ตอนที่ 101 ร่วมมือกัน
กายหันไปมองผู้เล่นกิลด์กะโหลกแดงที่ไร้ผู้นำตอนนี้หลายคนต่างงุนงงกับสิ่งที่กายกระทำแต่ก็มีผู้เล่นบางส่วนที่ดึงสติกลับมาทันถึงแบบนั้นพวกเขาเหล่านั้นก็โดนเงาไล่สังหารตายไปอย่างรวดเร็วจึงไม่มีโอกาสในการเตือนคนอื่น ๆ
“พวกเจ้าก็ต้องตายเช่นกัน”กายหันไปหาผู้เล่นที่อยู่ใกล้สุดเขามาคนเดียวดังนั้นทุกการโจมตีจึงสามารถใช้ออกมาได้อย่างเต็มที่ไม่ต้องกลัวว่าจะโจมตีโดนพวกเดียวกัน
“ศิลปะการต่อสู้ฟาดฟัน ขั้น 2” กายฟันดาบสังหารใส่ผู้เล่นที่อยู่ใกล้สุด 4 คนร่างของพวกเขาโดนผ่าครึ่งตายไปในทันที
ทหารม้าของกิลด์กะโหลกแดงที่เคยตามล่ากายตอนนี้พากันควบม้าเข้ามาหมายจะสังหารกายแน่นอนว่ากายไม่กลัวอยู่แล้ว เขากระโจนเข้าไปหามันตรง ๆดาบโค้งของหนึ่งในทหารม้าเล็งมาที่คอหมายจะฟันให้หัวของกายหลุด
กายยิ้มอย่างเย็นชาเขาไม่เล็งไปที่คนแต่เล็งไปที่ขาม้าแทนดาบหักสังหารตัดขาม้าทั้ง 4 ขาดในทันที
“อะไรกันอ๊ากกก...” ผู้เล่นขี่ม้าคนนั้นก็จะรู้ตัวก็สายไปแล้ว ด้วยความเร็วของม้าพอมันไม่มีขาก็ทำให้เสียหลักหน้าทิ่มไปพร้อมกับร่างของผู้เล่นที่โดนตัวของม้าอัดกระแทกจนแหลกตายไปอย่างน่าอนาถ
กายเคลื่อนไหวเร็วขึ้นและเร็วขึ้นกลยุทธ์ตัดขาม้านั้นใช้ได้ผลอย่างน่าทึ่ง จนเขาสังหารทหารม้าไปกว่า 15คนในที่สุดพวกที่เหลือไม่กี่นายก็พากันถอยหนีด้วยความหวาดกลัว
“ตาย!”แต่ถึงจะไม่มีทหารม้าให้ฆ่า กายก็ไล่ฆ่าพวกที่ไม่มีม้าต่อ
“อ๊ากก..ดาบนั้นมันคืออาวุธอะไรกัน”
“ไม่...มันฟันดาบของข้าหักในครั้งเดียวอ๊ากกก”
“ถอย ๆ เร็ว”
ผู้เล่นกิลด์กะโหลกแดงต่างถอยหลังกันอย่างตื่นตระหนกดาบหักสังหารแสดงพลังออกมาในสงครามระยะประชิดได้อย่างดีการฟันหนึ่งครั้งสังหารได้สองคน
ยิ่งฆ่าออร่าสังหารของดาบก็ยิ่งรุนแรงมากขึ้นกายรู้สึกเหมือนได้รับยาโด๊ปเข้าไปจำนวนมหาศาล พอมันรวมเข้ากับศิลปะการต่อสู้ปลดล็อกขีดจำกัดพละกำลัง เขาจึงเป็นเหมือนพยัคฆ์ในฝูงแกะ
กายไม่ได้ฆ่าแค่ผู้เล่นแต่ยังรวมถึงเงาด้วย พวกเงาลงจากภูเขามามากขึ้นเรื่อย ๆในขณะที่ตอนนี้ใกล้เวลาจะเข้าช่วงที่สองของด่านแล้ว
...
ผู้เล่นกิลด์กะโหลกแดงถอยหนีแต่ความซวยมาเยือนพวกเขาอีกครั้ง เพราะสิ่งที่ดักอยู่ทางข้างหลังกลับเป็นผู้เล่นกลุ่มนักเลงที่นำโดย [นักเลง 1]
“อัดพวกมันให้เละ”
“โอ้ววว!!”
