ไม่มีพ่อแม่คนไหนที่ไม่เชื่อคำพูดของลูกตัวเอง ยิ่งเห็นลูกสาวร้องห่มร้องไห้อย่างหนักก็ยิ่งบีบหัวใจคนเป็พ่อแม่ พ่อแม่ของหนานอินรู้สึกโกรธมากขึ้นกว่าเดิมจนในที่สุดคนเป็พ่อก็ประกาศเสียงแข็ง “อาจารย์จาง! เป็เพราะผมไว้หน้าอาจารย์นะถึงได้ยอมมานั่งเจรจาวันนี้ แต่ตอนนี้ผมคิดว่าคงจะต้องแจ้งความจริงๆแล้วล่ะ!”
“ใช่ แจ้งความตอนนี้เลย! ฉันบอกแต่แรกแล้วว่าให้แจ้งความไปเลย หน้าสวยๆของลูกสาวฉันเป็ถึงขนาดนี้ ถ้าไม่ใช่เพราะฝีมือเด็กหลินเฉี่ยนนี่จะเป็ใครได้ จะบอกว่าลูกฉันเป็คนตบตัวเองอย่างนั้นเหรอ? พวกฉันไม่ยอมหรอกนะ ยังไงเราก็จะเอาเื่ให้ถึงที่สุด!”
“ใช่ๆ”
“เื่นี้ยอมไม่ได้”
ทันทีที่พ่อแม่ของหนานอินยืนยันว่าจะแจ้งความ ผู้ปกครองคนอื่นๆต่างก็รีบส่งเสียงสนับสนุนดังลั่น
ถ้าหากวิดีโอที่หลินเฉี่ยนให้ดูเป็ของจริง นั่นแสดงว่าลูกๆของพวกเขาเป็ฝ่ายผิด พวกเขาคือคนก่อเหตุทะเลาะวิวาทรุมทำร้ายหลินเฉี่ยนก่อนโดยมีหนานอินเป็ผู้บงการ ด้วยเหตุผลนี้ทำให้ไม่มีพ่อแม่ผู้ปกครองคนไหนเชื่อหลักฐานของหลินเฉี่ยน เพราะพวกเขาทำใจเชื่อไม่ได้ว่าลูกของพวกเขาทำเื่เลวร้าย ‘ฉันเลี้ยงลูกมากับมือ ลูกของฉันเป็คนดี ไอ้เื่งี่เง่าที่ลูกฉันเป็คนผิดแบบนั้นใครมันจะเชื่อ!’
ในบรรดาผู้ปกครองทั้งหมด มีหนึ่งครอบครัวที่ส่งทนายความมาเป็ตัวแทนถึงที่นี่ ในทันทีที่เริ่มมีการพูดถึงการแจ้งความเขาก็เดินมาด้านหน้าแล้วพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง “นี่เป็ความผิดข้อหาทำร้ายร่างกายโดยเจตนาครับ ตามกฎหมายมาตรา 234 แล้ว ผู้ที่เจตนาทำร้ายร่างกายผู้อื่น มีโทษถูกกักบริเวณหรือจำคุกไม่เกินสามปี”
“ใช่! คนแบบนี้สมควรเข้าไปอยู่ในนั้นแล้ว จะได้ถูกอบรมสั่งสอนซะบ้าง”
“เื่มันมาถึงขนาดนี้แล้วแต่พ่อแม่กลับไม่มาสนใจ คงจะเป็แบบนี้กันทั้งบ้านเลยล่ะสิ”
เมื่อทั้งคณะผู้บริหารและอาจารย์ที่ปรึกษาเห็นว่าไม่สามารถพูดโน้มน้าวผู้ปกครองเหล่านี้ได้จึงหันมาหาหลินเฉี่ยน “หลินเฉี่ยนนิสัยซุกซนของเธอครูไม่ว่าอะไรหรอกนะ แต่เื่นี้มันเกี่ยวกับอนาคตของเธอโดยตรง อย่าเอาเื่มันมาล้อเล่นเลย เรียกพ่อแม่เธอมาเถอะ”
หลินเฉี่ยนตอบ “อาจารย์ หนูไม่ได้โกหก อาจารย์ก็รู้หนูไม่มีพ่อแม่”
