เซียวเย่กล่าวสวนกลับไป ก่อนที่จะหันหลังเดินออกจากตำหนัก แต่ก็เหมือนจะคิดอะไรขึ้นมาได้ หันไปมองหยางเจี้ยน กล่าวออกมา
“หยางเจี้ยน…เรื่องที่เจ้าต้องคุกเข่าขอโทษข้า ข้าจะถือซะว่าอาจารย์ของเจ้ากระทำแทนเจ้าแล้ว ข้ารู้สึกซึ้งในพระคุณของอาจารย์เจ้าเสียจริง…”
"น-นี่เจ้า!"
หยางเจี้ยนเหมือนอยากจะกล่าวอะไรบางอย่าง แต่ก็ไม่ได้กล่าวออกมา ทำได้แค่เพียงกำหมัดในมือแน่น
"เซียวเย่..ข้าขอโทษ…ทุกอย่างมันเกิดขึ้นจากตัวข้าเอง ข้าจะยอมทุกอย่าง ขอเพียงแค่เจ้าให้อภัย…"
เสี่ยวหลินกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่อ่อนแรง แต่เซียวเย่ก็ยังคงไม่กล่าวตอบและเมินเฉย กำลังจะเดินออกไปจากตำหนัก แต่ระหว่างนั้น!
เซียวเย่มองออกมาเบื้องหน้า ยังไม่ทันที่จะได้ก้าวเท้าเดินต่อ ก็พบเข้ากับพี่น้องตระกูลเสวี่ย ที่มาปรากฎตัวอยู่เบื้องหน้าของตน
พี่น้องตระกูลเสวี่ยไม่ได้กล่าวตอบสิ่งใดออกมา ทำเพียงแค่เดินไปอยู่ข้างหลังเซียวเย่เพียงเท่านั้น ก่อนที่ฉินอินและหมายเลขศูนย์จะเดินมาสมทบที่เบื้องหลังของเซียวเย่เช่นเดียวกัน เซียวเย่หันไปมองคนที่อยู่ข้างหลังตนเองอยู่อย่างนั้นสักพัก ก่อนที่จะตัดสินใจกล่าวอะไรออกมา
“พวกเจ้าทำอะไรกัน?”
"…….ข้าและน้องชายจะติดตามเจ้าไป…"
เสวี่ยหนิงกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่สงบนิ่ง คล้ายว่าตัดสินใจมานานนม
“เรื่องน่ารำคาญในวันข้างหน้า…ข้าเริ่มที่จะชอบมันขึ้นมาบ้างแล้ว”
เสวี่ยเจี้ยนพยักหน้าเล็กน้อย กล่าวออกมาด้วยรอยยิ้มที่มุมปาก
“ว้าว! อย่างนี้ข้าก็มีสหายเพิ่มขึ้นแล้วล่ะสินะ…เสียไปสามแต่ได้กับมาสองก็ถือซะว่าไม่ขาดทุน…”
ฉินอินกล่าวออกมาด้วยใบหน้าที่สื่อว่ากำลังอารมณ์ดีอยู่
"นี่พวกเจ้า…..เห้ออ….สวรรค์ช่างใจร้ายกับข้าเสียจริง…"
หยางเวียนเทียนเมื่อเห็นสิ่งที่เกิดขึ้น ก็ถึงกับพูดอะไรไม่ออก กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย
"พวกเจ้า! พวกเจ้ารู้ตัวหรือไม่ ว่ากำลังจะทำอะไรกันอยู่….นี่พวกเจ้าจะออกจากสำนัก เพื่อไปติดตามเจ้าเด็กนี่อย่างนั้นหรือ"
หยางเจี้ยนเมื่อได้เห็นสิ่งที่เกิดขึ้น ก็อดไม่ได้ที่จะค้างคาใจ กล่าวถามออกมา
“ฮะ! ฮะ! ฮะ! ศิษย์พี่…ไม่สิ…ต่อไปนี้ข้าต้องเรียกว่าท่านหยางเจี้ยนสินะ….ตัวข้านั้นได้ตัดสินใจไปแล้ว ว่าจะติดตามเซียวเย่ไปตลอด เพราะข้ามีเหตุผลและเส้นทางของข้าเอง ที่สำนักแห่งนี้อย่างมากก็ทำได้เพียงแค่ให้ที่พักพิงเท่านั้น ข้าวางแผนที่จะก้าวเดินไปให้ไกลกว่านี้ ไม่ใช่หยุดอยู่กับที่…หยุดอยู่ที่สำนัก….และข้าก็เชื่อว่าพี่น้องตระกูลเสวี่ยก็คงมีเหตุผลที่คล้ายกันกับข้าเช่นเดียวกัน ท่านหยางเจี้ยนเข้าใจถูกต้องแล้ว พวกข้าตัดใจสินที่จะติดตามเจ้าเด็กนี่…เจ้าเด็กที่กระทืบท่านซะเกือบตาย จนซะต้องให้อาจารย์มาช่วยเหลือ…..”