ผู้เล่นในกลุ่มนักเลงนั้นใช้อาวุธเช่นมีดสั้นดาบคู่ กระบอง เป็นหลัก ส่วนศิลปะการต่อสู้นั้นไม่น่าเชื่อว่าทุกคนจะฝึกฝนในรูปแบบที่เหมือนๆ กันนั้นก็คือ ศิลปะการต่อสู้ รูปแบบศาสตราวุธ เพลงมวย
ศิลปะการต่อสู้เพลงมวยนั้นมันคือการใช้ร่างกายโจมตีเหมือนอาวุธดังนั้นสามารถบอกได้ว่าพวกเขาเปลี่ยนร่างหายให้กายเป็นอาวุธจะมีศาสตราวุธใดน่ากลัวเท่ากับอาวุธที่เป็นหนึ่งเดียวกับร่างกายแม้ในช่วงแรกพวกเขาอาจจะสู้กับอาวุธอย่างดาบ ธนู ค้อน ขวานไม่ไหวแต่ถ้าถึงจุดหนึ่งการโจมตีของเพลงมวยจะหลากหลายมากและทรงพลังในทุก ๆ หมัดทุกการโจมตี
ซึ่งสามารถเห็นได้จากคนหนึ่งนั้นคือ ลิลี่ ลิลี่นั้นก็ฝึกฝนเพลงมวยเช่นกัน และเธอก็น่ากลัวเป็นอย่างมากชนิดที่สู้ได้สูสีกับมีอา นั้นแสดงให้เห็นว่าเพลงมวยก็ไม่แพ้ศิลปะการต่อสู้คนอื่นๆ เช่นกัน
ผู้เล่นกิลด์กะโหลกแดงโดนสังหารอย่างต่อเนื่องตอนนี้มันเป็นการสังหารหมู่ไปแล้วผ่านไปหลายนาทีทั้งสนามรบบริเวณนี้ก็โดนสังหารจนหมดศพลอยเป็นลูกไฟหายไปอย่างรวดเร็ว
“ลอร์ดเจ็ดโลหะเจ้าจะเป็นลูกน้องของข้าหรือเปล่า” [นักเลง1] ตะโกนถามเสียงดังอยู่บนหลังม้าพร้อมกับมีเหล่านักเลงที่มีชีวิตรอดมาถึงตอนนี้อีกราวๆ 200 คนถ้วน
แต่ท่าทีการขี่ม้าของนักเลง1นั้นยากมา เพราะม้าดูเหมือนจะไม่ยอมให้เขาขี่ได้ง่าย ๆ นั้นก็ไม่แปลกเพราะ[นักเลง1] ไม่มีทักษะการขี่ม้า พวกเขาจึงยากจะควบคุมม้า
“ม้าทำไมมันขี่ยากขนาดนี้ทั้งที่ในโลกจริงข้าเรียนขี่ม้าทุกเดือน” เฮนริกหรือ [นักเลง1]บ่นออกมาก่อนจะใช้ทักษะควบคุมม้าให้อยู่นิ่ง ๆ
กายรู้สึกไม่ชอบผู้เล่นนักเลง1มากเพราะในตอนที่เจอกันครั้งแรกชายคนนี้ก็คิดจะใช้เงินฟาดหัวเข้าให้เป็นลูกน้องซะแล้ว
“ไม่สนใจ”
“ดีมาก...หืมไม่สิทำไมเจ้าไม่ยอม!บ้าเอ๊ย! ข้าอุตส่าห์มาช่วยเจ้านะ”เฮนริกชี้หน้าด่ากายอย่างหงุดหงิด เงินก็ไม่สามารถซื้อลอร์ดเจ็ดโลหะได้และพวกเขาก็ไม่แข็งแกร่งพอที่จะชนะลอร์ดเจ็ดโลหะได้นั้นทำให้เฮนริกที่มักอยากได้อะไรก็ต้องได้ถึงกับจนปัญญา
“เจ้า...ไม่สนใจจริงๆ เหรอ ถ้าเข้าร่วมข้าจะให้เข้าเป็นลูกพี่ ไม่สิได้แค่ลูกพี่รองพอเพราะข้าคือลูกพี่ใหญ่”
เฮนริกยื่นข้อเสนอแต่กายส่ายหัวและกล่าว “ข้าไม่สนใจ”
“เจ้า!”
ในตอนที่เฮนริกจะกล่าวอะไรต่อในตอนนั้นเองเสียงเตือนของระบบดังขึ้น “เปลวไฟนรกทำงาน”
สีหน้าของทุกคนเริ่มเปลี่ยนไปเพราะไฟนรกทำงานนั้นหมายถึงดินแดนแห้งแล้งกำลังลุกเป็นเพลิงบีบพวกเขาเข้าหาเงาที่อยู่บนภูเขา
กายและเฮนริกจ้องหน้ากันตอนนี้ถ้ากายไม่ร่วมมือก็ต้องสู้กับเฮนริกแน่นอนว่ามันจะเป็นการดังทั้งสองลงสู้นรก
“อ๊ากกก!!”
