ตอนที่ 1 สถานที่แปลกใหม่
แสงของอาทิตย์อัศดงยามเช้าได้สาดส่องแสงทองทอประกายผ่านม่านหน้าต่างที่ถูกย้อมไปด้วยสีแดงเืปนสีครีม แสงที่ส่องเข้ามานั้นได้กระทบไปยังเปลือกตาของหญิงสาวคนหนึ่งที่กำลังนอนหลับใหลอยู่ในห้วงของความฝัน
ภายใต้แสงที่ส่องกระทบเข้ามานั้น ทำให้หญิงสาวที่กำลังนอนหลับใหลอยู่ภายใต้เตียงที่นุ่มฟูจนแทบไม่อยากจะรู้สึกตัวเพื่อตื่นขึ้นมารับวันใหม่ของเช้าวันนี้ เธอค่อยๆ ลืมตาขึ้นช้าๆ เหมือนอย่างปกติ มือที่กำลังค่อยๆ ประคองตัวลุกขึ้นเพื่อนั่งตามประสาของคนที่เพิ่งจะตื่นนอน เธอบิดตัวไปมาอยู่หลายครั้งเพื่อคลายความเมื่อยล้าจากการนอนหลับ
ในขณะที่เธอกำลังบิดตัวอยู่นั้น สายตาที่ค่อยๆ เบิกกว้าง ได้ตกตะลึงกับสถานที่ที่ตัวเองพบ
“ที่ไหนเนี่ย!”
เธออุทานขึ้นทันที หลังจากที่เธอได้กวาดตามองไปรอบๆ พร้อมทั้งยกมือขึ้นมาขยี้ตาของตนทันที เพื่อดูให้แน่ใจว่าที่ที่ตนอยู่ตอนนี้คือที่ไหนกันแน่ เธอใกับสถานที่ที่อยู่ตรงหน้าอย่างมาก เธอกวาดตามองไปรอบๆ แล้วพบว่าห้องที่เธอเคยอยู่ล่าสุดก่อนที่จะหลับไปนั้นไม่ใช่ห้องแห่งนี้
ล่าสุดเธอได้เช่าห้องพักที่ย่านลึกลับย่านหนึ่งในเมืองXXX เพื่อหลบซ่อนตัวในการทำภารกิจที่ได้รับมอบหมายเมื่อหนึ่งเดือนก่อน ซึ่งห้องห้องนั้นมีลักษณะค่อนข้างเก่าและทรุดโทรม เธอจึงคิดว่านี่อาจจะเป็ความฝันก็ได้ เพราะห้องที่เธอกำลังอยู่ ณ ตอนนี้เป็ห้องที่ค่อนข้างหรูหราและดูโอ่อ่า ซึ่งมันผิดกับห้องของเธอลิบลับ แต่ทั้งหมดทั้งมวลที่กล่าวมานั้น มันก็ยิ่งทำให้เธอรู้สึกระแวงมากยิ่งขึ้นเพราะถ้าหากเป็ความฝัน แสดงว่าเธอต้องหลับลึกแค่ไหนกันถึงได้มีฝันแบบนี้เกิดขึ้น ฝันที่ค่อนข้างเหมือนจริงแบบนี้
หญิงสาวคนนี้มีโค้ดเนมว่าซีโร่ หรือก็คือหมายเลขศูนย์นั่นเอง เธอทำงานให้กับองค์กรลับที่ขึ้นตรงต่อรัฐบาลโลก องค์กรนี้จัดตั้งขึ้นเพื่อปราบปรามพวกที่กระทำผิดกฎหมายรายใหญ่ๆ ซึ่งภารกิจก็จะมีหลายแบบ เช่น สืบข้อมูล จับกุม หรือถ้าได้รับภารกิจแดงก็คือการปลิดชีพทุกคนที่ขึ้นบัญชีแดง โดยที่ห้ามเหลือแม้แต่คนเดียว ซึ่งในครั้งนี้ซีโร่ได้รับภารกิจสืบข้อมูลเท่านั้น
ซีโร่ที่มั่นใจว่าเธอนั้นได้หลับไปในห้องเช่าก่อนหน้านี้ แต่ตอนนี้กับกลายมาอยู่ในห้องของใครก็ไม่รู้ จนทำให้รู้สึกว่านี่อาจจะเป็เพียงความฝัน ดังนั้นเธอจึงพยายามที่จะหลับไปอีกครั้งเพื่อหวังว่าอีกสักพักจะได้ตื่นขึ้นในห้องที่เธอรู้จัก
ในขณะที่ซีโร่กำลังหลับไปนั้น เธอได้ตกอยู่ในห้วงมิติที่ลึกลับแห่งหนึ่ง ทำให้จิตของเธอรู้สึกแปรปรวนและขณะที่จิตของเธอกำลังสั่นคลอน เธอได้ยินเสียงไพเราะนุ่มนวลของหญิงคนหนึ่งดังขึ้น
“เซล่า... เซล่า...”
