ตอนที่4
“หิวเหรอ” ไตรภพนั่งมองคนตัวเล็กทานด้วยความเอร็ดอร่อยจนเพลินตา โดยที่แก้วขวัญเองไม่รู้เลยว่าระหว่างที่เธอกำลังทานอยู่นั้นมีคนแอบมองอยู่ แล้วก็อมยิ้มด้วย
“ค่ะ อร่อยด้วย” แก้วขวัญตักอาหารเข้าปากคำแล้วคำเล่าโดยที่ไม่ได้สนใจมองคนตรงข้ามเลยแม้นแต่น้อยเธอสนใจแค่อาหารตรงหน้าเท่านั้น
“ค่อยๆกินก็ได้ อาไม่แย่งเรากินหรอก” ทุกๆวันไตรภพมักจะนั่งทานอาหารคนเดียวเวลาอยู่ที่บ้านเขารู้สึกเบื่ออาหารรสชาติเดิมๆเหลือเกิน แต่ก็ต้องกินเพราะว่าเขาไม่ใช่คนเื่มากอะไร แต่พอมาเห็นแก้วขวัญทานอาหารมื้อนี้อาหารที่เขาแสนจะเบื่อ แต่กลับมีคนทานมันอย่างเอร็ดอร่อย
“อย่าลืมทุเรียนนะคะ” เื่กินขอให้บอกเธอสู่ตาย แก้วขวัญเป็คนทานเก่งแต่เธอก็ไม่อ้วนสักที ตัวเล็กเอวบางไม่รู้กินแล้วเอาไปไว้ตรงไหนหมด
“โอ้โหทานข้าวยังไม่ทันอิ่มเลย ทวงทุเรียนอาและ”
ไตรภพเป็ชาวสวนผลไม้ปลูกผลไม้ผสมผสานมีพื้นที่หลายร้อยไร่ได้จากมรดกส่วนหนึ่งและซื้อเพิ่มอีกส่วนหนึ่งแต่ผลผลิตก็ยังไม่เพียงพอกับความ้าของตลาด
เขาจึงพลิกผันตัวเองมาเป็พ่อค้าคนกลางด้วยปลูกเองและรับซื้อจากสวนข้างๆเอาไปส่งตลาดที่้าด้วยไตรภพจึงจำเป็ที่จะต้องมีลูกน้องที่ประจำอยู่ในสวนและจ้างเป็รายวันแล้วแต่หน้างานว่า่นั้นจะมีงานมากหรืองานน้อย
ภายในสวนของไตรภพที่นอกจากจะปลูกทุเรียนแล้วก็ยังมีเงาะ ลำไย ลองกอง มังคุด ลิ้นจี่และอื่นๆอีกหลายชนิดผลไม้บางชนิดออกผลผลิตไม่พร้อมกันเขาจึงพยายามปลูกให้หลากหลายเพื่อที่จะได้มีเก็บขายทั้งปีและแนะนำสวนข้างๆให้ทำแบบเดียวกัน
ไตรภพจึงมีคนงานในไร่จำนวนหนึ่งเอาไว้คอยช่วยเขาทำงาน มีทั้งกำจัดวัชพืช เก็บผลไม้ไปส่งตลาด ใส่ปุ๋ย ลดน้ำพรวนดิน และยังมีตอนกิ่งผลไม้ขายเป็ต้นด้วย ปุ๋ยบางส่วนที่ใช้ในสวนก็ทำเองด้วยซึ่งเรียกได้ว่าทำครบวงจรเลยทีเดียว
“เดี๋ยวคุณอาลืม แก้วก็แค่เตือนๆไว้”
“อาไม่ลืมหรอกน่า อิ่มแล้วเข้าไปเที่ยวในสวนกันไหม” ไหนๆก็ไหนๆแล้วคุณอาอย่างเขาก็อยากจะชวนเธอไปเปิดหูเปิดตาและก็จะได้แนะนำให้คนงานในสวนรู้จักไปด้วยเลย
