ระบบอัญเชิญพิชิตโลก

    คัดเลือก

    หนานหมิงได้ให้จอมปีศาจเฮยลู่ซ่อนตัวอยู่ที่ศาลาชุนหมิงก่อน 

    หลังจากที่ตรวจสอบค่ายกลรวมไปถึงสิ่งก่อสร้างต่างๆเสร็จเรียบร้อยแล้ว หนานหมิงก็กลับไปยังที่พักของตัวเอง

    ไม่กี่วันต่อมา

    ในขณะที่หนานหมิงกำลังนั่งพักหลังจากที่ประลองกับเจียงหยูหวางเสร็จ นกกระดาษสีทองก็ปรากฏขึ้นที่ด้านหน้าของหนานหมิง

    เป็นข้อความที่หนิงขวงส่งมาให้กับเขา

    หนานหมิงอ่านดูจึงรู้ว่าตอนนี้นิกายเทียนซูสาขาหลักได้ส่งผู้นำนิกายเทียนซูและผู้อาวุโสระดับสูงสองคนมาที่อาณาจักรต้าโจวเพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดีกับศาลาชุนหมิง

    ผู้อาวุโสทั้งสองคือผู้อาวุโสสองและผู้อาวุโสสามของนิกายเทียนซู

    ผู้อาวุโสสองมีชื่อว่า หวังเปียน เป็นยอดฝีมือระดับเหนือยุทธ์ขั้นสมบูรณ์

    ส่วนผู้อาวุโสสามมีชื่อว่า ฮั่วฉีเย่ ยอดฝีมือระดับเหนือยุทธ์ขั้นสมบูรณ์เช่นเดียวกัน

    ทั้งสองมาหาศาลาชุนหมิงเพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดีแก่กัน เพราะพวกเขารู้ว่าศาลาชุนหมิงเองก็มียอดฝีมือระดับสูงอยู่ในกองกำลังเหมือนกัน แถมยังเป็นถึงระดับจ้าวยุทธ์ ด้วยความแข็งแกร่งระดับนี้นิกายเทียนซูยอมต้องกอดต้นขาใหญ่ต้นนี้ให้ดี

    สำหรับความแข็งแกร่งในนิกายเทียนซูสาขาหลัก พวกเขามียอดฝีมือระดับเซียนยุทธ์อยู่เจ็ดคนเท่านั้น ซึ่งแบ่งเป็นเซียนยุทธ์ขั้นกลางสองคนและห้าคนอยู่ขั้นต้น

    ผู้นำนิกายเทียนซูมีชื่อว่า เสียนเหอกวง เขาเป็นยอดฝีมือระดับเซียนยุทธ์ขั้นต้นที่อายุน้อยที่สุดมีความเป็นไปได้ที่จะทะลวงเข้าสู่ขั้นกลางของเซียนยุทธ์อีกด้วย 

    ส่วนยอดฝีมือระดับเหนือยุทธ์ขั้นสมบูรณ์พวกเขามีไม่ต่ำกว่าสิบคน ถือว่าพวกเขาเป็นกองกำลังชั้นยอดของอาณาจักรเฉาหลุน

    หนานหมิงอ่านจบเขาก็ครุ่นคิดและส่งข้อความกลับไปหาหนิงขวงว่า ให้หนิงขวงจัดการเองได้เลยแล้วค่อยรายงานเขาทีหลัง เพราะตอนนี้เขาอยากที่จะปล่อยวางและให้คนอื่นๆจัดการสิ่งต่างๆแทน ตัวเขาอยากที่จะนอนเป็นปลาเค็มอยู่ที่บ้านเฉยๆ 

    สำหรับนิกายเทียนซู หนานหมิงให้ความจนใจเล็กน้อยเพราะเขาก็อยากรู้ข้อมูลต่างๆของทวีปเฮ่อหลุนเช่นกัน ซึ่งมันจะมีประโยชน์ต่อพวกเขาในอนาคต

    ไม่กี่วันต่อมา

    หนิงขวงได้ส่งข้อความมาบอกหนานหมิงว่านิกายเทียนซูได้ส่งคำเชิญให้ศาลาชุนหมิงไปเป็นแขกที่นิกายเทียนซูสาขาหลัก นอกจากนี้พวกเขาก็คิดที่จะสร้างฐานที่มั่นในเมืองเทียนซูให้กับศาลาชุนหมิงด้วย 

