บ่ายของวันศุกร์
ปี๊ด ปี๊ด ปี๊ด เสียงนกหวีดของอาจารย์พละเป่าขึ้นที่สนามวอลเลย์บอลเรียกนักเรียนที่กำลังเดินอยู่ให้รีบมาเข้าแถว เหล่านักเรียนเมื่อได้ยินเสียงสัญญาณแจ้งเตือนก็ต่างวิ่งลุกลี้ลุกลน
“สวัสดีครับทุกคน”เสียงครูพละที่กล่าวทักทายนักเรียนที่กำลังนั่งเข้าแถว
“วันนี้ครูจะให้พวกเราแบ่งทีมกันเล่นวอลเลย์บอลนะครับ”
นักเรียนทุกคนต่างมองหน้ากันเพื่อที่จะเลือกคนที่เก่งด้านกีฬาให้อยู่กับตัวเองโดยทีมไหนชนะจะมีคะแนนเพิ่มให้เป็นตัวกระตุ้น
“มีทีมนั่งดูเฉยๆมั้ยคะครู?” กัสยกมือถาม ทำเอาเพื่อนในห้องถึงกับหันมาตามเสียงแล้วหัวเราะออกมา
“มีสิกรรณิกา คะแนนพิเศษให้ไปเลยศูนย์คะแนน” ครูเรียกชื่อจริงกัสเพื่อหยอกล้อ ทำเอาทุกคนหัวเราะมีแต่กัสที่นั่งหน้าชาในคำตอบ แต่ก็แอบขำ
“เล่นไม่รู้เรื่องเลยนะ”ไนร่าสะกิดกัสจากด้านหลังแล้วหัวเราะ
“ร้อนจะตายฉันอยากเป็นทีมให้กำลังใจ นั่งร้องเพลงเชียร์”เด็กสาวทำหน้าตาละห้อย ด้วยความผิดหวัง
ปี๊ดเสียงนกหวีดดังขึ้นอีกครั้ง เพื่อเริ่มเกม ไนร่าอยู่ทีมต้องลงเล่นก่อน เธอรู้สึกประหม่าเล็กน้อยเพราะไม่ค่อยถนัดการเล่นกีฬาเท่าไหร่
ลูกบอลข้ามไปมาตามแรงตีระหว่างสองทีมเสียงเฮจากเพื่อนร่วมห้องที่นั่งเป็นกองเชียร์ต่างก็ลุ้นว่าคะแนนสุดท้ายนี้จะเป็นของฝ่ายใด
“ไนร่า!” เสียงเพื่อนผู้หญิงในห้องตะโกนเรียกชื่อไนร่าเมื่อเห็นลูกบอลไปทางเพื่อน
ไนร่ารับลูกบอลที่มาด้วยการเสิร์ฟที่เต็มแรงของเพื่อนฝั่งตรงข้ามทำให้ทีมสามารถเล่นต่อได้และคะแนนนี้ก็ต้องเป็นของทีมไนร่า
ปี๊ด เสียงครูพละเป่านกหวีดเพื่อให้ทีมไนร่าเสิร์ฟและลูกนี้จะเป็นลูกชี้ชะตาว่าทีมของไนร่าจะสามารถเอาชนะได้หรือไม่
“ไนร่า!” เสียงฟ้าตะโกนเรียกไนร่าเมื่อเธออันเดอร์บอลขึ้นเพื่อตั้งให้ขึ้นสูง
ไนร่าเมื่อได้ยินเพื่อนเรียก เธอจึงกระโดดตบลูกบอลไปอีกฝั่งอย่างสุดแรงทำให้ลูกบอลสีเหลืองสลับน้ำเงินตกไปที่เส้นขอบสนามพอดี
ปี๊ด เสียงนกหวีดเป่าครั้งสุดท้ายเพื่อเป็นการจบเกม
“เย้ๆ” เสียงคนในทีมร้องขึ้นด้วยความดีใจ
ไนร่าถึงกับนั่งลงหอบด้วยความเหนื่อยก่อนจะยิ้มอีกครั้งเมื่อครูบอกว่าทีมของเธอเป็นผู้ชนะ
“เล่นไม่เป็นแต่ทำคะแนนคนเดียวเลยนะ”กัสเกาะแขนไนร่าด้วยความดีใจ
“เก่งจังไนร่า” หวานพูดขึ้นอีกเสียง
“มีแฟนเป็นนักกีฬาก็ต้องเก่งหน่อยสิ”ไนร่าพูดแกล้งเพื่อนแล้วหัวเราะ
“เอาเข้าไป เล่นเองชงเอง” กัสถึงกับส่ายหัว
“ล้อเล่นน่าเคยเล่นตอนประถมก็พอยังหลงเหลือทักษะบ้าง”
“ไปได้แล้ว พวกเธอก็สู้ๆนะ” ไนร่าบอกเพื่อนโดยที่มือก็ยังนั่งเช็ดเหงื่อที่ท่วม
“ไปแล้วนะ” กัสหันมามองไนร่าเพื่อหากำลังใจ เพราะท่าทีของเธอเหมือนเด็กที่โดดบังคับให้ทำในสิ่งไม่ชอบ
