ท่ามกลางเส้นทางที่แสนยาวไกล สองข้างทางมีแต่ทหารลายล้อม ทว่าสนมลียังคงเดินตามอี้เถียนไปด้วยความสงบและไม่รู้สึกกลัวอันตรายใดใด อี้เถียนยังคงเงียบและเดินนำหน้าสนมลีไปจนกระทั่งถึงจวนใหญ่ อี้เถียนตั้งใจพาสนมลีมาเข้าเฝ้าฝ่าบาทจริงๆ
“ข้านึกว่าท่านพี่จะพาข้าไปขังไว้ในคุกท้ายวังซะอีกเจ้าค่ะ”
“เจ้าชอบอยู่ในที่มืดๆหรอ?”
“หลักฐานมันออกมาชัดเจนว่าข้าเป็นคนวางยาพิษสนมฮงนี่เจ้าคะ ข้าก็ต้องโดนจับติดคุกไม่ใช่หรือเจ้าคะ?”
“บางอย่าง…หลักฐานตรงหน้าก็ไม่ได้บ่งบอกว่ามันคือความจริง เข้าไปข้างในกันเถอะ ท่านพ่ออยากเจอเจ้าแล้ว”
“เจ้าค่ะ…..” อี้เถียนพาสนมฮงเดินเข้าไปในจวนใหญ่ ท่ามกลางสายตาของนางกำนัลและเหล่าทหารหลายคน ซึ่งหนึ่งในนั้นก็มีเสี่ยวอี้ นางกำนัลจากจวนของสนมฮงแฝงตัวอยู่ด้วย นางรีบนำข่าวนี้ไปบอกกับเจ้านายของนางทันที
“เจ้าว่ายังไงนะ…สนมลีถูกท่านพ่อเรียกหางั้นรึ ท่านพ่อเรียกหานางด้วยเหตุใดกัน?”
“ข้าน้อยได้ข่าวมาว่าผลการตรวจสอบออกมาแล้วเจ้าค่ะ..องค์ชายอี้เฉียนรีบนำทหารเข้าไปจับกุมพระสนมลีด้วยพระองค์เองเลยนะเจ้าคะ ไม่เเน่ว่าที่ฝ่าบาทมีรับสั่งให้เข้าเฝ้าอาจจะเกี่ยวกับเรื่องนี้ก็ได้นะเจ้าคะ”
“ถ้าเป็นเช่นนั้น ข้าก็เบาใจ เฮอะ!!! คิดจะมาอยู่เหนือข้า มันไม่ง่ายนักหรอก..ใครที่บังอาจมาสู้กับข้ามันก็ต้องเจอจุดจบเช่นนี้แหละ ทีนี้ก็ตาเจ้าสินะ จางซูเจิน!!!” รอยยิ้มแห่งชัยชนะกลับมามีสีสันในใบหน้าของสนมฮงอีกครั้ง ในขณะที่ซูเจินไม่ได้นิ่งนอนใจอะไร นางยังคงหาวิธีจะช่วยเพื่อนของนางให้ได้ เมื่อเห็นอี้เฉียนเเยกตัวไปที่หอตำรา นางก็รีบย่องไปที่จวนใหญ่ทันที ขณะนี้ซูเจินไม่สามารถเข้าใกล้จวนใหญ่ได้เพราะทหารอยู่หน้าจวนเยอะมาก รวมถึงอาเฟยก็อยู่ที่นั่นด้วย มันคงไม่ดีนักถ้าเขาเห็นนางแอบมาที่นี่ด้วย
“อี้เถียนพาสนมลีมาที่นี่ทำไม หรือว่าท่านพ่อจะเรียกพบจริงๆ เเต่อี้เฉียนก็พูดชัดเจนว่าเขามาจับสนมลี หรือว่า…จะมารับฟังโทษที่ได้รับ เอาไงดีอ่ะ…อยากเข้าไปข้างในจังเลย อยากรู้จังว่าสนมลีเป็ยยังไงบ้าง ทำไงดีนะ?” อีกฝ่ายกำลังหาวิธีเข้าไปข้างในเพื่อช่วยเพื่อน ส่วนอีกฝ่ายก็กำลังมีความสุขและฉลองให้กับผลงานตัวเอง ทว่าอีกคนนั้นกำลังยืนอึ้งด้วยความแปลกใน เมื่อจู่ๆโถงใหญ่ที่ว่างเปล่ากลับถูกเนรมิตเป็นห้อง อาหารขนาดใหญ่โดยมีหวังอี้เหลียนนั่งยิ้มรออยู่หัวโต๊ะ สนมลีหันไปมองหน้าอี้เถียนด้วยความสงสัย
“นี่มัน…อะไรกันหรือเจ้าคะ ท่านพี่”
“มาถึงแล้วหรือสนมลี มานี่สิ มานั่งข้างๆข้านี่”
“เอ้า ไปสิ ท่านพ่อบอกเจ้าไปนั่งแล้วนะ” สนมลีเกิดอาการงงงวยและแปลกใจมาก ทั้งๆที่ตอนนี้นางได้ชื่อว่าเป็นคร้าย เเต่ทำไมเจ้าแห่งเมืองถึงยังจัดโต๊ะอาหารต้อนรับนางอีก อี้เถียนยิ้มและพยักหน้าพร้อมกับผายมือให้นางไปนั่งที่โต๊ะ สนมลีก้มหน้าและเดินไปนั่งเเต่โดยดี นางไม่ลืมที่จะเเสดงความเคารพต่ออี้เหลียนก่อนที่จะนั่งลงด้วยความสุภาพ
“เห็นท่านพี่บอกว่า ท่านอาเรียกหาหลาน มีอะไรจะใช้หลานหรือเจ้าคะ?”
