บทที่ 13 อาวุธพลังงานผลึก
มีเฉินย่าอยู่เคียงข้างก็ทำให้จิ่งเหมียนรู้สึกมั่นใจขึ้นมาบ้าง เธอครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง “ฆ่าเธอไปก็เปล่าประโยชน์”
สายตาทุกคู่ต่างจับจ้องมาที่เธอ จิ่งเหมียนยังคงมีสติสัมปชัญญะครบถ้วน
อีกอย่าง เธอจะปล่อยให้เจียงปี้ฉุนตายอย่างง่ายดายได้อย่างไร ความเ็ปจากการถูกซอมบี้รุมทึ้งทั้งเป็ ผู้หญิงคนนี้ต้องได้ลิ้มลองมัน!
“ฉันเคยบอกแล้วไม่ใช่เหรอว่า การกุเื่ขึ้นมาพูดมั่วซั่วจะต้องชดใช้! จับตัวเธอไว้!” สิ้นคำพูดของจิ่งเหมียน เฉินย่าก็เข้าควบคุมตัวเจียงปี้ฉุนไว้จากทางด้านหลังทันที
“ใครให้เธอแต่งเื่ไม่ทราบ เธอนี่ช่างกล้าจริง ๆ!”
จิ่งเหมียนตบเข้าไปที่ใบหน้าของเจียงปี้ฉุนอย่างแรงไม่ต่ำกว่าสิบครั้ง จนมือของเธอเองก็รู้สึกเจ็บจึงยอมหยุด!
ตอนที่ทะเลาะกับเจียงปี้ฉุนในห้างสรรพสินค้า เธอรีบโทรหาเฉินย่าเพื่อขอความช่วยเหลือ เพราะรู้ดีว่าถ้าใช้กำลังเพียงอย่างเดียว เธอคงไม่มีทางสู้เจียงปี้ฉุนได้แน่!
ตอนนี้มุมปากของเจียงปี้ฉุนปริออกจนเืไหลซึม แก้มทั้งสองข้างบวมเป่ง ผู้คนรอบข้างต่างพากันเงียบกริบ ในยุคที่สิ้นหวังแบบนี้ ใครแข็งแกร่งกว่า คนนั้นก็คือฝ่ายถูกต้องเสมอ มันเรียบง่ายแค่นั้นเอง
“ถ้ายังมีครั้งต่อไป ฉันจะทุบหัวเธอให้แหลกเลยคอยดู!” จิ่งเหมียนจ้องมองเจียงปี้ฉุนอย่างโกรธเกรี้ยว แล้วหันไปเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนลงกับเฉินย่า “พวกเรากลับกันเถอะ”
เฉินย่าไม่พูดอะไร ได้แต่เดินตามหลังจิ่งเหมียนออกไป
“หยุดนะ!”
เจียงปี้ฉุนรู้ดีว่าไม่มีทางแยกจิ่งเหมียนกับเฉินย่าได้ แต่เมื่อคิดถึงชีวิตในสลัม เธอก็ได้แต่กัดฟันดันทุรังรีดไถเงิน!
“พวกแกทำฉันขนาดนี้ ยังจะเดินหนีไปอีกงั้นเหรอ? แขนฉันโดนตีจนจะหักอยู่แล้ว! พวกแกต้องจ่ายค่ารักษาฉันมาหนึ่งแสน!”
จิ่งเหมียนไม่คิดว่าเธอยังจะมีหน้ามาพูด “เจียงปี้ฉุน เธอนี่มันโลภมากจนไม่กลัวตายจริง ๆ โดนตีจนหน้าบวมแล้วยังไม่วายจะเอาแสนคะแนนอีกนะ ฉันบอกไว้เลยว่า แม้แต่ขนเส้นเดียวฉันก็ไม่ให้! แค่ไม่โดนตีจนพิการก็บุญแค่ไหนแล้ว!”
