เื่: ข้าเกิดใหม่ในร่างเถ้าแก่เนี้ยใจร้าย
ตอนที่5 สตรีเ้ามารยา
ผู้แต่ง: รัตนาภรณ์
หลังจากเสียงประกาสิทธิ์ที่ดังขึ้นราวกับฟ้าผ่าเปรี้ยง ลงมากลางหัวของหญิงชราและมู่หยวนซีได้ดังขึ้น ทำเอาแม่นมฟางหรงถึงกับชะงักผีเท้ากึก แล้วหันหน้ากลับมามองใบหน้าหล่อเหลาของนายท่านป่ายถิวเชียวที่ก่อนหน้านี้ใบหน้าหล่อเหลาคมคายนี้เคยอ่อนโยนเป็มิตร แต่ทำไมวันนี้ถึงเอาแต่บึ้งตึง ั์ตาดุถึงได้น่ากลัวเช่นนี้
"นายท่านจะให้นายหญิงมู่หยวนไปนอนที่ห้องเก็บของได้อย่างไรเ้าค่ะ ห้องนั้นทั้งเล็กและคับแคบนัก แถมยังไม่ได้ทำความสะอาดมานานโขแล้วเ้าค่ะ"
"มันจะไปยากอะไรกัน ถ้าหากรกมากก็แค่ให้นางเก็บทำความสะอาดก็สิ้นเื่ นี่ถือว่าข้าปรานีกับสตรีชั่วช้าเช่นนางมากแล้วน่ะ ดีที่ข้าไม่ใช้ดาบคู่กายของข้า บั่นคอนางขาดเสียเดี๋ยวนี้เลย" ว่าออกมาอย่างนึกโมโห เมื่อนึกย้อนไปถึงเื่ที่มู่หยวนซีนางนี้ได้ทำเื่ชั่วช้าอะไรลงไปบ้าง
"แต่ว่า......" แม่นมฟางหรงเองที่ยังพูดไม่ทันจบประโยคดีด้วยซ้ำ ป่ายถิวเชียวก็ได้พูดตัดบทขึ้นมาก่อน พร้อมกับทำท่าโบกมือ ทำนองให้แม่นมหยุดพูดปกป้องคนเช่นนี้ได้แล้ว
"ทำตามที่ข้าสั่ง รึว่าเ้าอยากไปนอนที่คอกม้าหลังจวนก็ได้น่ะ ข้าแล้วแต่เ้าเลยมู่หยวนซี"
"ไม่เป็ไรเลยเ้าแม่นม ที่ไหนข้าก็นอนได้ทั้งนั้น สกปรกก็แค่ปัดๆ กวาดๆ ถูๆ ก็คงนอนได้แล้ว" ว่าออกมาอย่างตัดบท เพราะไม่อยากเสวนากับป่ายถิวเชียวนานมากนัก อีกอย่างคือไม่อยากให้แม่นมฟางหรงต้องมาพลอยโดนตำหนิเพราะนางไปด้วยอีกคน
"แม่นมคงได้ยินที่นางพูดแล้วใช่รึไม่ แต่ข้าขอสั่งว่าให้นางทำเองคนเดียว ห้ามให้มีผู้ใดเสนอหน้าเข้ามาช่วยนางเด็ดขาด ส่วนแม่นมมีหน้าที่แค่พานางไปส่งที่หน้าห้องเก็บของแค่นั้น หลังจากนั้นให้แม่นมรีบกลับออกมา เข้าใจที่ข้าพูดใช่หรือไหม?"
"แต่ว่า..."
"ไม่มีแต่ทั้งนั้น คำสั่งของข้าถือว่าคือคำสิ้นสุด"
"แต่นายท่านป่ายถิวเชียว ก็รู้เหมือนที่ข้าน้อยรู้นะเ้าค่ะ ว่านายหญิงมู่หยวนซีนางเคยทำงานแบบนี้เสียที่ไหนกันเล่าเ้าค่ะ ปกติก็มีคนทำให้นางตลอด"
"นับั้แ่วันนี้เป็ต้นไป จะไม่มีใครหน้าไหนมาคอยรองมือรองเท้านางอีก นางต้องทำทุกอย่างเองคนเดียวทั้งหมด ถ้าหากว่าเ้าทำไม่ได้ก็ไปตายซะมู่หยวนซี"
"ท่าน...." แม่นมกำลังจะแย้ง แต่มู่หยวนซีพูดขัดขึ้นมาเสียก่อน
"ไม่เป็ไรเลยแม่นม ข้าทำได้สบายมาก แม่นมไม่ต้องสงสารข้าหรอกนะ ข้าทำได้เชื่อข้าสิ" ว่าออกมาอย่างตัดความรำคาญ เพราะเมษาเองก็แค่ลูกสาวชาวนาคนหนึ่ง ทำไมงานบ้านง่ายๆ แบบนี้เธอจะทำมันไม่ได้ แค่นี้เองสบายมาก
"แต่ว่า นายหญิงไม่เคยทำงานอย่างนี้เลยนะเ้าค่ะ นายหญิงจะทำได้อย่างไรกัน?"
