“เ้านี่...”
เจอร์ราร์ดจ้องเซนิธ
“มาได้ยังไง?”
เซนิธมองเขาอย่างเฉยชา
“ข้าก็เดินเข้ามา”
“อย่ามาเล่นลิ้น”
เจอร์ราร์ดกำดาบแน่น
“แล้วกองกำลังศักดิ์สิทธิ์ล่ะ?”
เซนิธตอบทันที
“จัดการไปแล้ว”
เจอร์ราร์ดชะงัก
“จัดการ?”
เขาแทบไม่อยากเชื่อ
“ได้ยังไง?”
“เ้าพวกนั้นมากันพร้อมกับหน่วยลงทัณฑ์”
เจอร์ราร์ดจ้องเขา
เซนิธยังคงมีสีหน้าเดิม
“ถ้าข้ารู้ว่าจะมา...ข้าก็แค่เตรียมกับดักรอ”
เขาหยุดเล็กน้อย
“แล้วพวกศาสนจักรพวกนั้นก็ติดอย่างจังเลยล่ะ”
“เ้ารู้ได้ยังไงว่าพวกเขาจะมา?”
เซนิธมองเจอร์ราร์ด
“คิดว่าข้าไม่รู้เื่พรติดตามหรือ?”
เจอร์ราร์ดเบิกตา
“บ้าไปแล้ว...”
เขาพึมพำ
“พรนั้นเป็ความลับระดับสูงเลยนะ”
“จักรวรรดิรู้อยู่แล้ว”
เซนิธตอบ
“ส่วนข้า...”
เขาหยุด
“เคยทำงานอยู่ที่นั่น”
เจอร์ราร์ดที่ได้ยินคำตอบนั้นนิ่งไปชั่วขณะสีหน้าของเขาเปลี่ยนไปทันที
“ถ้าอย่างนั้น...”
เขาหันมาทางผม
ก่อนที่ผมจะทันตั้งตัว เจอร์ราร์ดก็พุ่งเข้ามาคว้าตัวผมขึ้นจากพื้น
“ลุง?!”
“อยู่นิ่ง ๆ!”
“เกิดอะไรขึ้น?”
เขาไม่ตอบ
เจอร์ราร์ดกอดตัวผมไว้ด้วยแขนข้างหนึ่ง ก่อนจะยกแขนอีกข้างขึ้น
จากนั้น—
ฉึก!
ใบมีดสั้นถูกกรีดลงบนท่อนแขนของเขา
เืสีแดงสดไหลออกมาทันที
“ลุง!”
ผมใจนดิ้น
แต่เจอร์ราร์ดกลับไม่สนใจความเ็ปเลยแม้แต่น้อย
เขาใช้นิ้วแหวกาแออกเล็กน้อย
แล้วล้วงมือเข้าไปภายในอย่างไม่ลังเล
ผมเบิกตากว้าง
“ลุงกำลังทำอะไร?!”
ไม่มีคำตอบ
เพียงครู่เดียว—
เจอร์ราร์ดก็ดึงบางอย่างออกมาจากาแ
ม้วนคัมภีร์ขนาดเล็กที่ถูกห่อหุ้มด้วยพลังเวทถูกดึงออกมา
ผมมองมันอย่างไม่เข้าใจ
“นั่นมัน...”
เจอร์ราร์ดกำคัมภีร์เอาไว้แน่น
จากนั้นคลี่มันออกทันที
“ขอให้ทัน..."
เขาพึมพำ
ก่อนจะฉีกคัมภีร์ออกเป็สองส่วน
ฟึ่บ!
ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ไม่มีแสง
ไม่มีวงเวท
ไม่มีการเคลื่อนย้าย
เจอร์ราร์ดนิ่งค้าง
เซนิธมองเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยสีหน้าเรียบเฉย
ก่อนจะพูดขึ้น
“คัมภีร์เทเลพอร์ต”
เจอร์ราร์ดหันขวับไปมอง
เซนิธพูดต่อด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“คิดว่าข้าไม่รู้หรือ?”
สีหน้าของเจอร์ราร์ดเปลี่ยนไปเล็กน้อย
“เ้า...”