“เอาสิคะ คุณอาใจดีจังเลย” เมื่อทั้งสองทานอาหารกันอิ่มแล้ว กำลังเตรียมตัวที่จะพากันเข้าสวน
“ไปขึ้นรถ...” ไตรภพกำลังจะพาหลานสาวเข้าไปเที่ยวในสวนแต่ทันใดนั้นเอง ก็มีผู้หญิงคนหนึ่งขี่มอเตอร์ไซค์เข้ามาจอดตรงที่ไตรภพยืนอยู่พอดี
“คุณภพขา...กำลังจะไปไหนกันเหรอคะ” ทับทิมเ้าของร้านเสริมสวยที่ชอบแวะมาทอดสะพานให้กับไตรภพเ้าของสวนผลไม้อยู่บ่อยครั้งแต่ไตรภพก็ไม่เคยเล่นด้วย จึงได้แต่คุยกันแบบเพื่อนบ้านเท่านั้น
ส่วนทับทิมเองหล่อนก็วางตัวดีเพราะเป็แม่ม่ายผัวตายมาหลายปี ถูกใจหนุ่มเ้าของสวนเข้าแต่ก็ไม่กล้าแสดงอาการมากจนเกินไปว่าชอบ เจอหน้าก็ได้แต่ชวนคุยบ้างซึ่งไตรภพเองก็รักษามารยาทเป็อย่างดี
“อ้าว นึกว่าใครเจ้คนสวยประจำหมู่บ้านนี่เอง” เื่ความสวยต้องยกให้เจ้เขาเพราะว่าหล่อนเป็ช่างเสริมสวย แล้วก็มีอยู่แค่ร้านเดียวในหมู่บ้านด้วย
“แล้วเด็กคนนี้ใครเอ่ย” ทับทิมแวะมาคุยกับไตรภพอยู่เป็ประจำแต่ก็ไม่เคยเห็นเด็กสาวคนนี้เลยสักครั้งจึงเอ่ยถามขึ้น
“หลานสาวของผมเองครับ เธอชื่อแก้วขวัญ” ไตรภพแนะนำหลานสาวให้กับเจ้ทับทิมรู้จัก แล้วหันไปแนะนำเจ้ทับทิมให้แก้วขวัญรู้จักด้วย
“แก้ว...นี่เจ้ทับทิม ช่างเสริมสวยประจำหมู่บ้านของเรา”
“สวัสดีค่ะ คุณอา” แก้วขวัญยกมือไหว้ผู้ใหญ่ที่ดูๆแล้วอายุน่าจะมากกว่าคุณอาของเธอด้วยซ้ำ
“โอ๊ยน่าเอ็นดู สวัสดีจ้า แล้วกำลังจะไปไหนกันเหรอจ๊ะ” เจ้ทับทิมเอ่ยถามอีกครั้งเพราะเมื่อสักครู่นี้ยังไม่ได้คำตอบ
“เข้าป่าครับ”ป่าที่ไตรภพพูดถึงก็คือสวนผลไม้ของเขานั่นเองที่พูดว่าป่าเพราะว่าบางทีมันก็รกแล้วพื้นที่เป็ร้อยๆไร่ ถ้าคนไม่ชินทางก็อาจจะหลงกันได้ เพราะมองไปทางไหนก็มีแต่ต้นไม้ทั้งนั้น
“คุณอาของแก้วหมายถึงเข้าสวนค่ะ” แก้วขวัญรีบแก้ต่างให้กับคุณอาของเธอเพราะคำว่าป่าที่คุณอาพูดถึงเมื่อสักครู่มันทำให้คุณอาผู้หญิงมองคุณอาไตรภพของเธอแปลกๆคล้ายกับจะสื่อความหมายอะไรกันสักอย่าง
