ต่งเสี่ยวเสี่ยวกอดอก ขมวดคิ้วมุ่นเธอแกล้งทำเป็นกังวล แต่กลับพูดด้วยน้ำเสียงที่ค่อนข้างสดใส
“ขาข้างนี้คงจะพิการแล้วละมั้งอาจจะต้องใช้ไม้เท้าไปตลอดชีวิตที่เหลือแล้ว!”
จ้าวอวิ๋นร้อนรนจนแทบจะร้องไห้ออกมาเธอไม่สนใจที่จะทะเลาะกับต่งเสี่ยวเสี่ยวอีกต่อไปเธอหันไปมองพวกผู้หญิงที่ยืนอยู่ข้างๆ
“มัวแต่ยืนทำอะไรกันอยู่ รีบไปหายืมเกวียนพาฉันไปหาหมอที่ในตัวตำบลสิ!”
เธอไม่อยากกลายเป็นคนพิการ!
พวกผู้หญิงร้อนใจจนทำอะไรไม่ถูก“เกวียนของหมู่บ้าน ออกไปที่ตลาดตั้งแต่เช้าตรู่แล้วตอนนี้ยังไม่กลับมาเลย คงต้องรอถึงช่วงบ่ายโน่นแหละ!”
“จิ๊ๆๆ!” ต่งเสี่ยวเสี่ยวส่ายหน้าแล้วพูดด้วยน้ำเสียงเสียดาย “น่าเสียดายจริงๆอากาศก็ร้อนขนาดนี้ แถมเคียวก็เปื้อนดินอีก มีแต่เชื้อโรคทั้งนั้นขืนปล่อยไว้อีกไม่กี่ชั่วโมง แผลคงเป็นหนองติดเชื้อแน่นอนถ้าเบาหน่อยก็ขาใช้การไม่ได้ เป็นไข้หลายวัน ถ้าหนักกว่านั้น...อาจไม่รอดก็ได้นะ!”
เหอเถาฮวาที่ยืนอยู่ข้างๆ ถึงกับยิ้มสะใจเธอพูดจาเหน็บแนมออกมา
“สมน้ำหน้าแล้ว กรรมตามสนองจริงๆดูท่าคราวนี้สวรรค์ก็ไม่เข้าข้างเธอแล้วล่ะ!”
สิ่งที่ต่งเสี่ยวเสี่ยวพูดออกมาชาวบ้านส่วนใหญ่ก็เชื่อ
เพราะก่อนหน้านี้ในหมู่บ้านเคยเกิดเหตุการณ์คล้ายๆกัน มีปัญญาชนคนหนึ่งทำงานพลาด ถูกบาดที่มือโชคดีที่ตอนนั้นมีเกวียนอยู่ในหมู่บ้าน จึงพาไปที่ตำบลได้ทันหมอจากโรงพยาบาลประจำตำบลก็พูดเหมือนที่ต่งเสี่ยวเสี่ยวพูดเป๊ะๆ
ถ้าเกิดติดเชื้ออักเสบขึ้นมาอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้!
จ้าวอวิ๋นตกใจจนรู้สึกเย็นวาบไปถึงฝ่าเท้ารีบกดแผลที่ยังมีเลือดซึมเอาไว้แน่นความเจ็บปวดกระตุ้นเส้นประสาทสัมผัสอย่างต่อเนื่อง สมองก็อื้ออึงไปหมด
เธอ…เธอกำลังจะตายแล้ว!
จ้าวอวิ๋นมองไปที่ต่งเสี่ยวเสี่ยวเธอพูดด้วยน้ำเสียงร้อนรน
“เสี่ยวเสี่ยว เธอรักษาเป็นไม่ใช่เหรอช่วยฉันด้วย! เธอเองก็เป็นคนใจกว้างไม่ใช่เหรอ อย่าถือสาฉันเลยช่วยชีวิตฉันด้วยเถอะนะ”
ต่อหน้าความเป็นความตายเรื่องบาดหมางอะไรพวกนี้ต่างก็เป็นเรื่องเล็กน้อยทั้งนั้น
ถ้าคนตายไปแล้ว จะทะเลาะกันให้ตายยังไงมันก็ไม่มีประโยชน์อะไรเลย
ต่งเสี่ยวเสี่ยวขมวดคิ้วเธอมองไปที่จ้าวอวิ๋น
มีรอยเลือดไม่น้อยที่แห้งไปแล้วแต่ก็ยังมีเลือดสดๆ ไหลซึมออกมาจากแผลไม่หยุด อาจจะเป็นเพราะความตกใจทำให้จ้าวอวิ๋นออกแรงกดแผลมากขึ้น เลือดก็ยิ่งไหลออกมา
“สามสิบหยวน!”
