
“หนูไม่กลัวแล้วแค่มีรถก็หนีพ้น”ดวงตาที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นมองทางด้านหน้าที่พอออกไปได้สักพักก็เป็ทางคดเคี้ยวซึ่งเด็กสาวไม่เคยขับรถเส้นทางแบบนี้แม้แต่ครั้งเดียว
“ฉันจะไปส่งเธอกลับบ้านเอง หยุด!” พลาธิปรู้ดีว่าพอออกไปได้สามกิโลทางจะโหดร้ายมากหากคนไม่เก่งเื่ขับรถและเขาก็เห็นฝีมือการขับรถของเด็กสาวแล้ว
ในขณะที่บุญชญาก็เหยียบคันเร่งเร็วมากขึ้นเท่าที่จะทำได้
“ว้าย!” หมาจรสีดำวิ่งตัดหน้ารถทำให้เด็กสาวหัวใจหล่นวูบเพราะเกือบชนจริงๆ
“ยัยบ้าจะรีบไปไหนทางไม่ค่อยดีฝนก็ทำท่าจะตกอีก”เขาอดเป็ห่วงคนที่ขับรถไม่ได้แต่ก็ต้องตั้งสติเพราะเด็กสาวขับรถเร็วมากจนน่าใ
“ตะต้นไม้ เลี้ยวไหนซ้ายขวา มะไม่นะ!” สีหน้าของบุญชญาแสดงออกว่ากำลังใสุดขีดเพราะจู่ๆก็เห็นป้ายระวังเหวด้านหน้าแต่ที่กั้นชำรุดและป้ายก็ไม่ค่อยชัดทำให้ทุกอย่างสายเกินไปเสียแล้ว
“คุณพ่อคุณแม่ พี่ดิน! ช่วยน้องบุญด้วย…”เสียงร้องด้วยความหวาดกลัวและสิ้นหวังเพราะทุกอย่างกำลังดิ่งลงเหว รถยนต์พุ่งลงไปได้ครึ่งคันแต่ต้นไม้ที่ค้ำไว้กำลังจะหักเพราะน้ำหนักของรถ
“ไม่นะ!” พลาธิปร้องดังลั่นเพราะเขาเห็นแล้วว่ารถที่บุญชญาขับเสียหลักพุ่งลงไปครึ่งคันแล้วหากต้นไม้หักก็คงจบทุกอย่าง
“ช่วยด้วย!” บุญชญาร้องด้วยความหวาดกลัว
“ไขกระจกลงได้ไหม!” เขาะโอยู่้าพยายามจะช่วยดึงรถเอาไว้
“พี่เข้าใจหนูผิดนะหนูมีอะไรจะบอก”
“ฟังนะไม่ต้องพูดอยู่นิ่งๆเดี๋ยวต้นไม้จะหัก”
“พี่ชายหนูเป็เ้าของรถแต่หนูแค่จะมาคุยแทนพี่”
“ชื่อบดินทร์ใช่ไหม”
“ค่ะ”
“เธอชื่ออะไร” เขาถามพร้อมกับพยายามล้วงกระเป๋าหยิบโทรศัพท์มือถือและก็ทำหล่นลงไปด้านล่าง
“บุญชญา” เด็กสาวพยายามข่มตาแล้วเปล่งเสียงบอกชื่อตัวเองกับเขา
“พอแล้วไม่ต้องพูดในนั้นมีมือถือของเธออยู่ลองเปิดแล้วโทรหาคนมาช่วยเพราะฉันอาจจะช่วยเธอไม่ได้แล้ว” เขาพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
“เครื่องปิดอยู่แต่หนูไม่กล้าเอื้อมไปหยิบ”
“งั้นอยู่นิ่งๆนะ”
“พี่ รถมันจะไหลลงแล้วหนูกลัวฮือ…”
“ไม่ต้องกลัว”เขาเห็นแล้วว่าต้นไม้ที่ค้ำอยู่ด้านล่างน่าจะรับน้ำหนักได้ไม่กี่นาที
“ถ้าพี่อยากแก้แค้นเื่พี่ชายหนูชนน้องสาวพี่หนูขอนะหากชีวิตหนูชดเชยได้”