จิ่งเหมียนจูงมือเฉินย่าหันหลังเดินหนีไป ชายหนุ่มยอมมาหาเธอก็ดีแค่ไหนแล้ว เธอไม่อยากให้เขาต้องมาเดือดร้อนเพราะเื่ของเธออีก
สายลมพัดผ่านใบหน้าอันบึ้งตึง ปอยผมสีดำของเธอปลิวไสว มันพัดเอาความปั่นป่วนเข้ามาอยู่ในดวงตาสีดำลึกล้ำของเฉินย่า สายตาของเขามองไปที่มือซึ่งกอบกุมมือเขาไว้ สุดท้ายก็ไม่ได้สะบัดมือเธอออก
เื้ัมีเพียงเจียงปี้ฉุนที่ทำอะไรไม่ได้ เธอได้แต่ร้องไห้โวยวายอย่างบ้าคลั่งด้วยความโกรธ “ดี! นังจิ่งเหมียน! ตอนนี้แกมีผู้ชายเลี้ยงแล้วสินะ ไม่เห็นฉันอยู่ในสายตาแล้วใช่ไหม! ฝากไว้ก่อนเถอะ ฉันจะเอาคืนอย่างสาสม!”
เฉินย่าขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจ แต่ก็ไม่ได้หันกลับไป เขาััได้ว่าหัวใจของตัวเองเต้นเร็วขึ้นเล็กน้อย
‘ผู้ชายเลี้ยง?’
เหมือนว่าจะไม่ใช่คำพูดที่ดีเท่าไร แต่ทำไมในใจเขากลับรู้สึก...
หวั่นไหว…?
เธอสวมชุดกระโปรงผ้าบางสีเขียวอ่อน ดูราวกับดอกเดซี่น้อยที่ไหวเอนอยู่ในฤดูใบไม้ผลิ ทั้งบริสุทธิ์ บอบบาง แต่ก็แฝงไปด้วยความแข็งแกร่ง
“ก่อนหน้านี้ ผู้หญิงคนนั้นเคยรังแกคุณอยู่เรื่อยเลยเหรอ?”
จิ่งเหมียนพยักหน้า
“แล้วทำไมไม่ให้ผมฆ่าเธอเพื่อระบายความโกรธล่ะ?”
คราวนี้จิ่งเหมียนเบิกตากว้าง เธอหันกลับมามองเขาตรง ๆ “มีคนอยู่บนถนนมากมายขนาดนี้ ถ้าเป็เื่ใหญ่โตขึ้นมา คุณจะทำยังไง?”
เฉินย่าเอียงหัวอย่างงุนงง ดูเหมือนเขาจะไม่ได้บอกเธอว่า จริง ๆ แล้วเขาเป็ทหารรับจ้างและเป็นักฆ่า
“ผมเป็ทหารรับจ้าง... เก่งพอตัว การฆ่าคนเป็เื่ธรรมดา และฆ่าเธอต่อหน้าธารกำนัลโดยไม่ทิ้งร่องรอยก็ยังทำได้”
จิ่งเหมียนหยุดเดินแล้วมองเขา หญิงสาวนึกถึงใบหน้าของเขาเมื่อคืน และจินตนาการถึงเทพแห่งาผู้มีชื่อเสียงในอีกสิบปีข้างหน้า เมื่อเทียบกันแล้ว กลับไม่พบความคล้ายคลึงกันเลยแม้แต่น้อย
บางทีเธออาจคิดมากไปเองก็ได้ ใครจะไปเจอสุดยอดฝีมือได้ง่าย ๆ กัน
เธอพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังราวกับกำลังสอนเด็กน้อยที่มั่นใจในตัวเองมากเกินไปว่า “ต่อให้เก่งแค่ไหนก็ไม่ควรประมาทนะ ถ้าต้องมาติดคุกเพราะยัยคนไร้ค่าแบบนี้น่ะ มันไม่คุ้มกันหรอก”
เฉินย่ากะพริบตาปริบ ๆ นี่เธอเป็ห่วงเขาอยู่หรือเปล่านะ
ทว่ามือที่ถูกเธอจูงไว้กลับถูกปล่อยออกพอดิบพอดี
ตลอดทาง ทั้งคู่ต่างเงียบกันไป
จากสถานการณ์ในวันนี้ หากไม่มีเฉินย่า จิ่งเหมียนก็คงจะถูกเจียงปี้ฉุนลากกลับไปที่ห้อง 302 และต้องพบเจอกับเื่เลวร้ายอย่างแน่นอน
