หนานหมิงได้ให้จอมปีศาจเฮยลู่ซ่อนตัวอยู่ที่ศาลาชุนหมิงก่อน
หลังจากที่ตรวจสอบค่ายกลรวมไปถึงสิ่งก่อสร้างต่างๆเสร็จเรียบร้อยแล้ว หนานหมิงก็กลับไปยังที่พักของตัวเอง
ไม่กี่วันต่อมา
ในขณะที่หนานหมิงกำลังนั่งพักหลังจากที่ประลองกับเจียงหยูหวางเสร็จ นกกระดาษสีทองก็ปรากฏขึ้นที่ด้านหน้าของหนานหมิง
เป็นข้อความที่หนิงขวงส่งมาให้กับเขา
หนานหมิงอ่านดูจึงรู้ว่าตอนนี้นิกายเทียนซูสาขาหลักได้ส่งผู้นำนิกายเทียนซูและผู้อาวุโสระดับสูงสองคนมาที่อาณาจักรต้าโจวเพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดีกับศาลาชุนหมิง
ผู้อาวุโสทั้งสองคือผู้อาวุโสสองและผู้อาวุโสสามของนิกายเทียนซู
ผู้อาวุโสสองมีชื่อว่า หวังเปียน เป็นยอดฝีมือระดับเหนือยุทธ์ขั้นสมบูรณ์
ส่วนผู้อาวุโสสามมีชื่อว่า ฮั่วฉีเย่ ยอดฝีมือระดับเหนือยุทธ์ขั้นสมบูรณ์เช่นเดียวกัน
ทั้งสองมาหาศาลาชุนหมิงเพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดีแก่กัน เพราะพวกเขารู้ว่าศาลาชุนหมิงเองก็มียอดฝีมือระดับสูงอยู่ในกองกำลังเหมือนกัน แถมยังเป็นถึงระดับจ้าวยุทธ์ ด้วยความแข็งแกร่งระดับนี้นิกายเทียนซูยอมต้องกอดต้นขาใหญ่ต้นนี้ให้ดี
สำหรับความแข็งแกร่งในนิกายเทียนซูสาขาหลัก พวกเขามียอดฝีมือระดับเซียนยุทธ์อยู่เจ็ดคนเท่านั้น ซึ่งแบ่งเป็นเซียนยุทธ์ขั้นกลางสองคนและห้าคนอยู่ขั้นต้น
ผู้นำนิกายเทียนซูมีชื่อว่า เสียนเหอกวง เขาเป็นยอดฝีมือระดับเซียนยุทธ์ขั้นต้นที่อายุน้อยที่สุดมีความเป็นไปได้ที่จะทะลวงเข้าสู่ขั้นกลางของเซียนยุทธ์อีกด้วย
ส่วนยอดฝีมือระดับเหนือยุทธ์ขั้นสมบูรณ์พวกเขามีไม่ต่ำกว่าสิบคน ถือว่าพวกเขาเป็นกองกำลังชั้นยอดของอาณาจักรเฉาหลุน
หนานหมิงอ่านจบเขาก็ครุ่นคิดและส่งข้อความกลับไปหาหนิงขวงว่า ให้หนิงขวงจัดการเองได้เลยแล้วค่อยรายงานเขาทีหลัง เพราะตอนนี้เขาอยากที่จะปล่อยวางและให้คนอื่นๆจัดการสิ่งต่างๆแทน ตัวเขาอยากที่จะนอนเป็นปลาเค็มอยู่ที่บ้านเฉยๆ
สำหรับนิกายเทียนซู หนานหมิงให้ความจนใจเล็กน้อยเพราะเขาก็อยากรู้ข้อมูลต่างๆของทวีปเฮ่อหลุนเช่นกัน ซึ่งมันจะมีประโยชน์ต่อพวกเขาในอนาคต
ไม่กี่วันต่อมา
