ตอนที่ 2 ภาคจุดกำเนิดก่อเกิดรัก (6)
ต่อมาศิษย์คนหนึ่งนามว่าซือจั๋วตายไป แต่ไม่ใช่เหตุร้ายอะไร เพียงแค่บำเพ็ญเพียรไม่พอไม่อาจมีชีวิตนิรันดร์ จึงเข้าสังสารวัฏอีกครั้ง ข่าวที่ว่า ‘หนานิจวินผู้ปราบศัตรูนับรอยเพียงลำพัง วีรบุรุษพิฆาตมารพันปี สอนศิษย์ไม่เป็’แพร่กระจายออกไปทันที ศิษย์หลายสิบคนนั้นล้วนแตกตื่น แต่ละคนล้วนอยากหนีไปพึ่งใบบุญสำนักอื่น
หากอาจารย์ตายไปก็จนหนทาง ทำได้เพียงต้องหาอาจารย์คนใหม่ แต่หนานิจวินยังอยู่โทนโท่ คนพวกนี้กลับยังอยากหาอาจารย์ใหม่ ไม่ต้องพูดถึงเหลียนเชวี่ย แม้แต่ซื่อเฉินจวินอาจารย์ของหนานิจวินก็ทนมองต่อไปไม่ได้ ต้องมาเกลี้ยกล่อมพูดโน้มน้าวไม่เว้นแต่ละวัน
แต่หนานิจวินยังคงมีท่าทางเช่นเดิม ไม่พูดมากความอะไร สอนตำราศิษย์ที่จิตใจเหม่อลอยกลุ่มนั้นต่อไป
วันหนึ่งจู่ๆ ศิษย์คนหนึ่งก็เอ่ยถามในห้องเรียน “ศิษย์พี่ซือจั๋วตายแล้ว หนานิจวินไม่เสียใจหรือ”
“แค่เข้าสังสารวัฏอีกครั้งเท่านั้น ไยต้องเสียใจ” หนานิจวินตอบหน้าตาเฉย
ศิษย์คนนั้นกังวลแล้ว “พวกเราสู้อุตส่าห์บำเพ็ญเพียรที่นี่ไม่ใช่เพื่อให้หลุดพ้นทุกข์จากสังสารวัฏโดยเร็ววันหรือ”
“พื้นฐานไม่แน่น แม้นบรรลุเซียนย่อมหนีไม่พ้นเคราะห์์ เบาหน่อยก็เข้าสังสารวัฏอีกครั้ง หนักหน่อยก็สังขารแท้ร่วงโรย ใจร้อนไม่ได้”
“ใจร้อนไม่ได้หรือ ตอนแรกอาจารย์ไม่ยินดีรับพวกเรา ต่อมาก็ไม่ยินดีสอนพวกเราอีก ตอนนี้อยากส่งพวกเราทั้งหมดเข้าสังสารวัฏใหม่อีกหน ตัวเองจะได้อยู่สงบสุขเหมือนเดิมใช่หรือไม่”
คำพูดคนผู้นี้เสียมารยาทจริงๆ ผู้บำเพ็ญเพียรที่อยู่ข้างกันลอบกระตุกแขนเสื้อเขาเงียบๆ แต่คนผู้นั้นกลับไม่ยอมอ่อนลงจ้องมองหนานิจวินอย่างรอคำตอบเอาเป็เอาตาย
หนานิจวินก็ไม่ได้ปล่อยให้เขารอนาน กล่าวตอบว่า “หากเ้าคิดเช่นนี้ก็ไปเถิด ข้าไม่รั้งพวกเ้า”
หนานิจวินพูดว่า ‘พวกเ้า’ จึงไม่ใช่เพียงคนที่ปะทะคารมผู้นั้นจากไปคนเดียวแล้ว ทุกคนล้วนแยกย้าย ส่วนที่ละทิ้งการบำเพ็ญเพียรก็มี ส่วนที่ไปพึ่งใบบุญสำนักอื่นก็มี หนานิจวินมองพวกเขาจากไปโดยไม่แสดงท่าทีอะไร ทั้งยังแบ่งประทับยันต์ของล้ำค่าอะไรต่างๆ ให้แก่ทุกคนอีกด้วย
หลังยืดเยื้อหนึ่งปีกว่าคนก็หนีหายไปเกือบหมด เหลือเพียงสองคนที่แสดงเจตนารมณ์ว่าต่อให้ต้องเข้าสังสารวัฏอีกครั้งก็จะเป็ศิษย์ของหนานิจวิน คนหนึ่งนามว่าสือหนิง อีกคนนามว่าต้วนเฟิง สือหนิงก็คือผู้บำเพ็ญเพียรตัวเตี้ยในวันนั้น ส่วนต้วนเฟิง...เมื่อก่อนไม่ได้สังเกตเขา พอเหลือเพียงสองคนจึงรู้จักชื่อแซ่ว่าเขาเป็ใคร
