“ แต่ไม่ว่าอย่างไรศพพวกนี้ล้วนถูกพิษบางอย่าง คาดว่าน่าจะเป็ควันธูปยาสลบหมื่นลี้” อาจารย์ไป๋เซียงมองไปรอบๆพบขี้ถูปปักอยู่ที่เหนือลม ทุกคนต่างที่งไปกับการวิเคราะห์ ตรวจสอบชันสูตรของอาจารย์ไป๋เซียง ในขณะที่ราเชนเองเห็นจะไม่สนใจเื่ราวที่เกิดขึ้นเท่าไรแต่กำลังเก็บอาวุธ และ ค้นหาของมีค่าออกจากศพของคนที่ตายอยู่ไม่สนใจใครจะมองเขาอย่างดูถูก จนต้าเฉิงรีบเข้ามาเอ่ยเบาๆ กับ ราเชนว่า
“เ้ากำลังทำบ้าอะไรเนี่ย ดูซิพวกเขากำลังหัวเราะเยาะเ้าอยู่ ไม่อายบ้างหรือไงวะ”
“ อายทำไม อาวุธและทรัพย์สินพวกนี้ทิ้งเอาไว้ ก็เสียของเปล่า เก็บเอาไปขายยังได้เงินทองกลับมาเ้าก็มาช่วยข้าเร็ว ศพตั้งเยอะ ช่วยกันดูหน่อย พวกมันมีของมีค่าติดตัวกันมาบ้างหรือเปล่า เสื้อเกราะพวกนี้เอาไปขาย คงได้หลายเงินแน่”
ต้าเฉิงถึงกับอับอายแทนหยางเฟยหลงยิ่งนักแต่ด้วยความที่รักเพื่อนเลยรีบช่วยเฟยหลงเก็บอาวุธของคนตายอย่างเร่งด่วน
อาจารย์ไป๋เซียงได้แต่ส่ายหัวมองทั้งสองคนแล้วหันไปกล่าวกับ อาจารย์ิเยว่เื่อื่นๆ แทน
“ความขัดแย้งขององค์ชายในราชวงศ์ช่างรุนแรงนัก เพื่อแย่งชิงตำแหน่งรัชทายาท พวกเราคนนอกอย่าไปยุ่งเกี่ยวดีกว่า” อาจารย์ไป๋เซียงเอ่ยขึ้นเพราะว่าตนเองต้องรับผิดชอบศิษย์ของสำนักเมฆาม่วงหลายชีวิตไม่อยากให้ทุกๆคน เอาชีวิตไปเสี่ยง เพราะระดับฝีมือ การนักฆ่ามันต่างกันมากเกินไป
“ ข้าเห็นด้วยทุกคนจงฟัง หากข้าไม่สั่งอะไร ห้ามเข้าไปยุ่งกับคนพวกนี้”อาจารย์ิเยว่หันมากำชับศิษย์สตรีทุกๆ คน
“ พวกเ้าสองคนรีบตามมาเร็ว พวกเราจะออกเดินทางแล้ว” อาจารย์ไป๋เซียงรีบะโสั่งราเชนกับต้าเฉิง
แล้วทั้งหมดก็เดินทางมาถึงศาลเ้าร้างแห่งหนึ่ง ซึ่งระหว่างทาง มีซากศพคนตายระหว่างทางยังคงมีตลอดดูจากการแต่งกายแล้ว ล้วนเป็คนของ องค์ชายสามทั้งนั้น
ราเชนกับต้าเฉิงเดินรั้งท้ายยังคงมีความพยายามมองเก็บกวาดทรัพย์สินมีค่าของ คนตายต่อไปไม่สนใจจะหัวเราะพวกเขาส่วนต้าเฉิงนั้นตอนนี้ เพื่อเพื่อนก็ไม่รู้สึกอับอายใครแล้วเช่นกัน ทำให้คนอื่นๆต่างมองเขาทั้งสองคนด้วยความรังเกียจ แม้แต่อาจารย์ไป๋เซียงยังส่ายหน้า
“เราทำอย่างดีมันจะดีเหรอ พวกเขามองว่าพวกเราเป็โจรกันไปหมดแล้ว”
