เหตุการณ์ปราสาทตระกูลเกสโตถล่ม ดึงดูดความสนใจของคนทั้งเมืองอวาเรสอย่างรวดเร็ว และยังไม่ทันรุ่งสาง พื้นที่โดยรอบรัศมีห้าร้อยเมตรจากตัวปราสาทก็เต็มไปด้วยทหารของจักรวรรดิอวาเรส
...สองวันต่อมา
ตัวแทนตระกูลเกสโตที่แท้จริง ซึ่งย้ายออกไปตั้งถิ่นฐานใหม่ เดินทางมาถึงเมืองหลวงอวาเรส พวกเขาเพียงรับศพของเคาท์เกสโต กลับไปเท่านั้น และไม่ยอมปริปาก เอ่ยถึงเื่ราวที่เกิดกับปราสาทเกสโต
แต่จากคำกล่าวอ้างของผู้ที่รับรู้เื่ราวในหนหลัง ระบุว่าผู้นำตระกูลรุ่นก่อนได้สั่งให้ละทิ้ง และทำลายปราสาทเกสโตซะ ก่อนที่จะย้ายออกไปจากอวาเรส ไม่มีใครรู้ว่าเพราะเหตุผลใดผู้นำรุ่นก่อนของตระกูลจึงสั่งเช่นนั้น แม้จะเกิดคำถามขึ้นในใจ แต่ก็ไม่มีใครกล้าที่จะทักท้วงคำสั่งนั้น และลือกันไปถึงคำสาปโบราณที่มีต่อตระกูล ในเวลาต่อมาผู้นำตระกูลคนก่อนสิ้นชีวิตลง ทำให้เคาท์เกสโตซึ่งมีศักดิ์เป็น้องชาย ได้สิทธิ์ปราสาท แม้คนอื่น ๆ ในตระกูลจะยึดถือคำสั่งเสียให้ละทิ้งปราสาทเก่าหลังนี้ แต่เคาท์เกสโตก็เลือกที่จะละเลยคำสั่งเสียของพี่ชาย จนในที่สุดก็เหลือเขาเพียงคนเดียวที่ยังคงอยู่ในอวาเรส และดูเหมือนเขาจะหมกมุ่นกับการทำบางอย่าง อีกทั้งมีบุคคลแปลกหน้าเข้า ๆ ออก ๆ ปราสาทอยู่เป็ประจำ แต่สุดท้ายเคาท์เกสโตก็เสียชีวิตหลังจากปราสาทได้เพียงไม่กี่ปี
และปริศนาที่ไม่มีใครรู้ก็ ยังคงเป็ความลับต่อไป ทิ้งไว้เพียงคำกล่าว ของผู้นำคนใหม่ของตระกูลเกสโต เขาได้เอ่ยบางสิ่งกับขุนนางคนหนึ่งของอวาเรส
"ในที่สุดทุกอย่างมันก็จบเสียที..." คำพูดถูกเอ่ยขึ้นลอย ๆ และไม่ได้อธิบายขยายความต่อ
เื่ราวความลึกลับของปราสาทเกสโตที่เคยมีมาในอดีต เช่นคำสาปจากโบราณกาล เสียงโหยหวนอันไร้ที่มา สัตว์อสูรหน้าตาแปลกประหลาด หรือแม้แต่ิญญาร้าย ก็จบสิ้นลงหลังจากปราสาทได้ถูกทำลาย และจักรวรรดิอวาเรสก็เข้ายึดครองพื้นที่ ก่อนจะส่งมอบมันต่อให้กับโรงเรียนเวทมนต์และการทหารอวาเรส ทำให้ตำนานต่าง ๆ ที่เคยมีมาค่อย ๆ ถูกกาลเวลากลบหายไปในที่สุด...
