ชายหนุ่มที่สวมใส่หมวกกันน็อคปิดบังใบหน้าทำได้เพียงถอนหายใจออกมา
“เหอะๆ มันก็ไม่แปลกหรอก!”
ความผิดหวังที่สะสมมายังคงตามหลอกหลอนอยู่เรื่อยไป ตัวของเขาเองก็ไม่แปลกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นเลยซักนิด
เพราะมันเป็สิ่งที่ตนเองเคยประสบมาแล้วหลายครั้ง นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ชายหนุ่มได้ขึ้นไปบนแท่นพิธีกรรมเพื่อหวังว่าจะได้เปลี่ยนอาชีพ แต่ทุกครั้งผลลัพธ์ก็เหมือนเดิม—มันคือความว่างเปล่าและความเงียบสงัดที่ทำให้หัวใจของเขาเต้นแ่ลง
“กลับดีกว่า..”
เขาก้าวลงจากแท่นพิธีกรรมด้วยท่าทีที่สงบนิ่งและไม่แสดงอารมณ์ใดๆ แต่ภายในใจของเขากลับเต็มไปด้วยความรู้สึกที่สับสน
ท่ามกลางฝูงชนที่คอยจับจ้องด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสารและเวทนา ไม่มีใครพูดอะไรออกมา ไม่มีเสียงหัวเราะ ไม่มีคำวิจารณ์ ทุกคนเพียงแค่มองดูเขาเดินลับหายไปในฝูงชน ราวกับว่าเขาเป็เพียงเงาที่ไร้ความหมายในโลกใบนี้
ทว่าไม่มีใครรู้เลย ภายใต้ชุดคลุมลึกลับและหมวกกันน็อคที่ปกปิดตัวตนนั้น ตัวตนของเขาคือใครกันแน่ ชายหนุ่มผู้นี้เป็มากกว่าที่ทุกคนเห็นจากภายนอก ถ้าทุกคนทราบถึงประวัติความเป็มา ทั้งหมดจะต้องใจนตายกันเลยทีเดียว
เขาไม่ใช่คนธรรมดาที่ไม่สามารถเปลี่ยนอาชีพได้ แต่เขากลับเป็ทายาทของตระกูลที่ทรงอำนาจและมีอิทธิพลที่สุดแห่งหนึ่งของโลกใบนี้ ตระกูลซิกฟรีด ซึ่งเป็หนึ่งในกองกำลังเผ่าพันธุ์มนุษย์ระดับสูงที่ปกป้องและค้ำจุนอารยธรรมของโลกมาเป็เวลาหลายร้อยปี
ตระกูลซิกฟรีดไม่เพียงแต่เป็ที่รู้จักในเื่ความแข็งแกร่งทางการทหาร แต่ยังเป็หนึ่งในกลุ่มอำนาจที่มีบทสำคัญในการสร้างรากฐานของโลกใบใหม่นี้ พวกเขาคือชนชั้นสูงของเผ่าพันธุ์มนุษย์ เป็ตระกูลที่มีผู้เล่นระดับตำนานที่เคยเอาชนะผู้แข็งแกร่งระดับกึ่งเทพได้
พวกเขาไม่ได้เป็เพียงผู้เล่นที่เก่งกาจ ทว่ายังเป็ถึงผู้มีอิทธิพลในทุกด้านของสังคม ไม่ว่าจะเป็การเมือง การทหาร หรือเศรษฐกิจ มีทุกอย่างที่ผู้ทรงอิทธิพลคนหนึ่ง้าเพื่อประสบความสำเร็จ โดยเฉพาะกับในโลกที่เต็มไปด้วยการต่อสู้และการแย่งชิงแข่งขันเช่นนี้
แต่สำหรับชายหนุ่มคนนี้นั้น เขากลับไม่เคยได้ใช้ประโยชน์จากสายเือันทรงเกียรติของตนเองเลย ถึงเขาจะเป็ทายาทคนสุดท้องของตระกูลซิกฟรีด และเป็ถึงทายาทที่ตระกูลครอบครัวรักใคร่ที่สุด