“ เงินมันหาได้ง่ายๆหรือไง ดูอาวุธพวกนี้พวกเราหากนำไปขายต้องได้หลายเงินแน่ ทวน กระบี่ ดาบล้วนแต่ของดีๆ ทั้งนั้น บ้านของข้ามันไม่ได้รวยเหมือนกับบ้านเ้านี่”ราเชนเอ่ยออกไป แล้วก็หยิบอาวุธดาบโยนเข้าไปเก็บในแหวนมิติของตนเหมือนที่เคยทำไม่รู้สึกอายในเื่นี้อยู่แล้ว
“ แต่ว่าเ้าก็เพิ่งได้เงินมาตั้งมากมายไม่ใช่หรือ? หากไม่พอใช้เงินที่ให้ข้าลงทุนก็เอาคืนไปก็ได้”
“เงินทองที่มีสักวันหนึ่งไม่หาเพิ่ม สักวันหนึ่งมันก็ต้องใช้หมดไปเ้าไม่คิดถึงวันนั้นบ้างรึ? ส่วนเงินที่ข้าให้เ้านั้นคือเงินลงทุนเ้าสัญญากับข้าแล้ว หากเ้าประสบผลสำเร็จก็อย่าลืมนำมาคืนให้ข้าพร้อมดอกเบี้ยก็แล้วกัน”
ต้าเฉิงได้แต่พยักหน้าตาม แล้วอาจารย์ไป๋เซียงะโให้พวกเขารีบกลับเข้ากลุ่มแล้วต้าเฉิงกับราเชน ก็เลยได้แต่เก็บอาวุธไปโดยไม่ได้ทันรื้อทรัพย์สินของมีค่าของคนที่ตายจนครบ
“เ้าทำเช่นนี้ไม่กลัวขายหน้า ตระกูลหยางของเ้าหรือไง” อาจารย์ไป๋เซียงไม่พอใจนักที่เห็นราเชนไปเก็บทรัพย์สินและอาวุธของคนตายแบบนี้
“บรรพบุรุษต้องเข้าใจถึงวัตถุประสงค์ของข้า” ราเชนตอบสั้นๆ
“ อย่าให้คนอื่นๆต้องเสียเวลารอเ้าอีก หากว่าข้าไม่รับปากกับป้าหยางเอาไว้ ข้าจะไม่สนใจเ้าเลย”
อาจารย์ไป๋เซียงเอ่ยจบก็เดินนำหน้าไปไม่พูดกับราเชนอีก เขาเองก็ไม่ใส่ใจเท่าใดนัก
จนกระทั่งทั้งหมดมาพบกับทุ่งทานตะวันขนาดใหญ่มีผู้คนหลายสิบคนกำลังเข้าไปแย่งชิง เอาดอกทานตะวันที่กำลังเบ่งบานขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง กว้างประมาณ 1 เมตร ที่มีอยู่ไม่ถึง 10 ดอก นอกนั้นเป็เพียงดอกเล็กๆ เท่านั้น
“ ดอกทานตะวันพันปีโอ้โห มีมากถึง 10 ดอกเลยหรือนี่”
อาจารย์ไป๋เซียงเอ่ยขึ้น
อาจารย์ิเยว่เรียกศิษย์ทั้งสามสิบคน จะเข้าตะลุมบอนเพื่อแย่งชิง เอาดอกทานตะวันพันปีกับเขาด้วยเหมือนกัน แต่อาจารย์ไป๋เซียง กลับยกมือห้ามเอาไว้
“ เกิดอะไรขึ้น”
“ ข้าได้กลิ่นสาปสัตว์ร้ายบางอย่างพวกเรารีบถอยออกมาจากทุ่งทานตะวันนี้โดยด่วน”