“คัมภีร์นั่นถูกทำให้ใช้การไม่ได้ั้แ่ก่อนที่เ้าจะเข้ามาถึงที่นี่แล้ว”
เจอร์ราร์ดกำหมัดแน่น
เืยังคงไหลจากแขน
แต่ในวินาทีต่อมา แสงสีทองก็ปรากฏขึ้น
พลังศักดิ์สิทธิ์ไหลผ่านาแ
เนื้อที่ถูกกรีดค่อย ๆ สมานตัว
เจอร์ราร์ดไม่แม้แต่จะก้มมอง
เขาเพียงกำดาบแน่นขึ้น
“ถ้าอย่างนั้น...”
แสงสีทองเริ่มส่องประกายรอบตัวเขา
“ก็เหลือทางเดียวแล้วสินะ”
แสงสีทองปรากฏขึ้นบนแขนของเจอร์ราร์ด
าแเริ่มสมานตัว
พลังศักดิ์สิทธิ์...
เขากำดาบ
แล้วพุ่งเข้าใส่เซนิธ
เคร้ง!
ดาบของเขาถูกบางอย่างหยุดเอาไว้
เงาสีดำพุ่งออกมาจากพื้น
ร่างสูงใหญ่ในชุดเกราะสีดำยืนขวางอยู่
ผมมองมัน
และเห็นแสงเล็ก ๆ ภายในร่าง
แต่แสงนั้นแตกต่างจากมนุษย์ มันนิ่ง เ็า
และหนักแน่นอย่างน่ากลัว
เจอร์ราร์ดถอยไปหนึ่งก้าว
“เดธไนท์...”
สายตาของเขาจับจ้องดาบในมืออีกฝ่าย
จากนั้นสีหน้าก็เปลี่ยนไป
“ดาบนั่น...”
เขาพึมพำ
“ของอดีตผู้บัญชาการกองทัพของจักรพรรดิ”
เดธไนท์ยกดาบขึ้น
เจอร์ราร์ดกำหมัด
“คดีที่ศพหายไป...”
เขามองเซนิธ
“ที่แท้ก็อยู่กับเ้านี่เอง”
ไม่มีคำตอบ
เดธไนท์พุ่งเข้ามา
เคร้ง!
เจอร์ราร์ดรับดาบ
แรงกระแทกทำให้พื้นแตกร้าว
เขาหมุนตัว
ฟันสวน
ฉัวะ!
ดาบของเขาฟันเข้าเกราะของเดธไนท์
แต่...
มันเพียงเกิดรอยบาดเล็ก ๆ
“แข็งอะไรขนาดนี้...”
เจอร์ราร์ดถอย
เดธไนท์ฟาดดาบ
เจอร์ราร์ดยกแขนรับ
ตูม!
เขากระเด็นไปชนกำแพง
“ลุง!”
ผมะโ
“อย่าเข้ามา!”
เจอร์ราร์ดะโกลับ
เขาลุกขึ้น
เืไหลจากมุมปาก
แต่ยังคงยืน
แสงสีทองเริ่มสว่างขึ้นรอบตัว
“ข้ายังไม่ตายง่าย ๆ หรอก”
เขาพึมพำ
จากนั้นพุ่งเข้าไปอีกครั้ง
ดาบปะทะดาบ
พลังศักดิ์สิทธิ์ปะทะความตาย
ตูม!
ตูม!
ตูม!
เจอร์ราร์ดโจมตีเข้าใส่เดธไนท์หลายครั้ง
แต่ทุกครั้ง...
ความเสียหายกลับมีเพียงเล็กน้อย
จนกระทั่งเจอร์ราร์ดหยุด
เขาหอบหายใจ
“ต้องใช้วิธีนั้นสินะ...”
เขาหลับตา
พึมพำบางอย่างที่ผมไม่ได้ยิน
แสงสีทองเริ่มรวมตัว
สว่างขึ้นเรื่อย ๆ
จนแทบมองไม่เห็นร่างของเขา
เดธไนท์พุ่งเข้ามา
เจอร์ราร์ดลืมตา
“จบกันที!”
