"ใช่แล้ว! หว่านหว่านพูดถูก!ท่านแม่ของข้าก็แค่อยากคุยกับท่านอาสะใภ้รองเท่านั้น ไม่มีอะไรหรอก!"
ซูอี้ฉินเห็นว่าซูอี้หว่านรู้ความอย่างนี้ก็รีบเออออตามทันที
"ท่านแม่ ว่าอย่างไรเ้าคะ?"
ซูอี้ฉินพูดพลางส่งสายตาให้จ้าวเสี่ยวชุ่ยเป็สัญญาณบอกให้นางอย่าพลาดโอกาสนี้
"ดีเลย"
จ้าวเสี่ยวชุ่ยเห็นดังนั้นก็รีบพยักหน้าเป็พัลวันนางเป็คนไม่มีความคิดเป็ของตนเอง ทำตามที่คนตระกูลซูสั่งมาโดยตลอดเวลานี้เห็นลูกสาวพูดเช่นนี้ก็ทำตามนาง
"น้องสะใภ้ ข้าทุกข์ใจเหลือเกิน!"
จางอ้ายหลินเห็นว่าทุกคนพูดอย่างนี้อีกทั้งยังอดไม่ได้ที่จะหันไปมองซูอี้หว่าน ก็เห็นลูกสาวส่งสายตาให้นาง
เห็นดังนั้นนางก็รู้ทันทีว่าลูกสาวมีแผนการแล้ว จึงทำตามซูอี้ฉินกับมารดาไป
ซูอี้หว่านอยู่ที่เดิมตอนแรกก็มีพวกผู้ลี้ภัยที่มีเจตนาร้ายอยากจะเข้ามาใกล้แต่เมื่อนางขว้างแผ่นไม้ไผ่ออกไปอย่างแม่นยำ และถูกเป้าหมายจนทำให้หลายคนาเ็พวกคนเ่าั้ก็ไม่กล้าผลีผลามทำอะไรอีก
ซูอี้หว่านไม่ต้องรอนานนักสักพักก็เห็นซูฉงกวงกับซูไท่ไท่มาด้วยกัน
"นังแพศยาน้อย ถ้ายังมีหัวคิดละก็ส่งไอ้แมลงหนีบคนพวกนี้มาให้พวกเราแต่โดยดีแล้วเื่ก่อนหน้านี้ข้าอาจจะใจกว้างยกโทษให้ได้มิฉะนั้นวันนี้จะต้องให้เ้ารู้ฤทธิ์เดชของพวกเรา!"
ซูไท่ไท่ส่งเสียงดังมากทำให้ทุกคนให้ความสนใจ มองมาทางนี้ด้วยความสงสัย
เมื่อเห็นดังนั้นทุกคนก็มองหน้ากันเลิ่กลั่ก อยากดูเื่สนุก
ซูอี้หว่านคาดการณ์ไว้นานแล้วว่าพวกซูไท่ไท่กำลังวางแผนร้ายเวลาที่เห็นพวกเขาจึงไม่ได้รู้สึกแปลกใจอะไร
"พวกท่านคิดว่าแยกท่านแม่กับพี่ชายของข้าไปได้แล้วก็จะทำอะไรตามใจชอบได้หรือ?"
ซูอี้หว่านหัวเราะเยาะรู้สึกว่าซูไท่ไท่วางแผนได้แย่มาก เดี๋ยวจะต้องทำให้นางได้รับบทเรียนราคาแพง
"กวงเอ๋อร์ อย่าเสียเวลากับนางแพศยาน้อยนี่! รีบเข้าไป!"
ซูไท่ไท่รู้ว่าไม่สามารถแยกคนออกไปได้นานนักจึงให้ซูฉงกวงรีบลงมือ
เมื่อได้ยินคำสั่งของนางซูฉงกวงก็พุ่งเข้าใส่ซูอี้หว่านทันที ทำท่าจะวิ่งไปทางรถเข็น เป้าหมายชัดเจนมาก
"ข้าจะคอยดู ว่าใครมันกล้าแตะต้อง!"