“ไม่ต้องชดเชยหยุดพูด!” เขาเริ่มสีหน้าไม่ค่อยดีเพราะรับรู้ว่าคงไม่อาจยื้ออะไรไว้ได้อีกแล้ว
“ให้มันจบที่บุญนะ บุญขอร้อง…” สิ้นเสียงรถก็พุ่งลงไปด้านล่างในขณะที่พลาธิปก็คว้าได้แค่ต้นไม้ที่อยู่ด้านล่าง
“ไม่ได้พี่ไม่ยอมนะ! พี่ขอโทษ!”เสียงร้องราวกับคนเสียสติดังลั่นป่าบริเวณนั้น ฝูงนกแตกรังบินกระจายไปทั่วบริเวณต้นไม้เล็กๆหักตามแนวที่รถยนต์หล่นลงไป ด้านล่างที่เต็มไปด้วยโขดหินและเศษซากกระดูกของสิ่งมีชีวิตที่คาดว่าน่าจะพลัดตกลงไปดวงตาคู่เศร้าหันมองที่โทรศัพท์มือถือก่อนจะฝืนลมหายใจเฮือกสุดท้ายที่ตนมีกดเปิดเครื่องด้วยความหวัง
“ตะติดแล้ว…” เืทะลักออกเต็มข้างใบหูมือเรียวค่อยๆพิมพ์ข้อความบางอย่าง
‘หนูขับรถตกเหว’ ข้อความถูกส่งไปยังเบอร์ของนางบุญนภาและดวงตาคู่เศร้าที่เพิ่งได้ดูโลกกว้างใหญ่ไพศาลได้ไม่กี่ปีก็ปิดลงพร้อมเืไหลอาบใบหน้าร่างเพรียวกระเด็นหลุดจากรถด้วยแรงที่มีเฮือกสุดท้ายพยายามปลดสายเข็มขัดนิรภัยจนหลุดแล้วกลิ้งลงมาที่พื้นดินไม่กี่นาทีเสียงะเิก็ดังขึ้นจนคนร่างสูงโปร่งที่ยืนะโเรียกอยู่้าได้แต่ทรุดเข่าด้วยความปวดร้าวหัวใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้าเขา
“พี่ขอโทษพี่ขอโทษ…พี่ขอโทษพี่ขอโทษเธอได้ยินไหมบุญชญา พี่ขอโทษ!”เขาร่ำไห้ตลอดเวลาและก็หาทางลงไปด้านล่างและก็โชคร้ายเมื่อเขาพลาดตกเหวตามลงไปเพราะฝนเริ่มลงเม็ดทำให้ลื่นและกลิ้งหายไปด้านล่าง
“พี่ขอโทษ…” พลาธิปร้องบอกก่อนจะหมดสติไป
สร้อยทิพย์ที่เป็กังวลใจอยู่แล้วรีบพาลุงกวีตามมาและเห็นรถมอเตอร์ไซค์ของตนจอดข้างทางพร้อมร่องรอยของรถยนต์ที่ตกลงไปทำให้รีบโทรแจ้งตำรวจมาตรวจสอบแต่เ้าหน้าที่ก็ยังไม่สามารถลงไปด้านล่างได้ต้องวางแผนกันก่อนเพราะทางลงไปค่อนข้างอันตรายและต้องเดินทางลงไปเท่านั้น
“ลูกบุญ ” นางบุญนภาอ่านข้อความแล้วก็พยายามโทรติดต่อไปแต่ก็ติดต่อไม่ได้
“อะไรครับ”บดินทร์ขออ่านข้อความบ้าง
“แม่จะเป็ลมลูก น้องขับรถตกเหว”นางบุญนภาทรุดตัวลงที่พื้นทันที
“คุณแม่ครับเราต้องไปให้ข้อมูลกับเ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อตามหาน้องตอนนี้เลยนะครับคุณแม่ไหวไหมไม่งั้นผมจะไปคนเดียวเอง”
