บทที่5โชคชะตาและคำสัญญา
“มีทารกหญิงอยู่ที่นี่ได้อย่างไร?”
เด็กชายกล่าวคำขึ้นด้วยความงุนงงสงสัยมันหันซ้ายแลขวาอยู่หลายรอบก็ไม่พบวี่แววว่าจะมีผู้ใดอยู่ที่นี่ ไม่มีคนที่มาแสดงตัวเป็มารดาหรือบิดาของนางไม่มีแม้กระทั่งผู้ใดที่จะมาตามหา เด็กชายจึงสบทขึ้น
“ผู้ใดช่างใจร้ายนักทารกน้อยน่ารักเช่นนี้ยังทิ้งได้ลงคอ"
เด็กชายโอบอุ้มทารกหญิงขึ้นมาเห็นบนคอของนางมีเชือกขนาดเล็กพร้อมจี้อักษรรูปทรงแปลกประหลาดคล้องอยู่ แต่มันมิได้สนใจจี้ดั่งกล่าวมันเพียงจ้องมองที่หัวคิ้วน้อยๆ ของนางมิวางตา เห็นคิ้วซ้ายของนางมีรอยาแเล็กๆก็ยิ่งบังเกิดความสงสาร จึงฉีกชุดคลุมของตนเองเช็ดโลหิตให้นาง พร้อมปลอบประโลมอย่างแ่เบา
“น้องสาวอันประเสริฐแม้นผู้ใดมิ้าเ้า แต่ข้าฮุ่ยจวิน (สุภาพชนผู้มีปัญญา)ผู้นี้สัญญาว่าจะดูแลปกป้องเ้าตลอดไป"
เด็กชายผู้มีนามว่าฮุ่ยจวินเห็นทารกน้อยเงียบเสียงร้องไห้ลงไปก็เข้าใจว่านางรับทราบถึงความห่วงใยที่ตนมีให้จึงไม่คิดอะไรมากแต่ระหว่างทางขณะที่มันโอบอุ้มทารกหญิงเพื่อกลับบ้าน มันพลันรู้สึกว่าร่างของทารกผู้นี้เย็นเฉียบเสียงลมหายใจแรงกว่าปกติ มันจึงก้มลงไปจ้องมองทารกหญิง เห็นบริเวณาแที่คิ้วซ้ายมีสีม่วงคล้ำทั้งยังเหมือนจะแผ่ลามไปบนศีรษะของนางทีละนิด มันจึงนิ่งคิด
ลุงของฮุ่ยจวินเป็ผู้ทำพิธีส่งิญญาของหมู่บ้านจัดการพิธีศพมาหลายต่อหลายราย เช่นนั้นเด็กชายจึงได้เห็นรูปแบบการตายของศพคนเ่าั้ที่แตกต่างกันไปด้วยมันเคยเห็นหลายศพที่รับประทานเห็ดหรือของป่าที่เป็พิษ ซึ่งบริเวณอวัยวะของศพเ่าั้ที่ถูกพิษแพร่กำจายจะเป็สีม่วงเข้ม
“หรือว่านางถูกพิษ!”