พออาจารย์ไป๋เซียงพูดจบก็มีหนอนั์ตัวใหญ่ขนาดรัศมีกว่าสามเมตรยาวไม่ต่ำกว่าสิบเมตรผุดขึ้นมาจากพื้นดิน อ้าปากงับร่างคนของตระกูลใหญ่กลืนลงท้องของมัน แล้วเคี้ยวเป็อาหาร ตายไปเป็จำนวนมาก อาวุธธนู หน้าไม้ ดาบ ทวนล้วนไม่อาจทำอะไริัที่หนา มีเกล็ดของมันได้
“ หนอนพันปีข้าว่าแล้ว ของวิเศษเช่นนี้ ไม่มีทางที่จะอยู่ได้โดยที่ไม่มีสัตว์อสูรคอยเฝ้าอยู่ พวกมันกินเมล็ดดอกทานตะวันพันปีเป็อาหารร่างกายของมันถึงได้ตัวใหญ่ั์ขนาดนี้” อาจารย์ไป๋เซียงเอ่ยขึ้นพร้อมสั่งให้ทุกๆ คน รีบถอยออกไปจากที่นี่ก่อน แต่ทว่ากลับมีคนของตระกูลใหญ่หลายตระกูลดันหนีมาทางนี้ ทำให้มีหนอนพันปีั์เคลื่อนไหวไล่ตามมาอย่างใกล้ชิด ทำให้เข้ามาในกลุ่มของอาจารย์ไป๋เซียง กับ อาจารย์ิเยว่ ดังนั้น ทั้งหมดเลยวิ่งหนีกันอย่างไม่คิดชีวิต
ราเชนกับต้าเฉิงก็เช่นกันทั้งสองมองหน้ากัน แล้วพากันวิ่งหนีกันไปอย่างรวดเร็ว
แต่ไม่รู้เพราะอะไร เ้าหนอนพันปีพอมันเห็นร่างอ้วนๆ ใหญ่ๆ ของหยางเฟยหลงมันกลับเปลี่ยนทิศทางจากการไล่ล่าคนของตระกูลใหญ่ มาหาหยางเฟยหลงแต่เพียงผู้เดียว
“ แย่แล้ว ไอ้หนอนบ้าทำไมไม่ไล่กินคนอื่นวะ”
หนอนพันปีมันพุ่งตัวเขามาใกล้ๆแล้วกำลังจะงับร่างของ ราเชนกับต้าเฉิง แต่ราเชนประสาทััไวกว่าจึงถีบต้าเฉิงกระเด็นกลิ้งหลบไป ส่วนตัวเองก็ใช้มือยันริมฝีปากมันเอาไว้เลยถูกกระแทกกระเด็นไปคนละทิศกับต้าเฉิง
เ้าหนอนพันปียังพุ่งกระโจนไล่ล่าราเชนเพียงคนเดียว อาจารย์ไป๋เซียง ดีดตัวพุ่งขึ้นฟ้าแล้วนำธนูสีเงินของตนเองออกมา แล้วยิงศรโลหะ 3 ดอก พุ่งเข้าใส่ร่างของหนอนพันปี
ฟิ้ว ๆ ๆ!!
ฉึก ๆ ๆ !!
ศรโลหะเจาะเข้ากับเกล็ดของเ้าหนอนพันปี จนมันสะดุ้งขึ้น แต่มันกลับไม่หยุดเคลื่อนไหวพุ่งตัวหมายจะกลืนกินร่างอ้วนๆ ของราเชนให้จงได้
ราเชนแม้จะใช้วิชาท่าเท้าวายุเหินแต่ว่าไม่อาจ หนีห่างจากเ้าหนอนั์พันปีได้ จึงได้แต่วิ่งสลับไปมาแล้วเข้าไปในทุ่งทานตะวัน เพื่อจะได้หลบเ้าหนอนั์พันปี จนกระทั่งตัวเองตกลงไปในหลุมลึกแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็หลุมของเ้าหนอนพันปีที่มันผุดขึ้นมา แต่ทว่าหลุมลึกนั้นกลับมีเส้นทางขนาดใหญ่ หลายช่องทาง ราเชนรีบวิ่งเข้าไปหลบซ่อนแต่ว่ามันยังคงลงมาไล่ตามล่าเขาอย่างไม่ลดละ