“อ้าวเหรอ นึกว่าเข้าป่าจริงๆ เจ้อยากเข้าป่าด้วยจังแต่ถ้าเข้าสวนก็ไปกันเถอะ เอาไว้วันหลังเดี๋ยวเจ้จะแวะมาคุยด้วยใหม่ไปก่อนนะคะเด็กน้อย” ทับทิมพูดกับไตรภพเสร็จก็หันมาพูดกับแก้วขวัญ แล้วเจ้แกก็ขับรถออกไปเลย
“เด็กน้อย...”แก้วขวัญพึมพำกับตัวเองรู้สึกไม่ชอบใจเท่าไหร่นักที่ใครๆชอบมองว่าเธอเป็เด็กเสมอเธอโตแล้ว บรรลุนิติภาวะแล้วด้วย
คุณอาคนเมื่อสักครู่หน้าอกใหญ่เป็บ้าเลยแก้วขวัญก้มมองหน้าอกของตัวเองบ้าง เธอรอให้มันโตกว่านี้ แต่มันก็โตสุดได้แค่นี้หรือเด็กกับผู้ใหญ่เขาจะวัดกันตรงนี้นะ…แก้วขวัญแอบคิดในใจคนเดียว รู้สึกเคียงๆตัวเองอยู่ไม่น้อย
“มองอะไรน่ะ ขึ้นรถสิ” เสียงของคุณอาทำให้แก้วขวัญออกจากภวังค์ความคิดของตัวเองเธอขึ้นไปนั่งด้านหน้าข้างคนขับ แล้วรถก็ค่อยๆเคลื่อนออกไป
“คุณอาขา...คุณอาว่าแก้วโตหรือยังคะ” แก้วขวัญยังติดใจเื่นี้ไม่หายจึงเอ่ยถามคุณอาของเธอขึ้น
“ก็ต้องโตแล้วสิ ทำไมเหรอ” ไตรภพตอบ พลางทำหน้าที่ขับรถไปตามถนนเล็กๆเข้าไปในสวนเรื่อยๆ
“ทำไมคนอื่นๆ ชอบมองว่าแก้วเป็เด็กอยู่เรื่อยคะ” เธอตะแคงคอถามคุณอาของเธออย่างน่ารัก
“หมายถึงเจ้ทับทิมเมื่อกี้น่ะเหรอ” ที่จริงก็ไม่ใช่แค่คุณอาทับทิมเมื่อกี้หรอก แต่ยังมีคุณพ่อของเธอด้วย
“หมายถึงทุกคนนั่นแหละค่ะ...”
“อ้าวไอ้นี่ แล้วทำไมมองอาแบบนั้น” แก้วขวัญแอบคิดว่าคุณอาของเธอ ก็คงคิดไม่ต่างจากคนอื่นๆด้วย
“ว่าแต่ คุณอาคนเมื่อกี้เขามาหาคุณอาทำไมคะ”
“แวะมาคุยเฉยๆตามประสาบ้านใกล้เรือนเคียงน่ะ” สังคมชนบทกับสังคมคนกรุงเทพมักจะแตกต่างกัน ซึ่งแก้วขวัญก็ไม่ค่อยจะเข้าใจนัก เพราะเธอเกิดและโตที่กรุงเทพผู้คนส่วนมากมักจะต่างคนต่างอยู่ ถ้าไม่มีธุระก็จะไม่สุงสิงกัน เธอโตมาแบบนั้น
“แต่ทำไมแก้วรู้สึก...” แก้วขวัญกำลังช่างใจว่าจะพูดดีหรือไม่พูดดีเพราะแก้วขวัญรู้สึกว่ามันมีอะไรมากกว่านั้นก็สายตาของคุณอาทับทิมที่มองมาที่คุณอาของเธอแตกต่างจากสายตาที่มองมาที่เธออย่างสิ้นเชิง
