ปรียาสัญญากับตัวเอง รอเพื่อนรักแต่งงานกับพี่ชายก่อนเถอะ หล่อนจะรวบรวม ความกล้าบอกทุกคนให้รู้ หากถึงตอนนั้นอาจจะถูกคุณปู่ และพี่ชายตำหนิ หล่อนก็พร้อมที่จะยอมรับผิด
“ดาไม่คิดเหรอว่า ปรียาเหนื่อยมาขนาดนี้แล้วจะปล่อยเื่ไปง่ายๆ ได้ยังไงกัน” หล่อนมองหน้าเพื่อนรัก ไม่รู้จะตอบอย่างไรดี เพราะการที่ปรียานีย์ยอมเหนื่อยนั้น ก็ทำเพื่อหล่อน แต่หล่อนไม่้าเลย หญิงสาวจึงไม่รู้จะตอบอะไรปรียานีย์ต่อ... เมื่อเห็นแววตาหน้าน่าสงสารของเพื่อนรัก หล่อนจึงได้นั่งนิ่ง...และบางครั้งยามที่มองสายตาของปรียานีย์ ที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น เื่ที่จะโทษว่าเพื่อนรักนำความลำบากใจมาให้ ก็ต้องล้มเลิกลง เพราะหล่อนเข้าใจความหวังดีของปรียานีย์ ในเมื่อทุกอย่างเดินหน้าไปแบบนี้ไม่ว่าผลจะเป็อย่างไร หล่อนก็ต้องเผชิญกับมันให้ได้ และก่อนที่หญิงสาวจะพูดอะไรต่อปรียานีย์ก็รีบดักคอไว้ก่อน
“ดาอย่าพูดว่าไม่้าแต่งงานกับพี่ปรัช เพราะถึงดาจะปฏิเสธ คุณอาไพโรจน์ไม่ยอมแน่” วีรดาเข้าใจความรู้สึกคุณพ่อดี ไม่มีพ่อคนไหนอยากเห็นลูกสาวนอนกับผู้ชายฟรีๆ
‘พ่อรู้ว่าลูกสาวพ่อไม่ได้เป็ผู้หญิงแบบนั้นแน่นอน แต่ในเมื่อทุกคนรู้ และเห็นเหมือนกันหมดจะให้พ่อนิ่งนอนใจปล่อยเลยตามเลยไม่ได้นะ เขาจะดูถูกว่าเราเป็ผู้หญิงใจง่าย’
‘คุณพ่อคะ แต่เขาไม่ได้รักดา ดาไม่อยากแต่งงานกับคนที่ไม่ได้รักดา’
‘อยู่กันไปเดี๋ยวก็รักกันเอง เชื่อน้าเถอะหนูดา’ ชบาน้าสาวของหล่อนเดินเข้ามาพูดสมทบ แถมยังพูดต่ออีก
‘เื่นี้ถ้าแม่ของหนูยังอยู่ก็ไม่ยอมเหมือนกัน เราเป็ผู้หญิงนะ เสียเปรียบวันยังค่ำ แล้วหนูรู้ได้ยังไงว่า คืนนั้นหนูไม่ได้มีอะไรกับคุณปรัช’
หญิงสาวนิ่งเงียบไม่อาจตอบคำถามน้าสาว หรือหาข้อโต้แย้ง ข้ออ้างใดๆ มาอธิบายให้คุณน้าและคุณพ่อฟัง
“ดา ไม่ต้องกังวลนะ คืนนี้ปรียาจะอยู่เป็เพื่อนดา ปรียาไม่ทิ้งดาให้คิดมากคนเดียวหรอก” ปรียาอ้าแขนกอดร่างบางของหล่อน ด้วยความห่วงใยในความรู้สึก