    เมืองเทียนซูนับว่าเป็นเมืองของนิกายเทียนซู เรียกได้ว่าเป็นเมืองใหญ่แห่งหนึ่งของอาณาจักรเฉาหลุนได้เลย ซึ่งมีพื้นที่ขนาดใหญ่กว่าสองพันลี้และยังมีประชากรไม่ในเมืองไม่ต่ำกว่าแปดสิบล้านคน 

    ภายในอาณาจักรเฉาหลุนเรียกได้ว่านิกายเทียนซูนับว่าเป็นนิกายที่แข็งแร่งอันดับต้นๆของอาณาจักรเฉาหลุน 

    หนิงขวงตกลงที่จะไปยังเมืองเทียนซูเพื่อตรวจสอบข้อมูลต่างๆให้กับหนานหมิง และเขาก็คิดที่จะสร้างฐานที่มั่นขนาดเล็กขึ้นที่เมืองเทียนซูด้วย 

    หนานหมิงเองก็ยอมรับความคิดของหนิงขวง เขาจึงบอกให้หนิงขวงสามารถเบิกงบประมาณในการสร้างสาขาศาลาชุนหมิงที่เมืองเทียนซูได้ และคนที่จะคอยดูแลที่เมืองเทียนวูจะต้องมีพลังอย่างน้อยๆจ้าวยุทธ์ เพราะทวีปเฮ่อหลุนกองกำลังที่แข็งแกร่งที่สุดก็คือระดับจ้าวยุทธ์ เพราะฉะนั้นการส่งจ้าวยุทธ์ไปดูแลสาขาจึงนับว่าเป็นเรื่องที่สมผลอย่างยิ่ง

    พริบตาเดียวก็ผ่านไปอีกหนึ่งเดือน

    ในช่วงเวลาครึ่งเดือนที่ผ่านมา หนานเฟยหยุนพร้อมด้วย ซวีลั่ว หนานอวี้ หนานหลินและคนของตระกูลหนานอีกนับร้อยคนได้ขึ้นเรือบินก่อนที่จะมุ่งหน้าไปยังอาณาจักรต้าโจว

    เนื่องจากตอนนี้ตระกูลหนานเป็นเป้าหมายของเหล่าผู้ฝึกยุทธ์พเนจรรวมไปถึงรุ่นเยาว์จำนวนมาก ทำให้ทุกการเคลื่อนไหวของตระกูลหนานถูกจับจ้องอย่างใกล้ชิด

    จู่ๆการที่เรือบินของตระกูลหนานพร้อมด้วยคนของตระกูลหนานนับร้อยคนขึ้นเรือบินและมุ่งหน้าออกจากตระกูลไปอย่างรวดเร็ว ทำให้ทุกๆคนที่อยู่รอบๆต่างก็รู้สึกประหลาดใจและสงสัยเป็นอย่างมาก

    ด้วยความที่ว่าตระกูลหนานเก็บความลับเป็นอย่างดีทำให้กองกำลังทั้งหลายได้แต่สงสัยแต่ก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับตระกูลหนานกันแน่

    แม้กระทั้งคนของหมู่บ้านตระกูลหนานที่ติดตามตระกูลหนานมายังเมืองต้าฉินแห่งนี้ก็ยังไม่รู้เลยว่าตระกูลหนานทำอะไรกันแน่ 

    แม้ว่าหนานหมิงจะถูกซักถามโดยคนรู้จักแต่เขาก็บอกเพียงแค่ว่าเอาไว้รู้ตอนที่จะเปิดรับสมัครคนเข้าร่วมกับตระกูลหนานแล้วกัน

    นอกจากนี้เรือบินจำนวนมากจากอาณาจักรต้าเฉียนก็มาถึงเมืืองต้าฉิน 

    ซึ่งนำโดยราชวงศ์เฉียนและสี่ตระกูลใหญ่ของพวกเขา 

    จำนวนเรือบินที่พวกเขานำมามีไม่ต่ำกว่าสามพันลำและจำนวนคนมากกว่าสองล้านคน

    การมาถึงของอาณาจักรต้าเฉียนทำให้คนของอาณาจักรต้าเหยียนไม่พอใจขึ้นมา เนื่องจากทั้งสองอาณาจักรไม่ค่อยถูกกันและมักจะมีปัญหากันตลอด ทำให้เกิดสงครามขึ้นระหว่างสองอาณาจักรหลายครั้ง 