ฮุ่ยจวินมิอาจชักช้ามันรีบวิ่งตะบึงจนสุดแรงเกิดกลับไปที่บ้านของตนอย่างรวดเร็ว พอไปถึงก็ได้เห็นภายในบ้านมีตะเกียงถูกจุดอยู่มันก็ปรากฏแววความยินดี นั่นแสดงว่าท่านลุงของมันได้กลับมาจากพิธีศพของหญิงคลอดลูกตายแล้ว
“ท่านลุงช่วยข้าด้วย"
ประตูบ้านถูกผลักเปิดออกมาทันใด
“จวินเอ๋อเ้าเป็อะไร"
บุรุษชาวบ้านวัยกลางคนออกมาจากภายในบ้านด้วยสีหน้าแตกตื่นก่อนที่ฮุ่ยจวินจะรีบยื่นเด็กทารกหญิงให้แก่ท่านลุงของตน
“ข้ามิได้เป็อะไรแต่เป็ทารกน้อยผู้นี้ที่กำลังจะย่ำแย่"
ลุงของมันขมวดคิ้ว
“เ้านำบุตรผู้ใดมา"
“ข้าเห็นนางถูกทิ้งไว้ที่ใต้ผาสูง"
“บุตรของผู้ใดก็ไม่ทราบเ้านำมันมาเช่นนี้มิกลัวถูกกล่าวหาว่าขโมยเด็กหรอกหรือ”
ฮุ่ยจวินกล่าวขึ้น
“เื่เ่าั้หาได้สำคัญไม่ตอนนี้ท่านช่วยนางที”
“ข้ามิใช่หมอข้าจะช่วยนางได้อย่างไร”
“ท่านลุงข้า้าให้ท่านช่วยพาไปหาหมอที่รักษาพิษได้ต่างหาก ท่านรู้จักผู้คนมากมาย ต้องมีซักคนในบรรดาคนที่ท่านรู้จักเป็หมอแน่"
“เ้าเด็กคนนี้รู้จักพูดไป ข้าพอรู้จักหมอมีฝีมือผู้หนึ่ง"
จากนั้นลุงของมันก็ได้พามันออกเดินทางข้ามหมู่บ้านไปยังอีกหมู่บ้านที่อยู่แถวเขตชายแดนเขาเถาิซานฝั่งเหนือเดินทางฝ่าความมืดใน่เวลากลางคืนอยู่สองชั่วยามค่อยบรรลุถึง แต่กว่าจะถึง เวลาก็ล่วงเลยเกือบครึ่งค่อนคืนแล้วโชคดีที่หมอผู้นั้นยังคงง่วนอยู่กับการเคี่ยวโอสถอยู่ ทำให้พวกมันมาไม่เสียเปล่า
“คารวะท่านหมอฮั่วขออภัยที่ต้องมารบกวนยามวิกาลเช่นนี้”
บุรุษชราผมดกดำที่ถูกเรียกขานว่าหมอฮั่ววางท่อนฟืนในมือลงแล้วเงยหน้าจ้องมองผู้มา
“ที่แท้เป็ท่านหมอผีฮุ่ยหยวนมีอะไรให้ข้าช่วยหรือ"
ท่านลุงของฮุ่ยจวินที่มีนามว่าฮุ่ยหยวนมันจ้องมองเด็กทารกในมือก่อนกล่าวว่า
“ทารกผู้นี้ดูคล้ายจะถูกพิษบางอย่างจึงอยากขอให้ท่านช่วยรักษา"
หมอฮั่วลุกขึ้นมาจ้องทองทารกน้อยมันตรวจดูชีพจร ตรวจดูรอยาแ ก่อนถอนหายใจออกมา
“พิษนี้ร้ายกาจนักเป็พิษชนิดใดข้าก็มิอาจรู้ได้ อีกทั้งดูเหมือนว่านางจะได้รับพิษมานานแล้ว จนพิษแทรกซึมไปทั่วร่างเห็นทีบุตรท่านยากจะรักษา"
ฮุ่ยจวินขมวดคิ้ว
“ไม่มีทางรักษาเลยหรือท่านหมอ"
หมอฮั่วยกมือขึ้นแตะปลายคางทำท่าครุ่นคิดอยู่นานก็กล่าวว่า
“พิษชนิดนี้มิได้เหมือนพิษธรรมดาทั่วไปมันมิได้แพร่กระจายผ่านอวัยวะดั่งเช่นพิษอื่นๆ แต่มันแพร่ผ่านเส้นชีพจรลมปราณของคนคนเรามีจุดชีพจรลมปราณที่เชื่อมกับจุดชีพจรชีวิต หากพิษสามารถแพร่ไปถึงชีพจรชีวิตได้นั่นจะทำให้ตายในทันที… หมอผีฮุ่ยหยวนมิทราบว่าบุตรสาวท่านได้รับคราเคราะห์จากสิ่งใด