หนิงขวงได้ส่งข้อความมาบอกหนานหมิงว่านิกายเทียนซูได้ส่งคำเชิญให้ศาลาชุนหมิงไปเป็นแขกที่นิกายเทียนซูสาขาหลัก นอกจากนี้พวกเขาก็คิดที่จะสร้างฐานที่มั่นในเมืองเทียนซูให้กับศาลาชุนหมิงด้วย
เมืองเทียนซูนับว่าเป็นเมืองของนิกายเทียนซู เรียกได้ว่าเป็นเมืองใหญ่แห่งหนึ่งของอาณาจักรเฉาหลุนได้เลย ซึ่งมีพื้นที่ขนาดใหญ่กว่าสองพันลี้และยังมีประชากรไม่ในเมืองไม่ต่ำกว่าแปดสิบล้านคน
ภายในอาณาจักรเฉาหลุนเรียกได้ว่านิกายเทียนซูนับว่าเป็นนิกายที่แข็งแร่งอันดับต้นๆของอาณาจักรเฉาหลุน
หนิงขวงตกลงที่จะไปยังเมืองเทียนซูเพื่อตรวจสอบข้อมูลต่างๆให้กับหนานหมิง และเขาก็คิดที่จะสร้างฐานที่มั่นขนาดเล็กขึ้นที่เมืองเทียนซูด้วย
หนานหมิงเองก็ยอมรับความคิดของหนิงขวง เขาจึงบอกให้หนิงขวงสามารถเบิกงบประมาณในการสร้างสาขาศาลาชุนหมิงที่เมืองเทียนซูได้ และคนที่จะคอยดูแลที่เมืองเทียนวูจะต้องมีพลังอย่างน้อยๆจ้าวยุทธ์ เพราะทวีปเฮ่อหลุนกองกำลังที่แข็งแกร่งที่สุดก็คือระดับจ้าวยุทธ์ เพราะฉะนั้นการส่งจ้าวยุทธ์ไปดูแลสาขาจึงนับว่าเป็นเรื่องที่สมผลอย่างยิ่ง
พริบตาเดียวก็ผ่านไปอีกหนึ่งเดือน
ในช่วงเวลาครึ่งเดือนที่ผ่านมา หนานเฟยหยุนพร้อมด้วย ซวีลั่ว หนานอวี้ หนานหลินและคนของตระกูลหนานอีกนับร้อยคนได้ขึ้นเรือบินก่อนที่จะมุ่งหน้าไปยังอาณาจักรต้าโจว
เนื่องจากตอนนี้ตระกูลหนานเป็นเป้าหมายของเหล่าผู้ฝึกยุทธ์พเนจรรวมไปถึงรุ่นเยาว์จำนวนมาก ทำให้ทุกการเคลื่อนไหวของตระกูลหนานถูกจับจ้องอย่างใกล้ชิด
จู่ๆการที่เรือบินของตระกูลหนานพร้อมด้วยคนของตระกูลหนานนับร้อยคนขึ้นเรือบินและมุ่งหน้าออกจากตระกูลไปอย่างรวดเร็ว ทำให้ทุกๆคนที่อยู่รอบๆต่างก็รู้สึกประหลาดใจและสงสัยเป็นอย่างมาก
ด้วยความที่ว่าตระกูลหนานเก็บความลับเป็นอย่างดีทำให้กองกำลังทั้งหลายได้แต่สงสัยแต่ก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับตระกูลหนานกันแน่
แม้กระทั้งคนของหมู่บ้านตระกูลหนานที่ติดตามตระกูลหนานมายังเมืองต้าฉินแห่งนี้ก็ยังไม่รู้เลยว่าตระกูลหนานทำอะไรกันแน่