เขาพุ่งออกไป
ดาบสีทองฟาดลง
ตูมมมมมม!
แสงสว่างกลืนกินทั้งห้อง
ผมต้องยกแขนขึ้นบัง
เมื่อแสงจางลง...
เดธไนท์ยืนอยู่กลางห้อง
ร่างของมันแตกร้าว
รอยแตกสีดำกระจายไปทั่วเกราะ
จากนั้น...
ร่างทั้งร่างก็สลาย
กลายเป็เถ้าสีดำ
ลอยหายไปในอากาศ
เจอร์ราร์ดยืนอยู่ตรงนั้น
แต่แสงรอบตัวเขากำลังจางลง
“ลุง...”
เขาเซ
แล้วล้มลง
ตุบ
ผมรีบวิ่งเข้าไป
“ลุง!”
เจอร์ราร์ดหายใจอย่างยากลำบาก
เขาพยายามยื้นอะไรบ้างอย่างมา
“อะไรนะ?”
“อีลิกเซอร์...”
เขาพยายามพูด
แต่เสียงเบาลงเรื่อย ๆ
“เอาไป...”
“ลุง!”
ผมรับมันไว้
แต่ไม่ทันได้พูดอะไรต่อ...
มือของเจอร์ราร์ดก็ตกลง
แสงสีทองบนร่างของเขาค่อย ๆ สลาย
ผมนิ่งอยู่ตรงนั้น
ไม่มีคำพูดใดหลุดออกมา
ผมมองมือของตัวเอง
มือข้างหนึ่งถืออีลิกเซอร์
อีกข้างหนึ่งกุมแสงของเรน่าไว้แนบอก
เรน่า...
เจอร์ราร์ด...
ทั้งสองคนจากไปต่อหน้าผม
ผมรู้สึกเหมือนบางอย่างในอกกำลังถูกฉีกออก
แต่คราวนี้...
ผมไม่ร้อง ไม่ะโ ไม่ร้องไห้
ผมเพียงก้มหน้าลง
และเก็บทุกอย่างเอาไว้
ลึกลงไป
ลึกที่สุด
แล้วเสียงฝีเท้าก็ดังขึ้น
ตึก...
ตึก...
เซนิธเดินเข้ามาหยุดตรงหน้าผม
สายตาของเขาเลื่อนลงไปยังแสงเล็ก ๆ ที่ผมกำลังประคองเอาไว้ในมือ
แสงนั้นยังคงส่องประกายริบหรี่
สั่นไหวอย่างแ่เบา ราวกับเปลวไฟที่กำลังจะดับลงทุกเมื่อ
“มาเป็คนรับใช้ของข้า”
ผมเงยหน้าขึ้น
เซนิธยังคงมีสีหน้าเรียบเฉย
ไม่มีความสงสาร
ไม่มีความยินดี
ไม่มีแม้แต่ความรู้สึกว่าคำพูดของเขามีความหมายอะไรเป็พิเศษ
ราวกับสิ่งที่เขากำลังพูด...
เป็เพียงข้อเสนอธรรมดาข้อหนึ่ง
“แล้วข้าจะชุบชีวิติญญาที่อยู่ในมือเ้าให้”
ชุบชีวิต...
ผมนิ่งไป
คำพูดนั้นไร้สาระ
ผมรู้ดี
คนตายไม่สามารถกลับมาได้
ต่อให้ิญญายังอยู่
ต่อให้ร่างกายยังสมบูรณ์
ต่อให้มีปาฏิหาริย์จากเทพเ้า
ต่อให้ใช้มนต์ดำที่ถูกเรียกว่าเป็ศาสตร์ต้องห้ามที่สุดก็ตาม
ชีวิตที่จากไปแล้ว...
ไม่มีทางหวนคืนเรน่าก็ไม่มีวันกลับมา
ผมรู้ความจริงนั้นดี
แล้วทำไม...
ทำไมผมถึงยังไม่ปฏิเสธเขา?