การที่ไม่สามารถเปลี่ยนอาชีพได้ ทำให้เขาต้องกลายเป็คนที่ถูกมองว่าไร้ประโยชน์ ชื่อเสียงและความเป็ที่รักในตระกูลของเขากลับไม่ได้ช่วยให้อนาเธอร์รู้สึกพิเศษหรือมีพลัง เหมือนพี่น้องคนอื่นๆที่สามารถเลือกอาชีพและก้าวหน้าในเส้นทางของตนเองได้อย่างไร้ข้อจำกัด
เขาคือคนที่ถูกมองว่าเป็ความผิดพลาดของระบบโลก ครอบครัวเองก็ยังคงสงสัยว่าเหตุใดถึงไม่สามารถเปลี่ยนอาชีพได้
แม้พวกเขาจะรักและพยายามหาทางช่วยเหลือเท่าใด มันก็ไม่มีสิ่งใดสามารถแก้ไขความบกพร่องนี้ได้ พี่น้องของเขาทุกคนกลายเป็ผู้เล่นที่แข็งแกร่ง นักเวทย์ผู้ทรงพลัง หรือผู้นำอันเป็ที่เคารพในสายตาของคนทั่วไป แต่ตนกลับไม่สามารถเดินตามรอยเท้าของพวกเขาได้เลย
“ให้ตายเถอะ แกเป็อะไรไปแล้ว มันก็เหมือนทุกที.. อย่าไปคาดหวังอะไรมากเลย”
เขาคิดกับตัวเองในขณะที่เดินลับหายไปจากแท่นพิธีกรรม ชายหนุ่มเดินเข้าไปในตรอกที่เงียบสงบไกลจากฝูงชน
ความเงียบสงัดปกคลุมรอบข้าง ร่างของเขายืนอยู่ท่ามกลางเงามืดที่ทอดยาวไปตามถนน
ใน่หลายปีที่ผ่านมา เขาได้ออกตามหาเบาะแส เกี่ยวกับเหตุผลที่เขาไม่สามารถเปลี่ยนอาชีพได้ เขาได้พบกับนักปราชญ์ผู้เฒ่า นักเวทย์ผู้เชี่ยวชาญ ทุกคนต่างให้คำแนะนำแก่เขา และไม่มีใครสามารถหาคำตอบที่แน่ชัดได้เลยซักนิด
ในตอนนั้นเมื่อชายหนุ่มเดินมาถึงยังตรอกซอกซอยที่เงียบสงบ สายลมพัดเบาๆพัดผ่านเข้ามาให้ความรู้สึกถึงที่เย็นสบาย
“นายน้อยอนาเธอร์..”
ทว่าในตรอกนี้กลับไม่เงียบอย่างที่คิด ผู้เล่นบอดี้การ์ดนับสิบคนยืนเรียงแถวอย่างเป็ระเบียบ ทุกคนต่างสวมใส่ชุดสูทสีดำที่ดูเข้มขรึม
บรรยากาศเต็มไปด้วยความเคารพและเกรงกลัวต่อชายหนุ่มผู้นี้ เพียงแค่โค้งคำนับให้กับชายหนุ่มด้วยความเคารพสูงสุด
“วันนี้เหนื่อยหน่อยนะ”
ชายหนุ่มที่ถูกเรียกว่าอนาเธอร์เดินเข้ามาหยุดตรงหน้าพวกบอดี้การ์ด ก่อนจะถอดหมวกกันน็อคที่ปกปิดใบหน้าออก เผยให้เห็นถึงชายหนุ่มผมสีขาวตัดสั้นที่ดูสง่างาม
ใบหน้าหล่อเหลาราวกับเทพเ้า โครงหน้าของเขาดูคมคายไร้ที่ติ ดวงตาสีฟ้าสดใสแฝงไปด้วยความเยือกเย็นและมาดมั่น ทุกครั้งที่เขาเดินหรือเคลื่อนไหวร่างกาย มันแสดงออกถึงความเป็ผู้มีอำนาจและความมั่นใจที่ไม่ธรรมดา
แม้เขาจะไม่ใช่ผู้เล่นที่สามารถเปลี่ยนอาชีพหรือมีระดับเลเวลเหมือนคนอื่น แต่ทุกย่างก้าวของเขาก็ยังคงสง่างามและทรงพลัง
“นายน้อย.. ขบวนรถของท่านได้เตรียมพร้อมแล้วครับ”
พ่อบ้านประจำตัวของอนาเธอร์ที่ยืนอยู่ข้างประตูรถหรู ค่อยๆเปิดประตูรถและผายมือเชิญให้เขาขึ้นรถด้วยท่าทางสุภาพและนอบน้อม
“ขอบคุณ..”