เธอรู้สึกตัวทันทีที่ได้ยินคนเรียกชื่อ ชื่อที่ไม่อยากได้ยินมากที่สุดและก็แทบจะไม่ได้ยินมานานมากแล้วด้วย
“ตื่นได้แล้ว เซล่า” เสียงที่นุ่มนวลยังคงเอ่ยชื่อเธอไม่ยอมหยุด
ซีโร่ที่ลืมตาขึ้นอีกครั้งจากการหลับใหล เธอได้พบกับหญิงสาวคนหนึ่ง ซึ่งเธอเองก็ไม่คุ้นหน้าหรือรู้จักกับหญิงสาวคนนี้มาก่อน แต่ทว่าผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้ากับทำให้ซีโร่ไม่สามารถละสายตาได้เลย
ใบหน้าที่สวยราวกับเทพธิดา เธอมีใบหน้าเรียวเล็กเป็ทรงรูปตัววี ผมที่เธอทำมาวันนี้ก็ดูคล้ายๆ การถักเปีย เธอปอยผมที่ถักมาไว้ด้านข้างและปล่อยผมด้านหน้าเล็กน้อย ผมของเธอมีสีดำอ่อนๆ พร้อมทั้งั์ตาสีทองที่คล้ายกับทองคำ ตาของเธอกลมโตและสันจมูกเป็ทรงสูงที่ดูเหมาะกับใบหน้าของเธอมากๆ ริมฝีปากของเธอค่อนข้างเล็ก เป็ธรรมชาติ การแต่งตัวที่ได้เห็นคือเธอสวมชุดเดรสสีฟ้ายาวและมีลวดลายที่แปลกตา ชุดเธอนั้นคล้ายๆ ชุดองค์หญิงในเทพนิยาย
“เป็เ้าหญิงเหรอ?”
อะ!
ซีโร่เผลอหลุดปากอุทานขึ้นอย่างไม่ตั้งใจเพราะมัวแต่มองและเคลิบเคลิ้มใบหน้าของหญิงสาวที่อยู่ตรงหน้า
“โทษที เมื่อกี้เธอเรียกฉันว่าอะไรนะ” เมื่อได้สติซีโร่จึงเอ่ยถามหญิงสาวทันที
“เซล่า เราเรียกท่านว่าเซล่า” หญิงสาวที่มีน้ำเสียงไพเราะเอ่ยตอบเธอด้วยเสียงเรียบๆ
“ทำไมถึงรู้จักชื่อนั้น” ซีโร่ถามด้วยความสงสัย
“ทำไมงั้นเหรอ? ก็ท่านชื่อเซล่าไม่ใช่เหรอ?” หญิงสาวตอบอย่างตรงไปตรงมาเพราะคิดว่าตนนั้นไม่ได้เรียกผิดแต่อย่างใด
เมื่อได้รับคำตอบ ซีโร่จึงครุ่นคิดเกี่ยวกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ชื่อที่หญิงสาวคนนี้ได้กล่าวขึ้นมานั้น เป็ชื่อที่เคยถูกลบไปเมื่อสิบปีก่อน ซึ่งมันเคยเป็ชื่อเก่าสมัยที่ซีโร่ยังไม่ได้เข้ามาทำงานที่องค์กรลับ
(เซล่า ที่แปลว่ามีความสุข) แต่ชื่อก็เป็เพียงชื่อเท่านั้นชีวิตจริงของเซล่านั้นไม่ได้มีความสุขอย่างที่ความหมายของชื่อบอกไว้
