ในตอนสายของวันถัดไป แองเจลล่ามาเยี่ยมอรภาที่โรงพยาบาล ตามที่เธอได้พูดบอกเอาไว้ โดยมีเรติน่ามาพร้อมกับ แอเจลล่าด้วย
“สวัสดีแบรี่/สวัสดีคุณภา เป็นยังไงบ้างคะ?”
เรติน่าเดินเข้ามาในห้องพักฟื้นคนไข้ ที่อรภาพักรักษาตัวอยู่ กล่าวทักทายแบรี่ แล้วหันมากล่าวทักทายอรภา พร้อมกับถามอาการไปด้วย และยื่นกระเช้าผลไม้ให้แบรี่ เพื่อรับไปเก็บ แบรี่ก็ยื่นมือไปรับอย่างเร็วไว
“สวัสดีค่ะคุณเรติน่า ดีขึ้นแล้วล่ะคะ” อรภาที่กึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนเตียง ตอบเรติน่ายิ้มๆ
“ดีแล้ว ถือว่าฟาดเคราะห์ไปนะ”
เรตินาซึ่งได้รับรู้เรื่องราวจากแองเจลล่า ก็ตกใจเป็นอย่างมาก แต่พอได้รู้ว่าเด็กชายดีออนปลอดภัย และส่วนอรภาก็เจ็บเพียงเล็กน้อยก็โล่งใจ และจึงรีบมาเยี่ยมในวันนี้นี่แหละ
“เฮ!...... สวัสดีดีออน เป็นไงบ้างหลานย่า?” เรติน่าหันมาทางเด็กชายดีออน ที่นั่งเล่นรถและหุ่นยนต์อยู่ที่โซฟากึ่งเตียง เดินเข้าไปหาและนั่งลงข้างๆ
“หวัดดีครับ”
เด็กชายตัวน้อย เงยหน้าขึ้นมากล่าวกับผู้เป็นย่า ด้วยรอยยิ้มหวาน แล้วกลับไปสนใจเล่นรถและหุ่นยนต์ของตนเองอีกครั้ง โดยไม่คิดจะสนใจรอบข้าง
“ดีนะที่ไม่เป็นอะไรกันมาก”
เรติน่ายื่นมือไปลูบศีรษะเล็กๆ ทุยๆ ของหลานชายตัวน้อย ด้วยความเป็นห่วงเป็นใยและรักใคร่ ก่อนจะหันมามองแบรี่และอรภา สลับกันไปมา พร้อมกับพูดเปรยๆ ขึ้น อย่างรู้สึกโล่งใจ
“ครับ! ดีว่าไม่เป็นอะไรมาก แต่ถึงอย่างนั้น ผมก็สงสัยว่าทำไมรถยนต์คันนั้นถึงวิ่งเร็ว ไม่ชะลอความเร็วเลย ทั้งๆ ที่ก็รู้ว่าถนนตรงนั้นเป็นถนนในสวนสาธารณะ ซึ่งมีผู้คนเดินข้ามไปมาบ่อยอยู่แล้ว” แบรี่กล่าวกับเรติน่า ถึงความสงสัยและข้องใจของตัวเขา แต่ก็ไม่ได้พูดเพื่อจะจับผิดใคร ใดๆ ทั้งนั้น
“แองเจลล่า คิดว่าคนขับรถคันนั้น คงจะประมาทเลินเล่อนะคะ ก็เลยขับมาเร็วอย่างนั้นน่ะ” แองเจลล่าพูดแสดงความคิดของเธอให้ทุกคนได้รับทราบ
“ก็น่าจะเป็นอย่างนั้นแหละค่ะ แต่ก็เป็นโชคดีของภากับน้องดีออนนะคะ ที่คุณเอริคมาช่วยไว้ได้ทัน” อรภากล่าวอย่างเห็นด้วย เพราะไม่ได้คิดว่าเรื่องนี้ จะมีตื้นลึกหนาบางอะไรมาเกี่ยวข้อง คิดว่าคงจะเป็นเพียงการประมาทเลินเล่อเท่านั้นเอง
“อืม!! ก็ขอให้เป็นเพียงการประมาทเลินเล่อ ของคนขับรถคันนั้นนะ” แบรี่ พดขึ้นอย่างยังไม่มั่นใจ ว่าจะใช่เป็นการประมาทเลินเล่อ ของคนขับรถคันนั้นหรือไม่ อย่างไร
“หรือแบรี่ว่า จะไม่ใช่เกิดจากความประมาทเลินเล่อหรือว่ายังไงคะ?”
แองเจลล่าหันมาถามแบรี่ ด้วยใจรู้สึกหวั่นๆ และร้อนรนใจ กลัวเหลือเกิน ว่าแบรี่จะไม่ได้เชื่อว่า เกิดจากความประมาทเลินเล่อ เพราะหากเขาเกิดความสงสัยขึ้นมา แล้วให้คนไปสืบหาความจริง เธออาจจะซวยเอาได้
“ผมก็ไม่รู้เหมือนกันนั้นแหละ ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นมานี้มันเกิดจากอะไร แต่คงอีกไม่นานหรอก เดี๋ยวเราก็จะได้รู้ว่า เรื่องนี้มันเกิดขึ้นมาจากอะไรกันแน่”
แบรี่กล่าวบอกทุกคน ด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่คำพูดนั้นก็ทำให้แองเจลล่า ร้อนรุมราวกับมีไฟสุ่มอยู่ในอก แทบยืนอยู่ไม่เป็นสุขได้เลยทีเดียว แต่ก็พยายามทำตัวให้เป็นปกติ ไม่แสดงความร้อนรนร้อนรุ่มใดๆ ออกมาให้เห็น เพราะเดี๋ยวจะทำให้สงสัยเอาได้
“แล้วนี่ หมอให้อยู่ดูอาการที่โรงพยาบาลกี่วันล่ะ??”
เรติน่าเห็นสีหน้า และท่าทางของผู้เป็นลูกสาว ดูจะซีดลงไป จึงหันไปถามแบรี่ เพื่อเปลี่ยนไปพูดถึงเรื่องอื่น แต่ภายในใจก็ภาวนา ขออย่าให้เป็นอย่างที่สงสัยอยู่ในตอนนี้เลย
“เดี๋ยวสักพักหมอคงจะเข้ามาดูอาการ และหากไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง คิดว่าหมอคงจะให้กลับไปพักรักษาตัวที่บ้านได้น่ะครับ” แบรี่หันมาตอบเรติน่า ด้วยน้ำเสียงที่ยังคงนิ่งเป็นปกติเช่นเดิม
“อืม!! โอเค! เอาล่ะเห็นทีว่าฉัน กับแองเจลล่าจะต้องไปกันแล้วล่ะ ขอให้หายไวๆ นะ” เรติน่าลุกขึ้นยืน พร้อมกับบอกกล่าวแก่แบรี่และอรภา แล้วหันไปพยักหน้าให้แองเจลล่า เพื่อให้รับรู้ว่าไปกันได้แล้ว
“ขอบคุณนะคะที่มาเยี่ยม” อรภากล่าวร่ำลาคนทั้งสองยิ้มๆ แล้วจากนั้นผู้ที่มาเยี่ยมทั้งสอง ก็พากันเดินออกจากห้องพักฟื้นคนไข้ไป
๑๔๑๔๑๔๑๔๑๔๑๔๑๔๑๔๑๔๑๔๑๔๑๔๑๔๑๔๑๔๑๔๑๔๑๔๑๔๑๔๑๔๑๔๑๔๑๔๑๔