ปรียานีย์รู้จักกับวีรดาเมื่อตอนที่ ปรียานีย์เพิ่งเข้ามหาวิทยาลัย เผอิญรถที่หล่อนขับวันนั้นเกิดเสียขึ้นมากระทันหัน หล่อนโทรกลับไปที่บ้าน ก็ไม่มีใครรับสาย โทรหาพี่ชายก็ไม่ติด ปรียานีย์ตัดสินใจนั่งแท็กซี่กลับบ้าน ขณะที่หล่อนนั่งแท็กซี่กลับบ้าน รู้สึกว่าคนขับพยายามขับออกนอกเส้นทาง ปรียานีย์พยายามมองโลกในแง่ดี เขาคงขับไปอีกเส้นทางหนึ่ง แต่ที่ไหนได้มันกลับเลี้ยวเข้าเส้นทางที่เปลี่ยว แล้วจอดรถลงเข้ามาเปิดประตูด้านหลังที่หล่อนนั่ง หมายจะข่มขืนหล่อน ปรียานีย์ไหวตัวทันใช้สองเท้าถีบเข้าตรงเป้ามันอย่างแรง แล้วหนีอย่างไม่คิดชีวิต... หล่อนทิ้งของทุกอย่าง กระเป๋าและโทรศัพท์อย่างไว้บนรถ และวิ่งหาเส้นทางที่มีผู้คนผ่านให้ไวที่สุด และดูเหมือนว่าโชคจะเข้าข้างหล่อน ขณะที่ไอ้หื่นกามนั้น วิ่งตามมาติดๆ รถแท็กซี่อีกคันก็แล่นมาจอดตรงหน้าหล่อนพอดี แล้วเลื่อนประตูรถลงมา
‘หนูเป็อะไร’
‘ช่วยหนูด้วย ไอ้คนขับนั่นมันจะข่มขืนหนู’
‘ขึ้นรถมาเร็ว!’
ปรียานีย์รีบขึ้นรถมาอย่างรวดเร็ว จากนั้นไพโรจน์ก็พาหล่อนไปแวะที่บ้านของเขา เพื่อให้เปลี่ยนเสื้อผ้า เมื่อมาถึงที่บ้าน วีรดารีบเดินมารับพ่อ หล่อนเห็นหญิงสาวที่มาใหม่อยู่ในวัยเดียวกันมีสภาพเปียกปอน แววตาตื่นตระหนกมีร่องรอยของความหวาดกลัว และดูเหมือนจะใกับเหตุการณ์ที่เพิ่งเจอมา
‘นี่ลูกสาวอาชื่อ วีรดา’ หญิงสาวยิ้มให้ปรียานีย์ อย่างเป็มิตร จากนั้นก็เดินเข้ามาหาหล่อน
‘เรียกเราว่า ดา เฉยๆ ก็ได้ แล้วเธอละชื่ออะไร’
‘เราชื่อ ปรียา’ หล่อนตอบสั้นๆ ความตื่นตระหนกยังไม่ทันหายไป วีรดาเดินเข้ามาหาหล่อน บอกคนเป็พ่อให้ไปพัก ส่วนปรียานีย์นั้น หล่อนจะดูแลเอง วีรดาพาปรียานีย์ไปอาบน้ำ แล้วเลือกเสื้อผ้าของตัวเองที่สภาพดีที่สุดให้ปรียานีย์ ขณะที่ปรียานีย์เดินเข้ามาในห้องนอนของวีรดา ก็เห็นหนังสือกองบนโต๊ะเป็ตั้งๆ หล่อนเห็นหนังสือและชุดนักศึกษาของหญิงสาวมาจากมหาวิทยาลัยเดียวกัน ปรียานีย์จึงยิ้มกว้างออกมา อาการเกร็งที่ต้องอยู่กับคนแปลกหน้า และใจากเื่ที่กำลังหนีมาก็หายเป็ปลิดทิ้ง
‘เธอเรียนมหาวิทยาลัยเดียวกันกับฉันนี่ แล้วอยู่ปีอะไรแล้ว’
‘ปีหนึ่ง’
‘ว้าวปีเดียวกันอีกด้วย’ ปรียานีย์ดีใจเดินมาจับมือวีรดา
‘พี่ชายฉันก็เรียนที่นั่น ปีสุดท้ายแล้ว พรุ่งนี้ถึงมหาวิทยาลัยฉันจะพาไปแนะนำให้รู้จัก’
วีรดาพยักหน้าตอบรับ
‘ไปหาอะไรกินกันเถอะ ดูท่าจะเธอจะหิวแล้วสิ กินเสร็จจะนอนที่นี่ก็ได้นะ พรุ่งนี้พ่อของเราไปส่งที่มหาวิทยาลัยอยู่แล้ว’ ปรียานีย์ยิ้มกว้าง นานๆ จะได้นอนค้างที่อื่น ถึงแม้สภาพบ้านของ วีรดาไม่สวยหราหรูใหญ่โตเหมือนบ้านของหล่อน แต่ภายในบ้านก็เรียบร้อยสะอาดหมดจดทุกซอกทุกมุม... บ่งบอกถึงตัวเ้าของบ้านว่าเป็คนรักความสะอาด รักความเป็ระเบียบเรียบร้อย…