เสียงดังสนั่นหวั่นไหว เมื่อปราสาทเกสโตถล่มลงมา แม้แต่ห้องทดลองลับ ซึ่งปกคลุมไปด้วยเวทคุ้มกันที่แ่า ก็ถูกกลบทับไปจนหมด ทุกอย่างล้วนกลายเป็เศษซาก...ยกเว้นเพียงช่องว่างเล็ก ๆ ที่ถูกห่อหุ้มด้วยเวทมิติ เด็กชายผอมแห้งคนหนึ่ง นอนคดตัวด้วยความกลัวอยู่ ในช่องว่าง...แน่นอนว่าเด็กคนนั้นก็คือจงลั่ว ที่เพิ่งจะใช้ทักษะว่างเปล่าอันสุดท้ายไป
มิติปิดป้องกันจงลั่วไว้ จากการโดนถล่มทับ แต่ไม่อาจป้องกันแรงอัดกระแทกที่ทะลุผ่านมาได้ รวมถึงอากาศหายใจที่ค่อย ๆ ลดน้อยลง
เขาเริ่มรู้สึกอึดอัดเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ และยังคงสับสนอยู่ในความมืดมิด แม้จะพยายามใช้ทักษะสอดแนม(หูหมาั์ตาเหยี่ยว) แต่ดูเหมือนว่ามันจะไม่ทำงาน และเมื่อลองใช้ทักษะกูเจอก็ดูเหมือนว่า มันจะไม่ทำงานเช่นเดียวกัน
"เกิดอะไรขึ้นกันเวลาที่ใช้ทักษะน่าจะยังพอเหลืออยู่...รึเพราะเราาเ็อยู่"
จงลั่วพยายามขยับตัวจากท่านอนให้ลุกขึ้นนั่ง แต่ความเ็ปก็แล่นขึ้นมาจากชายโครงด้านขวา ราวกับว่าด้านในนั้นเกิดการฉีกขาด เหงื่อเม็ดเป้งผุดขึ้น ความร้อนอบอ้าวภายในมิติปิดเพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย สติที่เคยแจ่มใสเริ่มจะพร่ามัว หากเขาไม่ทำอะไรสักอย่าง คงต้องกลายเป็ผีเฝ้าหลุมมิติแห่งนี้แน่นอน
"หน้าต่างทักษะ" คำสั่งที่แ่เบาหลุดจากปากที่แห้งผาก
ความสามารถในการเรียกใช้หน้าต่างทักษะยังคงอยู่ รอยยิ้มจางปรากฏขึ้นบนใบหน้าที่ใกล้จะสิ้นหวังเต็มทน
ทักษะติดตัว
กลืนกิน - ทักษะที่ทำให้สามารถกินผลึกอสูรได้ (ไม่มีข้อมูล)
ระดับทักษะ ... *ทักษะที่มาจากการทดลอง
รายละเอียดความ สามารถกินผลึกอสูรเพื่อฟื้นพลังให้ตัวเอง(สไลม์ทั่วไป) สไลม์กลายพันธุ์ที่กลืนกินแสงสว่างจนหยดสุดท้าย ถูกใช้เป็ภาชนะที่เก็บความมืด...สังหาร...กลืนกิน...แทนที่...
ทักษะในหน้าต่างที่เคยมีถึง 5 ทักษะตอนนี้กลับเหลือแค่หนึ่ง จงลั่วพยายามเรียกคำสั่งซ้ำ แต่ดูเหมือนทักษะของเขาจะเหลือเพียงแค่ทักษะเดียวเท่านั้น จงลั่วไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะตอนนี้สายตาของเขาก็พร่ามัว เกินกว่าจะอ่านข้อมูลในหน้าต่างสถานะเสียแล้ว
ความหวังที่ริบหรี่อยู่แล้วยิ่งมืดมนเข้าไปอีก ตอนนี้จงลั่วทำได้เพียงใช้สองมือที่ยังคงเหลือเรี่ยวแรงอยู่เล็กน้อย ปัดป่ายไปรอบ ๆ ตัว แต่ก็ทำอะไรได้ไม่มาก เมื่อเรี่ยวแรงใกล้หมดลง จงลั่วหายใจก็เริ่มหนัก เสียงหอบหายใจ...ดังขึ้น...และดังขึ้น
เมื่อความหวังทั้งหมดกำลังจะดับลง มือขวาของจงลั่วที่ปัดป่าย...คว้าจับบางสิ่งขึ้นมาได้ แม้จะมองไม่เห็นเพราะความมืด แต่ด้วยรูปัั จงลั่วรู้สึกว่ามันคล้ายกับผลึกอสูรที่เขาเคยเห็น จงลั่วไม่รีรอที่จะใช้ความคิดอีก เขารีบหยิบมันขึ้นมายัดลงไปในปาก และกลืนมันลงไปทันที
ทักษะกลืนกินแสดงผลตามที่มันระบุไว้ ความที่เคยเ็ปที่มีค่อย ๆ หายไป ร่างกายที่เคยบอบช้ำฟื้นฟูกลับเป็ปกติอย่างรวดเร็ว แต่ความอ่อนล้าที่ได้รับมาทั้งวัน ก็ทำให้จงลั่วหลับไป
ทุกอย่างดูเหมือนจะกลับไปเป็ปกติ แต่เื่ราวประหลาดก็เกิดขึ้น เมื่อความมืดที่ปกคลุมมิติว่างเปล่ารอบตัวจงลั่ว ค่อย ๆ ถูกสูบเข้าไปในร่างกายของเขาจนหมด แสงสว่างสีขาวนวลส่องออกมาจากผนังทุกด้าน เผยให้เห็นร่างที่ซีดขาวของจงลั่วอย่างชัดเจน แม้ตาของเขาจะยังคงปิดสนิท แต่แขนขากลับสั่นกระตุกไม่หยุด ราวกับมันไม่เชื่อฟังเ้าของร่างอีกต่อไป...