    เพราะฉะนั้นเมื่อคนของอาณาจักรต้าเหยียนเจอกับอาณาจักรต้าเฉียนก็มักจะมีปากเสียงกันพอสมควร แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่มีใครกล้าที่มีปัญหากันจนถึงขั้นลงไม้ลงมือกัน

    ด้วยเหตุนี้ทำให้อาณาจักรต้าเฉียนไม่ได้เข้าไปอาศัยอยู่ในเมืองต้าฉิน พวกเขาอาศัยอยู่ที่เรือบินของพวกเขาแทน

    เนื่องจากเรือบินของพวกเขามีขนาดใหญ่และสามารถจุคนได้มากกว่าหลักหมื่นคนต่อหนึ่งลำ แถมทุกลำก็ยังมีที่พักอยู่หลายห้อง ถ้าหากพวกเขาต้องการไปซื้อของหรือท่องเที่ยวก็ค่อยกลับมาที่เรือบิน ทั้งนี้ก็เพื่อลดการปะทะกันระหว่างสองอาณาจักร

    พริบตาเดียวก็ผ่านไปอีกครึ่งเดือน 

    ตอนนี้ก็เหลือเวลาสองวันก่อนที่จะเปิดรับสมัครคนเข้าร่วมกับตระกูลหนาน ทำให้ตอนนี้รอบๆภูเขาเฉียนตงเต็มไปด้วยผู้ฝึกยุทธ์จำนวนมากที่มาตั้งถิ่นฐานชั่วคราวอยู่ไม่ไกลจากภูเขาเฉียนตงมากนัก

    ภายในบ้านพักของหนานหมิง ณ หมู่บ้านตระกูลหนาน

    หนานหมิงที่กำลังนอนเล่นอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ข้างบ้านพัก เขาก็ได้ยินเสียงของระบบดังขึ้นว่า

    [ โฮสต์สามารถอัญเชิญได้แล้วตอนนี้ ไม่ทราบว่าโฮสต์จะทำการอัญเชิญเลยหรือไม่? ]

    หนานหมิงตอบตกลงทันที เพราะเขาเองก็รอเวลานี้มานานนับเดือนแล้ว

    ไม่นานนักการ์ดสีทองก็ลอยอยู่ด้านหน้าของหนานหมิง

    [ ยินดีด้วยโฮสต์ได้ทำการอัญเชิญ เป่ยจวิ้นแห่งนิกายร้อยอสูร ตัวละครระดับสีทอง ความแข็งแกร่งระดับจ้าวยุทธ์ขั้นสมบูรณ์ ]

    [ ตัวละครที่ถูกโฮสต์อัญเชิญมาจะมีความซื่อสัตย์กับโฮสต์อย่างยิ่งและไม่มีวันทรยศโฮสต์อย่างแน่นอน ] 

    จากนั้นหนานหมิงก็อัญเชิญต่ออีกครั้งหนึ่ง

    เพียงแต่ครั้งนี้โชคของหนานหมิงก็หมดลงไปแล้ว

    ไม่นานนักการ์ดสีทองก็ลอยอยู่ด้านหน้าของหนานหมิง

    [ ยินดีด้วยโฮสต์ได้ทำการอัญเชิญ เฉียงกั่วแห่งถ้ำตะวันจรัส ตัวละครระดับเงิน ความแข็งแกร่งระดับบรรพจารย์ยุทธ์ขั้นสมบูรณ์ ]

    [ ตัวละครที่ถูกโฮสต์อัญเชิญมาจะมีความซื่อสัตย์กับโฮสต์อย่างยิ่งและไม่มีวันทรยศโฮสต์อย่างแน่นอน ] 