ซูอี้หว่านเห็นดังนั้นแววตาก็หม่นแสงลงโดยพลันนางขว้างแผ่นไม้ไผ่ออกไปโดยตรงถึงแม้ว่ากำลังของนางจะไม่มากเท่าจางอ้ายหลินและซูอี้โจวแต่ก็มีความคล่องแคล่วแฝงอยู่เช่นกัน ทำให้ซูฉงกวงหัวหมุนไปมา
ซูฉงกวงหลบอยู่ด้านข้างเพื่อสังเกตการณ์มานานแล้วเคยเห็นฤทธิ์เดชของแผ่นไม้ไผ่มาแล้ว เขาจึงไม่กล้าปะทะโดยตรงแต่กลับวิ่งวนรอบซูอี้หว่าน อยากจะหาช่องทางทะลวงเข้าไป
ทันใดนั้นก็เห็นสีหน้าของเขาเปลี่ยนไปคว้าทรายบนพื้นขึ้นมากำหนึ่ง แล้วสาดไปทางซูอี้หว่าน
ซูอี้หว่านเห็นดังนั้นก็ใพวกเขามาที่หน้าประตูเมืองเพื่อขายอาหารจะปล่อยให้ทรายพวกนี้ฟุ้งกระจายจนสกปรกเลอะกระบอกไม้ไผ่ไม่ได้
นางรีบเอื้อมมือไปผลักรถเข็นไปด้านข้างหลบการโจมตีของซูฉงกวง
ซูฉงกวงเห็นท่าทางของซูอี้หว่านก็ตาเป็ประกายรู้ว่าตนจับจุดอ่อนของซูอี้หว่านได้แล้ว รีบทำตามวิธีเดิม กำทรายขึ้นมากำหนึ่ง
"ทุกคนมาช่วยกัน เดี๋ยวข้าจะแบ่งอาหารให้พวกเ้า!"
ซูฉงกวงเลวจริงๆรู้ว่าตนเองคนเดียวไม่สามารถทำให้ซูอี้หว่านจนมุมได้ จึงไม่ทำอะไรครึ่งๆ กลางๆเปิดปากให้ผู้ลี้ภัยคนอื่นมาช่วย โดยสัญญาว่าจะแบ่งผลประโยชน์ให้พวกเขา
"น่ารังเกียจ!"
ซูอี้หว่านรู้ว่าหากไม่สามารถสกัดกั้นกระแสนี้ได้พวกนางจะต้องซวยจริงๆ เวลาเช่นนี้ก็ไม่ปรานีอีกต่อไป หยิบแผ่นไม้ไผ่ทั้งหมดออกมาขว้างใส่ผู้ลี้ภัยที่อยากจะลองดีเ่าั้
การเคลื่อนไหวของนางรวดเร็วและแม่นยำมากในไม่ช้าผู้ลี้ภัยบางคนที่อยากจะขึ้นมาลงมือก็ถูกแผ่นไม้ไผ่โจมตี ไม่กล้าขยับอีก
แต่ก็ยังมีคนใจกล้าบางคนที่อยากจะเลียนแบบซูฉงกวงทำท่าจะเอื้อมมือไปคว้าทราย
ซูอี้หว่านเห็นภาพนั้นก็ไม่ไว้หน้ารีบลงมือก่อนที่คนพวกนี้จะทำสำเร็จ ในไม่ช้าก็ควบคุมคนได้
นางจดจ่ออยู่กับทุกสิ่งที่อยู่ตรงหน้ามากเกินไปจนละเลยซูไท่ไท่
ซูไท่ไท่มองดูลูกชายคนโตสกัดกั้นซูอี้หว่านได้สำเร็จก็รีบหยิบห่อกระดาษเล็กๆ ห่อหนึ่งออกมาจากอกเสื้อ วิ่งไปข้างรถเข็นเปิดกระบอกไม้ไผ่ที่อยู่้าสุดสองสามกระบอก แล้วเทผงยาเข้าไปจากนั้นก็รีบปิดผนึกใหม่
เมื่อทำทุกอย่างเสร็จแล้วนางก็ยัดห่อกระดาษเข้าไปในอกเสื้อ เอื้อมมือไปเข็นรถเข็นทำท่าจะขโมยรถเข็นไปทั้งคัน
ซูอี้หว่านยุ่งอยู่กับการรับมือกับซูฉงกวงและคนอื่นๆ จนไม่ได้สังเกตการกระทำของซูไท่ไท่แต่ภาพนี้กลับอยู่ในสายตาของเซียวจวิ้นอันที่รีบกลับมาพอดี
หลังจากที่เขาเห็นซูไท่ไท่เทผงยาลงในกระบอกไม้ไผ่แล้วก็ไม่ได้รีบเข้าไปขัดขวาง แต่กลับสังเกตการณ์รอบๆ ยืนยันว่านอกจากคนตระกูลซูแล้วไม่มีคนอื่นที่น่าสงสัยอีก จึงค่อยวางใจ
"หยุดนะ!"