เซล่าอาศัยอยู่กับแม่เพียงลำพัง ซึ่งพ่อที่แท้จริงของเธอได้ทิ้งไป ั้แ่เธอยังไม่เกิด ซึ่งเื่นี้ก็มีผลทำให้แม่ของเธอทั้งโกรธและเกลียดในตัวเซล่าเป็อย่างมาก เพราะใบหน้าของเซล่านั้น มีความคล้ายคลึงกับใบหน้าของพ่อเธอเป็อย่างมาก และนั่นก็เป็จุดเริ่มต้นของเด็กน้อยคนหนึ่งที่ถูกรังเกียจมาโดยตลอด
กระทั่งวันหนึ่งแม่ของเซล่าได้มีพ่อเลี้ยงคนใหม่และไม่ทันไรก็ยังมีลูกด้วยกันหนึ่งคน ซึ่งเซล่าที่ไม่เคยได้รับความรักจากแม่อยู่แล้ว ตอนที่ครอบครัวของแม่สมบูรณ์แบบขึ้น เซล่าก็ไม่ต่างอะไรกับคนที่ไม่มีตัวตน
ความรักที่ไม่เคยได้ััอยู่แล้ว มันยิ่งทำให้ความรู้สึกของเด็กน้อยคนนี้ห่างไกลจากความเป็คนมากยิ่งขึ้น เพราะจากเดิมก็ถูกแม่ทุบตีเป็ประจำอยู่แล้ว ตอนนี้มีทั้งพ่อเลี้ยงและน้องที่โตวันโตคืน ทั้งสามคนต่างพากันทำร้ายและดูิ่ดูแคลนเซล่าอย่างหนัก จนวันหนึ่งเธอตัดสินใจหนีออกจากบ้านหลังนั้นมาเพื่อหนีทุกอย่าง
เด็กน้อยที่เร่ร่อนอยู่ข้างนอกราวๆ สองสามวัน ในสภาพที่ทั้งหิวโหยและหนาวเหน็บ เธอได้พบกับชายคนหนึ่ง ซึ่งเขาทำงานให้กับองค์กรลับ และเขาได้ชักชวนให้เธอมาอยู่ด้วยกัน และเซล่าที่ไม่มีอะไรจะเสียอยู่แล้วจึงตามชายคนนั้นไป ซึ่งนั้นก็เป็่อายุเมื่อตอนวัยสิบห้าปี แต่ ณ ปัจจุบันเซล่ามีอายุราวๆ ยี่สิบห้าปีแล้ว
“ทำไมท่านถึงเงียบไป” หญิงสาวกล่าวขึ้นขณะที่เธอกำลังยืนมองเซล่าอย่างตั้งอกตั้งใจ
“ขอโทษที พอดีฉันคิดอะไรเพลินไปหน่อย” เซล่าตอบกลับอย่างเรียบๆ และกลับมาสบตากับคนที่อยู่ตรงหน้าอีกครั้ง
เซล่าที่กำลังเหม่อนึกถึงเื่ในอดีต เกี่ยวกับชื่อที่ถูกตั้งขึ้นโดยที่ไม่ได้สอดคล้องกับความรู้สึกที่เคยได้รับมาั้แ่เด็กเลยแม้แต่น้อย
“ช่างเื่ชื่อแล้วกัน ว่าแต่... ที่นี่ที่ไหนเหรอ? ทำไมรอบๆ ถึงมีแต่ความมืดแบบนี้ แล้วทำไมมีแสงแค่ตรงที่เราสองคนยืนอยู่” เซล่าถามด้วยความสงสัยเพราะจู่ๆ ก็โผล่มาที่ไหนก็ไม่รู้ตั้งสองครั้งสองคราว
“มิติคู่ขนาน... ตอนนี้ท่านและเราอยู่ระหว่างโลกสองใบที่ประสานกันเป็ช่องว่างระหว่างมิติ” หญิงสาวอธิบายให้เซล่าฟังอย่างเรียบๆ
“มิติคู่ขนานเหรอ? ของแบบนั้นยังเป็แค่การสันนิษฐานไม่ใช่เหรอ ไม่มีทางมีจริงแน่ๆ” เซล่าพูดขณะที่หันซ้ายหันขวาอย่างลุกลี้ลุกลนเพื่อมองหาทางออก
