( มะ ไม่นะ ใยท่านจึงโผล่ตัวมาที่นี่ได้! ) หยางเจิงตั๋วขวัญหนีดีฝ่อ ความกลัวะเิซ่าน หัวใจเต้นมิเป็จังหวะ
หญิงสาวผมดำยาวในชุดราชวงศ์โบราณกระโปรงยาวพริ้วไสวสีแดงดำพวยพุ่งจากฟากฟ้าโอบล้อมตนเองด้วยพายุที่สายฝนมิอาจฝ่าได้ แขนข้านหนึ่งกว้านโอบตัวเด็กหนุ่มกลางอากาศ มืออีกข้างรีดลมปราณสีดำม่วงรูปลักษณ์คล้ายใบมีดเคลือบสองนิ้ว ปาดจากล่างขึ้นบนหนเดียวร่างของหยางเจิงตั๋วขาดครึ่งซ้ายขวา เืสาดกระจายเป็สายฝนกลางอากาศ
" หะ.. " เด็กหนุ่มสภาพร่อแร่เปลือกตาใกล้จะปิดสนิทได้กลิ่นน้ำหอมคล่องจมูกจากเสื้อผ้าของหญิงสาวที่กำลังอุ้มเขา เขาค่อยหันหัวๆเงยหน้าขึ้นช้าๆ ใบหน้าของสาวงามตนหนึ่งผิวขาวผ่องที่ไม่คุ้นเคย แก้มคางที่คมสมส่วน ดวงตาเรียบเฉยแฝงด้วยความดุดัน กำลังมองมาที่เด็กหนุ่มเช่นกัน เธอส่งยิ้มเล็กน้อยให้เขา
" ... " เด็กหนุ่มไม่เหลือเรี่ยวแรงแบกสังขารให้มีสติอีกต่อไป ใบหน้าของสาวงามปริศนาค่อยๆเลือนลาง เปลือกตาของเด็กหนุ่มปิดลง เขานอนสลบในอ้อมแขนหญิงสาวอย่างสนิท
" ยุจูว หากไม่ใช่เพราะเ้า เราคงเสียเขาไปแล้ว " จอมยุทธสาวที่กำลังลอยกลางอากาศในวงพายุหันหน้ากล่าวคำขอบคุณเ้าอีกาสัตว์อสูรผู้มีดวงตาและหางติดเพลิงสีเขียวที่บินประกบอยู่ข้างๆ
" กระหม่อมจะทำอย่างสุดความสามารถเพื่อถวายแก่องค์หญิงเสมอ ก้า " เ้าอีกกาก้มหัวตอบรับคำชื่นชม
" เ้าจงนำแผนที่นี้ส่งให้กับรถห้าคันที่พึ่งขับหนีออกไปเสีย พวกเขาคงไปไม่ไกลจากที่นี่ ปล่อยไว้ข้างนอกรังแต่จะไร้ที่ปลอดภัยถูกจับอีกครั้งอยู่ดี "
องค์หญิงนำมือหยิบแผนที่กันน้ำซึ่งระบุตำแหน่งปลอดภัยจากในแขนเสื้อขึ้นมาห้าม้วน ให้เ้าอีกกาสัตว์อสูรนำสารนี้ไปแจกจ่ายให้ผู้รอดชีวิตโดยด่วนที่สุด เ้าอีกาน้อมรับคำสั่งใช้กรงเล็บที่ขาของมันคว้าม้วนแผนที่ไว้แล้วบินแยกออกไปโดยเร็ว
" แย่แล้วพวกเรา ศิษย์พี่ตายแล้ว! ยอดฝีมือผู้นั้น อย่าบอกนะว่า.. "
เหล่าจอมยุทธอีกสี่คนเหลือรู้ถึงตัวตนยอดฝีมือวรยุทธลึกล้ำผู้นี้ได้ทันทีแม้จะพึ่งเห็นใบหน้าของนางเพียงแวบเดียว แต่มิทันจะได้กล่าววาจาใดอื่นออกมา จอมยุทธสาวสะบัดมือใช้นิ้วสี่นิ้วยิงลมปราณสีดำม่วงสี่เส้นทะลุกระจกรถเจาะกลางคอของจอมยุทธทั้งสี่ พวกมันมิได้ตายทันที แต่กลับถูกลมปราณปีศาจกำลังดูดกลืนพลังชีวิต ผู้ที่โดนวิชาพิศดารนี้ได้แต่ดิ้นไปมาดึงมิออกตัดไม่ขาด ร่างของพวกมันดิ้นรนไปมาแทบขาดใจ เมื่อเห็นว่าชายทั้งสี่ทรมานแก่สมควร แม่นางยอดฝีมือก็คลายวิชาพิสดารออก
