เนตรมารสะท้านฟ้า (จบแล้ว)

    จิตจักรวาล


    ตอนที่ 37

    จิตจักรวาล



                    ภายหลังขีดเขียนจนเสร็จสิ้น เสวี่ยหมิงก็นำเคล็ดความที่บันทึกไว้มาท่องทวน



                    ...ศาสตร์วิชาปรุงกลั่น มีด้วยกันทั้งสิ้น 4 ส่วน


                    โดยส่วนที่หนึ่งเป็นการอธิบายหลักการเบื้องต้น และขั้นตอนการกลั่นพื้นฐาน รวมถึงประวัติของทักษะการกลั่นว่ามีที่มาที่ไปเช่นไร ซึ่งผู้เขียนตำราอธิบายว่าวิชาการกลั่นเป็นการต่อยอดจากวิชาปรุงโอสถขั้นสูง โดยปรมาจารย์ปรุงโอสถผู้สำเร็จเป็นเซียนวิเศษเป็นนาม...ม่อฮุ่ยหวงเป็นผู้คิดค้นขึ้น และส่งต่อกันมารุ่นสู่รุ่นเฉพาะศิษย์เอกของอารามเซนพิสุทธิ์เท่านั้น เนื่องจากเป็นวิชาที่คิดค้นขึ้นตามแนวทางของเซน ทำให้เน้นสมาธิจิตเพียงชั่วไหววูบในการใช้งาน (เลียนเยี่ยงซาโตริ หรือการรู้แจ้งของเซน) ดังนั้นผู้ที่สำเร็จเคล็ดความได้ต้องมีพลังจิตวิญญาณสูงล้ำ หรือไม่ก็มีทักษะพิเศษเกี่ยวกับจิตวิญญาณ การกลั่นแตกต่างจากปรุงโอสถ เพราะไม่จำเป็นต้องอาศัยหม้อต้ม หรือวัสดุใด ๆ ในการกลั่น เพียงอาศัยจิตและเปลวเพลิงเที่ยงแท้ในร่าง ก็สามารถสกัดกลั่นตัวยาที่ปนเปื้อนออกให้บริสุทธิ์ขึ้นได้ตามแต่กำลังวิญญาณของผู้นั้น ซึ่งเคล็ดความในส่วนนี้นั้นง่ายดายทำให้เสวี่ยหมิงนั้นท่องจำได้ครบแทบจะทั้งสิบส่วน


     


                    ในส่วนที่สองนั้นยากกว่าขั้นตอนแรกมาก เพราะผู้ที่ใช้ได้จำต้องรู้สรรพคุณของวัตถุดิบต่าง ๆ ที่เข้ากัน เพื่อผสมผสานวัตถุดิบเพิ่มเข้าไปในการกลั่นเลื่อนระดับ เพราะขอบขั้นนี้เป็นการเติมเต็มยาระดับต่ำด้วยวัตถุดิบจำเพาะ ก่อนจะใช้ออกด้วยวิชากลั่นโอสถ จะทำให้ตัวยาแปรเปลี่ยนเลื่อนระดับเป็นตัวยาชนิดใหม่ ที่มีผลสรรพคุณสูงส่งกว่าเดิม แต่มีข้อเสียที่ตัวยาที่ผ่านการกลั่นชนิดนี้ จะไม่สามารถกลั่นเพื่อทำให้บริสุทธิ์ขึ้นได้อีก และนับเป็นโชควาสานของเสวี่ยหมิง เพราะที่ท้ายบทนั้น มีการจดระบุชื่อวัตถุดิบต่าง ๆ หลายร้อยชนิดที่ใช้ในการผสมเพื่อกลั่นยาในขอบขั้นนี้รวมอยู่ด้วย ซึ่งเสวี่ยหมิงคาดว่าน่าจะเป็นการค้นคว้าจากรุ่นสู่รุ่นของผู้ที่ได้รับมอบตำราในรุ่นต่าง ๆ เพราะลายมือที่จดนั้นล้วนแตกต่างกันในแต่ละรายชื่อวัตถุดิบ