“ไฟมาแล้วหนีเร็ว...”
ผู้เล่นที่ไม่ได้อยู่ทั้งสองฝั่งต่างก็วิ่งขึ้นกันไปทางภูเขาสูงนับพันเมตรเพื่อหนีไป แต่พอไปถึงพวกเขาก็เจอกับเงา จนเกิดเป็นการต่อสู้อีกครั้ง
กายมองไปที่ภาพตรงหน้าเพราะการต่อสู้ตรงจุดของพวกเขาดุเดือดที่สุดนั้นทำให้มีเงาดักรออยู่จำนวนมากและเงาพวกนั้นยังเป็นเงาของพวกกิลด์กะโหลกแดงเงาของกลุ่มนักเลงและที่น่ากลัวไปกว่านั้นคือเงาของกายก็อยู่ในนั้นด้วย
เฮนริกและคนอื่น ๆก็เห็นด้วยเช่นกัน
เพราะเงาของลอร์ดเจ็ดโลหะยืนอยู่ในตำแหน่งที่น่าตกใจมันคือตำแหน่งของผู้นำ ลอร์ดเจ็ดโลหะที่มีพลังโจมตีสุดยอดก็น่ากลัวแล้ว ตอนนี้ถ้ามีกองทัพจะน่ากลัวขนาดไหน
หลายคนพากันกลืนน้ำลายและบ่นในใจว่า“แดนสงครามจะโหดเหี้ยมเกินไปแล้ว”
“จะเอายังไง”
ในตอนนั้นกายถามเฮนริกเฮนริกได้แต่กลืนน้ำลายไม่รู้จะเอายังไง
“ลูกพี่เราพาทุกคนถอยอ้อมไปทางนั้นก็ได้ พยายามอยู่เป็นร้อยอันดับสุดท้ายให้ได้ เราก็จะชนะ”
“อะ..อืม”เฮนริกพยักหน้าอย่างเห็นด้วย แต่อยู่ ๆ กายก็กล่าวขึ้นมาอย่างดูถูก
“พวกเจ้าเป็นนักเลงกระจอกจริงๆ”
“ข้าไม่ใช่นักเลงกระจอกถอนคำพูดเดียวนี้”
“หึถ้าไม่ใช่นักเลงก็จอกแล้วทำไมต้องหนีมันด้วย มาร่วมมือกับข้าเป็นยังไง” กายยิ้มออกมา
“ร่วมมือ? ” เฮนริกถามด้วยความสงสัย
“ใช่เราจะร่วมมือกันฝ่าเงาขึ้นไปเอาเหรียญตราแห่งผู้ชนะกันส่วนใครจะได้เหรียญก็ขึ้นอยู่กับว่าใครไปถึงก่อน” กายยื่นข้อเสนอที่ดูบ้าสุด ๆเพราะแม้แต่คนบ้าแบบเฮนริกก็ยังรู้สึกว่าบ้ามากตั้งแต่แดนสงครามเปิดขึ้นมายังไม่มีใครเคยได้เหรียญตราแห่งผู้ชนะแม้แต่คนเดียวมาก่อน
หลายครั้งพวกผู้เล่นมักจะสังหารกันและก็จบลงด้วยร้อยคนสุดท้ายที่เหลือรอดนั้นทำให้เหล่าผู้เล่นเริ่มชาชินและคิดว่านี่คือทางเดียวที่ชนะในแดนสงคราม
แต่ถ้าเกิดได้เหรียญตราแห่งผู้ชนะมามันจะทำให้ผู้เล่นคนนั้นโด่งดังขึ้นมาในทันทีและมันยังเป็นเหรียญแรกของแดนสงครามด้วย
เฮนริกยิงคิดก็ยิ่งรู้สึกตื่นเต้นหัวใจของเขาเต้นกระหน่ำไม่หยุดพึมพำออกมาว่า“ถ้าฉันได้เหรียญตรามากลุ่มนักเลงนี้จะโด่งดังในทันทีและถูกบันทึกในประวัติศาสตร์ของเกมราชันสงครามออนไลน์”
“ตกลง ข้าตกลง”เฮนริกตอบรับในทันที เหล่านักเลงคนอื่น ๆ ก็เข้าใจว่าเรื่องนี้สำคัญแค่ไหนอีกอย่างถ้าเฮนริกในฐานะลูกพี่ใหญ่ [นักเลง1] ตกลงพวกเขาก็ตกลงเช่นกัน