" ข้าจะสังหารแต่ผู้ที่มีชีวิตเพื่อระรานทำลายชีวิตผู้อื่น " น้ำเสียงเรียบเฉยแต่เปี่ยมไปด้วยความเมตตากำลังเหลือบตามองลงมายังทั้งสี่ในรถกระบะ
" ข้าได้ทำลายเส้นเดินลมปราณในร่างกายของพวกเ้าเสียหายหลายส่วน หากเ้ายังรักชีวิต จงเร้นกายจากยุทธภพเสีย " จอมยุทธสาวลอยลงเท้าแตะพื้นด้านหน้าขบวนรถทั้งห้า
" ขอบพระคุณองค์หญิงที่ไว้ชีวิตข้าน้อย พวกข้าขอน้อมรับความเมตตาขององค์หญิงแต่โดยดี ยอมเร้นกายจากยุทธภพนับแต่บัดนี้ ฮึก " เหล่าจอมยุทธทั้งสี่ผละตัวลงจากรถก้มกราบร้องไห้ทั้งน้ำตากลางสายฝนและให้คำสัญญาแก่แม่นางตรงหน้าที่พวกมันเรียกว่าองค์หญิง ทั้งสี่รู้ตนว่ากำลังเผชิญหน้ากับใครแต่กระนั้นก็ซาบซึ้งในความเมตตาและยอมวิ่งหนีหายจากไปแต่โดยดี
" ท..ท่าน ท่านเป็จอมยุทธหรอกรึ แล้ว.. ท่านจะมาจับพวกข้าอีกหรือ.. " ชาวบ้านคนขับรถคันหนึ่งถามจอมยุทธสาวด้วยเสียงสั่นกลัว
" ข้าไม่มีเวลาอธิบายมากนักในตอนนี้ "
จอมยุทธสาวเดินหน้าเข้ามาหาชายคนขับรถ
" ข้าจะปลดพันธนาการของเหล่าเด็กๆด้านหลังให้ พวกเ้าจงรีบมุ่งไปยังวงแดงๆที่ข้าทำไว้ในแผนที่นี้ เป็ค่ายที่ข้าพยายามรวบรวมผู้รอดชีวิตทั้งหลายไว้ พอถึงหน้าทางเข้าก็จงบอกรหัสที่ข้าเขียนไว้หลังแผนที่แต่ละแผ่น พวกเขาจะปล่อยให้เ้าเข้าไปเอง " ยอดฝีมือหญิงอธิบายเสร็จสรรพพลางนำม้วนแผนที่แจกจ่ายให้คนขับรถคนละม้วน
" ขอบคุณครับท่านที่ช่วยพวกเรา " เหล่าคนขับรถทั้งหลายก้มหัวยกมือไหว้
" เช่นนั้นข้าขอตัวก่อน " จอมยุทธหญิงกระโจนไปมาหลังกระบะใช้ดัชนีปลดโซ่ที่ล่ามเด็กๆไว้พลางพุ่งขึ้นฟ้าอีกครั้ง นางร่ายคาถาบังเกิดลมปราณสีดำม่วงเป็พายุรอบกายแล้วจึงเหาะล่วงหน้าไปยังจุดหมายปลายทางก่อน ในตอนนี้นางต้องกลับไปรักษาเด็กหนุ่มให้เร็วที่สุด
" พ่อ ทำไมไม่หนีไปด้วยกันล่ะ ทำไม
ทำไมล่ะครับพ่อ
.
.
.
แม่ ผมจะรอพ่อด้วยกันกับแม่ตรงนี้
ไม่ๆๆๆ ไม่เด็ดขาด ผมจะอยู่กับแม่
.
.
สัญญากับผมนะ แล้วเราจะเจอกันตรงที่นัด
โอเครนะแม่ ผมจะรอพ่อกับแม่ตรงนั้นนะ รีบๆกลับมาล่ะ
รักพ่อกับแม่เหมือนเดิมนะ! "
.
