รักหลังสองขีด

    บทที่ 1 : คืนที่เรารักกัน

    ฝนเพิ่งหยุดตก กลิ่นดินเปียกลอยเข้ามาจากระเบียงที่แง้มไว้ แสงไฟจากถนนทอดเป็นริ้วอยู่บนพื้นห้อง
    ณิชานอนตะแคงหันหลังให้พีร์ แต่รู้ว่าเขายังไม่หลับ ฝ่ามืออุ่นวางอยู่บนเอวเธอ
    “ยังไม่นอนอีกเหรอคะ”
    “คนที่ถามยังไม่นอน ผมก็เลยยังนอนไม่ได้”
    เสียงทุ้มต่ำดังชิดต้นคอ ลมหายใจอุ่นแตะผิวจนเธอขยับหนี แขนของเขาก็กระชับรั้งกลับมา
    “อ้างเก่งนะ”
    “ผมพูดเรื่องจริง”
    ณิชาหลุดยิ้ม เธออยู่กับเขามาสามปีแล้ว แต่พีร์ยังทำให้หัวใจเธอเต้นผิดจังหวะได้เสมอ เขาไม่ใช่คนช่างพูด ความรักของเขาอยู่ในเรื่องเล็ก ๆ ที่เธอจำได้ดี
    คืนนี้กลิ่นสบู่ยังติดผิวเขา พีร์ถามเธอสามครั้งแล้วว่าหนาวไหม
    “ถามสามรอบแล้วนะคะ”
    “ผมถามรอบที่สี่ได้ไหม”
    “ไม่ได้ค่ะ”
    “งั้นผมตรวจเอง”
    เขาดึงผ้าห่มขึ้นคลุมไหล่เธอ แล้วโน้มตัวเข้ามาใกล้ ณิชาตั้งใจจะบ่น แต่เสียงหายไปเมื่อริมฝีปากของเขาแตะลงบนขมับ หนึ่งครั้ง แล้วอีกครั้งตรงหางตา
    “นี่ตรวจว่าหนาวหรือเปล่าคะ”
    “ครับ”
    “ผลเป็นยังไง”
    “ยังต้องตรวจต่อ”
    จูบแรกของพีร์นุ่มและคุ้นเคยเหมือนคำทักทายของคนกลับถึงบ้าน จูบที่สองยาวขึ้นจนเธอเผลอหลับตา ลมหายใจของทั้งคู่ค่อย ๆ เปลี่ยนจังหวะ
    ณิชารู้จักเขาดี รู้ว่าเมื่อไรเขากำลังถาม และรู้ว่าเมื่อไรเขากำลังรอคำตอบ ปลายนิ้วของพีร์เลื่อนตามแผ่นหลัง หยุดทุกครั้งที่เธอขยับ
    “พีร์...”
    เขาหยุดทันที “ไม่โอเคเหรอ”
    ณิชาส่ายหน้า ก่อนดึงคอเสื้อเขาเข้ามาใกล้ “โอเคค่ะ แค่เรียกเฉย ๆ”
    แววตาของเขาอ่อนลง เขาจูบปลายจมูก แก้ม ลำคอ และไหล่ช้า ๆ ทุกสัมผัสมีทั้งความปรารถนาและความคุ้นเคย เธอไม่จำเป็นต้องสวยสมบูรณ์แบบ เขารู้จักเธอในวันที่ผมยุ่ง หน้าสด และเหนื่อยจนอยากร้องไห้
    และคืนนี้ เขายังมองเธอเหมือนเดิม
    ณิชาสอดนิ้วเข้าไปในเส้นผมของเขา รั้งกลับขึ้นมาจูบ คราวนี้เธอเป็นฝ่ายเริ่มก่อน พีร์ชะงักอย่างพอใจ แล้วตอบรับด้วยความร้อนแรงขึ้น เสื้อผ้าที่ใส่สบายกลายเป็นสิ่งเกะกะเมื่ออุณหภูมิในห้องสูงขึ้น กลิ่นสบู่ผสมกลิ่นฝน เสียงหายใจใกล้จนไม่มีความคิดอื่นแทรกเข้ามา
    “วันนี้ที่ร้านเป็นยังไงบ้าง” เขาถามทั้งที่ริมฝีปากยังแตะขมับเธอ
    ณิชาหัวเราะ “จะคุยเรื่องงานตอนนี้จริง ๆ เหรอคะ”
    “ก็อยากรู้”
    “ลูกค้าชอบเค้กตัวใหม่ แต่มีคนบอกว่าหวานไปนิด”
    “งั้นคราวหน้าลดน้ำตาล”
    “พูดง่ายจัง”
    “เพราะคุณทำได้”
    ประโยคธรรมดาทำให้เธอนิ่งไป พีร์พูดเหมือนไม่เคยสงสัยในตัวเธอ แม้วันที่เธอสงสัยตัวเอง
    “คุณก็ทำได้เหมือนกัน” เธอกระซิบ
    “ผมทำอะไร”
    “เป็นคนที่ทำให้ฉันไม่รู้สึกเหนื่อยเกินไป”
    เขามองเธออยู่ครู่หนึ่ง “ผมไม่เคยคิดว่าตัวเองทำได้ดีขนาดนั้น”
    “บางวันก็ทำให้เหนื่อยกว่าเดิม”
    “ผมจะจดไว้ปรับปรุง”