ต่งเสี่ยวเสี่ยวพูดออกมาสามคำโดยไม่ลังเลสักนิด
พวกผู้หญิงที่สนิทกับจ้าวอวิ๋นต่างก็ไม่พอใจ
“เสี่ยวเสี่ยว เธอตั้งใจจะขูดรีดกันชัดๆเงินสามสิบหยวนนั่น ในหมู่บ้านนี้ใครจะมีเงินมากขนาดนั้น พวกเราก็คนบ้านเดียวกันจะช่วยเหลือกันบ้างไม่ได้เหรอ ช่วยแค่นิดๆ หน่อยๆ ก็พอแล้วทำไมต้องตั้งราคาแพงขนาดนั้นด้วย?”
เหอเถาฮวาที่ยืนดูอยู่ข้างๆหัวเราะเยาะออกมาอย่างเย็นชา เธอตอบแทนต่งเสี่ยวเสี่ยว
“เมื่อกี้ยังรุมทำร้ายเสี่ยวเสี่ยวต่อหน้าคนเยอะแยะอยู่เลยทำไมตอนนี้ถึงมาบอกว่าเป็นคนบ้านเดียวกันแล้วล่ะ! ยังจะต้องช่วยเหลืออะไรกันอีก?”
พอถูกสวนกลับมาแบบนี้พวกที่เคยรุมทำร้ายฉินฮุ่ยเจียวเมื่อกี้ก็หน้าเสียไปตามๆ กันพวกเธอก้มหน้าลงด้วยความอับอาย ไม่กล้าสบตาต่งเสี่ยวเสี่ยว
ต่งเสี่ยวเสี่ยวปาดเหงื่อบนหน้าผากออกเธอพูดด้วยน้ำเสียงที่ค่อนข้างหงุดหงิด
“อยากรักษาก็จ่ายเงินมาถ้าไม่อยากรักษาก็ตามใจ”
พูดจบ เธอก็หมุนตัวเดินจากไป
เธอเดินออกไปได้ไม่กี่ก้าวก็ได้ยินเสียงร้อนรนของจ้าวอวิ๋นดังมาจากข้างหลัง
“เดี๋ยวๆ เสี่ยวเสี่ยว! ฉันจ่าย ฉันจะจ่ายเท่านี้ก็รักษาแล้วใช่ไหม?”
ก็แค่สามสิบหยวนไม่ใช่หรือไง?
เงินทองมันสำคัญกว่าชีวิตตรงไหนถ้าไม่มีชีวิตแล้ว ต่อให้จะมีเงินมากแค่ไหนก็ใช้ไม่ได้
เธอรู้จักนิสัยของจ้าวอวิ๋นดีต่งเสี่ยวเสี่ยวยกมือกอดอก แล้วพูดขึ้นมา
“จ่ายเงินก่อน แล้วค่อยรักษาฉันกลัวว่าเธอจะกลับคำ!”
สิ่งที่ต่งเสี่ยวเสี่ยวพูดก็ไม่มีอะไรผิดชาวบ้านเองก็ไม่มีใครคัดค้าน
เพราะเป็นคนหมู่บ้านเดียวกันจ้าวอวิ๋นก็อยู่ในหมู่บ้านนี้มานาน คนส่วนใหญ่ก็รู้ดีถึงนิสัยใจคอของผู้หญิงพวกนี้ว่าอาจจะกลับคำพูดเมื่อไหร่ก็ได้
จ้าวอวิ๋นโมโหจนกัดฟันเธอทำได้แค่ให้คนช่วยพยุงขึ้นมา ก่อนจะเดินกะเผลกๆ กลับบ้านไปควานหาถุงพลาสติกที่ซ่อนไว้ในรอยแตกบนผนัง เธอเทเงินทั้งหมดออกมานับดูปรากฏว่ามีอยู่แค่ยี่สิบเก้าหยวนหกเหมา
จ้าวอวิ๋นไม่กล้าเสียเวลาอีกต่อไปความเจ็บจากฝ่าเท้ารุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนรู้สึกเหมือนโลกหมุนหลายครั้งที่เธอเกือบจะเป็นลมไป ต้องเกาะกำแพงไว้แล้วส่ายหัวแรงๆถึงค่อยได้สติกลับมาสุดท้ายก็ยื่นเงินม้วนหนึ่งไปให้ต่งเสี่ยวเสี่ยว
“เสี่ยวเสี่ยว ฉันมีอยู่แค่นี้จริงๆขาดอีกสี่เหมา เธอ…เธอยอมๆ ให้ฉันหน่อยเถอะนะ”
จ้าวอวิ๋นทำหน้าเศร้า เธอร้องไห้สะอึกสะอื้นพลางมองไปที่ต่งเสี่ยวเสี่ยว
ต่งเสี่ยวเสี่ยวรับเงินมาแล้วบอกให้จ้าวอวิ๋นรออยู่ในบ้าน เดี๋ยวเธอจะกลับไปเอาของก่อน
ชาวบ้านจำนวนไม่น้อยมารวมตัวกันอยู่ที่นี่พวกเขาอยากจะดูฝีมือของต่งเสี่ยวเสี่ยวสักหน่อย
ก่อนหน้านี้พวกเขาได้เห็นความสามารถของต่งเสี่ยวเสี่ยวไปแล้วแต่ครั้งนี้แผลมันใหญ่มาก ไม่รู้ว่าเธอจะรักษาได้หรือเปล่า
ต่งเสี่ยวเสี่ยวเลือกสมุนไพรที่ตากจนแห้งแล้วซึ่งมีสรรพคุณในการรักษา ห้ามเลือด และสมานแผลจากนั้นเธอก็หยิบมีดเล็กที่ฉินซู่ทำเอาไว้ก่อนหน้านี้พร้อมทั้งอุปกรณ์ที่จำเป็นอื่นๆ แล้วรีบมุ่งหน้าไปยังบ้านของจ้าวอวิ๋น
ลูกๆของจ้าวอวิ๋นหลายคนตกใจจนร้องไห้สะอึกสะอื้น
“ร้องอยู่ได้ ร้องเข้าไปได้ร้องอยู่นั่นแหละ แม่ยังไม่ตายสักหน่อย มายืนร้องไห้คร่ำครวญอะไรกันตรงนี้!”