จิ่งเหมียนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ระบบของเธอก็มีฟังก์ชันคลังอาวุธอยู่ เพียงแต่ต้องใช้เงินเพื่อปลดล็อก แต่เนื่องจากจำนวนเงินที่ต้องใช้นั้นไม่น้อยเลย เธอจึงไม่ได้ปลดล็อกในส่วนนี้ก่อน ตอนนี้ดูเหมือนว่าเธอจะต้องมีอุปกรณ์ป้องกันตัวติดไว้บ้างแล้ว การพัฒนาตัวเองนั้นสำคัญ แต่ก็ไม่เท่ากับการรักษาชีวิตของตัวเองให้อยู่รอดปลอดภัย
หน้าต่างของระบบปรากฏขึ้นต่อหน้า คลังอาวุธถูกแบ่งออกเป็สามประเภท ได้แก่ อาวุธเย็น อาวุธร้อน*[1] และอาวุธพลังงานผลึก
จิ่งเหมียนไม่ได้สนใจอาวุธเย็นเลย เพราะเธอไม่มีพละกำลังและทักษะการต่อสู้ที่แข็งแกร่งมากพอ หากต้องเผชิญหน้ากับศัตรูที่แข็งแรงกว่า เธออาจถูกแย่งอาวุธไปได้ง่าย ๆ ส่วนอาวุธร้อน ในบางสถานที่ก็ห้ามนำเข้าไป และไม่สามารถปกป้องเธอได้ตลอดเวลา
สิ่งที่จิ่งเหมียนให้ความสนใจมากที่สุด คืออาวุธพลังงานผลึกซึ่งทรงพลังและแปลกใหม่ แต่เธอจำเป็ต้องใช้ผลึกของสัตว์กลายพันธุ์หรือผลึกของซอมบี้ชนิดพิเศษ รวมถึงเงินจำนวนมหาศาลในการสร้างมันขึ้นมา
จิ่งเหมียนเงยหน้าถอนหายใจพลางเอ่ยว่า “เฉินย่า การล่าสัตว์กลายพันธุ์มันอันตรายมากไหมคะ”
เฉินย่าไม่เข้าใจว่าเหตุใดเธอจึงเอ่ยถามแบบนั้น “มันก็ขึ้นอยู่กับระดับความแข็งแกร่งของสัตว์กลายพันธุ์ด้วย”
“ถ้าฉันขอรบกวนคุณล่าสัตว์กลายพันธ์ุให้ตัวหนึ่ง คุณคิดค่าจ้างเท่าไหร่”
“คุณจะล่าสัตว์กลายพันธ์ุไปทำไม”
จิ่งเหมียนไม่คิดปิดบังเขา “ฉัน้าผลึกของสัตว์กลายพันธ์ุเพื่อนำมาสร้างอาวุธน่ะ”
เฉินย่าใ “คุณมีความสามารถแบบนี้ด้วยเหรอ”
จิ่งเหมียนพยักหน้าอย่างเขินอาย ความสามารถของระบบก็เหมือนกับความสามารถของเธอนั่นแหละ
หัวใจของเฉินย่าสั่นะเืราวกับเกิดคลื่นั์ซัดสาด ในที่สุดเขาก็เข้าใจแล้วว่า เหตุใดจิ่งเหมียนถึงได้เป็ผู้ดูแลของฐานลวี่อิน
ดูเหมือนว่าฐานะทางบ้านของเธอจะไม่ค่อยดีนัก เห็นได้ชัดว่าเพิ่งแยกตัวออกจากครอบครัวมาได้ไม่นาน แต่กลับสามารถเข้ามาดูแลฐานลวี่อินได้ ราคาอาหารที่ถูกจนน่าใและการตั้งราคาที่ดูไม่ค่อยมีประสบการณ์เท่าไหร่ แน่นอนว่าต้องเป็ฝีมือของเธอ เื่ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเื่เล็กหรือเื่ใหญ่ ล้วนผ่านมือเธอแล้วทั้งสิ้น แสดงให้เห็นว่าเธอมีอำนาจอยู่ไม่น้อย
ตอนแรกเขาก็ไม่เข้าใจ แต่ตอนนี้เมื่อรู้ความสามารถของเธอแล้ว ทุกอย่างก็กระจ่างชัด เธอควรจะเป็ผู้ใช้พลังพิเศษประเภทสรรค์สร้าง สามารถสร้างอาวุธพลังงานผลึกได้ ซึ่งเป็พลังพิเศษที่หายากและมีค่าอย่างยิ่ง
[1]อาวุธเย็น หมายถึง อาวุธต่อสู้ระยะประชิดที่ไม่มีส่วนประกอบของดินปืน เช่น ดาบ ค้อน หอก ขวาน เป็ต้น ส่วนอาวุธร้อนหมายถึง อาวุธที่ประกอบไปด้วยไฟหรือดินปืน