“ไหวลูก”
บดินทร์กลับไปที่สถานีตำรวจเล่าเื่ข้อความและให้เ้าหน้าที่ช่วยเช็กสัญญาณโทรศัพท์ของเขาว่าอยู่ที่ไหน่บ่ายของวันรุ่งขึ้น ข่าวหน้าหนึ่งทุกสำนักทางสื่อออนไลน์และรายการข่าวทางโทรทัศน์เสนอข่าวใหญ่เด็กสาววัยสิบหกขับรถตกเหวรถะเิเหลือแค่ซากรถบางส่วนในขณะที่คนขับซึ่งเป็เด็กสาวไม่พบร่องรอยหรือชิ้นส่วนใดๆเลยซึ่งเ้าหน้าที่ยังไม่ระบุว่าเสียชีวิตเพราะยังค้นหาไม่เจอการค้นหาทั้งคืนยังไม่พบร่องรอยของเด็กสาวและครอบครัวก็ยังหวังว่าเด็กสาวจะยังมีชีวิตอยู่ส่วนผู้ชายที่ขี่มอเตอร์ไซค์ตามมานั้นหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยแต่ทางเ้าหน้าที่ตำรวจคาดว่าน่าจะพลัดตกเหวไปเช่นกัน
“ตราบใดไม่เจอศพ ลูกบุญยังมีชีวิต ฉันเชื่อแบบนั้น”นางบุญนภาพูดทั้งน้ำตาพร้อมกอดสามีไว้แน่น
“ทุกอย่างคงเพราะผมชนเขาแล้วไม่อยู่รับผิดชอบน้องเลยต้องมารับเคราะห์แทนแบบนี้”บดินทร์พูดปนเสียงสะอื้นจนไหมฟ้าต้องมากอดเพื่อให้กำลังใจคนรัก
“เราบริสุทธิ์ใจสักวันเขาต้องเข้าใจเรานะคะ”
“ถ้าย้อนเวลาไปได้ผมจะไปเจอเขาเอง”
โรงเรียนมัธยมประจำอำเภอแห่งหนึ่งในจังหวัดนครราชสีมา
ดวงตาคู่งามที่เต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยวกำลังจ้องลูกแบตมินตันที่ฝั่งตรงข้ามกำลังตีสวนกลับมาแต่จู่ๆก็รู้สึกหวิวๆรู้สึกเหมือนจะร้องไห้
“เป็อะไร” เพื่อนอีกฝั่งะโถาม
“ไม่รู้สิใจคอไม่ดีเลยพักก่อนนะเราไม่โอเคว่ะ”
“ยัยกุลดูข่าวนี่สิน่าสงสารจังรุ่นเดียวกับเราเลยว่ะ เฮ้ย!หน้าแม่งเหมือนแกเลยดูสิ” กุลธิดาเด็กสาววัยรุ่นที่กำลังเล่นแบตมินตันหยุดเล่นแล้วเสยผมที่ปลิวมาปิดแก้มรีบเดินมาหาเพื่อนแล้วมองรูปภาพของคนในข่าว
“ลูกคนรวยนี่รูปอื่นมีปะดูหน่อย”
“นี่เหมือนโคตรๆวะฝาแฝดแกปะวะ” อินทิราเพื่อนสนิทของกุลธิดายื่นรูปภาพดังกล่าวให้ดู
“เออคล้ายว่ะ แต่เราไม่มีพี่น้องนะเว้ย”กุลธิดายังจ้องรูปภาพนั้นติดตาเด็กสาวคนนั้นหน้าตาเรียบร้อยเหมือนลูกคุณหนูไม่ผิดเพี้ยนก่อนจะเดินไปเก็บของใส่กระเป๋าเพราะรู้สึกหมดอารมณ์เล่นแบตมินตันไปเสียดื้อๆ
“ข่าวดังมากนะสงสารเขาจังคงเจ็บน่าดูตกลงไป”
“เดี๋ยวตำรวจคงหาเจอหรือไม่ก็คงไม่รอด” กุลธิดาพูดพลางเอามือทาบที่หน้าอก