ถึงจะฟังประโยคแบบนี้มานับครั้งไม่ถ้วนแล้วแต่ก็ไม่มีครั้งไหนที่อาจารย์ที่ปรึกษาจะไม่รู้สึกปวดใจ ทว่าในตอนนี้เื่นี้มันบานปลายมากจนเธอเองก็ไม่สามารถรับหน้าแทนได้ “งั้นมีคนอื่นที่สามารถเป็ผู้ปกครองเธอได้ไหม? ยังไงก็ต้องเรียกใครมาสักคนนะ”
“ถ้าอยากจะแจ้งความก็ทำเลย หนูไม่กลัว ยังไงวิดีโอนี่ก็ยืนยันทุกอย่างได้ หนูเป็คนอัดไว้เอง ใครทำอะไรไว้ ‘ความจริงมัน’ ก็บอกชัดอยู่แล้ว หนูเชื่อว่ายังไงตำรวจก็จะต้องช่วยยืนยันความบริสุทธิ์ให้ได้” หลินเฉี่ยนโต้กลับเสียงดัง
คำพูดเด็ดขาดกับน้ำเสียงที่มั่นใจของหลินเฉี่ยนเริ่มทำให้เหล่านักศึกษาคู่กรณีของเธอเกิดความกลัวขึ้นมา
แต่ใน่เวลาแสนคุกรุ่นที่ทั้งสองฝ่ายต่างก็ไม่มีใครยอมใครนั้น จู่ๆก็มีอาจารย์ผู้หนึ่งขอเข้ามาในห้องก่อนจะนำคลิปวิดีโอบางอย่างมาเปิดให้คณะผู้บริหารดู
อาจารย์ที่ปรึกษาของหลินเฉี่ยนเองก็แอบชะเง้อมองคลิปนั้นด้วย เธอพบว่ามันเป็คลิปวิดีโอที่ถูกส่งต่อกันในโลกออนไลน์ มีหัวข้อว่า “เมื่อไหร่ความรุนแรงในมหาลัยถึงจะหยุดเสียที?” คลิปวิดีโอนั้นเป็ภาพเหตุการณ์ทะเลาะวิวาทของกลุ่มนักศึกษา วันที่และเวลาตรงกับเวลาที่หลินเฉี่ยนมีเื่ ในนั้นมีภาพของคนที่ดูท่าทางเหมือนนักศึกษาชายตัวเล็กกำลังถูกรุมทำร้าย ซึ่งคนคนนั้นก็พยายามป้องกันตัวเองและสู้กลับอย่างเต็มที่
มุมจอด้านหนึ่งระบุรายละเอียดของคลิปที่ชี้ให้เห็นว่าภายในระยะเวลา่ๆสั้นๆวิดีโอนี้กลับกลายเป็วิดีโอที่ถูกเสิร์จมากที่สุด
เห็นได้ชัดว่าคลิปนี้ถูกถ่ายโดยคนเห็นเหตุการณ์ที่เดินผ่านมาตรงถนนเส้นนั้น ถึงแม้ว่ามันจะไม่มีเสียงมีเพียงแค่ภาพแต่มันก็ชัดเจนและเป็ภาพที่ตรงกับคลิปวิดีโอของหลินเฉี่ยน
อธิการบดีและคณะผู้บริหารคนอื่นๆหันมองหน้ากันก่อนที่จะพยักหน้า
อาจารย์ที่ปรึกษานำโทรศัพท์ของหลินเฉี่ยนออกมาก่อนที่จะเปิดคลิปวิดีโอทั้งสองให้ผู้ปกครองทั้งหลายในห้องดูไปพร้อมกัน
ทันทีที่ผู้ปกครองเ่าั้เห็นภาพในคลิปก็รู้ทันทีว่า หลินเฉี่ยนพูดความจริงและเื่นี้พวกเขาก็ถูกหนานอินหลอกใช้เต็มเปา
“คะ...คะ...คือ.....” หนานอินพูดตะกุกตะกัก เธอพยายามหาข้ออ้างอย่างเต็มที่แต่ก็ไม่สามารถแก้ตัวอะไรได้
พ่อแม่ของเธอหันมามองลูกสาวด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความอับอาย
ในเวลาเดียวกันผู้ปกครองคนอื่นๆก็เริ่มเค้นถามลูกหลานของตัวเองถึงความจริงของเื่ที่เกิดขึ้น จนในที่สุดพวกเขาก็ยอมเปิดปากพูดออกมา
“ผมไม่รู้ครับ แต่วางหยางเรียกให้ผมไป”
“ผมเองก็ไม่รู้เื่นะ ผมแค่ทำตามที่วางหยางบอก”
“ผมก็ด้วย ผมยังไม่รู้จักหลินเฉี่ยนด้วยซ้ำ”
คนเ่าั้พาดพิงถึงนักศึกษาหนุ่มที่ชื่อวางหยาง ซึ่งก็คือลูกชายคนเดียวของตระกูลวางเศรษฐีที่ร่ำรวยที่สุดในเมืองบี เื่ที่บังเอิญไปกว่านั้นก็คือวางหยางคือคนที่นอนอยู่ที่โรงพยาบาลและคนที่ถูกส่งมาแทนเขาในวันนี้ก็คือทนายความของตระกูลวาง
“เห็นไหมเล่า ก็บอกแล้ว เก้าคนนี้มารุมทำร้ายหนูก่อน” หลินเฉี่ยนพูดอย่างเป็ต่อ
เธอตบหน้าขาตัวเองก่อนที่จะพูดต่อ “ถูกพวกนี้รุมเข้ามาขนาดนั้นจะไม่ให้สู้เลยได้ยังไงล่ะ? หนูไม่ได้โง่ถึงขนาดยืนอยู่เฉยๆปล่อยให้ใครมาทำร้ายร่างกายง่ายๆได้หรอกนะ แล้วที่ทำไปทั้งหมดนั่นก็เพราะ้าป้องกันตัวเองเท่านั้นด้วย”
“นี่ คุณน่ะ เป็ทนายสินะ? กฎหมายได้เขียนบอกไว้รึเปล่าล่ะว่าห้ามไม่ให้มีการป้องกันตัวถ้าหากถูกทำร้ายร่างกายน่ะ?”
ทนายคนนั้นไม่ตอบและยังคงรักษาใบหน้านิ่งๆเอาไว้เหมือนเดิมไม่มีผิดเพี้ยน อันที่จริงที่เื่เป็แบบนี้เขาไม่แปลกใจสักนิด ไม่ว่าจะยังไงเขาก็ได้รับคำสั่งมาจากคุณชายน้อยให้มาที่นี่เพื่อสะสางปัญหาที่เกิดขึ้น หลายปีมานี้เขาต้องตามเก็บกวาดเื่พวกนี้อยู่ตลอดจนทำให้เขาชินชากับเื่แบบนี้ไปแล้ว
“แค่นี้ก็ไม่รู้เหรอว่าผิดกฎหมายไหม? สรุปว่าเป็ทนายจริงป้ะเนี่ย?”
หลินเฉี่ยนกลอกตามองบนพร้อมกับพูดก่อนที่จะหันไปหาพ่อแม่ของหนานอิน “คุณลุงคุณป้า พวกคุณเลี้ยงดูลูกสาวยังไงเหรอถึงได้ทำตัวแบบนี้? ลองให้ไปอยู่ที่กักตัวอบรมสั่งสอนลูกสาวพวกคุณหน่อยดีไหมล่ะ?”
แม่ของหนานอินหน้าเสีย เธอยังคงพยายามหาข้อแก้ต่างให้ลูกสาว เธอพูดด้วยเสียงที่พยายามอย่างหนักที่จะไม่ให้มันสั่นเครือ “แล้ว..แล้วหน้าของลูกสาวฉันเป็แบบนี้ได้ยังไงล่ะ!”
“ฉันไม่ได้เป็คนทำ” หลินเฉี่ยนพูด “าแของยัยนั่นเกิดขึ้นข้างขวา แต่โทษทีนะฉันไม่ได้ถนัดซ้าย ถ้าฉันใช้มือขวาตบหน้ายังไงก็ต้องเป็แผลที่ฝั่งซ้ายอยู่แล้ว อีกอย่างนั่นก็เป็ทางกลับบ้านของฉันด้วย ฉันจะไปดักทำร้ายหนานอินตอนกลับบ้านของตัวเองได้ยังไงล่ะ?”