“……”
หยางเจี้ยน เมื่อได้เย็นคำพูดจี้ใจดำของตน ก็ถึงกลับพูดอะไรไม่ออก ได้แต่ยืนก้มกัดฟันแน่นด้วยความไม่พอใจ ก่อนที่จะพยายามฝืนข่มใจตนเอง กล่าวออกมาในที่สุด
"ครั้งนี้ข้าอาจจะแพ้เจ้า แต่ครั้งหน้าข้าจะโค่นล้มเจ้าเสีย ในฐานะที่เจ้ากล้ากล่าวคำพูดดูหมิ่นอาจารย์ของข้า!"
เซียวเย่เมื่อได้ยินเช่นนั้นก็กำลังจะกล่าวตอบออกไป แต่ทันใดนั้น!
"…ครั้งหน้าข้าจะสู้กับเจ้าเอง…เจ้าไม่คู่ควรให้เซียวเย่ลงมือ ถ้าเซียวเย่เผชิญหน้ากับเจ้าอีก เซียวเย่จะเสื่อมเสียเกียรติเอาได้…ข้าจะไม่ยอมให้ใครทำให้เซียวเย่ต้องเสื่อมเสีย"
เสวี่ยหนิงกล่าวออกมา ด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาเหมือนน้ำแข็ง แต่ความหมายนั้นเมื่อใครได้ฟังก็ต้องเข้าใจในทันที
นางกำลังด่าทอหยางเจี้ยนอยู่เห็นๆ!!
“….ศิษย์น้องเสวี่ยหนิง เจ้าเป็นอะไรของเจ้ากันแน่..ทำไมเจ้าถึงเปลี่ยนไปรวดเร็วถึงเพียงนี้..เมื่อก่อนเจ้าก็ประลองกับเซียวเย่มาเหมือนกันไม่ใช่หรือ? แล้วเหตุใดเจ้าถึงยังไปเข้าร่วมกับเจ้าเซียวเย่มันอีก…"
เมื่อหยางเจี้ยนได้ยินเช่นนั้นก็ถึงกับคิ้วกระตุกปนแปลกใจ เจ้าพวกนี้มันไปสนิทสนมกันมาแต่ตอนไหน กล่าวถามออกไปด้วยความไม่เข้าใจ
"….ข้าไม่ใช่ศิษย์น้องของเจ้า….และข้าไม่จำเป็นต้องบอกอะไรเจ้าเช่นเดียวกัน..."
“เสวี่ยเจี้ยน! นี่เจ้า….เจ้าก็จะไปกับพี่ใหญ่ด้วยรึ? เจ้าไม่ได้คิดถึงตระกูลเสวี่ยบ้างเลยหรือไงกัน พี่ใหญ่เอาจริงแน่! สักวันเจ้าอาจจะต้องเป็นศัตรูกับตระกูลตัวเองนะ!!! ”
หัวเฉินในตอนนี้รู้สึกปวดหัวไม่หยุด ไม่รู้ว่าตัวเองควรจะทำอย่างไรต่อไป ฉับพลันก็เหมือนจะนึกอะไรขึ้นมาได้ รีบหันไปทางเสวี่ยเจี้ยน หวังกล่าวเพื่อเตือนสติ
“ช-ใช่แล้ว! ถ้าท่านพ่อพวกเจ้ารู้เข้า พวกเจ้าจะทำอย่างไร จะสู้กับท่านพ่อตัวเองเรอะ!!”
ฉินฟางเซียนเมื่อได้ยินหัวเฉินกล่าวออกมาก็รีบพยักหน้าเห็นด้วย ก่อนที่จะรีบกล่าวเสริม
"…….."