“ ไอ้หนอนบ้านี่แกจะจองล้างจองผลาญข้าไปถึงไหนวะ”
ราเชนวิ่งเข้าไปในโพรงใต้ดินซ้าย ขวา จนจำไม่ได้แล้วว่าทางออกอยู่ตรงไหน แต่เ้าหนอนั์พันปีมันก็เข้ามาตามล่าเขาอย่างกระชั้นชิด จนมาถึงจุดอับ ราเชนหันตัวกลับมาแล้วนำชัดมีนิรนามชักออกมา เ้าหนอนั์ก็กำลังจะอ้าปากเห็นฟันที่เรียงกันสลอนราวกับฟันปลาฉลาม แต่อ้าปากได้เพียงครึ่งเดียวราเชนก็ลอยตัวขึ้นมาอยู่เหนือหัวของมัน แล้วปักมีดคาที่หัวของมันจนมิดด้าม
มันส่งเสียงร้องออกมาอย่างโหยหวนราเชนยังคงกรีดมีดนิรนามให้ยาวขึ้น จนผ่าหัวของมันเป็ทางยาวหลายเมตรเืสีขาวของมันไหลเยิ้มออกมา เข้าปากเข้าคอของราเชน จนแทบอ๊วกออกมา เ้าหนอนั์พันปีดิ้นพล่านอยู่สักพักก็นิ่งสนิท แล้วมันสำรอก เมล็ดทานตะวันขนาดเท่าฝ่ามือออกมานับสิบเม็ด
“นี่มันเมล็ดทานตะวันั์นี่นา ไม่รู้ว่ามันเป็ของวิเศษหรือเปล่าเก็บเอาไว้ก่อนก็แล้วกัน”
ราเชนเดินไปมาเพื่อหาทางออกจนกระทั่งมาพบกับชายหนุ่มคนหนึ่งส่งเสียงเรียกมาอย่างแ่เบา
“ ช่วยด้วยช่วยข้าด้วย”
“นี่เ้าโดนเ้าหนอนไล่กัดมาเหมือนกันรึ?” ราเชนเห็นสภาพของ ชายหนุ่มก็สงสัยเพราะมันคล้ายกับถูกอาวุธมามากกว่า
“ ช่วยข้าด้วย ข้าคือองค์ชายสามหลี่ซาน พาข้าออกไปจากที่นี่ แล้วข้าจะมีรางวัลให้กับเ้า”
“ องค์ชายสาม?”
ราเชนเอ่ยอย่างใไม่คิดว่า องค์ชายผู้สูงศักดิ์จะตกลงมาที่โพรงใต้ดินเช่นนี้เหมือนกับเขา
ราเชนมองหน้าขององค์ชายหลี่ซาน ก็ส่ายหัว เพราะาแที่ลำตัวมีเืออกมากขนาดนี้ ไม่น่าจะรอด
“ องค์ชายสามท่านาเ็ขนาดนี้ แค่ข้าแบกท่านไปยังไม่ถึงทางออก ท่านได้เสียเืจนตายเสียก่อนที่จะให้รางวัลข้าแล้ว ข้าว่า ท่านอยากสั่งเสียอะไร ก็บอกออกมาดีกว่าข้าจะไปช่วยบอกกล่าวให้ ท่านจะได้ตายไปอย่างไม่ต้องมีห่วงกังวล”
องค์ชายสามถึงกับกำหมัดแน่นคล้ายไม่ยินยอมพร้อมใจกับเื่ในวันนี้
“ ข้ายังไม่อยากตายข้า้าแก้แค้น ข้ารู้ในพี่น้องของข้า ต้องมีใครบางคนว่าจ้างคนพวกนี้มาสังหารข้าอย่างแน่นอน”
องค์ชายสามเอ่ยออกมาแล้วก็กระอักเืออกมาด้วยความบอบช้ำ
“ รีบๆ สั่งมาเถอะก่อนที่ท่านจะตายไปเสียก่อน” ราเชนเอ่ยไปตามจริงๆ
