ไม่น่าเชื่อว่าการดูดซับพลังิญญาจากแก่นิญญาของเ้างูเก้าหัวจะต้องใช้เวลาถึงสามวันสามคืน ตอนนี้ฉันมีระดับพลังิญญาราชันย์ขั้นสูงแล้ว
"ตอนนี้ข้าก็หมดหน้าที่แล้วขอลาตรงนี้หวังว่าท่านจะโชคดี"ที่มันยอมยกแก่นิญญาหมื่นปีของมันให้ก็เพราะบิดาของนางช่วยชีวิตของมันเอาไว้ดังนั้นเพื่อตอบแทนบุญคุณจึงยกแก่นิญญาให้นาง
"ขอบคุณเ้ามากรักษาตัวด้วย"การที่สัตว์ิญญายกแก่นิญญาให้พวกมันก็จะกลับเข้าป่าเพื่อจำศีลฟื้นฟูพลังิญญายิ่งพลังิญญาสูงก็จะยิ่งต้องจำศีลนาน อย่างที่บอกว่าหากสัตว์ิญญาอายุไม่ถึงแสนปีก็ไม่อาจกลายเป็สัตว์เทพได้และหากพวกมันอายุถึงแสนปีก็จะสามารถจำแลงเป็กายเนืุ้์ได้อีกด้วย
"แล้วตอนนี้ฉันจะเริ่มจากอะไรยังไงดี"ถึงตอนนี้เธอจะมีพลังที่สูงแม้แต่ดินแดนเซียนยังต้องเกรงใจแต่ว่าเพราะเธอหลับใหลมานานนับร้อยปีดังนั้นควรฝึกฝนร่างกายและทักษะของพลังให้ชำนาญก่อนจะดีกว่า
"นายหญิง นายหญิงท่านเพ่งจิตแล้วเข้ามาในมิติจิตของท่านข้าอยู่ในนี้เ้าค่ะ"
ในขณะที่กำลังคิดลำดับขั้นตอนต่างๆอยู่ๆก็มีเสียงเรียกเธอดังขึ้นในหัว แต่บอกให้เข้าไปในมิติจิตงั้นหรอฉันมีธาตุมิติั้แ่ตอนไหนกันลองดูก็ได้ว่าแล้วฉันก็ตั้งสมาธิเพ่งจิตจากนั้นฉันก็มาโผล่ตรงน้ำตกขนาดเล็กมีสระน้ำไม่ใหญ่มากแต่ก็ไม่เล็กประมาณสระว่ายน้ำขนาดมาตรฐานในโลกปัจจุบันได้
"นายหญิงในที่สุดท่านก็ตื่นแล้ว หงหงดีใจที่สุดเลย"
"เอ๊..นกงั้นหรอแล้วที่นี่ที่ไหนเ้าคือสัตว์ิญญาแบบไหนกัน"
"นายหญิงข้าไม่ใช่สัตว์ิญญาสักหน่อย หงหงเป็สัตว์เทพของท่าน"
"สัตว์เทพ! ได้อย่างไรข้าจำได้ว่ายังไม่มีสัตว์เทพประจำตัวแล้วเ้าจะเป็สัตว์เทพของข้าได้อย่างไร"ถึงจะหลับมาร้อยปีแต่ก่อนจะเกิดเื่ฉันก็ไม่มีสัตว์เทพยังไม่ได้ทำพันธสัญญากับสัตว์เทพตัวไหนแน่นอน
"นายหญิงคงไม่รู้ตอนนี้ท่านอายุครบร้อยปีแล้วโดยสายเืเทพบริสุทธิ์ของท่านย่อมมีสัตว์เทพประจำกายเมื่ออายุครบร้อยปีก็จะปรากฏออกมาเอง และยังมีธาตุพิเศษอีกอย่างหนึ่งปรากฏขึ้นมานั้นก็คือธาตุมิติซึ่งก็คือที่นี่เ้าค่ะ มิติจิตของนายหญิงสามารถปรับเวลาได้ตามใจชอบเช่นหนึ่งวันของโลกภายนอกแต่จะเป็หนึ่งเดือนภายในมิติจิต และยังมีน้ำมรกต์ที่ดื่มกินแล้วจะช่วยเพิ่มพลังิญญาและยังช่วยชะล้างไขกระดูกได้อีกด้วย"
ฉันฟังนกน้อยหงหงพูดก็ให้เข้าใจถึงที่มาที่ไปคร่าวๆจริงสิตอนนั้นเป็วันเกิดครบร้อยปีของฉันพอดีธาตุมิติฉันเคยได้ยินมาบ้างแต่ในแดนเทพถึงจะมีแต่ก็ไม่ได้มีเยอะแต่ก็มีไม่น้อยเช่นกัน ถ้าเทียบกับดินแดนมนุษย์ตอนนี้เห็นจะมีแค่ฉันคนเดียวแล้วล่ะที่มีธาตุพิเศษนี้
ตอนนั้นเื่มันเกิดขึ้นอย่างกะทันหันจนตั้งตัวไม่ทันฉันเลยไม่รู้ว่าเื่มันเกิดขึ้นเพราะใคร แต่ที่แน่ๆต้องมีคนในตระกูลอวิ๋นทรยศหักหลังแน่นอน รอก่อนเถอะฉันไปถึงแดนเทพเมื่อไหร่พวกมันจะต้องชดใช้!