เสวี่ยเจี้ยนเหมือนอยากจะกล่าวอะไรบางอย่าง แต่ก็เปลี่ยนใจกลางคัน ไม่ได้กล่าวสิ่งใด
“นี่พวกเจ้าพูดเรื่องอะไรกัน? พวกข้าทุกคนสนิทสนมกลมเกลียวกันมาตั้งนานแล้วพวกเจ้าไม่รู้เรอะ…น้องชายเซียวเย่โดนเอาเปรียบรังแก จึงต้องขอลาจากสำนัก พวกข้าก็ไม่อาจอดทนไหว จำใจต้องขอตามไปด้วย….เหตุผลก็มีเพียงเท่านี้ เกรงว่าพวกเจ้าจะเข้าใจพวกเราผิดไปแล้ว พี่น้องเสวี่ยจะไปทำเรื่องแบบนั้นได้อย่างไร ขืนพวกเจ้าพลั้งปากกล่าวออกไป คนข้างนอกจะหาว่าพวกเจ้าบ้าเอาได้ คิดเสียหน่อยก็ดีนะ ฮะ ฮะ ฮะ ”
ฉินอินเมื่อเห็นว่าเสวี่ยเจี้ยนไม่ได้กล่าวตอบกลับไป ก็เสนอหน้าตอบแทนให้ ทำเอาหัวเฉินและฉินฟางเซียนได้ยินเช่นนั้นก็ถึงกับพูดอะไรไม่ออก ใช่สิ! บอกออกไปใครเค้าจะเชื่อ พี่น้องตระกูลเสวี่ยที่โด่งดังแอบติดตามใครจากที่ไหนก็ไม่รู้อายุสิบสองขวบปี เพื่อหวังจะครอบครองแผ่นดิน บอกไป ใครก็หาว่าบ้า!
เสี่ยวหลินในตอนนี้รู้สึกปวดใจทำอะไรไม่ถูกไปหมด ต้นเหตุทั้งหมดมันมาจากตัวนางงั้นหรือ ถ้าในตอนนั้นนางไม่โง่พลั้งปาก ก็คงจะไม่เกิดเรื่องในวันนี้ใช่หรือไม่ นางนิ่งเงียบคิดทบทวนอยู่กับตนเองนับครั้งไม่ถ้วน ไม่รู้ว่าตนเองควรจะทำอย่างไรต่อไป ทำได้เพียงแค่คิดกับตนเองภายในใจ
‘ทำไมเรื่องมันถึงได้เลยเถิดมาไกลถึงเพียงนี้ ทุกๆอย่างมันเป็นเพราะตัวข้าอย่างนั้นหรือ เพราะข้า…มันเป็นเพราะข้า…?’
“ก็จริงอยู่ว่า ตัวพวกเจ้านั้นมีอนาคตที่สดใส แต่นั่นมันก็ในอนาคตเท่านั้น ถ้าพวกเจ้าอยู่ที่สำนักหมั่นฝึกซ้อม พวกเจ้าก็จะแข็งแกร่งเป็นระดับแนวหน้าของสำนักได้อย่างแน่นอน แต่พวกเจ้าจะยอมทิ้งอนาคตตัวเองเพื่อไปกับเซียวเย่งั้นหรือ มันคุ้มค่าแล้วจริงๆ?”
หยางเจี้ยนยังไม่ยอมแพ้ พยายามกล่าวหว่านล้อมออกมาไม่หยุด
“…ข้าไม่แปลกใจเลย ว่าทำไมนายท่านถึงชอบเรียกเจ้าว่าคนโง่ สมแล้ว….สมแล้ว..”
หมายเลขศูนย์ที่นิ่งเงียบมาตลอดกล่าวออกมาในที่สุด มองไปทางหยางเจี้ยนด้วยสายตาที่สมเพช
"เจ้าต้องการจะพูดอะไรกันแน่!!!"
หยางเจี้ยนคล้ายยังสงสัย ไม่เข้าในสิ่งที่หมายเลขศูนย์กล่าวออกมา กล่าวถามกลับออกไป
"สำนักของเจ้าไม่นับเป็นอะไร หากจะมาเทียบกับนายท่านของข้า มันก็แค่นั้น"
หมายเลขศูนย์กล่าวตอบกลับไปสั้นๆ
"พอได้แล้ว…หยางเจี้ยน เจ้าไม่ต้องเป็นห่วงผู้ติดตามของข้าหรอก ข้าจะดูแลพวกเค้าอย่างดี ทางที่ดีภาวนาว่าอย่าให้เราพบกันอีกในอนาคตจะดีกว่า เพราะว่ามันอาจจะไม่จบด้วยการที่อาจารย์ของเจ้า…ยอมเป็นหมาลอบกัดเพื่อมาช่วยเจ้าเหมือนในครั้งนี้ ถ้าครั้งหน้า..เจ้ายังจะมาแส่หาเรื่อง ข้าจะฆ่าเจ้าเสีย และถ้าอาจารย์เจ้าไม่ยินยอมอยากจะแก้แค้น ข้าก็จะฆ่ามันด้วย!…ไป!!"