อนาเธอร์พยักหน้ารับแล้วก้าวขึ้นไปบนรถอย่างเงียบๆ ท่ามกลางสายตาของบอดี้การ์ดที่คอยมองตามด้วยความนอบน้อม ขบวนรถยนต์สุดหรูสีดำล้วนก็ได้เริ่มเคลื่อนตัวไปอย่างช้าๆ มุ่งตรงกลับไปยังอาณาเขตแห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ภายในเมืองแห่งนี้
ในระหว่างทางที่ขบวนรถเคลื่อนตัว เสียงเครื่องยนต์เบาๆกลืนไปกับบรรยากาศรอบข้าง ภายในรถหรูที่ตกแต่งอย่างงดงามด้วยวัสดุชั้นสูง
อนาเธอร์นั่งนิ่งๆที่เบาะหลัง สายตาของเขามองออกไปนอกหน้าต่างเห็นทิวทัศน์ที่เคลื่อนผ่านไปอย่างช้าๆ ภายนอกเขาจะดูสงบและเยือกเย็น แต่ภายในใจของเขากลับเต็มไปด้วยความครุ่นคิด มันยังคงวนเวียนอยู่ภายในหัวของเขาตลอดเวลาเลยด้วยซ้ำ
“ไอ้โลกแห่งเกมส์บ้านี่.. ทำไมฉันถึงยังคงไม่ได้รับการยอมรับจากระบบของโลกกันนะ”
อนาเธอร์บ่นกับตัวเองเบาๆ พร้อมกับใบหน้าอันหล่อเหลาที่แปรเปลี่ยนไป
การที่ไม่สามารถเปลี่ยนอาชีพได้ ถือเป็เื่ที่ขัดกับทุกสิ่งทุกอย่างที่เคยได้ยินหรือรู้จักจากระบบ มันไม่ควรที่จะเป็เช่นนี้ เหมือนกับว่าเขากลายมาเป็ผู้ติดบัคของเกมส์ยังไงยังงั้น
“น่าสงสารนายน้อย..”
พ่อบ้านส่วนตัวและบอดี้การ์ดได้ยินเสียงบ่นพึมพำของเขาก็ส่ายหัวไปมาอย่างทำอะไรไม่ถูก
นายน้อยอนาเธอร์มีพร้อมทุกสิ่งทุกอย่าง ครอบครัว สถานะ อำนาจ ไม่ว่าจะเป็อะไร ทุกอย่างล้วนถูกประเคนมาให้ท่านทั้งสิ้น
ทว่าสิ่งที่ท่านขาดหายไปดันกลับเป็สิ่งที่สำคัญมากที่สุด เขาไม่สามารถมีเลเวลและกลายมาเป็ผู้เล่นได้เหมือนกับคนอื่นๆ เป็เหมือนแกะดำที่อยู่ท่ามกลางฝูงแกะสีขาวนับพันล้านชีวิต มันน่าแปลกประหลาดซะจนใครก็อดคิดไม่ได้
...
เดียวรู้ๆ 55+