"แล้วเ้าเป็นกเผ่าไหนทำไมตัวเล็กนิดเดียว"
"หงหงเป็พญาหงส์ไฟต่างหากเ้าค่ะ ที่ตัวเล็กเพราะหงหงคิดว่านายหญิงชอบของเล็กๆน่ารักๆ ถ้านายหญิงชอบตัวใหญ่ๆหงหงก็ทำได้เ้าค่ะ"
"อ๋อ..ไม่ต้องๆแปลว่าเ้าจำแลงร่างเป็มนุษย์ได้ใช่หรือไม่"
"แน่นอนเ้าค่ะ"ว่าแล้วก็จำแลงร่างเป็เด็กผู้หญิงอายุประมาณ12หนาวหน้าตาน่ารักมากเชียวอย่างกับตุ๊กตาบาร์บี้เลย แต่อายุจริงๆของหงหงนั้นแสนปีแล้ว สัตว์เทพจะเติบโตเร็วเป็เื่ปกติจึงไม่แปลกหากหงหงจะโตขนาดนี้
"แปลว่าที่นี่คือมิติจิตของข้าซินะ"ฉันมองดูรอบๆมีสมุนไพรขั้นเทพขึ้นเต็มไปหมดจากความทรงจำตอนที่อยู่แดนเทพฉันก็ร่ำเรียนเกี่ยวกับพืชสมุนไพรต่างๆมากมายอีกทั้งยังตำราของตระกูลอีกมากดังนั้นไม่ว่าจะเป็สมุนไพรในดินแดนใดในโลกนี้ฉันรู้จักหมด
ต้องบอกก่อนว่าระดับสมุนไพริญญามีหลายระดับต่ำ เรียงจากต่ำสุดไปสูงคือสมุนไพริญญาชั้นธรรมดาสมุนไพริญญาชั้นเซียน และสมุนไพริญญาชั้นเทพ
เมื่อเดินไปที่กระท่อมหลังน้อยจึงเปิดเข้าไปด้านในโดยมีหงหงเดินตามมาไม่ห่างถึงจะบอกว่ากระท่อมน้อยแต่พอเปิดเข้าไปด้านในกลับไม่น้อยเลย อีกทั้งด้านในกระท่อมนี้ภายในเหมือนห้องในคอนโดของฉันในโลกปัจจุบันไม่มีผิด มีทั้งตู้เย็นที่มีของกินเครื่องดื่มเต็มตู้พอหยิบออกมาก็จะมีอีกอันมาแทนที่และแปลกมากภายในห้องนี้มีระบบไฟฟ้าฉันลองเปิดแอร์ดูก็สามารถเปิดได้เช่นกัน และยังมีเตียงนอนขนาดหกฟุตห้องน้ำก็ยังมีเรียกได้ว่ายกทั้งห้องมาเลยทีเดียว ดีอะไรอย่างนี้
"หงหงเล่าเื่ราวในโลกนี้พอสังเขปให้ข้าฟังหน่อยว่ามีสิ่งใดเปลี่ยนไปมากน้อยแค่ไหน"ฉันเดินไปนั่งลงที่โซฟาราคาแพงเฉียบเพื่อรอฟัง
"เ้าค่ะ อย่างที่รู้กันว่าลำดับพลังิญญายุทธ์คือ
ก่อกำเนิด (มนุษย์)
แก่นแท้ (มนุษย์)
นักรบ (มนุษย์)
ขุนพล (บำเพ็ญตน)
จอมทัพ (บำเพ็ญตน)
นภา (บำเพ็ญตน)
ศิลา (บำเพ็ญตน)
จักรพรรดิ (เซียน มาร)
ราชันย์ (เซียน มาร)
เทวะ (เซียน มาร)
เซียน (รับทัณฑ์์8ครั้ง) (เทพ มาร)
กึ่งเทพ (รับทัณฑ์์12ครั้ง) (เทพ มาร)
เทพ (รับทัณฑ์์16ครั้ง) (เทพ มาร)
มหาเทพ (รับทัณฑ์์20ครั้ง) (เทพ มาร)
า (รับทัณฑ์์25ครั้ง) (เทพ มาร)
แต่ละระดับมีสามขั้นคือ ต่ำ กลาง สูง"
"อืม ระดับพลังิญญาก็ยังเหมือนเดิมอยู่"ถึงฉันจะอยู่ดินแดนเทพแต่ก็ยังไม่ถึงระดับพลังิญญาที่ต้องรับทัณฑ์์เพราะเกิดเื่ขึ้นก่อนถ้าหากตอนนี้ยังอยู่ที่แดนเทพไม่แน่ว่าตอนนี้ฉันอาจอยู่ในระดับพลังิญญากึ่งเทพแล้วก็เป็ได้