    หนานหมิงมองดูการ์ดสีเงินด้วยแววตาเหม่อลอยเล็กน้อย เนื่องจากตอนนี้ระดับต่ำกว่าเหนือยุทธ์แทบจะไม่มีประโยชน์สำหรับเขาแม้แต่น้อย แต่ถึงอย่างนั้นตัวละครที่หนานหมิงอัญเชิญมานับว่ามีข้อดีคือความซื่อสัตย์และการที่พวกเขาสามารถทะลวงคอขวดได้ในทันทีโดยที่ไม่ต้องเสียเวลาในการพักแม้แต่น้อย

    “ ดูเหมือนว่าโชคของข้าจะหมดลงไปแล้วสินะ แต่อย่างน้อยการได้จ้าวยุทธ์มีอีกหนึ่งคนก็นับว่าเป็นเรื่องที่ดีเพราะอย่างน้อยๆในอนาคตก็จะกลายเป็นเทพยุทธ์ได้ อีกอย่างดวงดีบ้างดวงแย่บ้างก็เป็นเรื่องปกติ ” หนานหมิงถอนหายใจและเรียกทั้งสองออกมา

    ทั้งสองออกมาและเป็นเป่ยจวิ้นที่มอบทรัพยากรบางส่วนให้กับหนานหมิงก่อนที่ทั้งสองจะถูกส่งตัวไปยังศาลาชุนหมิง

    ทันใดนั้นบ่าวรับใช้ของตระกูลหนานก็เดินเข้ามาพร้อมกับโค้งคำนับให้กับหนานหมิง 

    บ่าวรับใช้คนนี้ก็คือคนสนิทของหนานหมิงซึ่งก็คือจู้ป๋าย คนที่เคยถูกหนานหมิงจับเข้าไปฝึกฝนในหมู่บ้านชุนหมิงตั้งแต่อดีต

    นอกจากนี้ตู้ชิงก็ยังอยู่กับหนานหมิงเช่นกัน เพียงแต่ตอนนี้เขาได้ไปจัดการธุระให้กับหนานหมิงอยู่จึงไมไ่ด้อยู่ในหมู่บ้านตระกูลหนาน

    ด้วยการที่ถูกฝึกฝนโดยศาลาชุนหมิงทำให้ทั้งตู้ชิงและจู้ป๋ายตอนนี้กลายเป็นยอดฝีมือแถวหน้าของตระกูลหนานแล้ว 

    ซึ่งปัจจุบันทั้งสองอายุสามสิบปี ความแข็งแกร่งอยู่ในระดับเหนือยุทธ์ขั้นต้น เรียกได้ว่าแม้กระทั้งผู้อาวุโสเกือบทั้งหมดในตระกูลหนานก็แทบจะเอาชนะสองคนนี้ไม่ได้

    แม้ว่าความแข็งแกร่งของทั้งสองจะอยู่ในระดับเหนือยุทธ์ แต่ทั้งสองก็ยังคงจงรักภักดีต่อตระกูลหนานเป็นอย่างมาก และพวกเขาก็ยังติดตามหนานหมิงมาตั้งแต่กลับมาจากหมู่บ้านชุนหมิงเมื่อสองครึ่งปีก่อน และคอยติดตามหนานหมิงอย่างลับๆ

    “ นายท่านตอนนี้ผู้คนจำนวนมากอยู่รอบภูเขาเฉียนตงขอรับ คาดว่าจำนวนผู้คนไม่ต่ำกว่าสองล้านคนแล้วด้วย นายท่านต้องการให้ข้าน้อยไล่คนเหล่านั้นออกจากพื้นที่ภูเขาเฉียนตงไปอีกสักหน่อยไหมขอรับ? ” จู้ป๋ายถามขึ้นด้วยน้ำเสียงเคารพ

    หนานหมิงส่ายหน้าและกล่าวว่า “ ไม่จำเป็น แล้วก็เจ้าไปบอกให้คนที่จะเข้าร่วมกับตระกูลหนานย้ายเข้ามาอยู่ในพื้นที่ที่เตรียมเอาไว้ ส่วนคนอื่นๆก็ให้ไปรอที่หมู่บ้านใกล้ๆหรือกลับเมืองต้าฉินไปก่อน ”

