ณห้องทรงงาน
“น่าเบื่อที่สุด !”
เฟิ่งอี๋ซึ่งบัดนี้ตำแหน่งองค์จักรพรรดินีโยนฎีกาลงพื้น พระโขนงขมวดมุ่น
บุรุษรูปงามผู้หนึ่งก็ยื่นมือเรียวนุ่มเข้านวดที่ขมับของพระนางอย่างอ่อนโยนในขณะที่บุรุษรูปงามอีกคนก็ก้มลงเก็บฎีกาฉบับนั้นวางไว้บนโต๊ะเรียบร้อยเช่นเดิมอย่างรู้งาน
“พระนางทรงงานหลายชั่วยามแล้วพักก่อนดีหรือไม่”
บุรุษรูปงามที่นวดขมับให้พระนางเอ่ยเสียงทุ้มกังวานเขามีนามว่า – ลี่จู่ – เป็ขันทีฝ่ายซ้ายประจำองค์จักรพรรดินี
“เรายังไม่เหนื่อยเพียงแต่ว่าเวียนหัวกับแมลงรบกวนพวกนี้ นอกจากถวายฎีกาคัดค้านในสิ่งที่เราดำริแล้วพวกมันไม่คิดจะทำอย่างอื่นกันรึอย่างไร”
น้ำเสียงของพระนางเจือความเหนื่อยหน่ายกับการรับมือกับเหล่าขุนนางที่เต็มไปด้วยจิ้งจอกเฒ่าขอเพียงนางก้าวพลาดแค่ก้าวเดียว จิ้งจอกเ่าั้ก็จะรุมทึ้งนางทันที
“พระนางจะทรงมีโทสะไปไยในเมื่อแมลงเ่าั้ล้วนสติปัญญาเล็กนิดเดียว”
บุรุษรูปงามที่วางฎีกาไว้เรียบร้อยแล้วยิ้มพรายออกมาเขามีนามว่า – ลี่จ้ง – เป็ขันทีฝ่ายขวาประจำองค์จักรพรรดินี เขามีหน้าตาคล้ายคลึงลี่จู่อยู่หลายส่วนเนื่องจากเป็ฝาแฝดกัน
เนื่องจากวังหลังที่เคยเต็มไปด้วยชายบำเรอของจักรพรรดินีดังนั้น ขันทีในรัชกาลของจักรพรรดินีจึงไม่ต้องตัดเครื่องเพศออก แต่นางกำนัลทุกคนกลับต้องสวมใส่เครื่องเหล็กป้องกันส่วนสงวนของนางเอาไว้แทน
“บางครั้งแมลงตัวเล็กๆ ก็ก่อความรำคาญให้เราได้”
เฟิ่งอี๋ทอดถอนลมหายใจออกมา
“ขออภัยที่กระหม่อมบังอาจคาดเดา ความจริงแล้วสิ่งที่ก่อกวนพระหทัยของพระนางให้ต้องขุ่นเคืองใช่เป็เื่ฟ้าวิปลาสเมื่อคืนหรือไม่”
ลี่จ้งกล่าวอย่างระมัดระวังแม้จักรพรรดินีที่ประทับอยู่เบื้องหน้าจะมีอายุเพียง 22 ปี เท่ากับเป็น้องสาวของเขาและเป็สตรีที่สวยหยาดเยิ้มราวกับเทพเซียนลงมาจุติ แต่ทว่ากลับมีอำนาจมากล้นลิขิตชีวิตคนทั้งแผ่นดินดังนั้น เขาจึงคอยสังเกตสีหน้าพระนางทุกครั้งก่อนจะกระทำการใด
เฟิ่งอี๋พยักหน้ารับเบาๆ ปล่อยให้ลี่จู่นวดคลึงขมับมือเรียวนุ่มลงน้ำหนักอย่างอ่อนโยนทำให้นางรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น
ั้แ่นางบัลลังก์ัผู้คนทั้งที่แลเห็น และแลไม่เห็นต่างคิด่ชิงอำนาจจากมือนาง นางจึงต้องมีราชโองการให้เชื้อพระวงศ์แยกย้ายไปอยู่ที่ชายแดนและลิดรอนกำลังทหารในมือของแม่ทัพป้องกันการแย่งชิงบัลลังก์ อีกทั้งยังขู่ขวัญขุนนางที่คิดจะต่อกรกับนางด้วยวิธีการต่าง ๆ ทั้งยึดทรัพย์ทั้งปลดจากตำแหน่ง
แม้ว่ายามนี้จะดูเหมือนว่าคลื่นลมสงบสุข แต่ใครจะรู้ว่ามีคลื่นใต้น้ำซุกซ่อนอยู่มากน้อยเท่าใด
“เื่ที่ฟ้าผ่าลงที่เซียนเหรินโจ่วโซ่วด้านหน้าพระตำหนักจนรูปปั้นหงส์ศักดิ์สิทธิ์หักลงนั้น พระนางไม่ต้องเป็กังวลกระหม่อมสั่งให้คนงานเร่งซ่อมแซมแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