แม้ว่าหนานหมิงจะถูกซักถามโดยคนรู้จักแต่เขาก็บอกเพียงแค่ว่าเอาไว้รู้ตอนที่จะเปิดรับสมัครคนเข้าร่วมกับตระกูลหนานแล้วกัน
นอกจากนี้เรือบินจำนวนมากจากอาณาจักรต้าเฉียนก็มาถึงเมืืองต้าฉิน
ซึ่งนำโดยราชวงศ์เฉียนและสี่ตระกูลใหญ่ของพวกเขา
จำนวนเรือบินที่พวกเขานำมามีไม่ต่ำกว่าสามพันลำและจำนวนคนมากกว่าสองล้านคน
การมาถึงของอาณาจักรต้าเฉียนทำให้คนของอาณาจักรต้าเหยียนไม่พอใจขึ้นมา เนื่องจากทั้งสองอาณาจักรไม่ค่อยถูกกันและมักจะมีปัญหากันตลอด ทำให้เกิดสงครามขึ้นระหว่างสองอาณาจักรหลายครั้ง
เพราะฉะนั้นเมื่อคนของอาณาจักรต้าเหยียนเจอกับอาณาจักรต้าเฉียนก็มักจะมีปากเสียงกันพอสมควร แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่มีใครกล้าที่มีปัญหากันจนถึงขั้นลงไม้ลงมือกัน
ด้วยเหตุนี้ทำให้อาณาจักรต้าเฉียนไม่ได้เข้าไปอาศัยอยู่ในเมืองต้าฉิน พวกเขาอาศัยอยู่ที่เรือบินของพวกเขาแทน
เนื่องจากเรือบินของพวกเขามีขนาดใหญ่และสามารถจุคนได้มากกว่าหลักหมื่นคนต่อหนึ่งลำ แถมทุกลำก็ยังมีที่พักอยู่หลายห้อง ถ้าหากพวกเขาต้องการไปซื้อของหรือท่องเที่ยวก็ค่อยกลับมาที่เรือบิน ทั้งนี้ก็เพื่อลดการปะทะกันระหว่างสองอาณาจักร
พริบตาเดียวก็ผ่านไปอีกครึ่งเดือน
ตอนนี้ก็เหลือเวลาสองวันก่อนที่จะเปิดรับสมัครคนเข้าร่วมกับตระกูลหนาน ทำให้ตอนนี้รอบๆภูเขาเฉียนตงเต็มไปด้วยผู้ฝึกยุทธ์จำนวนมากที่มาตั้งถิ่นฐานชั่วคราวอยู่ไม่ไกลจากภูเขาเฉียนตงมากนัก
ภายในบ้านพักของหนานหมิง ณ หมู่บ้านตระกูลหนาน
หนานหมิงที่กำลังนอนเล่นอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ข้างบ้านพัก เขาก็ได้ยินเสียงของระบบดังขึ้นว่า
[ โฮสต์สามารถอัญเชิญได้แล้วตอนนี้ ไม่ทราบว่าโฮสต์จะทำการอัญเชิญเลยหรือไม่? ]
หนานหมิงตอบตกลงทันที เพราะเขาเองก็รอเวลานี้มานานนับเดือนแล้ว
ไม่นานนักการ์ดสีทองก็ลอยอยู่ด้านหน้าของหนานหมิง
[ ยินดีด้วยโฮสต์ได้ทำการอัญเชิญ เป่ยจวิ้นแห่งนิกายร้อยอสูร ตัวละครระดับสีทอง ความแข็งแกร่งระดับจ้าวยุทธ์ขั้นสมบูรณ์ ]
[ ตัวละครที่ถูกโฮสต์อัญเชิญมาจะมีความซื่อสัตย์กับโฮสต์อย่างยิ่งและไม่มีวันทรยศโฮสต์อย่างแน่นอน ]
จากนั้นหนานหมิงก็อัญเชิญต่ออีกครั้งหนึ่ง