ฮุ่ยหยวนมิกล้าจะอธิบายเื่ราวของทารกหญิงให้ยืดยาวเพราะมันเกรงว่าจะถูกกล่าวหาว่าไปขโมยบุตรใครมา เมื่อหมอฮั่วทึกทักว่าเป็บุตรของมันมันก็กล่าวไปตามน้ำ
“ข้าเองก็มิทราบรู้แต่ว่าเห็นรอยแผลบนใบหน้านาง มิรู้ว่าใช่สัตว์มีพิษใดทำร้ายนางหรือไม่"
ด้านฮุ่ยจวินมีสีหน้าตื่นตระหนกมันกล่าวขึ้น
“ท่านหมอแล้วตกลงท่านจะรักษานางได้หรือไม่"
หมอฮั่วจ้องมองเด็กชายแล้วกล่าว
“จะว่ามีก็มีแต่วิธีนี้ก็มิแน่ว่าจะได้ผล”
“เช่นนั้นก็ลองดูเถิด"
หมอฮั่วพยักหน้าคนหยิบห่อผ้าออกมา ก่อนจะบอกให้ฮุ่ยหยวนนำทารกหญิงเข้าไปในบ้านของมัน เมื่อร่างของทารกหญิงถูกวางลงยังเตียงหมอฮั่วก็แกะห่อผ้าออก เผยให้เห็นเข็มเงินเส้นเล็กละเอียดเรียงรายเป็ทิวแถว
“เป็วิธีที่ข้าไม่ถนัดซักเท่าไหร่แต่นี่คือวิถีเดียวที่อาจต่อลมหายใจของนางได้"
หยุดเล็กน้อย ก่อนมันจะหันไปบอกฮุ่ยหยวน
“รบกวนท่านหยิบผงสมุนไพรในถ้วยสีขาวและสีดำให้ข้าที”
ฮุ่ยหยวนนำถ้วยสมุนไพรที่บดละเอียดจนเป็ผงมาวางไว้ที่ข้างลำตัวของหมอฮั่วจากนั้นหมอฮั่วก็หยิบขวดขนาดเล็กข้างในบรรจุด้วยของเหลวใสเทลงในถ้วยสมุนไพร
“ชีพจรลมปราณทั่วไปของคนมีหลายจุดส่วนชีพจรลมปราณพิเศษมีทั้งหมดสี่จุด โดยจุดต้นกำเนิดหรือจุดศูนย์รวมลมปราณที่เป็ดั่งประตูเชื่อมสู่ชีพจรลมปราณอื่นก็คือจุดตันเถียนที่อยู่บริเวณหน้าท้องข้าต้องเปิดจุดชีพจรตันเถียน เพื่อสกัดกั้นพิษมิให้รวบรวมแพร่ผ่านไปยังส่วนอื่น แลให้มันขับออกมา"
กล่าวจบมันก็นำเข็มเงินจิ้มอาบด้วยตัวสมุนไพรในถ้วยสีขาวแล้วฝังเข็มลงยังบริเวณหน้าท้องของทารกน้อย
เมื่อเข็มแรกทิ่มแทงตัวยาสมุนไพรจากถ้วยสีขาวก็แผ่พุ่งจับกับพิษที่แทรกซึมอยู่ในจุดและเส้นชีพจรลมปราณส่งให้มีควันสีม่วงแผ่กำจายออกมาให้เห็นอย่างเบาบาง ตัวยาสมุนไพรจากถ้วยสีขาวนี้ คือตัวยาที่จะจับกับพิษและก่อให้เกิดการแผ่กำจายของไอพิษซึ่งนั่นจะทำให้ทราบว่าพิษได้แพร่ไปยังเส้นชีพจรใดแล้วบ้าง ก่อนที่หมอฮั่วจะทำการฝังเข็มที่อาบด้วยตัวยาสมุนไพรจากถ้วยสีขาวไล่ไปตามจุดชีพจรลมปราณที่มีพิษ
เมื่อไล่ทำการฝังเข็มจนไม่พบว่ามีไอพิษกำจายออกมาแล้วมันจึงทำการไล่เปลี่ยนเข็มที่ทำการฝังั้แ่แรก เริ่มต้นั้แ่จุดที่หนึ่งคือจุดตันเถียนโดยเข็มจะอาบยาสมุนไพรจากถ้วยสีดำ ซึ่งยาสมุนไพรในถ้วยนี้มีฤทธิ์ในการกระตุ้นการขับพิษนั่นเองเมื่อทำการฝังเข็มซ้ำจุดเดิมด้วยตัวยาสมุนไพรจากถ้วยสีดำจนเสร็จสรรพ ไอสีม่วงที่แผ่กำจายก็เริ่มแปรเปลี่ยนเป็สีขาวร่างที่ซีดเผือดของทารกหญิงเริ่มมีสีเืขึ้น ตัวก็ไม่ได้เย็นเฉียบอีกต่อไป ฮุ่ยจวินเห็นเช่นนั้นก็ยินดี