“ น่าเสียดายที่เ้าไร้พลังปราณยุทธ์ มิเช่นนั้น ข้าจะให้เ้าแก้แค้นแทนข้า แต่เอาเถอะข้ามีความหวังแต่เพียงเ้าเท่านั้น ช่วยแก้แค้นแทนข้าด้วย แล้วข้าจะบอกความลับของราชวงศ์หลี่ให้กับเ้า”
“ ความลับราชวงศ์หลี่ใช่สมบัติหรือเปล่า” ราเชนเอ่ยด้วยความตื่นเต้น
“ ไม่มันยิ่งใหญ่กว่านั้น”
“ ไม่เอา ข้าแค่้าสมบัติเท่านั้นเ้ามีแหวนมิติ หรือ เหรียญทองติดตัวมาบ้างหรือเปล่า”
“ เ้าโง่ความลับราชวงศ์หลี่ หากเ้าค้นพบมัน ไม่ว่าเ้าอยากได้เงินทองหรือ อำนาจก็จะได้ทุกอย่างตามที่เ้าปราถนา”
“ หือ ไหนรีบๆพูดมาซิ”
“เ้าต้องสาบานต่อฟ้าก่อน ด้วยชีวิตของตระกูลของเ้า ว่าจะแก้แค้นให้กับข้า”
“ ได้ ข้าหยางเฟยหลงสาบานต่อฟ้าจะแก้แค้นให้กับองค์ชายสามหลี่ซาน หากข้าไม่ทำตามขอให้ตระกูลหยางของข้า ไร้สิ้นทายาทสืบสกุล”
“ อืม ดีมากแต่ตระกูลหยางของเ้า มันฟังแล้วคุ้นๆ อยู่นะ”
“ เอาเถอะน่า รีบๆบอกมาได้แล้ว”
“ พระบิดาบอกว่าในป่าลับแลแห่งนี้ มีหยกราชลัญจกรของปฐมจักรพรรดิหลี่เทียน เก็บซ่อนเอาไว้หากว่าใครค้นพบ คนผู้นั้นจะได้รับตำแหน่งรัชทายาททันที”
“ หยก ราชลัญจกรแผ่นดินสำคัญปานนั้นทำไมถึงได้มาอยู่ที่ในป่าลับแลแห่งนี้?”
“ ในอดีตกาลอาณาจักรประจิมนั้นได้ตกอยู่ภายใต้ อำนาจอันยิ่งใหญ่ของอาณาจักรมัจฉิมาจนกระทั่งมีเด็กชายผู้หนึ่งมากำเนิด ในกครอบครัวของนายพรานเขาเกิดมาก็มีฟ้าผ่าขึ้นที่หินศิลา ด้านในกลับมีหยกสีแดงเขาคนนั้นโตขึ้นมามีชื่อว่า หลี่เทียนต่อมาเขาได้กลายเป็ผู้นำคุมกองกำลังท้องถิ่นได้ขับไล่คนของอาณาจักรมัจฉิมาออกไปจากแผ่นดินปัจจิมจนหมด แล้วตั้งตนเป็จักรพรรดิองค์แรกดังนั้นจึงเอาหยกสีแดงมาแกะสลักเป็ตราราชลัญจกรแผ่นดิน เป็รูปัด้านหน้า และด้านหลังสลักอักษรหลี่ ก่อนที่ท่านปฐมจักรพรรดิจะลาจากโลกนี้ไป ก็ได้ออกพระราชโองการลับเฉพาะลูกหลานในราชวงศ์ให้มาตามหาหยกราชลัญจกรในป่าลับแลแห่งนี้ ซึ่งท่านได้เคยออกคำสั่งให้ แม่ทัพคนสนิทนำมาเก็บซ่อนเอาไว้เพื่อรอมอบให้จักรพรรดิคนต่อไป โดยที่ เหล่าองค์ชายที่มีอายุครบ20 ปี ต้องเข้ามาตามหาหยกราชลัญจกรชิ้นนี้กลับไป แต่ 1พันปีที่ผ่านมาหาได้มีใครพบพานมันไม่”
“จักรพรรดิหลี่เทียนทำเช่นนี้เพื่ออะไร ข้าไม่เข้าใจจริงๆ?”
