เซียวเย่จับกระบี่ในมือแน่น พุ่งออกไป…
เหล่าทหารทั้งกองทัพ100นาย วิ่งกรูกันเข้ามาล้อมเซียวเย่เอาไว้ เซียวเย่ตกอยู่ในวงล้อมของทหารทั้งหมดโดยทันที
ทหารทั้งหมดพุ่งมา เข้าใช้หอกที่อยู่ในมือ พุ่งเสียบเข้าไปด้วยความรวดเร็ว
ซวบ! ซวบ! ซวบๆๆๆๆๆๆ!
หอกพุ่งเสียบมาจากทุกทิศทางโดยรอบ ไร้ช่องทางหลบหนี เซียวเย่ตัดสินใจะโสูงขึ้นไปบนอากาศ หลบรอดได้อย่างฉิวเฉียด
พลังปราณถูกใช้โดยทันที กลางอากาศ
"เพลงกระบี่มารฟ้า กระบวนท่าที่1 ทลายฟ้า!!!"
คลื้นสีดำลุกไหม้ตัวกระบี่อย่างรุนแรง เซียวเย่ฟาดกระบี่ออกไปยังกองทัพทหารเ่าั้
ตูมมมมม!
อ๊ากกก!!!
กลุ่มที่ล้อมรอบเซียวเย่เป็เหมือนวงกลมเมื่อกี้ ต่างาเ็กระเด็นกันออกไปไกล แต่เพียงครู่เดียวเหล่าทหารก็มาปิดวงล้อมกันอีกครั้ง ไร้ช่องทางหลบหนี
ทหารที่ล้อมรอบพุ่งเข้ามาอีกครั้ง หอกพุ่งเข้ามาจากทุกทิศทาง หวังสังหารเซียวเย่ให้ตายด้วยคมหอก
“หอกทลวงผา!!”
“หอกทลวงผา!!”
เหล่าทหารที่พุ่งเข้าหาเซียวเย่ ต่างพากันใช้เคล็ดวิชาออกมา หอกที่พุ่งเข้ามามีคลื่นพลังบางอย่างห่อหุ้มมันเอาไว้ เซียวเย่รู้สึกได้ถึงพลังและความเร็วที่เพิ่มขึ้นมาของมัน เซียวเย่รีบใช้เคล็ดวิชาเงาพรายเคลื่อนไหวถึงขีดสุด เบี่ยงหลบคมหอกครั้งแล้วครั้งเล่า
ซวบ! ซวบ! ซวบ! ซวบ!ๆๆๆๆ
เคร้งๆๆๆๆๆๆ
เซียวเย่ร่ายรำกระบี่ ตอบโต้ และเบี้ยงหลบคมหอกที่พุ่งเข้ามาอย่างต่อเนื่อง เซียวเย่ฆ่าสังหารทหารไปทีละคน ทีละคน บวกกับาแที่เพิ่มขึ้นมาตามร่างกายมากขึ้นตามไปด้วย
สถานการณ์ภายนอกหอคอยพิสูจน์ตน
"หอคอยส่องสว่างอีกครั้งแล้วงั้นหรือ?"
เหล่าผู้เยาว์ที่กำลังพักฟื้นรอบททดสอบจบลง เมื่อเห็นหอคอยสว่างออกมาที่ชั้น8 ก็ต่างพากันซุบซิบ
“อืมม ปะเดี๋ยวก็คงดับไปอีกเหมือนก่อนหน้านี้กระมัง”
“เ้าพูดถูก ขนาดเหล่าจอมยุทธ์ผู้เยาว์ที่มีชื่อเสียง แต่พอขึ้นไปถึงชั้น 8 ครู่เดียวก็ออกมาตามๆกันแล้ว”
"ครู่เดียวที่ไหนกัน ภายในหอคอยหนึ่งวันเท่ากับภายนอกหนึ่งชั่วยาม พวกเราอาจจะเห็นเพียงครู่เดียว แต่พวกเค้าสู้กันมาก่อนนั้นนานพอสมควรแล้ว"
“ก็แล้วอย่างไร ยังไงพวกนั้นก็ได้เป็สายศิษย์สายตรงของผู้าุโกันแล้ว มีอะไรไม่น่าพอใจกัน มีผู้าุโคุ้มครองปกป้องดูแล”
"เ้ากล่าวถูกต้อง อีกหน่อยพลังยุทธและฝีมือคงห่างไกลพวกเราไปไม่เห็นฝุ่น"
