน้าขวัญเสียแหกปากตะโกน วิ่งตะเกียกตะกายไปข้างหน้า เสื้อสีเขียวบ่งบอกถึงต้นสังกัดของเขา
บอสตายแล้ว!
คำนี้คล้ายค้อนที่ทุบลงกลางใจ ถึงจะไม่รู้ว่าใครเป็นคนฆ่าแต่ก็ไม่ต้องรอให้ใครบอกพวกเขาวิ่งแตกฮือออกไปทุกทิศทาง
ชายสวมหน้ากากเหยียบย่ำลงบนแอ่งเลือดที่เจิ่งนอง สองมือขยับเข่นฆ่าทุกคนที่อยู่ใกล้จนเจ้าตัวเริ่มรู้สึกถึงวงล้อมที่คลายออก
สัญชาตญาณของเขาบอกให้รับรู้ถึงสิ่ที่เกิดขึ้น ชายสวมหน้ากากตะเบ็งเสียงร้องคล้ายสัตว์ป่าที่กำลังโกรธ!
สำหรับคนที่กำลังมีความสุข อยู่ๆความสุขนั้นก็หายวับไปทันที ทำให้เขาเหมือนถูกหักดิบให้เลิกขาดจากสิ่งที่คลั่งไคล้ซึ่งแน่นอนเขาไม่มีทางยอม!
สกิลมิติเชื่อมต่อ!
สกิลมิติเชื่อมต่อ!
สกิลมิติเชื่อมต่อ!
สกิลมิติเชื่อมต่อ!
.
.
.
วังวนมิติสีฟ้าปรากฏขึ้นอีกครั้ง แต่ครั้งนี้มันไม่ได้รับใครเข้าไปแต่มันปล่อยออกมา!
“เฮ้ย! มอนเตอร์พวกนี้มาจากไหน!”หลายคนแหกปากขึ้นอย่างตกใจ มอนเตอร์จำนวนมากกำลังทยอยออกมาจากวังวนมิติอย่างต่อเนื่องปิดล้อมพวกเขาไว้แล้วเริ่มโจมตี
ต่อให้ผู้สังเกตการณ์ก็ไม่ได้รับการยกเว้น ถึงจะอยู่สูงจากพื้นดินแต่มอนเตอร์ที่ออกมาจากวังวนมิตินั้นก็มีมอนเตอร์ประเภทบินได้เช่นกัน
““หน้ากากจัทร์เสี้ยว...ดาบยักษ์สีดำ...ควบคุมมอนเตอร์ ชัดเลย!”ตอนนี้ผู้สังเกตการณ์เริ่มรู้สึกมั่นใจในความคิดมากกว่า80%แล้ว
หน้ากากและดาบอาจสามารถสั่งทำและซื้อหาได้ แต่สกิลไม่ใช่สิ่งที่จะลอกเลียนแบบได้!
“หนีเร็ว! ฮึ่ม! เจ้ากริมม์ที่หนีเอาตัวรอดไปก่อนมันต้องรู้อะไรแน่ๆแต่ไม่ยอมบอกพวกเรา ไอ้คนเห็นแก่ตัว!”ชายผู้ซึ่งชอบยิ้มเยาะคนอื่นหน้าเสียสบถด่ากริมม์ดังลั่น
ถึงเหล่าผู้สังเกตการณ์จะอยู่ห่างจากคนอื่น แต่พวกเขาก็ต้องเจอกับซากทัพประเภทบินได้นับร้อยตัวจึงไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะฝ่าออกไป
“ชิบหายแล้ว! ไอ้ปักเป้ามรกต! ไอ้ตัวหายนะ! ฉันซวยเพราะแกแท้ๆ! เวรเอ๊ย! ”ดอนเดต้กรีดร้องเสียงดัง การที่อยู่หลังสุดทำให้เขาเผชิญหน้ากับพวกมอนเตอร์เป็นคนแรกๆ ภูเขาเนื้อหยิบมีดอีโต้อาวุธคู่กายสองด้ามออกมาฟันใส่ซากทัพที่ดาหน้าเข้าหาเขา
ขณะนี้นับว่ายังเป็นโชคดีของพวกเขาที่ชายสวมหน้ากากไม่ได้เรียกซากทัพกลายพันธุ์ออกมา ดูเหมือนเขาไม่ต้องการจะให้ใครแย่งเหยื่อของเขาไป
"ไอ้ปีศาจนั่นเป็นคนเรียกพวกมอนเตอร์ออกมา!!"หนึ่งในนั้นจำวังวนมิติได้รีบตะโกนบอกพรรคพวก
"หนีไม่ได้แล้ว พวกเราต้องร่วมมือกันฆ่าไอ้ปีศาจนั่น!"เสียงร้องที่สิ้นหวังแต่กลับจุดประกายความหวังขึ้น
"ฆ่ามัน! ถ้ามันตายพวกเราจะรอด!"คำพูดปลุกระดมทำให้ผู้ฟังเกิดความฮึกเหิม สมาชิกแก๊งใหญ่ทั้ง2แห่งเมืองอัมมอร์โห่ร้องวิ่งตะลุยดังฝูงกระทิงคลั่งเข้าหาชายสวมหน้ากากไม่หวาดเกรงความตาย
สำหรับพวกเขามอนเตอร์นับพันน่ากลัวกว่ามนุษย์เพียงคนเดียวมากกว่าเป็นไหนๆ
ดอนเต้หน้าเสียสถานการณ์นาทีนี้เกินการควบคุมของเขาแล้ว!