"เริ่มจากดินแดนมนุษย์ที่เราอยู่ตอนนี้มนุษย์ธรรมดาที่ไม่มีพลังใดๆ แต่สามารถปลุกพลังิญญายุทธ์ได้ก็สามารถฝึกตนได้เมื่อระดับพลังิญญาถึงระดับขุนพลก็จะสามารถขึ้นไปที่ดินแดนของผู้บำเพ็ญตนได้ แน่นอนว่าการจะมีพลังิญญายุทธ์ระดับขุนพลในแดนมนุษย์นั้นยากมากดังนั้นในแต่ละปีจะมีคนขึ้นไปในแดนผู้บำเพ็ญตนไม่ถึงร้อยคน"
"แล้วการจะขึ้นไปในแต่ละดินแดนต้องทำยังไงบ้าง"เพราะว่าฉันเกินในแดนเทพจึงไม่รู้เื่การผ่านแดนเท่าไหร่นัก
"การจะผ่านแดนในแต่ละดินแดนมีข้อกำหนดว่าพลังิญญาของตนจะต้องอยู่ในเกณฑ์กำหนดของแต่ละดินแดนหากไม่ถึงระดับพลังิญญายุทธ์ที่กำหนดจะไม่สามารถผ่านไปได้เพราะไอปราณในแต่ละดินแดนไม่เท่ากันผู้ใดที่มีพลังิญญายุทธ์ไม่ถึงอาจทนแรงกดดันไม่ไหวถึงขั้นเสียชีวิตลงได้เ้าค่ะ"
"เป็เช่นนี้"ถ้าอย่างนั้นฉันก็สามารถไปดินแดนเทพได้เลยสิเพราะมีระดับพลังิญญายุทธ์ราชันย์แถมยังขั้นสูงอีกด้วยแต่ว่าถ้าทำอย่างนั้นคงถูกคนไม่หวังดีที่ทำร้ายครอบครัวฉันตามเจอน่ะซิ
"แต่ว่าการจะไปแต่ละดินแดนต้องเป็คนของสำนักศึกษาเท่านั้นถึงจะได้รับการรับรองฐานะโดยไม่มีปัญหาใดๆ"
"สำนักศึกษางั้นหรือ"หงหงพูดถูกคงต้องไปทีละขั้นเพื่อป้องกันไว้ก่อนหากเป็ดินแดนเทพละก็ระดับพลังิญญายุทธ์ของฉันไม่อาจเทียบได้เลย
"ต่อไปก็ดินแดนผู้บำเพ็ญตนเป็ก้าวแรกที่จะบำเพ็ญตะบะตนให้กลายเป็เซียนหากฝึกตนจนอยู่ในระดับศิลาก็จะสามารถขึ้นไปที่ดินแดนเซียน และดินแดนเซียนหาก้าไปที่ดินแดนเทพจะต้องบ่มเพาะพลังให้ถึงระดับพลังิญญายุทธ์เทวะเพื่อที่จะขึ้นไปในดินแดนเทพ สุดท้ายดินแดนเทพเป็ดินแดนที่มีพลังไอปราณบริสุทธิ์ที่สุดใครๆต่างอยากไปที่นั่น เพราะมีพลังฟ้าดินไอปราณบริสุทธิ์ให้ดูดซับไม่มีที่สิ้นสุดระดับพลังิญญายุทธ์ต้องอยู่ในขั้นจักรพรรดิขึ้นไปถึงจะสามารถอยู่ในแดนเทพได้ แน่นอนว่าการจะเลื่อนขั้นพลังิญญายุทธ์แต่ละระดับขั้นได้นั้นไม่ใช่ง่ายๆ
ส่วนดินแดนมารมีศักดิ์เทียบเท่าแดนเทพแน่นอนว่าก็มีบรรยากาศไม่ต่างจากแดนเทพแต่ว่าจะต่างกันแค่เหล่าเทพชอบสวมใส่อาภรณ์สีขาวส่วนเหล่ามารสวมใส่อาภรณ์หลากหลายสีสันระดับพลังิญญายุทธ์ก็อยู่ในขั้นจักรพรรดิขึ้นไป ท่านก็น่าจะรู้แดนมารก็มีหลายเผ่าพันธุ์ทั้งยังมีปีศาจชั่วร้ายมากมายทางที่ดีเราควรหลีกเลี่ยงดีกว่าเ้าค่ะ"
แน่นอนว่าปีศาจและมารต่างกัน ปีศาจคือสิ่งชั่วร้ายที่ไม่อาจยับยั้งชั่งใจตนเองได้เรียกง่ายๆก็คือไม่มีจิตสำนึกคิดแต่สิ่งชั่วร้ายฆ่าฟันกระหายเื แตกต่างจากมารที่มีความรู้สึกนึกคิดเป็ของตัวเองมีจิตใจ มีจิตสำนึกสามารถแยกแยะหักห้ามใจตนเองได้เหมือนกับเหล่ามนุษย์