เซียวจวิ้นอันะโเสียงดังรีบวิ่งไปทางซูไท่ไท่
ซูไท่ไท่ได้ยินเสียงะโดังขึ้นกะทันหันก็ใจนตัวสั่น แต่เมื่อเห็นว่าคนที่มาคือเซียวจวิ้นอันสีหน้าบนใบหน้าก็เปลี่ยนจากใกลายเป็ดูถูกทันที
"ข้านึกว่าใคร ที่แท้ก็เ้าขอทานนี่เอง!"
ซูไท่ไท่รู้ว่า่นี้ตระกูลจางอ้ายหลินอยู่กับเซียวจวิ้นอันมาตลอดคิดว่าเขาเป็ขอทานที่เอาแต่กินนอน
ก่อนหน้านี้นางก็อิจฉาที่ซูอี้หว่านพวกนั้นดวงดีสามารถหาไอ้แมลงหนีบคนมาเป็อาหารได้มากมายขนาดนั้นแต่พวกเขาได้อาหารมาก็ไม่ได้คิดถึงจะเอามาให้ผู้าุโอย่างนางแถมยังเอาไปประเคนให้ขอทานอีก
เื่นี้ทำให้ซูไท่ไท่ไม่พอใจมากพอเห็นเซียวจวิ้นอันก็ยิ่งโกรธจัด
"เ้าเป็ใคร! นางแพศยาน้อยนั่นยังต้องเรียกข้าว่าท่านย่าแล้วเ้ากล้ามาพูดกับผู้าุโอย่างนี้ได้ยังไง?"
ซูไท่ไท่ไม่ได้ใส่ใจเซียวจวิ้นอันเลยแม้แต่น้อยยังคงเข็นรถต่อไป
"ข้าบอกให้เ้าวางของลง!"
เซียวจวิ้นอันรู้อยู่แล้วว่าซูไท่ไท่มีจิตใจโเี้จะยอมให้นางหลอกลวงด้วยคำพูดเพียงไม่กี่คำได้อย่างไรเขาจึงรีบเข้าไปขัดขวางในทันที
เขามีรูปร่างสูงใหญ่ถึงแม้ว่าอาการาเ็ตามร่างกายจะยังไม่หายดีแต่การรับมือกับหญิงชราก็เป็เื่เล็กน้อยในไม่ช้าก็แย่งรถมาจากมือของซูไท่ไท่ได้
"ไอ้สารเลว! ข้าจะตีเ้าให้ตาย!"
ซูไท่ไท่คาดไม่ถึงว่ารถจะถูกเซียวจวิ้นอันแย่งไปง่ายดายขนาดนี้นางโกรธจัดจนเอื้อมมือไปทุบตีเขาอย่างไม่ยั้งคิด เพียงแต่ว่าตีได้ไม่กี่ทีแขนของนางก็ถูกเซียวจวิ้นอันบิดไปด้านหลังจนขยับไม่ได้
"ฆาตกร! ช่วยด้วย! ช่วยข้าด้วย! มีคนจะฆ่าข้า!"
ซูไท่ไท่ดื้อรั้นอย่างเหลือเชื่อเห็นว่าไม่สามารถหลุดพ้นจากการควบคุมของเซียวจวิ้นอันได้ จึงตัดสินใจเล่นงานตัวเองพยายามกล่าวหาว่าเซียวจวิ้นอันจะฆ่านาง
การที่นางอาละวาดอยู่นี้ทำให้คนรอบข้างให้ความสนใจในไม่ช้าทหารที่รักษาการณ์อยู่หน้าประตูเมืองก็เห็นดังนั้น รีบเดินมาทางนี้
ทหารจะปิดหูปิดตาให้กับการทะเลาะวิวาทของผู้ลี้ภัยแต่ถ้ามีคนตายขึ้นมาจริงๆ ก็ไม่ใช่เื่เล็กสำหรับพวกเขา
ซูอี้หว่านก็สังเกตเห็นทางนี้แล้วนางรู้ว่าฐานะของเซียวจวิ้นอันมีปัญหา หากทหารถามแล้วพบว่าเขาไม่มีป้ายปลาเื่นี้ก็ไม่ใช่เื่เล็กแล้ว
ตระกูลซูไท่ไท่ไม่ใช่คนดีหากพวกเขาใส่ร้ายว่าครอบครัวของตนซ่อนตัวผู้ต้องหาไว้ตอนนั้นทุกคนในครอบครัวจะต้องซวย
ถึงแม้ว่าซูอี้หว่านอยากจะให้เซียวจวิ้นอันจากไปแต่ก็ไม่ใช่ด้วยวิธีนี้