“ท่านหมอวิธีการของท่านดูจะได้ผล"
หมอฮั่วหลังจากฝังเข็มให้ทารกหญิงเสร็จสรรพคนก็รักษาาแที่คิ้วซ้าย โดยใช้ยาสมุนไพรจากถ้วยสีดำทำการขับผิดต้นกำเนิดให้แก่นางเมื่อแล้วเสร็จค่อยยกมือปาดเหงื่อแล้วกล่าวขึ้น
“ได้ผลย่อมได้ผลแน่แต่อย่างที่ข้าบอก ข้ามิได้ถนัดในการรักษาแบบฝังเข็มเท่าไหร่นัก อีกทั้งข้าก็มิได้มีความรู้ความสามารถพอที่จะรักษาและขับพิษอันร้ายกาจนี้ให้หมดไปได้"
ฮุ่ยจวินขมวดคิ้ว
“ท่านหมอท่านจะหมายความว่าอย่างไร"
หมอฮั่วจ้องมองทารกหญิงก่อนส่ายศีรษะด้วยความเวทนา
“ข้าช่วยให้นางมีชีวิตอยู่ได้อีกสิบปีเท่านั้น"
ฮุ่ยจวินพลันมีสีหน้าซีดสลด
“ไม่มีทางอื่นเลยหรือ"
หมอฮั่วนึกคิดชั่วอึดใจก็กล่าวว่า
“บนปฐีนี้มีแพทย์ฝังเข็มเทวดาผู้หนึ่งที่เก่งกาจมากๆไม่มีอาการาเ็ใดที่มันมิอาจรักษา หากมันบอกว่ามันเก่งอันดับสอง แพทย์ทั้งปฐีก็ไม่มีใครกล้าที่จะบอกว่าตนเป็ที่หนึ่งฉายาของมันคือ เทพดาเร้นกาย ตั้วซุนหง”
ฮุ่ยจวินคล้ายพานพบประกายแห่งความหวังจึงกล่าวถาม
“แพทย์เทพดาผู้นั้นอยู่ที่ใดหรือ”
หมอฮั่วส่ายศีรษะ
“เทพดาเร้นกายมิใช่เพียงฉายาแต่คำว่าเร้นกายของมันบางทีแม้แต่มัจจุราชก็มิอาจหาตัวมันพบ บนปฐีนี้มันจะไปปรากฏที่ใดก็ได้มันอยากพบผู้ใดก็ได้ แต่ผู้อื่นอย่าหวังว่าจะหามันพบ ไม่มีใครรู้ว่ามันเร้นกายอยู่ที่ใดไม่มีใครรู้ว่ามันมีตัวตนอย่างไร ตอนเช้าโผล่ที่แคว้นถาน ตอนเย็นอาจโผล่ที่นอกแผ่นดินใหญ่ก็ได้ไม่มีใครรู้เช่นนั้นหากอยากพบเจอมันต้องอาศัยเพียงสิ่งเดียว…”
ฮุ่ยจวินรีบกล่าวถามทันควัน
“สิ่งใดหรือ"
หมอฮั่วจ้องมองเด็กชาย
“วาสนา"
หยุดเล็กน้อย ก่อนที่สายตาของบุรุษชราจะเบนจากใบหน้าของเด็กชายไปจ้องมองทารกหญิงแล้วจึงกล่าวต่อ
“ประการสำคัญถึงแม้เ้าจะมีวาสนาได้พานพบกับเทพดาเร้นกาย แต่ก็มิใช่ว่ามันจะช่วยรักษาให้เ้า ต่อให้เ้านั้นจะนอนหายใจพะงาบใกล้ไปปรโลกเพียงใดก็ใช่ว่ามันจะช่วยรักษาแม้แต่ตัวตนสำคัญอย่างเหล่าราชวงศ์แต่ละแคว้น หรือตัวตนชั้นสูงจากนิกายเทวะวจนะ หากมันไม่อยากพบก็อย่าหวังว่าจะได้พบหากมันไม่อยากรักษาก็อย่าหวังว่ามันจะรักษา ต่อให้เอาเงินทองมาวางกองตรงหน้าเป็ูเาเลากาหรือเอามีดจ่อที่คอ มันก็ไม่ช่วย สิ่งเดียวที่มันจะรับเป็ค่าตอบแทนในการช่วยรักษาก็คือ…”
ฮุ่ยจวินโพล่งขึ้นด้วยความสงสัยอีกรอบ
“สิ่งใดหรือ?"