ผู้เยาว์ที่ซุบซิบกันต่างพากันไปหันไปมอง เหล่าผู้เยาว์ที่ได้เป็ศิษย์สายตรงกันด้วยใบหน้าที่อิจฉาตาร้อน…
“หัวเฉิน ตอนนี้เหล่าผู้คนก็น่าจะทยอยกันออกมาหมดแล้ว แต่หอคอยที่ชั้น8ยังส่องสว่างอยู่ เ้าคิดว่าใครอยู่ที่ชั้น8กันน้าาา”
ฉินฟางเซียนเดินเข้ามาหาหัวเฉินกล่าวออกมาด้วยใบหน้าเยาะเย้ย
หัวเฉินเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็หน้านิ่วคิ้วขมวด มองไปยังฉินฟางเซียนด้วยความไม่พอใจ กล่าว
"เ้า้าพูดอะไรกันแน่"
“ก็ไม่รู้สินะ…”
ฉินฟางเซียนก็ยังไม่กล่าวถึงประเด็นกล่าวหยอกล้อต่อ
หัวเฉินเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็ยิ่งโมโหแล้วใหญ่
“หื่มม!! เ้ากำลังจะบอกว่าข้าหัวเฉินผู้นี้! กำลังจะแพ้เดิมพันใช่หรือไม่ เห๊อะ!! เ้าเซียวเย่นั้นถึงจะขึ้นไปถึงชั้นที่8ได้จริงๆ แต่แล้วไงล่ะ มันก็ต้องล้มเหลวเหมือนกับพวกเราทุกคนนั่นแหละ!!! ”
“ก็คงต้องขอให้เป็อย่างนั้นจริงๆ ไม่งั้นเ้าคงได้กลายเป็ผู้ติดตามของเซียวเย่แน่ๆ เื่แบบนั้นน่ารำคาญไม่น้อยเลย”
เสวี่ยเจี้ยนที่อยู่ใกล้ๆเดินเข้ามา เพราะว่าผู้ผ่านการทดสอบได้เป็ศิษย์สายตรง ผู้าุโได้จัดการให้รวมตัวอยู่ด้วยกันเป็กลุ่ม
"เ้านั่นแหละน่ารำคาญ!! มันยังไม่ชนะเดิมพันข้าเสียหน่อย หึ!! อีกไม่นานหรอก…มันก็ต้องล้มเหลวออกมาจากหอคอย เมื่อถึงตอนนั้น การเดิมพันของเราก็เป็โมฆะ!!"
หัวเฉิน ยังคงไม่เชื่อว่าเซียวเย่จะพิชิตชั้นที่8ได้ เถียงกลับเสวี่ยเจี้ยน
“หัวเฉิน เ้าจะไปคิดมากทำไมเล่า? ถ้าเ้าหนูนั้นพิชิตชั้นที่8ของหอคอยได้จริง สถานะของเค้าก็สูงส่งกว่าพวกเราทุกคนอยู่แล้วในสำนัก สถานะที่สูงส่งในแคว้นตะวันออกของเ้าน่ะ…ใช้ไม่ได้หรอกนะ..”
หัวเฉินเมื่อหันหน้าไปมองเห็นว่าเป็ใครที่กล่าวออกมา ก็เอ่ยตอบโต้
“โอ้ว!!…องค์ชายหกผู้ยิ่งใหญ่ที่วางอำนาจบาตรใหญ่ไปทั่วแผ่นดิน สร้างภาระให้ราชวงศ์ฉินเป็ว่าเล่น สถานะเช่นนั้นในที่แห่งนี้ก็คงไม่ต่างกันกับข้ามากกระมัง”
"ฮ่า ฮ่า ฮ่า ข้าก็หวังให้เป็เช่นนั้นอยู่แล้ว ข้าก็แค่้าจะบอกเ้าแค่ว่า ติดตามเด็กคนนั้นก็ไม่ได้แย่ต่างหาก… "
องค์ชายหกหัวเราะกล่าวออกมา
หัวเฉินเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็เกิดสงสัยหันไปมององค์ชายกล่าว
“ท่านรู้จักเ้าหนูนั้นด้วยรึ?”