“เป็ไร”
“ไม่รู้พอพูดถึงแล้วใจหายกลับดีกว่าแม่กำลังจะถึงโรงเรียนล่ะ”
“งั้นเจอกันพรุ่งนี้เรากลับรถสองแถวต้องแวะตลาดซื้อของให้แม่ก่อน”
“กลับดีๆนะแก”
“โอเคเพื่อน”สองสาวแยกย้ายกันส่วนกุลธิดามายืนรอมารดาไม่ถึงสิบนาทีรถยนต์คันหนึ่งก็มาจอดอยู่ด้านข้างของเด็กสาว
“ว่าไงลูก เหนื่อยไหม” นางกุลวดียิ้มแล้วก็มองหน้าลูกสาว
“แม่คะหนูเจอข่าวเด็กรุ่นเดียวกันขับรถตกเหวหาศพไม่เจอแต่คงไม่รอดแล้วล่ะ” กุลธิดาพูดด้วยน้ำเสียงเศร้าเพราะจู่ๆก็รู้สึกใจหายเหมือนอะไรสักอย่างกำลังจากไปแต่ก็อธิบายความรู้สึกของตัวเองไม่ได้ว่ามันคืออะไรกันแน่
“นั่นล่ะลูกจำไว้อย่าคิดขับรถแม่ไปเพียงลำพังนะรอให้อายุถึงเกณฑ์ก่อนเข้าใจไหม ว่าแต่ข่าวไหนแม่ยังไม่เห็นเลยทำงานยุ่งทั้งวัน”
“แป๊บนะ แม่คะแต่คนในข่าวหน้าเหมือนหนูมากเลยค่ะแม่ดูสิ”กุลธิดายื่นโทรศัพท์มือถือให้มารดาดู
“ไม่นะ!” นางกุลวดีเอามือทาบอกเมื่อมองชื่อและนามสกุลก่อนจะร้องไห้ลั่นรถจนลูกสาวใ
“แม่เป็อะไรคะ”
“ยะยาดมหาให้แม่หน่อย”
“นี่ค่ะ” กุลธิดามองหน้ามารดาแล้วก็ดูรูปภาพอีกครั้ง
“กุล ฟังนะฮือ…” นางกุลวดีร้องไห้สะอึกสะอื้น
“ค่ะแม่ หรือว่ารู้จักคะเป็ญาติหรือเปล่าหน้าเหมือนหนูมากเลย”
“หนูกับเขาเป็ฝาแฝดกัน หนูเกิดก่อนสองนาทีเขาเป็น้องฮือ…” นางกุลวดีร้องไห้แล้วก็เป็ลมไปจริงๆ
“ไม่นะ! แม่!” กุลธิดาสับสนไปหมดเมื่อได้ยินเพราะมารดาไม่เคยบอกเื่ตนมีฝาแฝดผู้น้องเลย
“มีอะไรหนู”คุณครูที่ผ่านมาถามด้วยความสงสัย
“แม่เป็ลมค่ะ”
“ครูที่ห้องพยาบาลยังไม่กลับปะช่วยกันพยุงไปนอนพักก่อนเดินไปหน่อยเดียวก็ถึง”
“ค่ะ” กุลธิดาประคองมารดาพร้อมกับคอยยื่นยาดมให้ตลอดเวลา
“ไม่!” นางกุลวดีตื่นมาอีกทีแล้วก็กรีดร้องราวกับคนเสียสติเพราะไม่เคยคาดคิดว่าลูกฝาแฝดอีกคนจะต้องมาเจอเื่ราวโหดร้ายแบบนี้
“แม่ต้องเล่านะคะ หนูต้องมีสิทธิ์รับรู้เื่น้อง”ดวงตาคู่งามที่เต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยวจ้องหน้ามารดาเพื่อรอฟังเื่ที่ตนเพิ่งได้รับรู้อย่างใจจดใจจ่อ
“เื่มันนานมากแล้วถ้าน้องไม่ตกเหวแม่คงไม่เอ่ยถึงเื่นั้นอีกเื่ของคนใจร้ายสองคน”นางกุลวดีกลั้นน้ำตาเอาไว้ในขณะที่กุลธิดาก็กอดมารดาไว้แน่น