.
.
.
.
.
" ดมบำหเดำหเบำสหบลเ "
" กสไนยกานยไาบกดไ "
" sdlovidso "
" วสดกหวดง "
" พี่เจนนี่! พี่เจนนี่! เขารู้สึกตัวแล้วค่ะ พี่เจนนี่! " เสียงลางๆไม่ค่อยชัดเจนนักของหญิงสาวคนหนึ่งพร้อมเสียงบรรยากาศชุลมุนวุ่นวายรอบข้างกระตุ้นให้ใครบางคนที่นอนอยู่บนเตียงรู้สึกตัว ประสาทหูค่อยๆทำงานให้เสียงที่เข้ามาชัดขึ้น ชัดขึ้นเรื่อยๆ พอที่จะกระตุ้นให้เด็กหนุ่มที่กำลังค่อยๆลืมตา ค่อยๆจับเป็ศัพท์ฟังเป็คำรู้เื่มากขึ้น เขาหันซ้ายขวาเล็กน้อย มองรอบตัวไปมา
" ตาขวาฉัน .. " เด็กหนุ่มรู้สึกถึงอย่างแรกๆสุดเลยหลังการตื่น มีบางอย่างกำลังปิดตาขวาของเขาอยู่ เป็ผ้าปิดแผลสะอาดสีขาวที่ผ่านการฆ่าเชื้อแล้วนั่นเอง
" นี่น้องคะ รู้สึกตัวแล้วสินะ " เสียงใสๆของหญิงสาวผิวสีสวมชุดพยาบาลสีขาวที่ยืนข้างๆเตียงก้มหัวลงถามเด็กหนุ่มด้วยความตื่นเต้นดีใจ เด็กหนุ่มพยักหน้าตอบรับเล็กน้อยพลางขยับแขนขานิดๆสำรวจร่างกายตนเองว่ายังอยู่ดี เขาพบว่าชุดของเขาเป็ชุดสีเขียวอ่อนสำหรับคนไข้ในโรงพยาบาล
เด็กหนุ่มค่อยๆลุกขึ้นนั่งบนเตียงโดยมีพยาบาลข้างๆคอยพยุงตัวให้เขาลุกไหว ความเ็ปแถวสันหลังแปล๊บๆออกมา เขารู้ดีว่ามันเป็อาการจากตอนร่วงต้นไม้กระแทกพื้นอย่างจัง แต่ยังดีที่ไม่เป็อะไรมาก หากตกสูงกว่านี้สงสัยจะได้กลายเป็คนพิการแล้วกระมัง
" คุณชื่อเจนนี่เหรอ " เด็กหนุ่มหันหน้าถามพยาบาลข้างๆด้วยน้ำเสียงที่ดูเหนื่อยๆเล็กน้อย
" ใช่ค่ะ พี่เป็พยาบาลประจำค่ายหลบภัยแห่งนี้ " เธอตอบเด็กหนุ่มด้วยเสียงสดใสดูมีพลัง
" ค่ายหลบภัยเหรอ ? "
เด็กหนุ่มแปลกใจกับบรรยากาศผู้คนเดินกันวุ่นวายรอบข้างเขา เขาอยู่ในห้องฉุกเฉินที่กว้างพอประมาณบรรจุคนไข้ได้หลายสิบเตียง มีหมอพยาบาลที่กำลังทำงานอย่างเต็มที่ช่วยรักษาคนเจ็บไข้ ทหารและคนถือดาบคล้ายจอมยุทธยืนช่วยกันเฝ้าประตูทางเข้าที่เปิดอ้าไว้ ค่ายหลบภัยนี้ดูใหญ่กว่าที่ๆเขาจากมามาก คงแหงอยู่แล้วเพราะค่ายที่เขาจากมาแทบจะรกร้างเหลือเพียงเขาคนเดียวที่ยังปักหลักอยู่ที่นั่น
" ร่างกายของน้องดูโอเคขึ้นมากแล้วนะ เดียวพี่จะพาไปพบกับผู้นำค่ายหลบภัยของที่นี่ ท่านรอพบน้องอยู่ค่ะ "
พยาบาลผิวสีแสนน่ารักค่อยๆพยุงเด็กหนุ่มลงจากเตียงมานั่งบนรถเข็น จากนั้นเธอจึงเข็นเด็กหนุ่มเคลื่อนที่ออกไปนอกห้องฉุกเฉินโดยมีทหารเดินตามประกบทั้งสองข้าง