แน่นอนว่าเหลียนเชวี่ยย่อมไม่หนีอยู่แล้ว มันคิดว่าหนานิจวินเป็เซียนที่ดีที่สุด เป็ผู้มีพระคุณช่วยชีวิตตน พูดจามีเหตุผลยิ่งนัก การวางตัวยังอบอุ่นอ่อนโยน มันไม่มีเหตุผลต้องหนี เพียงแต่มันไม่สามารถนับว่าเป็คนได้ เป็เพียงนกตัวหนึ่งเท่านั้น ซ้ำยังเป็นกที่พูดไม่ได้อีกด้วย
หลังจากเหลือศิษย์เพียงสองคนหนานิจวินมีเวลาว่างเยอะมาก บางครั้งก็ไปนั่งหน้าโต๊ะมองดูเหลียนเชวี่ยเหม่อลอย วันนี้ยังป้องเหลียนเชวี่ยไว้ในมือและลูบมันอีกด้วย
บางครั้งสือหนิงและต้วนเฟิงก็จะลูบขนให้เหลียนเชวี่ยเหมือนหยอกเล่นนกน้อยทั่วไป แต่เหลียนเชวี่ยไม่ชอบที่พวกเขาดูถูกมันเช่นนี้ ทุกครั้งล้วนจะขยับหนีอย่างรังเกียจ ครั้งนี้หนานิจวินก็มาหยอกเล่นนกกับเขาด้วยหรือ
เดิมทีเหลียนเชวี่ยยังคิดจะหนี แต่ยามที่ฝ่ามือของหนานิจวินััโดนแผ่นหลังของเหลียนเชวี่ยมันสั่นระริกทั้งตัว ความสบายอย่างที่ไม่เคยััมาก่อนในชีวิตซึมผ่านเส้นขนไหลเข้าสู่ร่างกายของเหลียนเชวี่ย มันไม่เพียงไม่บินหนี ตรงข้ามกลับหลับตาดื่มด่ำัันี้
หนานิจวินไม่ได้ลูบเล่นๆ เขาตรวจสอบพลังิญญาภายในตัวเหลียนเชวี่ยอีกครั้ง ้ารู้ให้แน่ชัดว่าทั้งที่พลังิญญาของเหลียนเชวี่ยเต็มเปี่ยมแท้ๆ แต่เหตุใดจึงอืดอาดไม่สามารถบำเพ็ญจนสำเร็จร่างมนุษย์ได้เสียที ถึงขั้นไม่สามารถพูดได้เลยด้วยซ้ำ
ไม่ว่าเป็คนหรือเป็มาร การบำเพ็ญเพียนล้วนต้องรวบรวมพลังิญญาฟ้าดินเข้าสู่ร่างกาย จากนั้นจึงย่อยสลายพลังิญญา และนำมาใช้ประโยชน์แก่ตน หลอมพลังิญญาสู่ภายในสามารถรักษากายเนื้อไม่ให้แก่เฒ่า หลอมภายนอกก็คือพลังิญญาในกระบวนท่าและอักขระยันต์ เคล็ดวิชาย่อยสลายพลังิญญาถูกศึกษาวิจัยจนแตกฉานนานแล้ว ผู้บำเพ็ญเพียรระดับต่ำก็สามารถเรียนรู้ได้ แต่การหลอมรวมจิติญญาฟ้าดินกลับไม่มีวิธีตายตัว ทั้งเป็การทดสอบสมาธิและสภาวะจิต หากจิตมีความชั่วร้ายยังสามารถก่อให้เกิดธาตุไฟเขาแทรกกลายเป็มารได้ มารปีศาจบางส่วนถึงกับยอมสละการดูดซับพลังิญญาตามธรรมชาติเพื่อจะได้ควบรวมพลังิญญาได้ไวๆ แล้วเปลี่ยนมาฆ่าคนเพื่อดูดซับพลังิญญาในร่างกายมนุษย์โดยตรงแทน
นี่คือสาเหตุว่าทำไมหนานิจวินไม่อยากให้ศิษย์ในอดีตฝืนบำเพ็ญพลังิญญา สภาวะจิตไม่บริสุทธิ์ สมาธิไม่มากพอแต่ยังฝืนบำเพ็ญเพียร สุดท้ายมีแต่จะทำร้ายตนเองและผู้อื่น
แต่เหลียนเชวี่ยไม่เหมือนกัน มันสามารถรวบรวมพลังิญญาไว้ภายในตัวอย่างง่ายดาย แต่ไม่สามารถย่อยสลายนำมาใช้ประโยชน์แก่ตนเองได้ ตอนแรกเริ่มไอมารบนตัวมันค่อนข้างหนักทั้งไม่เป็วรยุทธ์และพูดไม่ได้ก็อาจเป็เพราะสาเหตุนี้ หลายปีหลังจากนั้นก็น่าจะเรียนรู้เคล็ดวิชาสลายพลังิญญาไปแล้วไม่น้อย แต่กลับยังคงไม่มีการพัฒนาใดๆ ตอนนี้หลังตรวจสอบก็ไม่พบจุดผิดสังเกตอะไรอีก
เพราะคนเป็อาจารย์อย่างตนไม่ดีพอจริงๆ หรือ