"แม่นมรอดูได้เลยข้าทำได้จริงๆ แม่นมหาได้วิตกไป ตอนนี้แค่รีบพาข้าไปดูห้องที่ข้าต้องอยู่ก็พอ" ว่าพร้อมกับเดินจูงมือหญิงชราให้รีบหนีออกไปให้พ้นๆ จากที่ตรงนี้
ทันทีที่สองคนนั้นเดินออกไป จะเห็นก็เพียงแค่แผ่นหลังไวๆ ทำเอาป่ายถิวเชียวที่มัวแต่ยืนอึ้ง เพราะไม่คิดว่ามู่หยวนซีจะยอมทำตามเขาที่บอกง่ายๆ เช่นนี้ ถ้าเป็เวลาปกติรับรองได้ว่าจวนแห่งนี้ต้องพังราบเป็แน่ เหตุเพราะนางคงจะอาละวาดให้ราบไปแล้ว แต่รอบนี้ทำไมถึงยอมง่ายๆ เช่นนี้
สองสตรีต่างวัยที่เวลานี้ได้เดินมาหยุดยืนที่หน้าบานประตูห้องหนึ่ง ที่เพียงแค่หยุดยืนที่หน้าบานประตูที่ตอนนี้ปิดสนิท แต่กลิ่นฝุ่นที่ลอยลอดออกมาจากใต้ช่องลมของใต้บานประตู ทำเอามู่หยวนซีถึงกับย่นจมูกตามสัญชาตญาณ มือย่นของแม่นมฟางหรงผลักบานประตูบานหนาเข้าไปที่ด้านในมีแต่หยากไย่ และฝุ่นหนาจนเต็มไปหมด
ฮัดชิ่ว!!! เสียงจามออกมาพร้อมกับน้ำหู น้ำตาเริ่มไหล คงเป็เพราะมู่หยวนซีปกติชอบแพ้ฝุ่นอยู่แล้ว ถึงได้จามออกมาแบบนี้
"ไหวไหมเ้าค่ะ?"
"ไหว! ข้าไหวแม่นม ข้าขอแค่ไม่กวาด ผ้าแล้วก็ถังน้ำใบหนึ่งก็พอ"
แล้วแม่นมก็ะโเรียกหญิงรับใช้ที่เดินฝ่านหน้าไปเมื่อครู่ ให้เดินกลับเข้ามาหา
"เ้าน่ะมาหาข้าหน่อยสิ"
"เ้าค่ะแม่นม มีอันใดให้ข้าน้อยรับใช้เ้าค่ะ" ว่าออกมา แต่นางกลับมีท่าทีหวาดกลัวๆ แปลกๆ เพราะนางเองไม่กล้าสบตามู่หยวนซีเลยจนมู่หยวนซีเองก็นึกแปลกใจ ถึงอากัปกิริยาที่หญิงรับใช้นางนี้ที่มองมาทางนางอย่างกับหวาดกลัวอย่างไงอย่างนั้น
"เ้าไปเอาไม้กวาด ผ้า แล้วก็ถังน้ำมาให้นายหญิงที แล้วรีบๆ กลับมาล่ะ อย่าให้นายหญิงต้องรอนาน เพราะเ้าเองก็น่าจะรู้พอๆ กับข้าว่าถ้าหากนายหญิงต้องรอนานๆ จะเกิดเหตุอะไรขึ้นกับเ้าบ้าง" ว่าออกมาอย่างกำชับ พร้อมกับมองหน้าหญิงรับใช้นางนั้นด้วยสายตาเขม็ง หลังจากหญิงรับใช้นางนั้นได้ยินคำสั่งของแม่นม นางจึงรีบลนลานวิ่งออกไป จนมู่หยวนซีนึกแปงกใจจึงได้รีบหันมาสอบถามแม่นมว่าหากเป็เมื่อก่อน ถ้าหญิงสาวไม่พอใจมากๆ หญิงรับใช้จะเป็ยังไงบ้าง ทำไมนางผู้นั้นถึงได้มีท่าทีหวาดกลัวเช่นนั้น