“แล้วท่านรู้ได้ยังไงว่าไม่มีจริง แล้วคิดว่าที่นี่มันคือที่ไหนกัน ความฝัน? ถ้างั้นแล้วทำไมท่านยังไม่ตื่นอีกล่ะ ก่อนหน้านี้ท่านไปมิติของเรามาแล้วนี่..” หญิงสาวเอ่ยถามด้วยวาจาที่บึ้งตึงเล็กน้อยพร้อมทั้งมองเซล่าไม่วางตา ขณะเดียวกันเซล่าก็ยังคงสับสนกับสิ่งที่เกิดขึ้น
“เดี๋ยวนะ อย่าบอกนะ... ห้องที่ดูหรูหรานั่นเป็ห้องของเธอ”
“ใช่ นั่นน่ะเป็มิติของเรา”
“แล้วทำไมตอนที่ฉันตื่นขึ้นมาถึงไม่เจอเธอ”
“เอ่อ... คือว่าเื่นั้น...”
หญิงสาวมีท่าทีอ้ำอึ้งไปชั่วครู่ เธอแสดงสีหน้าไม่สบายใจออกมา และดูเหมือนว่าเซล่าก็พอจะเดาใจของเธอออกเช่นกัน จึงเลี่ยงที่จะไม่เอาคำตอบนั้นจากเธอ
“เอาเถอะ ไม่ต้องบอกฉันก็ได้ ว่าแต่... ถ้านี่เป็มิติคู่ขนานจริงๆ แล้วฉันมาทำอะไรที่นี่กันล่ะ” แววตาที่เต็มไปด้วยความสงสัยของเซล่า เธอจึงเอ่ยถามหญิงสาวที่ยืนอยู่ตรงหน้าและคิดว่าคำถามนี้หญิงสาวคงพอที่จะตอบคำถามได้อย่างไม่กังวลใจ
“เดี๋ยวอีกสักพักท่านก็จะได้รู้อย่างแน่นอน แต่ตอนนี้สิ่งเดียวที่ท่านควรจะรู้ก็คือ ต่อจากนี้ไป ท่านจะต้องเข้ามาอยู่ในร่างของเรา” น้ำเสียงเรียบๆ เอ่ยขึ้นอย่างไม่รีรอ
ฮะ!
เซล่าอุทานขึ้นด้วยความใ
“เดี๋ยว... ใจเย็นๆ นะ ทำไมฉันจะต้องเข้าไปอยู่ในร่างของเธอด้วย”
“ก็เพราะว่าเราไม่ได้อยากใช้ร่างนี้แล้ว แต่หากจะทิ้งไปก็นึกเสียดาย จริงๆ เราก็จำใจที่จะต้องทำแบบนี้เช่นกัน” เธอเอ่ยอย่างเรียบเฉยโดยไม่สนใจเซล่าที่กำลังเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก
“เธอจะยกร่างนี้ให้ฉัน ทั้งๆ ที่ฉันก็มีร่างกายของฉันอยู่แล้วงั้นเหรอ? ฉันไม่เอาหรอก” เซล่าบอกปัดทันทีเพราะรู้สึกว่าเื่นี้มันค่อนข้างไร้เหตุผลสิ้นดี และก็ไม่รู้ด้วยว่าที่พูดมันเื่จริงหรือแค่เธอฝันไป
“ท่านไม่มีแล้วตั้งหาก”
เสียงที่ตัดบทของหญิงสาวคนนี้ทำให้เซล่าถึงกับชะงัก
“หมายความว่าไง?” ด้วยความใที่มีบวกกับใบหน้าที่ดูไม่มีท่าทีจะล้อเล่นเลยสักนิดของหญิงสาวที่ยืนอยู่ต่อหน้าเซล่า
อึก!