"ข้าอยู่ที่ไหน" จงลั่วเอ่ยขึ้น "เ้า..."
จงลั่วฝันถึงเื่ราวประหลาด เขาได้พบกับตัวเองอีกคนในความฝัน แต่ต่างกันที่ตัวเขาอีกคนมีดวงตาสีดำสนิท มันจ้องมองดูเขา และเขาก็จ้องมองดูมัน
"ข้าคือเ้า...แต่เ้าไม่ใช่ข้า ฮ่า ฮ่า ฮ่า" จงลั่วอีกคนเริ่มหัวเราะอย่างคลุ้มคลั่ง "ข้าจะกลืนกินเ้า ข้าจะทำลายเ้า ข้าจะยึดครองเ้า ข้าจะเอาทุกสิ่งที่เป็ของเ้ามาเป็ของข้า"
เมื่อได้ยินทุกคำพูด ร่างของจงลั่วก็แข็งนิ่ง ราวกับถูกตรึงไว้กับเสาั์ เขาไม่สามารถแม้แต่จะกระดิกนิ้ว
"จำเอาไว้ไอ้หนู...ข้า ก็คือ ข้า ฮ่า ฮ่า ฮ่า"สิ้นเสียงมือขวาของจงลั่วอีกคน พุ่งแทงเข้าใส่ตำแหน่งหัวใจของจงลั่ว แต่ดูจะไม่สำเร็จ เพราะแสงสว่างกลุ่มน้อยได้พวยพุ่งออกมาจากร่างของจงลั่ว และกลับกลายเป็ร่างที่เขาคุ้นตา...ม๊อค
แสงสว่างที่ก่อตัวเป็ม๊อค พยายามต่อสู้เพื่อปกป้องจงลั่ว แต่ในที่สุดแสงสว่างก็สูญสลายไป
"ข้าคงช่วยเ้าไม่ได้แล้วเ้าหนู เ้าสิ่งนี้มันเกินกำลังของข้า"
เหลือเพียงความมืดทียังคงอยู่ แต่ดูจากสภาพแล้วมันาเ็ไม่ใช่น้อย แต่ดูเหมือนมันยังคงไม่ละความพยายามที่จะจู่โจมจงลั่ว แต่ดูเหมือนตอนนี้มันจะไม่อาจคงรูปลักษณ์ที่เหมือนกับจงลั่วได้อีก แต่เปลี่ยนเป็กลุ่มควันสีดำขนาดใหญ่ พุ่งเข้าใส่จงลั่วแทน
"กลืนกิน...กลืนกิน...กลืนกิน" เสียงดังสะท้อนก้อง อยู่ในหัวของจงลั่ว จุ่ ๆ ตัวเขาก็กลายสภาพเป็สไลม์สีดำ แบบเดียวที่เห็นในห้องทดลอง และเขมือบกลุ่มควันนั้นเข้าไปจนหมด ก่อนที่ทุกอย่างจะสูญสลายกลายเป็ความว่างเปล่า