"นายหญิงถามข้าเช่นนี้ ด้วยเหตุอันใดกัน ทำเหมือนกับว่าจำอะไรไม่ได้เสียอย่างนั้น"
"ข้าคงจะจำไม่ได้จริงๆ นั่นแหละแม่นม ข้าอยากรู้ว่าหาเวลาปกติข้าจะทำอย่างไรกับนาง"
"นางคงจะโดนตบจนเืกบปากนั้นละเ้าค่ะ" อึ้ง!! หลังจากได้ยินที่แม่นมบอกออกมาเช่นนั้น พร้อมกับความคิดแวบเข้ามาว่านี่มู่หยวนซีเลวร้ายอย่างนี้เลยรึ ถึงว่าทำไมชาวบ้านถึงด่าทอนางแรงขนาดนี้
เป็จังหวะเดียวกันกับที่หญิงรับใช้คนเดิม ได้เดินหอบข้าวของพะรุงพะรังเดินกลับเข้ามา แล้วรีบวางสิ่งของเ่าั้อย่างเร่งรีบ ที่มองดูก็รู้ว่านางคงหวาดกลัวมู่หยวนซีมากขนาดไหน แล้วรีบก้มหัวทำท่าจะเดินหันหลังกลับออกไป
"เดี๋ยว!!! เ้าจะรีบไปไหนกัน " ทันทีที่สิ้นเสียงเรียกให้หยุด ทำเอาร่างเล็กของหญิงรับใช้นางนั้นถึงกับสะดุ้งแรงสุดตัว
หญิงรับใช้นางนั้นหันกลับมามองอย่างช้าๆ ใบหน้าเล็กก้มหน้างุด ทำได้แค่มองมือตัวเองที่ตอนนี้ถูกกำจนเส้นเืในข้อมือเล็กขึ้นเป็สันนูน แถมร่างเล็กยังสั่นงันงกเหมือนลูกนกตกน้ำ
มู่หยวนซีได้เดินสาวเท้าเข้าไปหาร่างบอบบางของหญิงรับใช้รายนั้นอย่างช้าๆ ทันทีที่ร่างบางของมู่หยวนซีไปหยุดยืนตรงหน้า ร่างเล็กตรงหน้ายิ่งสั่นงันงกหนักขึ้นกว่าเดิม
"เงยหน้าขึ้นมามองหน้าข้า เร็วๆ" สิ้นคำสั่งทำเอาร่างเล็กถึงกับสะดุ้ง แต่ก็รีบเงยหน้าขึ้นมามองใบหน้าสวยหวานของนายหญิงของจวนอย่างเกรงๆ
"เ้าชื่อว่าอะไรรึ?"
"ขะ!! ข้าน้อยชื่อไซซีเ้าค่ะ"
"เอาละแม่นางไซซี ข้าแค่อยากขอโทษเ้าที่เคยทำไม่ดีกับเ้า เ้าให้อภัยข้าได้ไหม?" ทันทีที่สิ้นคำของมู่หยวนซี ก็ทำเอาทั้งสองคนต่างอึ้ง แต่คนที่เดินเข้ามาใหม่ถึงกับค่อนขอดออกมาอย่างนึกหมั่นไส้
"หึ!! มารยา อย่าบอกข้าว่าแค่การที่เ้าโดนก้อนหินปาใส่หัวแค่นั้น ความร้ายกาจในตัวของเ้าจะลดน้อยลง มารยาของเ้าข้าผู้หนึ่งล่ะที่จะไม่มีวันเชื่อเ้าเด็ดขาด ไปเ้าไซซีเ้าออกไปทำงานของเ้าเถิด แม่นมด้วยตามข้าออกมาเลยทั้งสองคน ปล่อยให้นางเก็บกวาดห้องของนางไปผู้เดียว "
☆☆☆หึ!!! ใจร้ายแท้ละอี่พ่อ อย่าให้ถึงทีลูกสาวฉันเด้อ