    จู้ป๋ายพยักหน้ารับและขอตัวไปจัดการทันที

    เวลานี้รอบๆภูเขาเฉียนตง เนื่องจากใกล้จะถึงช่วงเวลาเปิดรับสมัครเข้าร่วมกับตระกูลหนานแล้ว ทำให้รอบๆภูเขาเต็มไปด้วยผู้คนจำนวนมากกวาหลักล้านคน 

    บ้างก็มาเพียงคนเดียว บ้างก็มาเป็นคู่ บ้างก็มาเป็นหมู่คณะ แต่ถึงแม้ว่าจะมีคนนับล้านมารวมตัวอยู่ที่เดียวกันแต่ก็ไม่มีใครกล้าสร้างปัญหาขึ้นแม้แต่คนเดียว คนจำนวนมากต่างก็นั่งอยู่แต่กับกลุ่มของตัวเองไม่ไปหาเรื่องคนอื่นๆ เพราะพวกเขากลัวว่าถ้าหากสร้างปัญหาขึ้นมาเพียงนิดเดียวก็อาจจะถูกไล่ออกจากการคัดเลือกก็ได้

    ทันใดนั้นบนท้องฟ้าเหนือภูเขาเฉียนตง พลันปรากฏเงาร่างหนึ่งขึ้น ซึ่งเงานั้นก็คือจู้ป๋าย

    การปรากฏตัวของจู้ป๋ายสร้างความสนใจให้กับทุกๆคนในภูเขาเฉียนตงเป็นอย่างมาก เพราะพวกเขารู้ดีว่าบนภูเขาเฉียนตงการที่จะบินบนท้องฟ้าได้จะต้องเป็นคนของตระกูลหนานเท่านั้น ถ้าหากใครที่ไม่ใช่คนของตระกูลหนานกล้าที่จะบินบนท้องฟ้าก็จะถูกค่ายกลกดทับจนไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ 

    “ ทุกท่านใครก็ตามที่คิดที่จะเข้าร่วมกับตระกูลหนานก็ให้ตามข้ามา ส่วนคนที่มาส่งหรือแค่แวะมาดูก็ให้ออกจากภูเขาเฉียนตงไปและรออยู่ที่หมู่บ้านหรือเมืองต้าฉิน ข้าจะให้เวลาครึ่งชั่วยามในการร่ำลากันให้เรียบร้อย ” จู้ป๋ายกล่าวขึ้นและยืนอยู่กับที่เพื่อรอให้ครบครึ่งชั่วยาม

    ไม่นานนักข่าวที่คนของตระกูลหนานปรากฏตัวขึ้นบนภูเขาเฉียนตงพร้อมกับบอกให้คนที่คิดที่จะเข้าร่วมกับตระกูลหนานติดตามเขาไปยังที่ๆหนึ่ง ส่วนคนอื่นๆที่มาส่งหรือมาดูก็ให้รออยู่ด้านนอกก็แพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว

    ผู้ฝึกยุทธ์พเนจรและรุ่นเยาว์จำนวนมากที่อยู่ในเมืองก็รีบมุ่งหน้ามายังภูเขาเฉียนตงด้วยความเร็วสูงสุด เพราะพวกเขากลัวว่าถ้าหากมาช้าเพียงนิดเดียวก็อาจจะไม่ทันการ

    แม้ว่าจะยังไม่ถึงเวลาทดสอบแต่พวกเขาก็คิดว่าการรอก่อนก็นับว่าเป็นเรื่องที่ดีเหมือนกัน อย่างน้อยๆก็อาจจะได้สหายทีี่เข้าร่วมกับตระกูลหนานได้เหมือนกับตัวเอง

    พริบตาเดียวก็ผ่านไปครึ่งชั่วยาม

    ตอนนี้คนที่มาส่งก็ออกจากภูเขาเฉียนตงไปแล้ว ทำให้ตอนนี้เหลือคนที่คิดจะเข้าร่วมกับตระกูลหนานที่มีจำนวนมากกว่าสามล้านคน เรียกได้ว่าเป็นจำนวนที่ไม่น้อยเลยทีเดียว แต่ถึงอย่างนั้นหนานหมิงก็คาดการณ์เอาไว้แล้วว่าคนที่จะเข้าร่วมกับตระกูลหนานก็มีไม่ต่ำกว่าห้าล้านคนอย่างแน่นอน