เสียงกลืนน้ำลายดังขึ้นอยู่ภายในลำคอของเซล่า เธอรู้สึกว่านี่อาจจะไม่ใช่เื่ล้อเล่นแล้ว แม้แต่ความฝันก็ด้วย นี่อาจจะเป็เื่ที่คาดไม่ถึงสำหรับเธอ
เฮ้อ!
หญิงสาวที่กำลังมองจ้องมาที่เซล่าได้ถอนหายใจออกมาเบาๆ
“เื่นั้น เดี๋ยวท่านก็ได้รู้เอง เมื่อเวลาที่เหมาะสมมาถึง” เธอเอ่ยอย่างเรียบๆ พร้อมกับมองตรงไปที่ดวงตาของเซล่า
เอ๊ะ!
เซล่าอุทานขึ้นเพราะเธอได้เห็นร่างกายของหญิงสาวกำลังค่อยๆ จางหายไปทีละน้อย
“เดี๋ยวสิ ทำไมร่างกายของเธอมันเริ่มจางๆ” เซล่าเอ่ยด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนกเพราะเพิ่งจะเคยเจอกับสถานการณ์แบบนี้
“ถึงเวลาต้องไปแล้ว เรามีเื่ที่อยากจะบอกท่านอยู่ไม่กี่เื่ หนึ่งระวังคนรอบๆ ตัวไว้ให้ดี สองมีหลายอย่างที่รอท่านอยู่ และสามจงใช้ชีวิตที่เหลือของท่านตามที่้าได้เลย” เธอเอ่ยขึ้นอย่างเรียบๆ พร้อมกับใบหน้าที่เปื้อนรอยยิ้มจางๆ
“เดี๋ยวสิ ฉันยังไม่เข้าใจเื่ที่เกิดขึ้นเลยนะ” เซล่ายังไม่ทันได้ถามอะไรต่อเธอถูกพูดดักคอขึ้นเสียก่อน
“หวังว่าจะได้เจอกันอีกนะ”
“เดี๋ยว…”
เอ๊ะ!
เซล่าอุทานขึ้นด้วยความใ
เมื่อสิ้นเสียงของหญิงสาว ร่างเล็กๆ ก็ได้จางหายไป จากสายตาของเซล่าจนหมดสิ้น
“นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่” น้ำเสียงไร้อารมณ์ได้อุทานขึ้นกับตัวเองเพียงลำพัง
หลังจากที่ทุกอย่างเงียบสงบลง ท่ามกลางความมืดที่มีแสงสว่างเพียงน้อยนิด ร่างของเซล่าก็ค่อยๆ จางหายไปเช่นกัน ด้วยความตกตะลึง ทำให้เธอเริ่มเชื่อแล้วว่านี่อาจจะเป็มิติคู่ขนานแบบที่หญิงคนนั้นได้กล่าวไว้ เพราะหากเป็ฝันตอนนี้ก็น่าจะต้องตื่นได้แล้ว
ภายใต้ความคิดที่กำลังสับสน ร่างของเซล่าก็หายเข้าไปในความมืดที่ไร้เสียงไร้ผู้คน ขณะที่ไร้ร่างไร้สติ เธอได้จมดิ่งอยู่ภายใต้ความมืดมิดที่ไร้ขอบเขต แต่แล้วภาพที่ปรากฏขึ้นภายในจิตใต้สำนึกของเซล่า ทำเอาสติที่เลือนรางของเธอกลับมาทันที เพราะภาพในอดีตของเธอกำลังลอยเข้ามาอย่างช้าๆ
ความทรงจำที่เธอไม่อยากนึกถึงได้ลอยเข้ามาเต็มหัวไปหมด ภาพที่เธอถูกแม่ของเธอทุบตี ภาพที่เธอกำลังหิวโหยเพราะไม่ได้กินอะไรมาหลายวัน ภาพที่เธอมองไปที่ครอบครัวของแม่แล้วรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ ภาพหลากหลายภาพต่างลอยเข้ามาถากถางความรู้สึกของเธอ
และภาพที่สุดช็อกก็ได้ปรากฏขึ้น ความทรงจำล่าสุดที่คิดว่าตัวเองกำลังนอนหลับอยู่ภายใต้ห้องเช่าแห่งหนึ่ง แต่มันกลับกลายเป็ภาพที่เธอกำลังจมดิ่งลึกลงไปในแม่น้ำ
“ฉันจำได้แล้ว”