“ เป็คำแนะนำของเทพธิดาพยากรณ์ฟ้า เพื่อความมั่นคงของราชวงศ์หลี่ ปฐมจักรพรรดิและจักรพรรดิทุกพระองค์จึงไม่อาจปฏิเสธได้”
“พันปีมาแล้วยังไม่มีใครค้นพบ แล้วจะมาค้นพบในตอนนี้ได้อย่างไร ลืมมันไปเสียเถอะ”ราเชนได้แต่ส่ายหัว
“ ฟังข้าก่อนข้าแค่อยากบอกว่า บางทีอาจเ้าค้นพบ ข้าอยากให้เ้านำไปมอบให้กับ น้องสาวของข้า องค์หญิงเจี้ยนหนิง”
“ หาองค์หญิงเจี้ยนหนิง นางเป็สตรี จะขึ้นครองบัลลังก์ได้อย่างไร?”
“ ข้าไม่สนเ้านำไปให้กับนาง แล้วนางจะช่วยแก้แค้นให้กับข้าเอง ส่วนเ้าก็จะได้เหรียญทองจากองค์หญิงเจี้ยนหนิง มีกินมีใช้ไปตลอดชีวิต”
องค์ชายหลี่ซานพูดจบก็ไอจนมีเืทะลักออกมาจากปาก ราเชนจึงมอบยาเม็ดเก้าอาชาให้องค์ชายหลี่ซานกินเข้าไปอย่างน้อยกระตุ้นให้ร่างกายได้มีแรงขึ้นมาก่อนที่จะตายลงไป
“ นี่ยาอะไรของเ้าช่างดีเหลือเกิน ข้ารู้สึกกระชุ่มกระชวย ไม่รู้สึกเจ็บเลยแม้แต่น้อย”
“ เอ่อ...มันคือยาเม็ดเก้าอาชา เพียงแค่กระตุ้นให้ร่างกายแข็งแรงขึ้นชั่วคราว พอฤทธิ์ยาหมด ท่านอาจตายได้ทันที”ราเชนพูดไปตามตรง
“ ก็ดีจะได้ไม่ต้องทรมาน”
“ แล้วข้าจะไปหา หยกราชลัญจกรได้ที่ไหน?”
“ นี่คือป้ายประตัวของข้ามันมีโลหิตของข้าผสมอยู่ในเพชรสีแดงเม็ดนี้ เพียงเ้าเข้าใกล้หยกลัญจกรมันจะส่องแสงสว่างขึ้นมา เ้าก็จะสามารถค้นพบมันเอง”
ราเชนรับป้ายสีทองสลักคำว่าหลี่ซานเอาไว้ในมือ แล้วก็เอ่ยว่า
“ ข้าอยากให้ท่านทำสัญญากับข้า เพื่อเป็หลักฐาน จะได้ไม่มีใครมากล่าวหาว่า ข้าเป็คนสังหารท่าน”
“ หนังสือสัญญา อะไรกัน?”
“ เอาละข้าจะเขียนเอง ท่านแค่ประทับลายมือก็พอ”
ราเชนเอ่ยจบก็นำหนังสัตว์ในแหวนมิติออกมา แล้วเขียนสัญญาเงินกู้ขึ้นมา องค์ชายหลี่ซานระบุว่าให้หยางเฟยหลงทำงานตามที่เขาสั่งเสีย เสร็จภารกิจแล้ว จะได้เงิน 10 ล้านเหรียญทองเป็การตอบแทน หลังจากเรียบร้อยแล้ว ราเชนก็กรีดฝ่ามือและใช้เืขององค์ชายสาม เขียนรายละเอียดทั้งหมด จากนั้นก็ให้ องค์ชายหลี่ซานประทับลายนิ้วมือ
องค์ชายหลี่ซานตอนนี้ดวงตาเริ่มมืดมัวก็ถูกราเชนกรีดฝ่ามือของตนโดยที่ไม่รู้สึกเจ็บแม้แต่น้อย และยินยอมให้ราเชนทำทุกอย่างโดยไม่ปริปากพูดอะไรสักคำจากนั้นราเชน ใช้ป้ายทองประจำตัวองค์ชายสาม ชุบเืขององค์ชายสาม ประทับตราลงบนแผ่นหนังเป็อันว่า หนังสือสัญญามูลค่า สิบล้านเหรียญทอง ถูกต้องสมบูรณ์ทุกประการซึ่งนั่นคือความคิดของราเชนในตอนนี้......