คำตอบนั้นง่ายมาก
เพราะผม้าให้เขาเชื่อว่าผมเชื่อ
ผมก้มมองแสงในมือ
แสร้งทำเป็ว่ามันคือความหวังสุดท้ายของผม
แสร้งทำเป็ว่าผมยอมทุกอย่างเพื่อเรน่า
ถ้าเซนิธ้าให้ผมเป็คนรับใช้...
ผมก็จะเป็
แต่เมื่อผมก้มมองมือของตัวเองอีกครั้ง
แสงนั้นยังอยู่
เล็กน้อย
ริบหรี่
และกำลังจะดับลง
“เรน่า...”
เสียงของผมแ่เบาจนแทบไม่ได้ยิน
ผมไม่รู้ว่าสิ่งที่อยู่ในมือคือเธอจริงหรือเปล่า
ไม่รู้ว่ามันเป็ิญญาของเธอ
หรือเพียงเศษเสี้ยวของสิ่งที่เคยเป็เธอ
แต่ผมไม่อยากปล่อยมันไป
ไม่อีกแล้ว
ผมกำมือทั้งสองข้างประคองแสงนั้นเอาไว้แนบอก
ราวกับว่าหากผมเผลอปล่อยมือ...
สิ่งสุดท้ายที่เหลืออยู่ของเธอจะหายไปตลอดกาล
สายตาของผมเหลือบไปยังร่างที่นอนอยู่ไม่ไกล
เจอร์ราร์ด...
ชายชราคนนั้นเพิ่งพูดคุยกับผมเมื่อไม่นานมานี้
เพิ่งช่วยพาผมออกจากห้องขัง
เพิ่งต่อสู้เพื่อปกป้องผม
แต่ตอนนี้...
เขากลับนอนนิ่งอยู่บนพื้น
ไม่มีเสียงตอบกลับ
ไม่มีคำพูดติดตลก
ไม่มีรอยยิ้ม
ไม่มีอะไรอีกแล้ว
หน้าอกของผมเจ็บขึ้นมาอย่างรุนแรง
ทำไม...
ทำไมถึงต้องเป็แบบนี้?
ผมพยายามสูดลมหายใจ
แต่ยิ่งพยายามมากเท่าไร หน้าอกก็ยิ่งเจ็บมากขึ้นเท่านั้น
ผมอยากร้องไห้
อยากะโ
อยากถามใครสักคนว่า...
ทำไมต้องพรากทุกอย่างไปจากผม
แต่แล้วผมก็หยุด
ต่อให้ผมร้องออกไป...
แล้วมันจะเปลี่ยนอะไร?
ต่อให้ร้องไห้จนหมดแรง...
เรน่าจะกลับมาหรือ?
เจอร์ราร์ดจะลุกขึ้นมาอีกครั้งหรือ?
ไม่
ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง
ความจริงตรงหน้ามันชัดเจนเกินไป
ผมอ่อนแอ
อ่อนแอจนช่วยใครไม่ได้
อ่อนแอจนแม้แต่ตัวเองยังปกป้องไม่ได้
และคนที่อยู่ข้างผม...
ก็ต้องตายต่อหน้าผมทีละคน
ผมก้มหน้าลง
ปล่อยให้ความมืดบดบังใบหน้า
ความเศร้ากำลังพยายามกลืนกินผม
ความกลัวกำลังพยายามดึงผมให้จมลงไป
แต่ผมไม่้ามัน
ไม่้าความรู้สึกพวกนี้อีกแล้ว
ผมค่อย ๆ สูดลมหายใจเข้า
แล้วกดทุกอย่างลงไป
ความเศร้า...
ความเสียใจ...
ความหวาดกลัว...
ทั้งหมด
ผมจะเก็บมันเอาไว้
เก็บไว้ในที่ที่ลึกที่สุดของหัวใจ
ลึกจนไม่มีใครสามารถแตะต้องมันได้
เหลือเพียงสิ่งเดียว...
ความแค้น
ผมจะไม่ลืม
ผมจะไม่มีวันลืมสิ่งที่เกิดขึ้นที่นี่
และผมจะไม่มีวันลืมคนที่ทำให้เรน่าต้องเป็แบบนี้
แต่ก่อนหน้านั้น...