    สำหรับคนที่มาคิดจะเข้าร่วมกับตระกูลหนาน พวกเขาถูกพาตัวไปยังลานกว้างขนาดใหญ่ ซึ่งบนนั้นไม่มีสิ่งใดเลยนอกจากลานกว้างๆ 

    แม้ว่าคนจำนวนมากจะไม่ค่อยพอใจกับสถานที่เท่าไหร่ แต่ก็ทำได้เพียงแค่เงียบเท่านั้น เพราะพวกเขาคิดว่านี้อาจจะเป็นหนึ่งในการทดสอบของตระกูลหนานก็ได้

    สองวันต่อมา

    คนที่จะเข้าร่วมการทดสอบตระกูลหนานก็มีมากถึงเจ็ดล้านคน นับว่าสูงกว่าการคาดการณ์ของหนานหมิงอยู่เล็กน้อย 

    แม้ว่าจำนวนเจ็ดล้านคนอาจจะดูน้อยเมื่อเทียบกับจำนวนคนทั้งหมดทั้งในอาณาจักรต้าเหยียนและอาณาจักรต้าเฉียนที่มีรวมกันมากกว่าสามหมื่นล้านคน ถือว่าเป็นจำนวนที่น้อยมากๆ

    แต่ต้องไม่ลืมว่าคนที่คิดจะเข้าร่วมตระกูลหนานเกือบทั้งหมดเป็นยอดฝีมือและรุ่นเยาว์อัจฉริยะของกองกำลังต่างๆ เพราะฉะนั้นแล้วถ้าหากมองระยะยาวแล้วล่ะก็จำนวนเท่านี้ก็เพียงพอที่จะทำให้ตระกูลหนานแข็งแกร่งขึ้นมากแล้ว

    หนานหมิงที่นั่งอยู่ในห้องพักของเขา เขาก็ได้รับการแจ้งว่าอีกหนึ่งเค่อจะเริ่มทำการทดสอบเข้าร่วมกับตระกูลหนานแล้ว

    สำหรับผู้อาวุโสที่จะเป็นคนดำเนินการก็เป็นเพียงแค่ผู้อาวุโสทั่วไปที่ไม่ได้ติดตามคนอื่นๆไปยังอาณาจักรต้าโจว 

    ผู้อาวุโสคนนี้มีชื่อว่า หนานเชี่ย อายุแค่เจ็ดสิบปีและยังเป็นยอดฝีมือระดับจักรพรรดิยุทธ์ขั้นสูง นับว่าเป็นยอดฝีมือระดับสูงสุดของตระกูลหนานในตอนนี้แล้ว เพราะผู้อาวุโสระดับจักรพรรดิยุทธ์ขั้นสมบูรณ์หรือเหนือกว่าก็มุ่งหน้าไปยังอาณาจักรต้าโจวกันทั้งหมดแล้ว

     

    คล้ายกับเรื่องระบบอัญเชิญพิชิตโลก ที่คุณอ่าน

    ย้อนเวลามาเป็นเซียนหุ้น ( จบภาค )

    ย้อนเวลามาเป็นเซียนหุ้น ( จบภาค )

    นิยาย แฟนตาซี
    150K 136
    สงครามราชันจักรพรรดิ [จบภาคหลัก]

    สงครามราชันจักรพรรดิ [จบภาคหลัก]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.42M 982
    [จบแล้ว] นครแห่งบาป - City of Sin

    [จบแล้ว] นครแห่งบาป - City of Sin

    นิยาย แฟนตาซี
    282K 1440
    มหาเทพเซียนกลับมาเกิดใหม่ในมหานคร

    มหาเทพเซียนกลับมาเกิดใหม่ในมหานคร

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    699K 1189
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    (The Eternal God) ผ่าชะตาสวรรค์ สยบสิ้นสรรพสิ่ง

    (The Eternal God) ผ่าชะตาสวรรค์ สยบสิ้นสรรพสิ่ง

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    279K 178
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    ถึงเกิดอีกครา...ก็ขอเป็นมหาจอมเวท : Rendel The Great Magic

    ถึงเกิดอีกครา...ก็ขอเป็นมหาจอมเวท : Rendel The Great Magic

    นิยาย แฟนตาซี
    73K 77
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577