เด็กหนุ่มค่อยๆซึมซับบรรยากาศรอบข้าง ที่นี่เหมือนเป็ตึกเก่าๆที่มีร่องรอยถูกปรับปรุงต่อเติมขึ้นใหม่มาไม่นานนี้ มีทั้งคนและจอมยุทธอาศัยร่วมกัน แต่เด็กหนุ่มขมวดคิ้วสายตาเกรี้ยวกราดถึงหลายสิ่งหลายอย่างที่ขัดสายตาเขาสุดๆ
ใยจอมยุทธรอบตัวเขาทำตัวรวมกับคนปกติได้อย่างไม่มีพิษภัย อย่างไรกันแน่ มีแบบนี้ด้วยหรอกเหรอ สถานที่ที่จอมยุทธมิทำร้ายคนธรรมดา เดินอุ้มเด็กเล็กเล่นสนุกกันไปมาโดยพ่อแม่เด็กมิห้ามแถมท่าทางดูมีความสุขอีกด้วย ตรงนั้นมีกลุ่มเด็กชายหยอกเย้าจอมยุทธหญิงชวนคุยสนุกเฮฮาไปมาตามประสาหนุ่มสาว ตรงนี้มีจอมยุทธป้อนข้าวป้อนน้ำคนแก่นั่งรอต่อแถวรอตรวจไข้ โลกใบนี้มีที่แบบนี้อยู่ด้วยหรอกเรอะ
ไม่นานนัก รถเข็นก็เคลื่อนที่ผ่านประตูโรงพยาบาล เผยให้เห็นภาพลานกว้างด้านหน้าที่ถูกปกคลุมด้วยหลังคาโค้งครึ่งวงกลมโปร่งแสงนิดๆ มีกำแพงลวดลายคล้ายสังกะสีล้อมรอบลานเป็สี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดใหญ่ เด็กหนุ่มรู้ในทันทีว่าที่แห่งนี้คือ แฮงก้า (โรงเก็บเครื่องบิน) ของโรงเรียนฝึกศิษย์การบินเก่าๆในตัวจังหวัดจากรูปภาพเก่าๆบนฝาผนัง ที่นี่เคยเป็สถานศึกษาบ่มเพาะบุคลากรทางการบินที่มีมาั้แ่รุ่นพ่อของเขายังเด็กๆ ปัจจุบันที่แห่งนี้ปิดตัวไปหลายปีแล้วเนื่องจากสภาพเศรษฐกิจที่มีนักบินหน้าใหม่อ่อนชั่วโมงบินล้นตลาดตกงานกันหลายแสนคนทั่วโลก
ที่ลานกว้างแห่งนี้ภายในแฮงก้า มีผู้คนหลายร้อยคนกำลังนั่งอัศจรรย์ที่เรียงรายอยู่รอบข้าง ดูกลุ่มคนตรงกลางลานถือกระบี่กระบองจู่โจมตั้งรับสลับไปมา บ้างก็นั่งขัดสมาธิหลับตายกแขนทำท่าร่ายอะไรบางอย่างที่บังเกิดสายลมบางๆเกิดขึ้นรอบตัวผู้ฝึกซึ่งหาคำอธิบายไม่ถูก คนรอบข้างที่ดูแล้วเป็คนธรรมดาเหมือนเขาทั้งเด็กเล็ก ผู้ใหญ่ คนแก่ ต่างนั่งกินขนมดื่มน้ำดูกิจกรรมตรงลานกว้างอย่างสนุกสนาน เด็กหนุ่มได้แต่เกิดความแคลงใจสงสัย ใยที่นี่จึงสงบสุขได้ถึงเพียงนี้ ต่างจากโลกภายนอกที่เขาเผชิญฟันฝ่ามาโดยสิ้นเชิง
" แปลกใจใช่ไหมล่ะ พวกเขากำลังฝึกยุทธกันจ้ะ ตอนนี้เป็เวลาพัก คนธรรมดาทั่วไปเลยมานั่งตรงอัศจรรย์กินไปชมไป เป็สีสันการใช้ชีวิตที่นี่อย่างนึงจ้ะ " เจนนี่อธิบายแคลงความสงสัยของเด็กหนุ่มที่กำลังมีท่าทีสับสนไม่เชื่อสายตาตนเอง