เสียงภายในจิตใจของเซล่าดังขึ้น และภาพความทรงจำล่าสุดที่เป็ของจริงได้ลอยตามเข้ามาทันที เธอจำได้แล้วว่าล่าสุดเธอไปทำภารกิจที่ได้รับมอบหมายให้ไปสืบข้อมูลของพวกมาเฟียกลุ่มหนึ่ง และเหมือนว่าจะจัดการไปได้ด้วยดี แต่แล้วก็เกิดเหตุไม่คาดคิด มีใครบางคนส่งข้อมูลของเธอให้แก่มาเฟียกลุ่มนั้น พวกนั้นก็เลยรู้ตัวว่ามีคนแฝงเข้ามา จากนั้นพวกเขาจึงพยายามไล่ตามเซล่าที่กำลังหนีอยู่
เซล่าขับรถหนีอย่างปกติโดยไม่ลุกลี้ลุกลนแต่อย่างใด เพราะเหตุการณ์แบบนี้เคยเกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้ง เพราะบางครั้งข้อมูลของเซล่าเวลาทำภารกิจก็มีรั่วไหลบ้าง ซึ่งนั่นก็เป็อีกสาเหตุที่ทำให้เซล่าต้องมาสืบค้นเหมือนกัน และตอนนี้ก็รู้แล้วว่าใครคือตัวการที่เปิดเผยข้อมูลของเธอ เธอตั้งใจจะนำเื่นี้ไปบอกชายคนนั้นที่เคยช่วยเหลือเธอไว้ เขามีชื่อว่า บอส ซึ่งตามชื่อเลย เขาเป็บอสใหญ่ของหน่วยที่สังกัดในองค์กร
แต่ทว่า เซล่าที่ขับรถมาเรื่อยๆ จนถึงสะพานใหญ่แห่งหนึ่ง เธอขับขึ้นสะพานโดยปกติ แต่แล้วก็มีรถบรรทุกคันหนึ่งขับสวนมาอีกเลน ซึ่งเซล่าคิดว่าคงเป็รถที่ขับตามท้องถนนโดยทั่วไป เธอจึงไม่ได้เอะใจและขับตรงต่อไปทั้งอย่างนั้น
โครม!
รถบรรทุกคันดังกล่าวตั้งใจขับเฉี่ยวรถของเซล่า จนรถของเธอถลาเปลี่ยนทิศทาง
เอี๊ยด!
เสียงเบรกดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง เซล่าพยายามควบคุมรถอย่างหนักหน่วง แต่ด้วยแรงที่ปะทะกันของรถที่ขับมาเฉี่ยวจึงทำให้ล้อรถเหวี่ยงไปทางขอบสะพาน
ตู้ม!
เสียงรถที่ถูกแรงปะทะทำให้เสียหลักด้วยความแรงที่ชนบวกกับแรงเบี่ยงของรถ ทำให้ทั้งรถทั้งคนตกลงไปในแม่น้ำ
เซล่าที่อยู่ในสถานการณ์คับขัน เธอรีบพยายามออกจากรถ แต่ทว่า ประตูรถทางฝั่งคนขับกับเปิดไม่ออก ซึ่งสาเหตุอาจจะมาจากรถบรรทุกที่เฉี่ยวไปเมื่อครู่ ทำให้ประตูเกิดความขัดข้อง เธอจึงดิ้นรนไปออกประตูอีกข้าง ซึ่งมันสำเร็จและเธอสามารถออกมาได้แต่ว่า ่เวลาที่เธอกำลังดิ้นรนออกจากรถนั้น รถของเธอก็ค่อยๆ จมดิ่งลงไปเช่นกัน เธอที่ตกลงมาลึกจนเกินไป การกลั้นหายใจก็ใกล้หมดแรงเต็มที ส่วนแรงที่จะว่ายขึ้นไปให้ถึงที่ปลอดภัยก็ไม่เหลือแล้วเช่นกัน เพราะทั้งได้รับาเ็จากรถชนเมื่อครู่และแรงกระแทกของรถที่ตกลงมาในน้ำเมื่อกี้ จึงทำให้ในที่สุดเธอได้จมหายไปในแม่น้ำที่ลึกสุดหยั่งถึง
เซล่าได้เห็นความทรงจำสุดท้ายของชีวิต เธอรู้สึกสิ้นหวังและไม่ยุติธรรมเลยสักนิด เธอได้ข้อมูลทั้งหมดมาแล้วแต่กลับไม่ได้เอาไปให้คนคนนั้น เธอรู้สึกโกรธที่ตัวเองต้องมาตายในสภาพแบบนี้
เธอคิดว่าเื่ราวทั้งหมดคงจบลงไปแล้ว เพราะเธอได้ตายไปแล้ว แต่ทว่า ได้มีภาพความทรงจำแปลกประหลาดหลุดเข้ามาในหัวของเธออย่างกะทันหัน
เอ๊ะ!
เสียงภายในจิตใจดังขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับภาพความทรงจำของใครก็ไม่รู้ลอยเข้ามา เซล่าพยายามมองไปที่ภาพต่างๆ ที่ลอยเข้ามาอย่างช้าๆ เหมือนเป็ภาพสโลโมชั่น และภาพที่ได้ปรากฏอยู่ภายใต้จิตใจของเธอก็คือภาพความทรงจำของผู้หญิงที่เพิ่งเจอกันเมื่อครู่
เธอได้เห็นเื่ราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นมากมายของภาพความทรงจำนั้น ทั้งสถานที่ทั้งผู้คนต่างๆ ที่หญิงคนนั้นเคยรู้จักได้ลอยเข้ามาในหัวเรื่อยๆ จนตอนนี้เธอเริ่มรู้สึกเวียนหัวและรู้สึกเหมือนจะอาเจียนออกมา ความคิดความอ่านเริ่มสับสนมากขึ้น เธอจึงพยายามข่มจิตให้หลับเพื่อที่จะได้หยุดรับภาพพวกนี้เข้ามาในหัว
“หยุดเดียวนี้นะ!” เธอเอ่ยขึ้นด้วยความอึดอัด แต่ทว่าครั้งนี้ มีน้ำเสียงเปล่งออกมาด้วย พร้อมทั้งความรู้สึกที่เหมือนกำลังนอนอยู่บนพื้นนุ่มๆ บางอย่าง
เธอรู้สึกเหมือนมีแสงอยู่ที่ปรายตา เธอจึงค่อยๆ ลืมตาขึ้น แต่เพราะแสงสว่างที่จ้าเกินไปของห้องนี้ทำให้เธอไม่สามารถลืมตาได้ในทันที เพราะก่อนหน้านี้เธออยู่ภายใต้ความมืดมิดเป็เวลานาน
เมื่อเธอลืมตาได้จนสำเร็จ จนสามารถมองไปในที่ต่างๆ ได้โดยที่ไม่รู้สึกแสบตาแล้ว เธอจึงมองไปรอบๆ
“ที่นี่มัน”
ห้องที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าของเธอก็คือห้องที่เธอเคยตื่นขึ้นมาเจอในครั้งแรกและคิดว่าตัวเองกำลังฝันอยู่จึงหลับไปโดยไม่ได้สังเกตห้องอย่างถี่ถ้วน แต่ครั้งนี้เธอตื่นขึ้นโดยไม่ได้ใอย่างที่คิด เพราะเธอเห็นห้องนี้ในความทรงจำที่ลอยเข้ามาในหัวก่อนหน้านี้
ห้องนี้มีขนาดกว้างมากๆ ถ้าจะเปรียบกับห้องแถว ห้องนี้คงจะเป็ห้องห้าแถวที่ถูกทุบให้รวมกัน การตกแต่งภายในห้องก็ดูคล้ายๆ ห้องสไตล์เชื้อพระวงศ์ของชนชั้นสูงที่เธอเคยดูในซีรีส์ ซึ่งของต่างๆ ในห้องนี้เต็มไปด้วยลวดลายแปลกๆ และลักษณะการออกแบบก็แปลกจนแทบจะไม่ค่อยมีคนใช้ในชีวิตจริงสักเท่าไหร่ จะมีก็แต่พวกราชวงศ์เท่านั้น
เซล่ากวาดมองไปรอบๆ แล้วรู้สึกอึดอัดจึงพยายามลุกขึ้นจากเตียงนุ่มๆ ที่เธอกำลังนอนอยู่ เธอลุกขึ้นด้วยความทุลักทุเลเหมือนเด็กทารกที่เพิ่งจะหัดเดิน เพราะเธอยังไม่ค่อยชินกับร่างกาย เธอพยายามเดินตรงไปที่กระจกบานใหญ่ที่ตั้งอยู่้าโต๊ะเครื่องแป้ง
เธอมองไปที่กระจกที่มีลวดลายโอ่อ่าจนแทบไม่กล้าเดินเข้าไปส่อง เธอพยายามทำใจและเดินเข้าไปใกล้ๆ เพื่อส่องกระจกอย่างช้าๆ
แววตาที่ตกตะลึงถึงใบหน้าที่อยู่ในกระจกนั้น
“ฉันมาอยู่ในร่างของเธอจริงๆ ด้วย”
แปะ!