เพียงแต่ครั้งนี้โชคของหนานหมิงก็หมดลงไปแล้ว
ไม่นานนักการ์ดสีทองก็ลอยอยู่ด้านหน้าของหนานหมิง
[ ยินดีด้วยโฮสต์ได้ทำการอัญเชิญ เฉียงกั่วแห่งถ้ำตะวันจรัส ตัวละครระดับเงิน ความแข็งแกร่งระดับบรรพจารย์ยุทธ์ขั้นสมบูรณ์ ]
[ ตัวละครที่ถูกโฮสต์อัญเชิญมาจะมีความซื่อสัตย์กับโฮสต์อย่างยิ่งและไม่มีวันทรยศโฮสต์อย่างแน่นอน ]
หนานหมิงมองดูการ์ดสีเงินด้วยแววตาเหม่อลอยเล็กน้อย เนื่องจากตอนนี้ระดับต่ำกว่าเหนือยุทธ์แทบจะไม่มีประโยชน์สำหรับเขาแม้แต่น้อย แต่ถึงอย่างนั้นตัวละครที่หนานหมิงอัญเชิญมานับว่ามีข้อดีคือความซื่อสัตย์และการที่พวกเขาสามารถทะลวงคอขวดได้ในทันทีโดยที่ไม่ต้องเสียเวลาในการพักแม้แต่น้อย
“ ดูเหมือนว่าโชคของข้าจะหมดลงไปแล้วสินะ แต่อย่างน้อยการได้จ้าวยุทธ์มีอีกหนึ่งคนก็นับว่าเป็นเรื่องที่ดีเพราะอย่างน้อยๆในอนาคตก็จะกลายเป็นเทพยุทธ์ได้ อีกอย่างดวงดีบ้างดวงแย่บ้างก็เป็นเรื่องปกติ ” หนานหมิงถอนหายใจและเรียกทั้งสองออกมา
ทั้งสองออกมาและเป็นเป่ยจวิ้นที่มอบทรัพยากรบางส่วนให้กับหนานหมิงก่อนที่ทั้งสองจะถูกส่งตัวไปยังศาลาชุนหมิง
ทันใดนั้นบ่าวรับใช้ของตระกูลหนานก็เดินเข้ามาพร้อมกับโค้งคำนับให้กับหนานหมิง
บ่าวรับใช้คนนี้ก็คือคนสนิทของหนานหมิงซึ่งก็คือจู้ป๋าย คนที่เคยถูกหนานหมิงจับเข้าไปฝึกฝนในหมู่บ้านชุนหมิงตั้งแต่อดีต
นอกจากนี้ตู้ชิงก็ยังอยู่กับหนานหมิงเช่นกัน เพียงแต่ตอนนี้เขาได้ไปจัดการธุระให้กับหนานหมิงอยู่จึงไมไ่ด้อยู่ในหมู่บ้านตระกูลหนาน
ด้วยการที่ถูกฝึกฝนโดยศาลาชุนหมิงทำให้ทั้งตู้ชิงและจู้ป๋ายตอนนี้กลายเป็นยอดฝีมือแถวหน้าของตระกูลหนานแล้ว
ซึ่งปัจจุบันทั้งสองอายุสามสิบปี ความแข็งแกร่งอยู่ในระดับเหนือยุทธ์ขั้นต้น เรียกได้ว่าแม้กระทั้งผู้อาวุโสเกือบทั้งหมดในตระกูลหนานก็แทบจะเอาชนะสองคนนี้ไม่ได้
แม้ว่าความแข็งแกร่งของทั้งสองจะอยู่ในระดับเหนือยุทธ์ แต่ทั้งสองก็ยังคงจงรักภักดีต่อตระกูลหนานเป็นอย่างมาก และพวกเขาก็ยังติดตามหนานหมิงมาตั้งแต่กลับมาจากหมู่บ้านชุนหมิงเมื่อสองครึ่งปีก่อน และคอยติดตามหนานหมิงอย่างลับๆ