( แบบนี้เองสินะ พวกเขาอยู่ตรงแฮงก้าใหญ่สองหลังติดกัน หลังหนึ่งเป็โรงพยาบาล หลังหนึ่งเป็ลานกว้างรวมตัวทำกิจกรรม ) เด็กหนุ่มสรุปภาพรวมจากที่เห็นได้คร่าวๆ
ไม่นานนัก เจนนี่ก็เข็นเด็กหนุ่มมาถึงคนกลุ่มหนึ่งที่กำลังหันหลังมองดูการฝึกยุทธอยู่
" เขามาถึงแล้วค่ะ " เจนนี่ทักกลุ่มคนที่ยืนอยู่ตรงหน้า พวกเขาเป็จอมยุทธทั้งชายหญิงเป็วัยหนุ่มสาวเสียส่วนใหญ่ มีวัยกลางคนกับวัยชราปะปนด้วยเล็กน้อย เหล่าจอมยุทธหันหลังกลับมามองเด็กหนุ่มที่นั่งบนรถเข็น จากนั้นก็ค่อยๆเดินถอยหลังหลีกทางให้คนๆหนึ่งที่อยู่หลังสุด
" น้อง นี่คือคนที่ฉันพูดถึงเองจ้ะ " เจนนี่สะกิดเด็กหนุ่มพลางก้มตัวแบมือไปยังคนผู้นั้น
เด็กหนุ่มเงยหน้าอ้าปากค้าง หญิงสาวโฉมงามรูปหนึ่งใส่ชุดคล้ายราชวงศ์โบราณกำลังเดินเข้ามาหาเขา โฉมงามมองหน้าเด็กหนุ่มพลางส่งยิ้มให้เล็กน้อย ข้างๆของนางคือเ้าอีกาดำขนาดตัวพอๆกับศรีษะ มีดวงตาและหางเป็เปลวเพลิงสีเขียวบินประกบข้างกายไม่ห่าง
หญิงสาวรูปงามสูงพอประมาณหยุดลงตรงหน้าเด็กหนุ่ม นางก้มหน้ามองใบหน้าเด็กหนุ่มที่กำลังตกตะลึง
" เ้าเองสินะ เ้าของฉายาชื่อกระฉ่อน Lone wolf ( โลนวูฟ = หมาป่าโดดเดี่ยว ) คนธรรมดาผู้หาญกล้าออกไล่ล่าสังหารจอมยุทธชั้นเลวทุกตนในเขตนี้ " นางเอียงคอเล็กน้อยทักทายเด็กหนุ่มด้วยน้ำเสียงชื่นชม
" โลกใบนี้นั้น การจะถามไถ่ชื่อเสียงเรียงนามของใครสักคน ต้องแนะนำตนเองก่อนสินะ " หญิงสาวมีท่าทางกำลังปรับตัวให้สอดคล้องกับวัฒนธรรมที่นี่ พลันกล่าวคำแนะนำตัวออกไป
" ข้าเป็ทายาทคนสุดท้ายของพรรคเท็งไกเชียง ผู้เพลงกระบี่อนัตตา นามของข้าคือ องค์หญิงฉังชรู่ "
" องค์ หญิง ฉัง ชรู่ "
เด็กหนุ่มพึมพำสะกดชื่อตามเบาๆ เขาจำเธอได้ เธอคือคนที่ช่วยชีวิตตอนที่เขากำลังจะตาย ความโกรธแค้นต่อจอมยุทธของเด็กหนุ่มในหัวใจค่อยๆสลายลง สลายลง สายตาเกรี้ยวกราดที่เคยมองเหล่าจอมยุทธตามทางค่อยๆคลายออกไปกลายเป็ปกติ เด็กหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึกๆ หายใจออกช้าๆ ขยับปากตอบฉังชรู่ด้วยให้เธอได้ยินชัดที่สุดเท่าที่จะทำได้
" กัส กัสเซ่ นั่นคือนามของข้า.. อ เอ้ย ไม่สิ ชื่อของผม "