เซล่ายกมือขึ้นตบที่แก้มเบาๆ
“ไม่ได้ฝันงั้นสินะ” เซล่าพูดกับภาพสะท้อนของตัวเองในกระจก ซึ่งบุคคลที่สะท้อนออกมาจากกระจกก็คือผู้หญิงที่ราวกับเทพธิดาคนนั้น ที่เธอได้มาพบกับเซล่าก่อนหน้านี้
เซล่ารู้ได้ในทันทีว่าวินาทีนี้คงไม่ใช่ความฝันแล้วแน่ๆ ตอนนี้เธอได้เข้ามาอยู่ในร่างของริโอน่า องค์หญิงแห่งอาณาจักรโอเรียนน่า ซึ่งเป็ชื่อของหญิงสาวคนนั้น ถ้าจะถามว่าเซล่ารู้ได้ยังไงน่ะเหรอ ก็เพราะภาพความทรงจำของริโอน่าที่เข้ามาในหัวของเซล่าก่อนหน้าที่เธอจะตื่น มันได้เผยทั้งชื่อและที่อยู่หรือแม้แต่ ณ ปัจจุบันองค์หญิงคนนี้ได้มาอาศัยอยู่ที่อาณาจักรเบลินด้าซึ่งได้มาอยู่ในฐานะคู่หมั้นขององค์ชายเทรย์เวอร์
เซล่าได้รู้เื่ราวทั้งหมดผ่านความทรงจำที่ได้เห็นก่อนหน้านี้จึงเริ่มเข้าใจสถานการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว ตอนนี้เธอเข้ามาอยู่ในร่างขององค์หญิงที่มีคู่หมั้นเป็องค์ชาย และองค์ชายที่ว่าเธอก็ได้เห็นความทรงจำมาเช่นกัน
เซล่ารู้สึกแปลกๆ ที่ได้มาอยู่ในร่างขององค์หญิงที่มีความสำคัญกับบุคคลอื่นๆ มากมาย ซึ่งต่างจากเธอที่ไม่ได้มีความสำคัญใดๆ เธอใช้ชีวิตตามคำสั่งและละทิ้งการใช้ชีวิตแบบคนปกติทั่วไปแล้ว แต่นาทีนี้กลับต้องมาอยู่ในร่างของบุคคลที่มีความสำคัญแบบนี้ เธอจึงรู้สึกหนักใจและอึดอัดนิดหน่อย
่เวลาที่ผ่านมาของเธอ เธอถูกบังคับให้มีชีวิตอย่างไร้ค่ามาโดยตลอด แม้ว่าก่อนหน้านี้จะได้รับชีวิตใหม่ที่แสนจะเรียบง่ายแล้วก็ตาม แต่เธอก็ยังไม่เคยนึกมาก่อนว่าจะต้องมาใช้ชีวิตในฐานะองค์หญิงแบบนี้
“เอาจริงใช่ไหม”
เฮ้อ!
เซล่าพูดอย่างเรียบๆ กับตัวเองในกระจกแล้วถอนหายใจออกมาอย่างสิ้นหวัง