จ้าวอวิ๋นฟังจนปวดหัวตุบๆปากก็บ่นด่าไม่หยุด ก่อนจะตะโกนลั่นใส่เด็กๆ อย่างเหลืออด
พอโดนด่าเข้าไปแบบนี้ พวกเด็กๆในบ้านสกุลจ้าวก็กลัว หยุดร้องไห้ไปจริงๆ
บังเอิญกับที่ต่งเสี่ยวเสี่ยวหิ้วของมาถึงพอดี
“ยกขาขึ้นมา”
จ้าวอวิ๋นทำตามอย่างว่าง่ายเธอยกขาขึ้นมาวางไว้บนม้านั่งเตี้ยๆ ข้างๆ
ฝ่าเท้าของจ้าวอวิ๋นแตกเป็นแผลลึกมีรอยแผลใหญ่ที่ด้านล่าง แต่แผลกลับเต็มไปด้วยโคลนจับตัวเป็นก้อนหนาเตอะเลือดยังซึมออกมาไม่หยุด แถมยังมีหนองสีเหลืองปนกับเลือดไหลออกมาด้วยดูแล้วชวนขนลุก
ชาวบ้านต่างก็สูดหายใจเข้าพร้อมกันเป็นอย่างที่ต่งเสี่ยวเสี่ยวพูดจริงๆ ด้วย อากาศมันร้อนเกินไป แถมยังติดเชื้อจนเป็นหนองแล้ว
ต่งเสี่ยวเสี่ยวมองหน้าจ้าวอวิ๋นก่อนจะพูดว่า “ทนหน่อยนะ”
พูดจบเธอก็ใช้แอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อที่ใบมีดพร้อมกับสวมถุงมือที่เอามาจากหมอหลี่ จากนั้นก็ค่อยๆ ขูดโคลน หนองและเนื้อตายที่บาดแผลบริเวณฝ่าเท้าของจ้าวอวิ๋นออก
จ้าวอวิ๋นเจ็บตัวเกร็งเพราะความเจ็บหน้าตาบิดเบี้ยว เธอรู้สึกปวดจนเหงื่อแตกพลั่ก เธอหดเท้าหนีโดยสัญชาตญาณแต่ก็ถูกต่งเสี่ยวเสี่ยวจับข้อเท้าเอาไว้แน่น
“อย่าขยับ เดี๋ยวฉันจะทำพลาดนะ”
เธอไม่ได้รู้สึกสงสารจ้าวอวิ๋นเลยเพราะปกติก็ไม่ค่อยลงรอยกัน แถมพูดจาไม่เคยดีด้วย ที่ยอมช่วยก็เพราะเห็นแก่เงินแค่นี้ก็นับว่าปรานีมากแล้ว
“เสี่ยวเสี่ยว เบามือหน่อยสิ!”
จ้าวอวิ๋นร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดมันเจ็บเกินไปแล้ว
ความรู้สึกเหมือนเนื้อถูกขูดออกมาจากข้างในทรมานจนแทบจะเป็นลม
"ช่วยไม่ได้ สภาพแวดล้อมก็ไม่อำนวยเธอต้องอดทนหน่อยนะ ถ้าไม่ขูดเนื้อเน่าพวกนี้ออกให้หมด เดี๋ยวก็อักเสบหนักอยู่ดี"
ต่งเสี่ยวเสี่ยวไม่ได้เงยหน้าขึ้นมาเธอจัดการกับแผลต่อไป
แผลที่เท้าของจ้าวอวิ๋นค่อนข้างลึกอาจจะต้องเย็บ แต่ที่นี่ไม่มีเส้นด้ายที่ได้มาตรฐานมีแต่ต้องรักษาเท่าที่ทำได้ไปก่อน
“กรี๊ด!”