“ข้ารู้เรื่องพิษในดอกไม้ของเจ้าแล้วนะ ข้าไม่ว่าเจ้าจะทำกับนางเช่นนั้น เเต่ข้าเองก็ยังหาข้อสรุปพวกนั้นไม่ได้ ด้วยความที่เจ้าไม่ค่อยสุงสิงกับใครและเจ้าก็เพิ่งจะมาสนิทกับซูเจินเมื่อไม่นานนี้”
“ท่านอา ทรงหมายถึงอะไรหรือเจ้าคะ?”
“ท่านพ่อกำลังจะหมายความว่า สนมฮงตั้งใจจะเอาคืนซูเจิน เเต่ดันพลาดมาโดนสนมลี เช่นนั้นหรือพะยะค่ะ?”
“สนมฮงเข้าวังมาสามปีแล้ว ข้าย่อมรู้จักนิสัยนางดีระดับหนึ่ง หากเเต่ว่าเมืองหยุนต้องใช้เเร่ดินดำจากเมืองเฮกซาลเป็นเชื้อเพลิง เพราะฉะนั้นมันจึงไม่ง่ายที่เราจะเอาผิดนางโดยไม่มีหลักฐาน”
“หมายความว่าท่านพ่อเองก็ไม่เชื่อว่าสนมลีเป็นคนวางยาพิษนางใช่หรือไม่พะยะค่ะ?”
“อี้เถียน…เจ้าลองคิดทบทวนดูอีกทีสิ ดอกไม้พวกนั้นมาจากสวนเดียวกัน คนทำก็คนเดียวกัน ทำเสร็จก็วางไว้ที่เดียวกัน ตอนเอามามอบให้ก็ใส่ถาดเดียวกันมา แล้วเจ้าคิดว่าดอกไม้พวกนั้นมันจะมีพิษนมาหรือไง ในเมื่อเจ้า พี่ชายเจ้า ซูเจิและพ่อก็ได้มันเช่นกัน”
“ท่านอา…ขอบพระทัยเจ้าค่ะ ที่ไม่คิดว่าหลานจะทำเรื่องพวกนี้”
“เอาเถอะ เเต่เราก็ยังไม่มีหลักฐาน เราก็ยังเอาผิดนางไม่ได้”
“หลักฐานก็คือ อาของนางเป็นหมอปรุงยาไงล่ะพะยะค่ะ”
“อี้เถียน หมอปรุงยาไม่ได้มีคนเดียวในเมืองซะหน่อย ข้ารู้ว่าเจ้าลำบากใจ เเต่การที่จะทำอะไรโดยไม่คิดทวนให้ดีก่อน มันจะทำให้เสียกาล เข้าใจรึยัง ฮึ?”
“พะยะค่ะ…แล้วเราจะต้องทำเช่นไรต่อไปล่ะท่านพ่อ”
“งานนี้เจ้าคงต้องสละความสบายหน่อยได้หรือไม่ สนมลี”
“หากเป็นความประสงค์ของท่านอา หลานก็เต็มใจเจ้าค่ะ ท่านอาจะให้หลานทำอะไรหรือเจ้าคะ?” ด้วยความโชคดีที่เจ้าเมืองอย่างอี้เหลียนยังคงมีความยุติธรรมอยู่บ้าง ทำให้เรื่องทุกอย่างกลายเป็นเบา ทว่าเรื่องทั้งหมดก็ยังคงดำเนินไปตามขั้นตอนทางราชการ ซึ่งหลังจากที่มีการร่วมทานอาหารด้วยกันแล้ว อี้เหลียนก็สั่งให้เสี่ยวไป๋ประกาศไปทั่วเมืองว่า สนมลีคือนักโทษในคดีวางยาพิษสนมฮง โดยต้องจำคุกไม่มีกำหนดออก ซึ่งเมื่อข่าวนี้ป่าวประกาศไปทั่วเมืองสนมฮงก็รู้สึกถึงกลิ่นหอมรัญจวนของชัยชนะ นางทั้งหัวเราะดีใจและสะใจที่กำจัดเสี้ยนหนามตำอกของนางออกไปได้
“นี่สินะ จุดจบของเจ้า ลีเย็นชี…ฮ่าฮ้าฮ่า ต่อไปก็เจ้า..จางซูเจิน!!! เสี่ยวอี้เอาชาดอกไม้มา ข้าจะดื่มให้กับความสำเร็จของข้า…”
“ชาดอกไม้มาแล้วเจ้าค่ะ ข้าน้อยดีใจกับความสำเร็จในครั้งนี้ด้วยนะเจ้าคะ ต่อไปนี้คุณหนูก็จะเป็นพระสนมเอกคนเดียวที่เหลืออยู่ หากไม่มีพระชายาด้วยแล้ว คุณหนูก็จะได้ขึ้นครองตำแหน่งอัครมเหสีนะเจ้าคะ” สนมฮงหยิบชาดอกไม้ขึ้นมาดื่มพร้อมกับยิ้มอย่างผู้มีชัย ในขณะที่อีกฝ่ายเมื่อได้ยินข่าวว่าเพื่อนโดนจับติดคุกโดยไม่มีกำหนดออกเช่นนี้ นางยิ่งนิ่งนอนใจไม่ได้เลย ซูเจินรีบตรงไปที่หอตำราเพื่อขอให้อี้เฉียนช่วยเหลือในเรื่องนี้ทันที….