"ฮ่าๆๆเข้ามาเลย! มาตายกันให้หมด!!!"ชายสวมหน้ากากระเบิดเสียงออกมา สีหน้าใต้หน้ากากกลายเป็นดุร้าย จิตสังหารล้นทะลักออกมาผสานกับละอองเลือดที่ลอยอยู่บนอากาศกลายเป็นม่านหมอกโลหิตปกคลุมเขาไว้!
"ตาย!!"
ตูม!
พื้นดินใต้เท้าชายสวมหน้ากากยุบตัวลง พร้อมกับร่างของชายสวมหน้ากากที่พลันหายไป
ขวับ
สัมผัสสุดท้ายของชายเสื้อเขียวคือความรู้สึกเหมือนถูกสายลมที่คมกริบพัดผ่าน แต่มันไม่ใช่ลม มันคือดาบยักษ์สีดำที่ตัดผ่านลำคอของเขาไป!
เสียงกรีดร้องโหยหวนดังระงม ค่าสถานะที่เพิ่มขึ้นเป็น3เท่าทำให้ความสามารถในการฆ่าของชายสวมหน้ากากเพิ่มเป็น3เท่าเช่นกัน
ถึงความแข็งแกร่งของชายสวมหน้ากากจะน่ากลัว แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีใครทำอะไรเขาได้
บาดแผลน้อยใหญ่เกิดขึ้นทุก5-6วินาที แต่เพราะความมืดของป่าไร้แสงทำให้ทุกคนไม่รู้ว่าบาดแผลเหล่านั้นกำลังสมานตัวด้วยความเร็วที่น่าทึ่ง อันเป็นผลมาจากค่าสถานะฟื้นฟูของวาส!
และค่าสถานะฟื้นฟูที่เพิ่มเป็น 3 เท่านี้ยังฟื้นฟูเกี่ยวกับความเหนี่อยล้าของร่างกายด้วย ต่อให้ฟันดาบยักษ์สีดำที่หนักพอตัวเป็นร้อยครั้งก็ไม่ทำให้เขาเหน็ดเหนื่อยสักเท่าไหร่
อีกทั้งวาสยังมีค่าสถานะลดความเสียหายที่ทำให้บาดแผลที่ได้รับสาหัสน้อยกว่าที่ควรจะเป็น ทำให้วาสที่อยู่ในสภาวะของสกิลทลายขีดจำกัดไม่ต่างจากเครื่องจักรสังหารดีๆนี่เอง!
ในสายตาของทุกคนชายสวมหน้ากากที่กำลังเข่นฆ่าพวกเขาคือนักรบกระหายเลือดที่ไม่มีวันตาย!
เงาวูบวาบทะยานไปมาไร้ทิศทาง ท่ามกลางความชุลมุนยากจะบอกว่าศัตรูอยู่ตำแหน่งไหน สิ่งเดียวที่พวกเขารับรู้คือดาบยักษ์สีดำที่โผล่มาให้เห็นเป็นระยะๆ และเสียงกรีดร้องที่ดังไม่เคยหยุด
“ถอยออกไปอย่าเกะกะ! พวกฉันจะฆ่ามันเอง!”กลุ่มคนนับสิบตวาดเสียงดัง มุ่งตรงหน้าชายสวมหน้ากากที่อาละวาดอยู่
เมื่อเข้าไปใกล้ชายสวมหน้ากาก พวกเขาก็สัมผัสถึงกลิ่นคาวเลือดหนาแน่น รวมถึงซากศพที่กองพะเนิน หลายคนหน้าเปลี่ยนสีมีความรู้สึกอยากจะอาเจียนแต่ต้องสะกดอารมณ์ไว้
ความกลัวเริ่มแผ่เข้ามาปกคลุมจิตใจ แต่มีชายคนหนึ่งที่มีจิตใจหนักแน่นกว่าผู้อื่นตะโกนขึ้นว่า
“อย่าไปกลัว! มันมีแค่ตัวคนเดียวพวกเราฆ่ามันได้แน่! ลุย!”สิ้นคำทุกคนต่างก็ชักอาวุธออกมา อาวุธในมือหลายคนเริ่มเรืองแสงออกมา อีกหลายคนพุ่งไปข้างหน้าด้วยความเร็วเกินกว่าคนธรรมดา!
พวกเขาคือกลุ่มคนที่มีสกิลในครอบครอง!
ถ้าเทียบกับก็อบลินแล้วมาตรฐานศักยภาพของมนุษย์สูงกว่ามาก
ในก็อบลินนับหมื่นตัวจะมีเพียงตัวเดียวเท่านั้นที่มีสกิลในครอบครอง แต่ในหมู่มนุษย์จากร้อยคนจะพบหนึ่งคนที่มีสกิลในครอบครอง
นี่เป็นครั้งแรกที่วาสต้องเจอกับผู้ที่มีสกิลในครอบครองหลายคนพร้อมกัน!
ชายคนหนึ่งพุ่งมาถึงตัวชายสวมหน้ากากเป็นคนแรก การที่มีสกิลในครอบครองทำให้เขากลายเป็นคนหยิ่งผยองเกินกว่าคนธรรมดาทั่วไป
สกิลโล่ทะลวงศึก!
แต่ทว่า...
ปัง!