เซียวเย่กล่าวออกมาโดยไม่หันกลับมามอง ก่อนที่จะมุ่งหน้าเดินทางออกจากหุบเข้าในบัลดล โดยไม่สนใจว่าหยางเจี้ยนจะกล่าวอะไรออกไป
เสี่ยวหลินที่เห็นเช่นนั้นก็พยายามที่จะยกมือขึ้นกล่าวห้าม แต่ก็เกิดหยุดขึ้นมาอย่างกะทันหัน เหมือนรู้ตัวเองว่ามันสายเกินไปแล้ว ทำได้เพียงจ้องมองภาพเซียวเย่เดินจากไปทั้งน้ำตา พร้อมกับพร่ำบอกเรียกร้องในใจ
‘เซียวเย่…ข้าขอโทษ…ข้าขอโทษ….’
"ไอ่หยางเวียนเทียน! ไอ่สารเลว เจ้าเห็นในสิ่งที่เจ้ากระทำหรือไม่! สักวันเจ้าจะต้องเสียใจกับเรื่องในวันนี้! เห๊อะ!"
"น-นี่…-”
พรึบ!
กงซุนอี้ตะโกนกล่าวด้วยความไม่พอใจ ไม่ยอมให้หยางเวียนเทียนได้กล่าวตอบ ก็ใช้ออกด้วยเคล็ดวิชาหายตัวไปในทันที ตามด้วยหยางเวียนเทียนที่หายตัวไป ตามไปติดๆ
"พี่ใหญ่! ท่านอย่าไปเลย! ข้าขอร้องล่ะ!"
หัวเฉินรีบส่งเสี่ยวหลินให้ฉินฟางเซียนดูแลต่อ ก่อนที่จะรีบวิ่งเข้าไปหาเซียวเย่กล่าวตะโกนออกมา
หัวเฉินรีบวิ่งเข้ามาหวังจะจับมือเซียวเย่รั้งเอาไว้ แต่ทันใดนั้น!
เพรี๊ยะ!
"แก….ไม่มีสิทธิ์….แก..ไม่มีสิทธิ์ มาเรียกข้าว่าพี่ใหญ่..."
เซียวเย่สะบัดมือของหัวเฉินออก ก่อนที่จะกล่าวออกมาโดยไม่หันมอง เดินต่อไปอย่างไม่ลังเล
หัวเฉินเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็เหมือนกับโดนฟ้าผ่าอยู่กลางใจของตน ตนถูกพี่ใหญ่เกลียดเข้าเสียแล้ว นี่เป็นผลเสียจากการที่ตนเลือกผิดข้างอย่างนั้นรึ?…น้ำตาลูกผู้ชายไหลลินออกมาจากดวงตา พยายามรวบรวมความกล้ากล่าวถามออกไปอีกครั้ง
"พ-พี่ใหญ่..ท่านพูดเรื่องอะไรกัน..ข้าเองไง หัวเฉิน ยอดกุ๊กแดนมังกรของท่า-…!"
"หัวเฉิน….พวกเราล้วนมีเส้นทางที่ต่างกัน เจ้าอย่าได้พยายามทำอะไรที่มันสูญเปล่าจะดีกว่า..นี่จะเป็นครั้งสุดท้ายที่ข้าจะพูดดีด้วย…หันหลังกลับไปซะ…."
หัวเฉินยังกล่าวไม่ทันจะจบ อยู่ๆเซียวเย่ก็กล่าวขัดขึ้นมา โดยไม่หันกลับไปมอง ก่อนที่จะมุ่งหน้าออกเดินทางกับพรรคพวกของตน
"พ-พี่ใหญ่.."
หัวเฉินทำอะไรไม่ถูก ทำได้เพียงแค่ยืนมองเซียวเย่เดินทางจากไป ทั้งน้ำตา…
ระหว่างที่กำลังเดินลงจากหุบเขา เซียวเย่ก็หันหน้ากลับมามองเสวี่ยหนิงเล็กน้อยก่อนที่จะลองกล่าวถามออกมาเล่นๆ
"เจ้าเห็นอะไรในตัวของข้ากัน ถึงได้ตัดสินใจกระทำเช่นนี้…"
เสวี่ยหนิงนิ่งเงียบทำเป็นไม่ได้ยิน แต่ในที่สุด นางก็ยอมกล่าวออกมาคำสั้นๆ
"ความหวัง…"