หมอฮั่วหันกลับมาจ้องยังมัน
“ความถูกชะตา"
ฮุ่ยจวินพึมพำขึ้น
“บนโลกนี้กลับมีหมอที่พิสดารเช่นมันดำรงอยู่"
หมอฮั่วถอนหายใจ
“ก็อย่างที่ข้ากล่าวั้แ่ต้นมีเพียงหมอพิสดารผู้นี้ที่จะช่วยขับพิษให้ทารกหญิงได้ ส่วนข้านั้นช่วยให้นางมีชีวิตอีกสิบปีก็นับว่าจนปัญญามากแล้ว"
ฮุ่ยหยวนรีบประสานมือขึ้นคารวะ
“แค่นี้ก็ถือว่ารบกวนท่านหมอฮั่วมากแล้ว”
หมอฮั่วผงกศรีษะ
“ข้าเป็หมอการช่วยเหลือคนคือสิ่งที่พึงกระทำ"
หมอฮั่วใช้เวลาในการรักษาทารกน้อยถึงสามเดือนเต็มจนกระทั่งหมดปัญญาที่จะรักษาให้ได้มากกว่านี้ แต่อย่างน้อยการรักษาของมันก็ช่วยให้ทารกมีอายุสืบไปได้อีกสิบปีแต่สิบปีนี้สำหรับ่อายุขัยของคนนับว่าน้อยนัก ฮุ่ยจวินบังเกิดความเวทนาต่อนางยิ่งมันรบเร้าให้ท่านลุงของมันลองพานางไปให้แพทย์หรือหมอที่มีชื่อจากเมืองอื่น หรืออาจข้ามแคว้นไปไกลเพื่อรักษานางเป็เวลาหนึ่งปีที่ทั้งสองพาทารกหญิงไปรักษากับแพทย์ที่มีชื่อ สุดท้ายก็ได้คำตอบกลับมาเช่นเดิมทุกรายนั่นคือ
นางจะมีชีวิตอยู่อีกเพียงสิบปีเท่านั้น!
ฮุ่ยหยวนทอดถอนใจแล้วกล่าวกับหลานตน
“เ้าควรจะตัดใจเสียเถอะบุญวาสนาของทารกผู้นี้คงมีเพียงแค่นี้จริงๆ โชคชะตาฟ้าคนธรรมดาอย่างพวกเราย่อมมิอาจฝืน"
ทว่าฮุ่ยจวินกลับกล่าวขึ้นมาอย่างเด็ดเดี่ยว
“นับแต่ที่ข้าเก็บนางขึ้นมาจากฟางกองนั้นข้าก็รู้สึกถูกชะตากับนางอย่างบอกไม่ถูก ข้าจึงสัญญาว่าจะดูแลนางตลอดไป ชะตาฟ้าเป็เช่นไรข้าไม่สนหากนางยังไม่ตายข้าก็จะไม่ยอมแพ้”
ฮุ่ยหยวนส่ายศีรษะ
“จวินเอ๋อแล้วเ้าจะทำอย่างไร"
ฮุ่ยจวินแหงนหน้ามองขึ้นไปยังท้องนภา
“ข้าจะตามหาแพทย์เทพดาเร้นกายตั้วซุนหง ต่อให้จะยากเย็นเพียงไหน ต่อให้จะไปจนสุดหล้าฟ้าเขียว ข้าก็จะตามหามันให้พบ!"