“ นายท่านตอนนี้ผู้คนจำนวนมากอยู่รอบภูเขาเฉียนตงขอรับ คาดว่าจำนวนผู้คนไม่ต่ำกว่าสองล้านคนแล้วด้วย นายท่านต้องการให้ข้าน้อยไล่คนเหล่านั้นออกจากพื้นที่ภูเขาเฉียนตงไปอีกสักหน่อยไหมขอรับ? ” จู้ป๋ายถามขึ้นด้วยน้ำเสียงเคารพ
หนานหมิงส่ายหน้าและกล่าวว่า “ ไม่จำเป็น แล้วก็เจ้าไปบอกให้คนที่จะเข้าร่วมกับตระกูลหนานย้ายเข้ามาอยู่ในพื้นที่ที่เตรียมเอาไว้ ส่วนคนอื่นๆก็ให้ไปรอที่หมู่บ้านใกล้ๆหรือกลับเมืองต้าฉินไปก่อน ”
จู้ป๋ายพยักหน้ารับและขอตัวไปจัดการทันที
เวลานี้รอบๆภูเขาเฉียนตง เนื่องจากใกล้จะถึงช่วงเวลาเปิดรับสมัครเข้าร่วมกับตระกูลหนานแล้ว ทำให้รอบๆภูเขาเต็มไปด้วยผู้คนจำนวนมากกวาหลักล้านคน
บ้างก็มาเพียงคนเดียว บ้างก็มาเป็นคู่ บ้างก็มาเป็นหมู่คณะ แต่ถึงแม้ว่าจะมีคนนับล้านมารวมตัวอยู่ที่เดียวกันแต่ก็ไม่มีใครกล้าสร้างปัญหาขึ้นแม้แต่คนเดียว คนจำนวนมากต่างก็นั่งอยู่แต่กับกลุ่มของตัวเองไม่ไปหาเรื่องคนอื่นๆ เพราะพวกเขากลัวว่าถ้าหากสร้างปัญหาขึ้นมาเพียงนิดเดียวก็อาจจะถูกไล่ออกจากการคัดเลือกก็ได้
ทันใดนั้นบนท้องฟ้าเหนือภูเขาเฉียนตง พลันปรากฏเงาร่างหนึ่งขึ้น ซึ่งเงานั้นก็คือจู้ป๋าย
การปรากฏตัวของจู้ป๋ายสร้างความสนใจให้กับทุกๆคนในภูเขาเฉียนตงเป็นอย่างมาก เพราะพวกเขารู้ดีว่าบนภูเขาเฉียนตงการที่จะบินบนท้องฟ้าได้จะต้องเป็นคนของตระกูลหนานเท่านั้น ถ้าหากใครที่ไม่ใช่คนของตระกูลหนานกล้าที่จะบินบนท้องฟ้าก็จะถูกค่ายกลกดทับจนไม่สามารถเคลื่อนไหวได้
“ ทุกท่านใครก็ตามที่คิดที่จะเข้าร่วมกับตระกูลหนานก็ให้ตามข้ามา ส่วนคนที่มาส่งหรือแค่แวะมาดูก็ให้ออกจากภูเขาเฉียนตงไปและรออยู่ที่หมู่บ้านหรือเมืองต้าฉิน ข้าจะให้เวลาครึ่งชั่วยามในการร่ำลากันให้เรียบร้อย ” จู้ป๋ายกล่าวขึ้นและยืนอยู่กับที่เพื่อรอให้ครบครึ่งชั่วยาม
ไม่นานนักข่าวที่คนของตระกูลหนานปรากฏตัวขึ้นบนภูเขาเฉียนตงพร้อมกับบอกให้คนที่คิดที่จะเข้าร่วมกับตระกูลหนานติดตามเขาไปยังที่ๆหนึ่ง ส่วนคนอื่นๆที่มาส่งหรือมาดูก็ให้รออยู่ด้านนอกก็แพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว
ผู้ฝึกยุทธ์พเนจรและรุ่นเยาว์จำนวนมากที่อยู่ในเมืองก็รีบมุ่งหน้ามายังภูเขาเฉียนตงด้วยความเร็วสูงสุด เพราะพวกเขากลัวว่าถ้าหากมาช้าเพียงนิดเดียวก็อาจจะไม่ทันการ
แม้ว่าจะยังไม่ถึงเวลาทดสอบแต่พวกเขาก็คิดว่าการรอก่อนก็นับว่าเป็นเรื่องที่ดีเหมือนกัน อย่างน้อยๆก็อาจจะได้สหายทีี่เข้าร่วมกับตระกูลหนานได้เหมือนกับตัวเอง
พริบตาเดียวก็ผ่านไปครึ่งชั่วยาม
ตอนนี้คนที่มาส่งก็ออกจากภูเขาเฉียนตงไปแล้ว ทำให้ตอนนี้เหลือคนที่คิดจะเข้าร่วมกับตระกูลหนานที่มีจำนวนมากกว่าสามล้านคน เรียกได้ว่าเป็นจำนวนที่ไม่น้อยเลยทีเดียว แต่ถึงอย่างนั้นหนานหมิงก็คาดการณ์เอาไว้แล้วว่าคนที่จะเข้าร่วมกับตระกูลหนานก็มีไม่ต่ำกว่าห้าล้านคนอย่างแน่นอน
สำหรับคนที่มาคิดจะเข้าร่วมกับตระกูลหนาน พวกเขาถูกพาตัวไปยังลานกว้างขนาดใหญ่ ซึ่งบนนั้นไม่มีสิ่งใดเลยนอกจากลานกว้างๆ
แม้ว่าคนจำนวนมากจะไม่ค่อยพอใจกับสถานที่เท่าไหร่ แต่ก็ทำได้เพียงแค่เงียบเท่านั้น เพราะพวกเขาคิดว่านี้อาจจะเป็นหนึ่งในการทดสอบของตระกูลหนานก็ได้
สองวันต่อมา
คนที่จะเข้าร่วมการทดสอบตระกูลหนานก็มีมากถึงเจ็ดล้านคน นับว่าสูงกว่าการคาดการณ์ของหนานหมิงอยู่เล็กน้อย
แม้ว่าจำนวนเจ็ดล้านคนอาจจะดูน้อยเมื่อเทียบกับจำนวนคนทั้งหมดทั้งในอาณาจักรต้าเหยียนและอาณาจักรต้าเฉียนที่มีรวมกันมากกว่าสามหมื่นล้านคน ถือว่าเป็นจำนวนที่น้อยมากๆ
แต่ต้องไม่ลืมว่าคนที่คิดจะเข้าร่วมตระกูลหนานเกือบทั้งหมดเป็นยอดฝีมือและรุ่นเยาว์อัจฉริยะของกองกำลังต่างๆ เพราะฉะนั้นแล้วถ้าหากมองระยะยาวแล้วล่ะก็จำนวนเท่านี้ก็เพียงพอที่จะทำให้ตระกูลหนานแข็งแกร่งขึ้นมากแล้ว
หนานหมิงที่นั่งอยู่ในห้องพักของเขา เขาก็ได้รับการแจ้งว่าอีกหนึ่งเค่อจะเริ่มทำการทดสอบเข้าร่วมกับตระกูลหนานแล้ว
สำหรับผู้อาวุโสที่จะเป็นคนดำเนินการก็เป็นเพียงแค่ผู้อาวุโสทั่วไปที่ไม่ได้ติดตามคนอื่นๆไปยังอาณาจักรต้าโจว
ผู้อาวุโสคนนี้มีชื่อว่า หนานเชี่ย อายุแค่เจ็ดสิบปีและยังเป็นยอดฝีมือระดับจักรพรรดิยุทธ์ขั้นสูง นับว่าเป็นยอดฝีมือระดับสูงสุดของตระกูลหนานในตอนนี้แล้ว เพราะผู้อาวุโสระดับจักรพรรดิยุทธ์ขั้นสมบูรณ์หรือเหนือกว่าก็มุ่งหน้าไปยังอาณาจักรต้าโจวกันทั้งหมดแล้ว