"ทั้งรู้จักแล้วไม่รู้จัก"
องค์ชายหกหันไปมองทางหอคอยที่ส่องแสงสว่างจ้าที่ชั้นแปด กล่าวออกมานิ่งๆ
“องค์ชายหกผู้ยิ่งใหญ่บ้าคลั่งอำนาจ ทำอะไรไม่ค่อยใช้หัวคิด ทำไมพอมาเจอตัวจริง รู้สึกเหมือนข่าวที่เคยได้ยินมาหลายปีกำลังจะหลอกลวงข้าอยู่ยังไงก็ไม่รู้…. ”
ทันใดนั้นก็มีสาวงามสวมเสื้อผ้าสีขาวหิมะเดินเข้ามาในวงสนทนา ก่อนจะมองไปที่องค์ชายหก พร้อมเอ่ยออกมาเบาๆ
องค์ชายหกเมื่อได้ยินเช่นกัน ก็ไม่ได้รู้สึกโมโหอะไร เพียงยิ้มเบาๆแล้วกล่าวออกมาเท่านั้น
“ที่แม่นางเสวี่ยหนิงได้ยินมาว่าข้านั้นเป็แบบไหนก็เพราะว่าข้านั้นอยากให้แม่นางได้ยินมาแบบไหน…”
เสวี่ยหนิงมองหน้าองค์ชายหกค้างอยู่อย่างนั้น ไม่ได้กล่าวคำพูดใด
“หัวเฉิน องค์ชายหกพูดถูกนะ ตามตูดเ้าเซียวเย่นั้น เ้าอาจจะเป็ผู้เป็คนมากขึ้น ไม่โวยวายเหมือนแต่ก่อน จะได้น่ารำคาญน้อยลง”
เสวี่ยเจี้ยนมองหัวเฉินด้วยใบหน้านิ่งเฉย กล่าวออกมา
“แก!!…ฮื่มมม ไอ้ชายเทียม ก็ทำไมแกไม่ไปติดตามมันแทนเสียเลยล่ะ ไม่แน่ว่าเ้าหนูนั่นจะดูแลเ้าอย่างดีเหมือนอิสตรีเลยก็ได้…เห๊อะ!!!”
“เ้าจะต้องแพ้เดิมพันแน่นอนเ้าบ้าหัวเฉิน ถ้าเซียวเย่ชนะพิชิตชั้นที่8ขึ้นมาเมื่อไหร่ เ้าก็ต้องเลิกยุ่งกับข้าด้วยเข้าใจหรือไม่? หรือว่าเ้าจะตระบัดสัตย์ก็ได้นะ ทั้งชีวิตจะได้ก้าวหน้าไม่ได้อีกติดอยู่ที่ขอบเขตนี้ตลอดไป”
ฉินฟางเซียนเห็นหัวเฉินโวยวายเหมือนคนบ้าก็ยิ่งชอบใจ กล่าวตอกย้ำออกมา
“ฉินฟางเซียน!! ข้าตามจีบเ้ามาตั้งนานนม เ้าไม่สนใจข้าไม่เป็ไรข้าไม่แปลกใจ แต่เ้าหนูนั้นพูดไม่กี่คำเ้าก็เปลี่ยนไปขนาดนี้เลยรึ คงรอปรนนิบัติอยู่นานแล้วสิ ”
“นี่เ้า!! ข-ข้ากับเซี่ยวเย่เป็สหายกันต่างหาก เ้าเอาสมองส่วนไหนคิด…หรือเ้าไม่มีสมองไว้คิดกัน”
ระหว่างที่เหล่าศิษย์สายตรงกำลังพูดคุยกันอยู่นั้น เหล่าผู้าุโก็กำลังพูดคุยกันอยู่เช่นกัน
เหล่าผู้าุโที่ต่างกำลังพากันมองไปที่หอคอยที่ส่องสว่างอยู่ เหมือนกำลังรออะไรบางอย่าง
ต่างคนต่างพูดออกมาด้วยความคิดของตัวเอง
“ไม่รู้ว่าเ้าหนูนั่น กำลังทำอะไรอยู่ ขึ้นไปก็หลายชั่วยามแล้ว เทียบกับข้างในก็หลายวันแล้วก็ยังไม่ออกมา”
“อืมม เ้านั้นอาจจะกำลังต่อสู้อยู่นั้นแหละ ถ้าตายในนั้นเดี๋ยวก็ออกมาเอง”
"เห้ออ ไม่รู้ว่าต้องใช้เวลาเท่าไหร่ ตอนนี้ก็เหลือเ้าหนูนั้นคนเดียวแล้วที่ยังไม่ยอมออกมา
"ท่านว่า….ถ้าเ้าหนูนั้นพิชิตชั้นที่8ได้จริงมันจะขออะไรกับผู้าุโใหญ่กัน"
“ข้าก็ไม่อาจรู้ได้ แต่จะมีอะไรดีกว่าการได้เป็ศิษย์สายตรงของผู้าุโใหญ่กัน…หรือว่ามันอยากจะเป็ศิษย์ของคนอื่น!!”