‘ก็ได้งั้นคืนนี้เราขอนอนค้างที่นี่ เราจะได้คุยกันนานๆ ไปเลย’ วีรดาพยักหน้ายิ้มรับกับเพื่อนใหม่ จากนั้นหล่อนก็พาปรียานีย์ลงมาชั้นล่าง เมื่อกินอาหารค่ำเสร็จจัดการอาบน้ำแปลงฟันแล้ว สองสาวก็พากันขึ้นเตียงนอน คุยกันถึงเื่ราวในรั้วมหาวิทยาลัยต่างๆ นานาๆ กว่าจะได้นอนก็เกือบเที่ยงคืน
เช้าวันใหม่หลังจากที่พ่อของหล่อนมาส่งหน้ามหาวิทยาลัยแล้ว สองสาวในชุดนักศึกษาก็เดินมาเข้ามาในมหาวิทยาลัยด้วยกัน วีรดาโบรกมือลาคนเป็พ่อแล้วบอกเพียงว่า... ตอนเย็นจะมารอจุดเดิม ขณะที่สองสาวกำลังเดินไปยังคณะของตัวเอง ปรียานีย์ก็ต้องยิ้มกว้างเมื่อเห็นพี่ชายเดินมาแต่ไกล...
‘ดานี่พี่ชายของเราเอง เรียกพี่ปรัชก็ได้’ วีรดายกมือไหว้ทักทาย เขาก็ยกมือรับไหว้หล่อน หญิงสาวเผลอมองสายตาคมกล้า จมูกโด่งเป็สัน ริมฝีปากบาง ผมรองทรงตัดสั้นปัดด้านหน้าขึ้นเล็กน้อย รูปร่างของเขาสูงใหญ่ ผิวสีแทนตามแบบฉบับของคนที่ออกกำลังกายกลางแจ้งเป็ประจำ เขายิ้มกว้างให้หล่อน สายตา และรอยยิ้มดูอบอุ่น หล่อนจดจำแววตา และรอยยิ้มของเขาั้แ่ครั้งแรก... วีรดาเผลอมองเขาไปพักใหญ่ ก่อนที่จะหันมาฟังปรียานีย์ เล่าเื่ราว ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนให้พี่ชายฟัง และทำไมหล่อนถึงต้องนอนค้างบ้านเพื่อนใหม่... เขามองน้องสาวด้วยความเป็ห่วง มิน่าเมื่อคืนโทรตามหาทั้งคืนถึงโทรไม่ติด
‘ดีแล้วที่ปรียานีย์ไม่เป็อะไร รู้ไหมพี่กับคุณปู่เป็ห่วงมาก’ ปรียานีย์เดินมาสวมกอดพี่ชาย
‘ต่อไปปรียาจะระวังตัวมากกว่านี้’
‘ไปเข้าเรียนเถอะเดี๋ยวจะไม่ทัน’
‘ก็ได้แต่เย็นนี้พาปรียากับดาไปกินไอศกรีมนะ’ ชายหนุ่มเดินมาขยี้หัวน้องสาวเบาๆ
‘ตกลงครับคุณผู้หญิง’ ปรียานีย์ยิ้มกว้างอย่างดีใจ วีรดาอดที่จะยิ้มให้กับภาพที่เห็นเขาขยี้หัวน้องสาว แล้วพูดล้อเลียนไม่ได้ และก่อนจะเดินเข้าห้องเรียน หล่อนก็ต้องหันมาตามเสียงเรียกของเขา
‘น้องดา ขอบใจนะครับที่ช่วยดูแลปรียา’
‘ไม่เป็ไรค่ะ’ หล่อนตอบรับเขาพร้อมกับเผลอสบตาสายตาคมคู่นั้นเข้า!
...........................................
ขอบคุณที่เข้ามาอ่านค่ะ