    พีร์หัวเราะในลำคอ ความใกล้ชิดครั้งนี้จึงลึกกว่าความต้องการ มันเป็นการยืนยันว่าเธอยังเป็นณิชาคนเดิมของเขา และเขายังเป็นบ้านของเธอ
    เมื่อพีร์ถามอีกครั้งว่าโอเคไหม ณิชาตอบด้วยการดึงเขาเข้ามากอด เขาเข้าใจและปล่อยให้ทุกอย่างดำเนินไปตามความพร้อมของเธอ คืนนั้นมีทั้งเสียงหัวเราะ คำถามเดิมที่เขาถามซ้ำ และความอ่อนโยนที่ไม่เคยทำให้ความร้อนแรงลดลง
    มีเพียงคนสองคนที่รักกัน และยังต้องการกันในแบบที่ทำให้ต่างฝ่ายรู้สึกปลอดภัย
    หลังจากนั้น พีร์ปิดไฟหัวเตียง เหลือเพียงแสงถนนลอดม่าน ณิชาซบอยู่กับไหล่เขา
    “เหนื่อยไหม”
    “นิดหน่อยค่ะ”
    “พรุ่งนี้ผมทำอาหารเช้าให้”
    ณิชาหลับตาลง เธออยากเก็บเสียงของผู้ชายที่ไม่ค่อยสัญญาอะไร แต่ถ้าพูดแล้วมักพยายามทำให้ได้ไว้ให้นานที่สุด
    “พีร์”
    “ครับ”
    “ฉันคิดถึงคุณทั้งวันเลย”
    เขาก้มลงจูบหน้าผากเธอ “ผมก็เหมือนกัน”
    คืนนั้นไม่มีคำสัญญาใหญ่โต มีเพียงอ้อมแขนที่ยังโอบเธอไว้
    ถ้าเป็นคืนธรรมดา ก็คงเป็นเพียงคืนธรรมดาอีกคืนหนึ่ง
    แต่บางครั้ง ชีวิตก็เปลี่ยนจากคืนธรรมดาโดยไม่มีใครทันตั้งตัว
    เช้าวันถัดมา ณิชาตื่นก่อนแสงแดดจะลอดเข้ามาเต็มห้อง กลิ่นสบู่จากตัวพีร์ที่ปกติเธอชอบกลับทำให้ท้องไส้บิดเกร็ง เธอลุกเร็วเกินไปจนโลกหมุน ยกมือปิดปาก แล้วรีบวิ่งเข้าห้องน้ำ
    พีร์สะดุ้งตื่นและตามไปพร้อมผ้าขนหนูผืนเล็ก
    “ณิชา เป็นอะไรหรือเปล่า”
    ไม่มีคำตอบ มีเพียงเสียงอาเจียนแห้ง ๆ
    “ผมอยู่นี่นะ”
    เธอเปิดประตูออกเพียงเล็กน้อย เขายื่นน้ำให้ทันที “ค่อย ๆ จิบนะ”
    ณิชารับแก้วมา มือสั่นจนเขาต้องช่วยประคอง “ฉันไม่เป็นไรค่ะ แค่...ไม่รู้เหมือนกัน”
    พีร์มองเธอ สีหน้าเป็นห่วงจนเธอรู้สึกผิด
    “เมื่อคืนเรากินอะไรแปลก ๆ หรือเปล่า”
    “ไม่ได้กินอะไรแปลกนะคะ”
    “อาหารร้านนั้นอาจจะ...”
    “พีร์”
    ณิชาวางแก้วน้ำลง ความคิดหนึ่งผุดขึ้นมาอย่างช้า ๆ ประจำเดือนของเธอเลื่อนมาหลายวันแล้ว ช่วงนี้เธอเหนื่อยง่าย ง่วงบ่อย และหงุดหงิดกับกลิ่นกาแฟ ทั้งหมดเป็นเรื่องที่เธอโทษว่างานหนัก ฝนตก และนอนน้อย
    แต่ตอนนี้ข้ออ้างทุกอย่างกำลังเรียงตัวเป็นคำตอบเดียวกัน
    “ฉันว่าเราไปซื้อของอย่างหนึ่งกันไหมคะ”
    พีร์ขมวดคิ้ว “อะไร”
    ณิชายื่นมือไปจับมือเขา นิ้วของทั้งคู่ประสานกันอย่างเคย แต่คราวนี้ความอบอุ่นนั้นไม่อาจทำให้หัวใจเธอสงบลง
    “ชุดตรวจครรภ์ค่ะ”
    พีร์นิ่งไป ห้องทั้งห้องเงียบจนได้ยินเสียงน้ำหยดจากก๊อก
    เขามองเธอเหมือนกำลังทำความเข้าใจคำไม่กี่คำนั้น ชีวิตของพวกเขาเหมือนเดินมาถึงหน้าประตูบานหนึ่งแล้ว
    ประตูที่เมื่อเปิดออก อาจไม่มีวันกลับไปเป็นเหมือนเดิมอีก
    พีร์ก้มลงมองมือที่กุมกันอยู่ แล้วเงยหน้าสบตาเธอ
    “ไปครับ”
    ณิชาพยักหน้า ทั้งที่กลัว คนสองคนเดินออกจากห้องไปพร้อมกันโดยยังจับมือกันไว้แน่น