ผมต้องแข็งแกร่งขึ้น
แข็งแกร่งกว่านี้
แข็งแกร่งจนไม่มีใครสามารถทำอะไรผมได้อีก
ไม่ว่าจะต้องใช้เวลานานแค่ไหน
ไม่ว่าจะต้องฝึกฝนหนักเพียงใด
ไม่ว่าจะต้องเดินผ่านความตายมากแค่ไหน
ผมก็จะทำ
ต่อให้เส้นทางข้างหน้าจะเต็มไปด้วยเื...
ผมก็จะเดินต่อ
ต่อให้คนทั้งโลกเรียกผมว่าเป็ปีศาจ...
ผมก็ไม่สน
ขอเพียงผมแข็งแกร่งขึ้น
ขอเพียงผมมีพลังมากพอที่จะแก้แค้น
ต่อให้ต้องเดินเข้าสู่ศาสตร์แห่งความตาย
ต่อให้ต้องกลายเป็สิ่งที่ผมเคยหวาดกลัว
ต่อให้ต้องทำงานให้ชายตรงหน้า
ผมก็ยอม
ต่อให้ผมต้องกลายเป็คนโง่ที่ถูกหลอกไปทั้งชีวิต...
ก็ไม่เป็ไร
ขอเพียงมีโอกาส...
แค่โอกาสเดียวก็พอ
ผมจะยอมเป็อะไรก็ได้
ผมกำแสงของเรน่าแน่นขึ้น
ก่อนจะค่อย ๆ ลุกขึ้น
ขาทั้งสองข้างยังสั่น
หัวใจยังเจ็บ
ความเศร้ายังคงอยู่
แต่ผมไม่สนใจมันอีกแล้ว
จะถูกซ่อนไว้ในส่วนที่ลึกที่สุดของหัวใจ
จนกว่าจะถึงวันที่ผมแข็งแกร่งพอ
วันที่ไม่มีใครสามารถพรากอะไรไปจากผมได้อีก
ผมยอมทุกอย่าง
ผมเงยหน้าขึ้น
มองเซนิธตรง ๆ
และในที่สุด...
ผมก็พูดออกมา
“ได้ครับ...”
เสียงของผมแ่เบา
แต่ไม่มีความลังเล
ผมก้มศีรษะลง
“นายท่าน”
มือของผมยังคงกุมแสงของเรน่าเอาไว้แน่น
ผมหยุดไปชั่วครู่
ก่อนพูดออกมาอย่างชัดเจน
“ถ้าเพื่อชุบชีวิตเรน่า...”
ผมหลับตาลง
แล้วปล่อยคำพูดสุดท้ายออกมา
“ผมยอมทุกอย่าง”
ความเงียบเข้าปกคลุมห้อง
เซนิธมองผมอยู่ครู่หนึ่ง
เขาไม่ได้ยิ้ม
ไม่ได้แสดงความยินดี
เพียงมองผมด้วยสายตาเรียบเฉย
ราวกับเพิ่งได้รับคำตอบจากการทดลองที่กำลังรอคอย
“ดี”
เขาพูดเพียงคำเดียว
จากนั้นจึงหันหลัง
และเริ่มเดินออกไป
ผมมองแผ่นหลังของชายคนนั้น
ก่อนจะก้มมองแสงเล็ก ๆ ในมืออีกครั้ง
มันยังคงอยู่
ริบหรี่...
แต่ยังไม่ดับ
ผมกำมันไว้แน่นขึ้น
ั้แ่วินาทีนั้น...
เส้นทางชีวิตของเด็กคนหนึ่งก็เปลี่ยนไปตลอดกาล
ไม่ใช่เพราะ้าช่วยโลก
ไม่ใช่เพราะ้าชื่อเสียง
และไม่ใช่เพราะ้าเป็วีรบุรุษ
แต่เพราะเหตุผลเพียงข้อเดียว
ผม้าพลัง
พลังที่จะทำให้ผมไม่ต้องสูญเสียใครอีก
ผมเดินตามชายคนนั้นไป คนที่พรากทุกสิ่งทุกอย่างไปจากผม