“รู้สึกอะไร”และในขณะนั้นเองรถที่แก้วขวัญนั่งอยู่ก็แล่นไปเลื่อยๆสองข้างทางของถนนเล็กๆ เต็มไปด้วยผลไม้สุกแดงเต็มต้นทำให้แก้วขวัญหันไปสนใจสิ่งที่เธอเห็นตรงหน้ามากกว่า
“เปล่าค่ะ โอ้โหลิ้นจี่ดกมาก...เต็มต้นเลย แก้วอยากปีนขึ้นไปเก็บจัง” แก้วขวัญรู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่เห็น เพราะไม่ว่าจะมองไปที่ต้นไหนลูกผลไม้ก็ดกเต็มต้นแทบทุกต้น เธอรู้สึกชอบที่นี่เข้าแล้วสิ
“ไหวเหรอ ถ้าอยากกินเดี๋ยวให้ไอ้จอมกับไอ้ผามันมาปีนให้” ่นี้เป็่เก็บเกี่ยวผลผลิตที่จริงผลไม้พวกนี้ก็ถูกเก็บเกือบทุกวันอยู่แล้วแต่ในเมื่อหลานสาวอยากจะชิมสดๆบนต้น เขาก็ไม่อยากขัดไตรภพเห็นสีหน้าของเธอเวลาตื่นเต้นที่ได้เห็นผลไม้พวกนี้คุณอาอย่างเขาก็พลอยมีความสุขไปด้วย
“ดีค่ะๆ น่าสนุกจังเลย” และการกระทำของเธอที่ดูตื่นเต้นยิ่งกว่าเด็กแถวนี้ เพราะเด็กแถวนี้เห็นผลไม้พวกนี้ก็จะเฉยๆแต่เธอนี่สิ ออกอาการมากจนคุณอาอย่างเขาอดที่จะขำไม่ได้
“เดี๋ยวอาพาไปกินทุเรียนก่อน อาให้คนงานปลอกรอไว้แล้ว” ก่อนที่เขาจะพาหลานสาวออกจากบ้านมาเขาได้โทรมาสั่งให้คนงานปลอกทุเรียนไว้รอเธอเรียบร้อยแล้ว
“โอ้ยดีใจ คุณอาใจดีจังเลย” น้ำเสียงออดอ้อนเล็กๆเสียงนี้ ทำให้ไตรภพรู้สึกเอ็นดูเธอยิ่งขึ้นแต่ยังไม่พอแค่นั้น แก้วขวัญตะแคงคอมาซบที่หัวไหล่ของเขาอีกโดยที่เธอไม่ได้คิดอะไร เพราะปกติเวลาที่เธออยู่กับคุณพ่อของเธอเธอก็มักจะอ้อนคุณพ่อของเธอแบบนี้เสมอ
“นี่ๆให้มันน้อยๆหน่อย เป็สาวเป็แซ่” ไตรภพดันศีรษะของเธอออกจากหัวไหล่ของเขาอย่างไม่ได้จริงจังนัก
“ก็แค่ซบไหล่คุณอา ไม่ใช่ไหล่คนอื่นสักหน่อย” แก้วขวัญทำหน้างอนๆเหมือนเด็กที่ถูกขัดใจเพราะว่าถูกดันศีรษะออกแล้วตอนนี้รถที่ไตรภพขับเข้ามาได้จอดสนิทเพราะถึงที่หมายแล้ว
“จอมๆ ทุเรียนที่ให้ตัดได้หรือยัง” ไตรภพเรียกลูกน้องคนสนิทถามหาทุเรียนที่ให้ตัดรอหลานสาวทันทีที่ลงจากรถมาได้
“เรียบร้อยแล้วครับ” จอมชูทุเรียนที่ปลอกใส่จานไว้เรียบร้อยแล้วแก้วขวัญเดินตามคุณอาของเธอมานั่งลง แล้วชิมทุเรียนที่เธออยากกินนักกินหนา