ทันทีที่หลินเฉี่ยนพูดจบ พ่อแม่ของหนานอินก็พูดอะไรไม่ออกอีก เหมือนตอนนี้พวกเขาสูญเสียเสียงพูดไปแล้ว
“แผลบนหน้ายัยนั่นเกิดขึ้นได้ยังไงฉันว่าพวกคุณไปถามกันเอาเองน่าจะดีกว่า ถ้าเป็เพราะถูกฉันตบจริงๆ รับประกันได้เลยว่ามันจะไม่ใช่แค่สามแผลที่อยู่บนหน้าเธอหรอก”
“เก้ารุมหนึ่ง ถ้ารวมหนานอินด้วยก็เป็สิบคน คนพวกนี้ถูกเธอทำร้ายร่างกายจนหมด แถมยังมีอีกสามคนที่ต้องเข้าโรงพยาบาล แต่เธอกลับไม่เป็อะไรเลยเนี่ยนะ” เสียงของผู้ปกครองคนหนึ่งดังแทรกขึ้น
“คุณป้าเข้าใจผิดแล้วล่ะ หน้าฉันก็ถูกชกจนบวมเป่งเหมือนกัน! ” หลินเฉี่ยนพูดพร้อมกับชี้ที่ตาของเธอ “พวกคุณดูสิ แผลฉันยังชัดอยู่เลย แต่ถ้าถามว่าทำไมลูกๆของพวกคุณถึงได้อาการหนักกว่าฉัน ฉันว่านั่นคงจะเป็ปัญหาส่วนตัวของพวกเขาแล้วล่ะ”
เหล่าผู้ปกครองที่อยู่ในห้องต่างพากันเงียบเสียง มีบางคนที่แอบกระซิบถามลูกๆของตัวเองอย่างเงียบๆ แต่ไม่มีใครโต้เถียงหลินเฉี่ยนได้
“จะแจ้งความอีกไหม? ทั้งคุณลุงคุณป้าแล้วก็คุณทนายน่ะ”
ทุกคนเงียบกริบ ไม่มีใครกล้าพูดอะไรอีก
…..ตอนนั้นเจอ ‘เก้ารุมหนึ่ง’ ถึงจะมีเจ็บตัวบ้างนิดหน่อยแต่เธอก็สามารถเอาชนะได้สบายๆอยู่แล้ว แต่ตอนนี้ ต้องเจอถึง ‘ยี่สิบรุมหนึ่ง’! ….อืมมม ก็ดูเหมือนเธอจะชนะอยู่ดีนั่นแหละ...
หลินเฉี่ยนหันไปยักคิ้วให้อาจารย์ที่ปรึกษา เมื่อเห็นพฤติกรรมเล่นหูเล่นตาน่าตีของศิษย์ตัวแสบที่พึ่งจะรอดพ้นโทษร้ายแรงมา อาจารย์ผู้ปวดหัวแต่เช้าก็อดไม่ได้ที่จะเอ็ดเ้าตัวดีออกไปเบาๆ “เดี๋ยวเถอะ จริงจังหน่อย!”
ถึงอาจารย์จะพูดแบบนั้นแต่คนจอมซ่าก็ยังแอบเห็นรอยยิ้มมุมปากของอาจารย์อยู่ดี เธอจึงพยักหน้าแล้วตอบรับ “โอเคๆ”
หลินเฉี่ยนไม่ได้แจ้งความกลับคนพวกนั้น อันที่จริงเธอไม่คิดที่จะเอาเื่อยู่แล้วั้แ่แรก เพราะเธอเองก็ไม่อยากให้เื่มันยุ่งยากมากความ มันก็แค่คนไม่ชอบหน้าที่หาเื่ทะเลาะกัน สำหรับเธอมันไม่ได้เป็เื่ใหญ่อะไรจนถึงขั้นต้องเสียเวลาไปกับมัน
แต่ถึงแม้ว่าหลินเฉี่ยนจะไม่ได้ใส่ใจอะไร แต่เื่นี้เหล่าผู้ปกครองคนอื่นๆคงไม่ปล่อยหนานอินไปง่ายๆ แถมทางมหาวิทยาลัยเองก็คงจะต้องมีการลงโทษเธอด้วยแน่ๆ
หลินเฉี่ยนเดินออกมาจากห้องพักอาจารย์ด้วยท่าทางสบายใจ พร้อมกันนั้นในใจเธอก็นึกขอบคุณคนที่ช่วยถ่ายวิดีโอนั่นไว้ไปด้วย
เมื่อเห็นหลินเฉี่ยนออกมา หลินหยีก็ยิ้มส่งให้ด้วยท่าทางตื่นเต้น “ฮ่าๆๆๆ หลินเฉี่ยนเมื่อกี้เธอโคตรเท่เลย”
หลินเฉี่ยนกอดอกก่อนที่จะเชิดหน้าขึ้นด้วยท่าทางภาคภูมิใจ สาวห้าวเก๊กหน้าให้เท่สุดๆแล้วพูด “เรียกฉันว่าอะไรนะ?”
“คุณชายเฉี่ยน เจ๋งสุดๆไปเลย!”
.
.
.