“ถ้าอย่างนั้นก็มาร่วมมือกันและถ้าอยากจะผ่านไปได้พวกเจ้าต้องฟังคำสั่งข้า”
คนที่จะชนะเงาลอร์ดโลหะได้ก็ต้องเป็นลอร์ดโลหะตัวจริงนั้นคือความเป็นจริงที่เห็นได้ชัดเจน แม้แต่เงายังให้ลอร์ดเจ็ดโลหะเป็นผู้นำเลย
“มาเริ่มกันเลยเถอะ”เฮนริกยิ้มออกมาก่อนจะหันม้าควบตะลุยไปที่ภูเขาในทันที
กายเองก็ไม่รอช้าหยิบค้อนสั่นสะเทือนขึ้นจากนั้นก็กระโดดขึ้นหลังเจ้าหมอกควบตามเฮนริกไปในทันที
“กองกำลังเราน้อยไปต้องไปช่วยผู้เล่นคนอื่น ๆ ก่อน แล้วถึงรวมไปปะทะกับพวกเงาในครั้งเดียว”กายตะโกนบอกเฮนริก
“ได้”
“งั้นก็ฝั่งขวามือก่อนเป็นยังไง”
“ไม่มีปัญหา”
กายและกลุ่มผู้เล่นนักเลงตรงไปยังด้านขวามือของพวกเขาโดยมีเปลวไฟนรกไล่ตามหลังมาที่นั่นมีผู้เล่นราว ๆ 50 คนที่โดนเงาจำนวนพอ ๆ กับพวกเขารุมล้อมอยู่แต่เพราะพวกผู้เล่นไม่ไว้ใจและยังฆ่ากันเองอยู่เงาที่รวมตัวกันจึงไล่ฆ่าพวกเขาได้อย่างง่ายได้
“หยุดฆ่ากันเองได้แล้วเราต้องช่วยกันออกไปจากตรงนี้ก่อน”
มีผู้เล่นที่พอจะรู้ว่าทำยังไงถึงจะรอดไปได้ตะโกนออกมาแต่ยังไม่ทันไรเขาก็โดนผู้เล่นอีกคนหนึ่งสังหารด้วยศิลปะการต่อสู้ ฟาดฟัน ขั้น 1ในทันที
“จะออกไปทำไมแค่เหลือคนให้น้อยกว่าร้อยพวกเราก็ชนะแล้ว ฮ่า ๆ ฆ่ากันเร็ว ๆ เร็วเข้า”ผู้เล่นคนนี้มีกลุ่มของตัวเองราว ๆ สิบคนดังนั้นพวกเขาจึงแข็งแกร่งกว่าคนอื่น ๆที่ถูกล้มอยู่ตรงนี้
แต่ถึงอย่างนั้นก่อนที่จะได้พูดประโยคต่อไปกลุ่มของพวกเขาก็โดนเงาหลายสิบตัวรุมฆ่าในทันทีแม้เงาจะเป็นเพียงตัวก๊อบปี้หรือบอทของผู้เล่นแต่บอทพวกนี้ก็ทรงพลังไม่ต่างจากต้นฉบับเลยและมันยังรู้จักการร่วมมือกัน
กลุ่มของชายคนนี้คือกลุ่มที่แข็งแกร่งและคุกคามพวกมันได้ดังนั้นเงาจึงเลือกฆ่าพวกเขาก่อนนั้นทำให้ความคิดที่ว่าติดร้อยอันดับแรกในด่านนี้ของชายคนนี้ต้องจบลงในทันที
“พวกเราตายหมดก่อนติดร้อยอันดับแน่”
ผู้เล่นหลายคนเสียดายเงินที่ต้องเสียในการเดิมพันแม้จะไม่เยอะแต่ถ้ารวม ๆ กันหลายตามันก็ไม่ใช่จำนวนน้อย ๆมีหลายคนที่ตั้งแต่แดนสงครามเปิดตัวมาก็ยังไม่เคยชนะแม้แต่ครั้งเดียว
“ฆ่าพวกมัน”
แต่แล้วในตอนนั้นเองก็มีกลุ่มผู้เล่นนับร้อยๆ คนวิ่งเข้ามาช่วยพวกเขาและฆ่าเงาอย่างโหดเหี้ยม และคนที่โดดเด่นที่สุดไม่ใช่ใครอื่นๆ แต่เป็น...กายและกลุ่มนักเลง