ลี่จู่ทอดเสียงทุ้มกังวานเบาๆ เพื่อไม่ให้เป็การรบกวนพระกรรณหน้าที่ของเขานั้นคือการปรนนิบัติให้พระนางได้สุขสบาย สำราญพระทัยอย่างถึงที่สุด
ลี่จ้งได้ยินน้องชายฝาแฝดเอ่ยเช่นนั้นก็ยิ้มอ่อนแล้วเอ่ยว่า
“พระนางกังวลว่ารูปปั้นหงส์ศักดิ์สิทธิ์หักลงเป็ลางร้ายต่างหาก”
แม้จะเป็ฝาแฝดที่มีรูปร่างหน้าตาคล้ายคลึงกันจนแทบจะแยกไม่ออกแต่นิสัยของพวกเขากับต่างกันอย่างมาก เขาแข็งกร้าวดุดัน อีกฝ่ายอ่อนโยนเอาใจ
จักรพรรดินีพยักหน้าช้า ๆอย่างยอมรับ เพราะเหตุที่เกิดขึ้นนั้นทำให้นางอดหวาดหวั่นมิได้จากนั้นพระนางก็ลืมพระเนตรขึ้น
“ลี่จ้ง...เ้าช่างรู้ใจเราจริง ๆ”
เสียงแว่วหวานของพระนางนั้นมาพร้อมกับรอยยิ้มพิมพ์ประพาย
ดวงตาหงส์มีประกายระยับขณะที่ออกพระโอษฐ์ว่า
“แล้วเ้ารู้หรือไม่ว่า...ตอนนี้เรา้าอะไร”
ลี่จ้งยกยิ้มขึ้นน้อยๆ เพียงแค่เขาคลี่ยิ้มออกมา ห้องทั้งห้องก็พลันสว่างไสวขึ้นมาอย่างฉับพลัน
“พระนางอยากให้พวกกระหม่อมถวายความสุขให้เพื่อคลายความกังวลใจ”
จักรพรรดินีทรงพระสรวลออกมาสมแล้วที่นางเลือกเขาเป็ขันทีคนสนิทข้างกาย ทั้งรูปลักษณ์ภายนอกทั้งความฉลาดเฉลียว อีกทั้งยังรู้ใจนางยิ่งกว่าพยาธิในท้องเสียอีก
“งั้น....กระหม่อมจะถวายงานให้พระนางทรงลืมความกลัดกลุ้มไปให้หมดสิ้นดีหรือไม่”
ลี่จู่ไม่ยอมน้อยหน้าพี่ชายฝาแฝดเขารีบเอ่ยเอาใจ ขณะที่โน้มตัวลงคลอเคลีย เลื่อนมือลงถอดชุดคลุมหงส์ออกอย่างเป็ธรรมชาติ
“พวกเ้าเอ่ยวาจาแล้วต้องทำให้ได้อย่างที่เอ่ย....หาไม่แล้ว.... เราจะลงทัณฑ์พวกเ้าทั้งสอง”
เฟิ่งอี๋ยิ้มพรายอย่างเ้าเล่ห์แววตาหงส์วาวระริกซุกซน คล้ายกับดรุณีน้อยที่กำลังวิ่งอยู่ในทุ่งดอกไม้ด้วยความเบิกบานใจ
“แล้วหากพวกเราทำให้พระนาง....สุขซ่านจนลืมสิ้นความกังวลเล่า”
ลี่จ้งนั่งลงเบื้องล่างข้างพระบาทสองมือประคองถอดรองเท้าให้พระนาง จากนั้นก็นวดคลึงอย่างเบามือ
เมื่อถูกััอย่างนุ่มนวลนางก็รู้สึกสบายผ่อนคลายราวกับอยู่ในปุยเมฆจึงครางออกมาคำหนึ่ง
“อ่า...หากเป็เช่นนั้น เราก็จะประทานรางวัลให้เ้าสองพี่น้องอย่างถึงใจ”
เฟิ่งอี๋กรีดนิ้วไล้ไปตามใบหน้าหล่อคมของบุรุษทั้งสองกลิ่นกายที่อาบชโลมด้วยน้ำหอมตำรับชาววัง ทำให้นางเคลิบเคลิ้มหลงใหลมากขึ้น
“อืม... พระนาง”
ลี่จู่คำรามเสียงต่ำในคอเมื่อถูกมือซุกซนของจักรพรรดินีลูบไล้แทรกเข้ามาในสาบเสื้อมือนุ่มของพระนางลูบคลำตามแผงหน้าอกปลุกความ้าของบุรุษให้กระพือโหมขึ้น
ในขณะที่ลี่จ้งอยู่เบื้องล่างนั้นก็ทอดสายรัดเอวของจักรพรรดินีออกเมื่ออาภรณ์ของพระนางถูกปลดเปลื้องออกขันทีฝาแฝดทั้งสองก็ปรนเปรอความสุขซ่านให้แก่พระนางจนอุ่นซ่านภายในเรือนกายลืมสิ้นเสียความกังวลใด ๆ
...............................................................................