รสชาติของทุเรียนที่แก้วขวัญกำลังชิม หวานมันแสนอร่อยอย่าบอกใคร กลิ่นหอมๆชวนให้เธอหลงใหลเธอนั่งกินจนเกือบหมดจาน ที่จอมเป็คนปลอกรอไว้จนคนที่นั่งมองเธอกินอย่างมีความสุขรีบไปหามังคุดมาให้เธอกินตาม
“คุณอาขา ถ้าแก้วกินทุเรียนอิ่มแล้ว แก้วขอไปดูเขาตัดทุเรียนกันนะคะแก้วอยากเห็นว่าเขาตัดกันยังไง” แววตาซุกซนปนตื่นเต้นที่ได้มาเห็นมาเจออะไรใหม่ๆทำให้ไตรภพพยักหน้าให้เป็การอนุญาต
“ได้สิ ตอนนี้คนงานกำลังพักทานข้าวกันเดี๋ยวได้เวลาเข้างานแล้วอาจะพาไป กินทุเรียนแล้ว กินมังคุดตามเข้าไปด้วยมันแก้ร้อนใน” ไตรภพส่งตะกร้าใบใหญ่ที่ในนั้นมีมังคุดบรรจุอยู่เต็มตะกร้าเอามาวางด้านหน้าหลานสาว เพราะเห็นว่าเธอกินทุเรียนเข้าไปหลายเม็ดกลัวว่าจะไม่สบายเอาได้ จึงเอามังคุดมาให้กินคู่กันเนื่องจากทุเรียนมีฤทธิ์ร้อนทำให้ร่างกายร้อนขึ้นขณะที่มังคุดมีฤทธิ์เย็นจะช่วยรดความร้อนในร่างกายการกินคู่กันช่วยให้ร่างกายเกิดการสมดุล
“จริงเหรอคะ”แก้วขวัญไม่เคยรู้เื่นี้มาก่อนเลยแต่เธอก็ยอมหยิบมังคุดที่ไตรภพเป็คนปลอกให้ เอาเข้าปากไปอย่างว่าง่าย
“จริงสิ” แก้วขวัญเคี้ยวตุ้ยๆ มองดูแล้วน่าอร่อยข้าวก็ทานมาแล้ว แถมผลไม้อีกไตรภพแอบคิดว่าตัวเล็กแค่นี้ไม่น่าจะยัดเอาของพวกนี้ใส่ท้องได้เยอะขนาดนี้แถมหน้าท้องของเธอก็ไม่ได้ป่องออกมาเลยสักนิด ตัวของเธอเล็กมากกินเท่าไหร่ก็ไม่อ้วน แถมยังรู้สึกว่าหลานสาวของเขาคนนี้กินเก่งจริงๆ
“เื่กินไม่เคยปฏิเสธเลยนะ” ไตรภพแกล้งว่า แต่ก็ไม่ได้ทำให้แก้วขวัญรู้สึกอะไรเธอยังคงหยิบมังคุดที่คุณอากำลังปลอกให้ ส่งเข้าปากไปอย่างต่อเนื่อง
“อื้อหือ…หวานมากเลยค่ะ” แก้วขวัญทำหน้ามีความสุขในขณะที่กำลังเคี้ยวไม่ได้หยุด
“ไม่ได้ให้กินฟรีนะ” ไตรภพรู้สึกหมั่นไส้ยัยหลานสาวคนนี้เหลือเกิน จึงแกล้งพูดขึ้น
“อ้าว...ถ้าจะเก็บเงินรอคุณพ่อกลับมาก่อนนะคะ” แก้วขวัญหยุดเคี้ยวทันทีอย่างเสียอารมณ์ในการกินแต่เธอก็รู้แหละว่าคุณอาของเธอพูดเล่น เพราะว่าเขายิ้ม
“อาไม่อยากได้เงินหรอก”
“แล้วคุณอาอยากได้อะไรคะ”