เมื่อเพื่อนลงในสนามไนร่าจึงขออนุญาตครูไปล้างหน้า เธอเดินอ้อมมาด้านหลังของสนาม ที่มีก๊อกน้ำเรียงอยู่เป็นแถวสำหรับนักกีฬา
มือเล็กค่อยๆ เปิดน้ำออกเพื่อล้างหน้าและล้างแขน
“โห หน้าก็แดงแขนก็แดงอีก” ไนร่าหัวเราะตัวเองผ่านกระจก แล้วหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาเช็ดน้ำที่เกาะบนหน้าและเดินมุ่งไปที่ร้านขายน้ำ
เธอที่มัวแต่เดินก้มเอามือปัดฝุ่นที่เสื้อไม่ทันได้สังเกต จนได้ชนกับผู้ชายคนหนึ่ง
“ไปทำอะไรมาเนี่ยทำไมหน้าแดง แขนแดงแบบนี้” สกายเอื้อมมือไปจับที่คางของไนร่าแล้วจับส่ายไปมา
“เล่นวอลเลย์บอลมาค่ะ”ไนร่าตอบเขาด้วยน้ำเสียงที่ดูเหนื่อย
“นึกว่าไปหาเรื่องกับใครมา” สกายพูดแล้วหัวเราะออกมา
อยู่ดีๆสกายก็ก้มลงไปนั่งแล้วยื่นมือมาที่รองเท้าของไนร่า จนเธอต้องรีบถอยตัวออก
“เชือกรองเท้าหลุดไม่ดูเลยนะ” สกายที่ปากบ่นแต่มือก็ยังจับเชือกผูกเชือกรองเท้ามาผูก
“ไม่ต้องก็ได้ค่ะพี่สกายเดี๋ยวไนร่าทำเอง”เธอรีบพูดขึ้นด้วยความตกใจ
“พี่อยากทำให้ อยู่นิ่งๆ” ไนร่าจึงทำตามคำสั่งอย่างง่าย
“ไปนั่งเลยเดี๋ยวพี่ไปซื้อน้ำมาให้” สกายเดินลากไนร่ามานั่งที่โต๊ะใต้ต้นไม้ที่มีคนนั่งอยู่ประปราย เพราะบางห้องก็มีชั่วโมงว่างเพื่อให้นักเรียนได้พักผ่อน
ไม่นานสกายเดินกลับมาพร้อมกับขวดน้ำผ้าเย็น และขนมในมือ เขาแกะฝาขวดน้ำ หยิบหลอดแล้วยื่นให้เด็กสาวที่อยู่ตรงหน้าก่อนจะวางขนมในมือและแกะผ้าเย็น
“ไนร่าทำเองได้น่า”เธอบ่นเขาที่กำลังเช็ดหน้าให้
“กินน้ำไปเลยไม่ต้องพูดมาก” ไนร่าที่โดนบ่นถึงกับอมยิ้มออกมา
“จะว่าไปแล้วการมีคนมาดูแลแบบนี้ดีเหมือนกันนะแปลกหน่อย แต่รู้สึกดี”เธอคิดในใจและมองไปที่หน้าเขา
“หน้าพี่มีอะไรติดหรือเปล่า?”
“เปล่าค่ะ”
“แล้วทำไมมองแปลกๆ”
“ก็มองหน้าแฟนตัวเองไม่ได้หรอคะ?” ประโยคนี้ทำให้เด็กหนุ่มถึงกับยิ้มออกมา
“ได้ครับ”
“แล้วพี่สกายไม่มีเรียนหรอคะ?”
“ชั่วโมงนี้ว่างแต่คาบต่อไปพี่มีซ้อมฟุตบอลนะ ถึงตอนเย็นอาจจะไม่ได้ไปส่งที่บ้าน”
“ไม่เป็นไรค่ะ ไนร่าว่าจะชวนเพื่อนไปหาอะไรกินสักหน่อย”
“งั้นไนร่าไปก่อนนะคะออกมานานแล้ว” เธอลุกขึ้นเตรียมตัวที่จะกลับ
“ถ้าถึงบ้านแล้วยังไงทักบอกพี่ด้วยนะ”
“รับทราบค่ะ” เธอยิ้มแล้วเดินกลับไปที่สนามวอลเล่ย์บอล
“ไนร่าหายไปไหนมาไม่อยู่เชียร์เลย” กัสที่ออกมาจากสนามพอดีบ่นให้เพื่อน
“หิวน้ำสิเดินไปซื้อมาเนี่ย”
“อ่ะไนร่ายื่นขวดน้ำให้เพื่อนทั้งสอง ที่นั่งหอบเพราะความเหนื่อย
“ว่าแต่ไปทำอะไรมาเห็นเดินยิ้มมาแต่ไกล” กัสจับสังเกตเพื่อนได้
“เปล่า” ไนร่ำเสียงสูง
เสียงออดหมดเวลาดังขึ้น ทั้งสามวิ่งแข่งกันไปที่ห้องเรียนแล้วส่งเสียงหัวเราะอย่างมีความสุข