“ก็อาจเป็ได้ ตอนที่เ้าหนูนั้นถามเื่หอคอย ข้าแอบเห็นมันมองมาทางข้าแว๊บนึง มันอาจอยากจะเป็ศิษย์ของข้าแน่ๆ”
"ไม่ใช่หรอก ข้าต่างหากที่เห็นมันมองมาทางข้า ถึงจะเพียงแค่ชั่วครู่ แต่ข้ารู้สึกได้ถึงสายสัมพันธ์ศิษย์อาจารย์ที่กำลังจะเกิดขึ้นได้รางๆเลย"
ผู้าุโที่นั่งเก้าอี้ตัวถัดไป เมื่อเห็นว่าผู้าุโกำลังพูดไร้สาระกันจึงกล่าวเพื่อเตือนสติ
“นี่พวกท่านเพ้ออะไรกัน? ผู้าุโใหญ่เ้าหนูนั้นยังไม่สนใจ มันจะสนใจพวกท่านไปทำไมกัน ”
เมื่อเหล่าผู้าุโที่กำลังถกเถียงกันอยู่ ได้ยินคำพูดกล่าวเตือนเช่นนั้นก็ได้สติ
“น่าจะเป็เช่นนั้น เ้าหนูนั้นอาจจะ….กำลังสนใจคนที่แข็งแกร่งกว่าผู้าุโใหญ่!!"
“จะบ้ากระมัง!! ในสำนักนี้คนที่เก่งกว่าท่านาุโใหญ่ ก็มีเพียงแค่เ้าสำนักกับท่านผู้นั้น…..”
"เห้ออ มโนภาพกันไปก็เท่านั้น ผู้าุโใหญ่ยังใจเย็นอยู่เลย เดี๋ยวเ้าหนูนั้นพิชิตได้จริงแล้วออกมาพวกเราก็จะรู้กันเองนั้นแหละ"
หนึ่งในผู้าุโที่นั่งฟังมาตั้งนานกล่าวตัดบท
สถานการณ์ภายในหอคอยพิสูจน์ตน
เคร้งๆๆๆๆๆๆๆๆ
ซวบๆๆๆๆๆๆๆๆ
เซียวเย่ร่ายรำกระบี่ตอบโต้ต่อเนื่อง คงเพราะกำลังโดนรุมอยู่ บวกกับความกดดันที่กำลังกดทับหัวใจของเซียวเย่ตลอดหลายวันที่อยู่ในหอคอยชั้นที่8มาก็เป็ได้
ถึงได้ทำให้เซียวเย่ใช้กระบี่เหมือนเป็ส่วนหนึ่งของร่างกาย ใช้ได้คล่องแคล่วกว่าแต่ก่อนมากมายนัก เซียวเย่ตะวัดกระบี่เหมือนความเร็วแสงสีดำปัดหอกที่พุ่งเข้ามาพร้อมกันได้ ไม่ได้ใช้เคล็ดวิชาเงาพรายหลบหนีอีก ต่อให้ไม่ใช้ก็ไม่ได้เป็รองแล้ว
ร่างกายที่เต็มไปด้วยาแทั่วร่าง ตวัดกระบี่ไปมาต่อเนื่องไม่ยั้งแรง สะบั้นทหารตายศพแล้วศพเล่า ถ้าสังหารแล้วศพไม่หายไปก็คงจะเห็นศพนอนกองรวมกันเหมือนูเาย่อมๆไปนานแล้ว
ฉั้ว!!!
เซียวเย่ตะวัดกระบี่ผ่านหัวทหาร ศพทหารหายไปอีกหนึ่งศพ เซียวเย่ใช้เคล็ดวิชาเงาพราย เคลื่อนไหวออกมาจากวงล้อมของทหารพวกนั้น ส่องสายตามองไปเพื่อนับจำนวนทหารที่เหลืออยู่
“20….25….50งั้นเรอะ ถ้าเหลือแค่นี้ปราณที่มีอยู่น่าจะพอไหว”
หลังจากที่สู้โดยประหยัดพลังปราณมาโดยตลอดและแอบฟื้นฟูมันระหว่างต่อสู้มาอย่างช้าๆ
เซียวเย่ะโเข้าไปในวงล้อมด้วยตนเอง
“เคล็ดวิชาเงาพราย กระบวนท่าที่ 1 พรายตึงเงา!!!”
คลื้นสีดำลุกไหม้ที่เท้าทั้งสอง ก่อนจะแผ่กระจายออกมาเป็วงกว้างกินบริเวณพื้นที่กว่าครึ่งลี้ในพริบตา ทหารโดยรอบไม่สามารถขยับเท้าหรือเคลื่อนที่ไปไหนได้
“เพลงกระบี่สังหาร กระบวนท่าที่4 พริบตาต่อเนื่อง!!! เอาไปใช้ให้หมดเลยพลังปราณของข้าน่ะ!!!"
ชิ้ง ชิ้ง ชิ้ง ๆๆๆๆๆๆ….