     


                    ในส่วนที่สามเป็นทักษะที่ชายผิวสีเทาให้ความสนใจอยู่พอสมควร แต่สุดท้ายเมื่อมันละสายตาไปมองยังกระถางกลางห้อง มันก็ละความสนใจจากเนื้อความในตำราส่วนนี้ไป บทที่สามเป็นเคล็ดความที่ชื่อว่า...กลั่นชีวิต เป็นวิชาการฝึกจิตเพื่อเพิ่มเติมอายุขัย ย้อนวัย และคงสภาพเลือดเนื้อให้อ่อนเยาว์ แต่เนื้อหาในบทนี้หลังจากที่ชายผิวสีเทาละสายตากลับมาจากกระถางใหญ่กลางห้อง มันก็เปิดข้ามไปยังบทสุดท้าย ทำให้เสวี่ยหมิงไม่สามารถจดจำเนื้อหาได้เพียงพอที่จะฝึกฝน


     


                    ส่วนสุดท้ายเป็นเคล็ดความที่ชายในชุดเทาเปิดอ่าน และให้ความสนใจยาวนานที่สุด เพราะมันคือเคล็ดความที่ชื่อว่า...กลั่นวิญญาณ ซึ่งเนื้อหาใจความระบุว่าเป็นวิชาด้านมืดของการกลั่น ทำให้เมื่อบันทึกวิธีการถึงกลางคัน ปรมาจารย์ม่อฮุ่ยหวง ก็ละทิ้งพู่กัน และหยุดการแต่งตำราศาสตร์ปรุงกลั่นนี้อีกต่อไป ทำให้เนื้อหาที่มี เพียงพอจะฝึกได้แค่ ครึ่ง ๆ กลาง ๆ แต่ดูเหมือนว่า หลังจากที่เข้าใจในเนื้อหาที่มีเพียงครึ่งเดียว ชายผิวสีเทา ก็เดินออกไปยังเบื้องนอก และทดลองทำบางอย่าง ก่อนที่แสงสีขาวนับพันจะพวยพุ่งกลับเข้าใส่ดวงตาข้างขวาของมัน เวลานั้นเสวี่ยหมิงรู้สึกอึดอัด และคุ้นเคยอย่างบอกไม่ถูก แต่แล้วพลังสายนั้นก็พลันหายไป ทำให้ชายในชุดเทามีอาการหงุดหงิดเป็นอย่างมาก หลังจากที่กลับเข้าไปในโดมมันจึงเผาทำลายตำราศาสตร์ในการปรุงกลั่นทิ้งไปจนสิ้น ก่อนจะเดินไปยังกระถางใหญ่กลางห้อง ซึ่งก็เป็นจังหวะเดียวกับที่เสวี่ยหมิงฟื้นตื่นขึ้นพอดี


     


                    หลังจากขีดเขียนและท่องจำเคล็ดความที่ถ่ายทอดออกมาเป็นตัวอักษรอีกรอบจนขึ้นใจ เสวี่ยหมิงก็หมายมั่นในใจว่าเคล็ดวิชานี้ช่างเหมาะเหม็งกับการหาเงินเป็นอย่างยิ่ง ไม่เพียงแค่หาแบบพอใช้ แต่สิ่งนี้จะส่งให้เขาเป็นผู้ที่ร่ำรวยที่สุดในเมืองหยกม่วงได้ภายในเวลาอันสั้น หากว่าเขาทำได้สำเร็จจิรง ๆ แต่ติดตรงที่ว่าทักษะที่เกี่ยวข้องกับพลังวิญญาณนั้น เป็นทักษะที่มีไว้สำหรับผู้ที่บรรลุถึงระดับลมปราณแรกธรรมชาติเป็นอย่างต่ำ แถมผู้ที่ฝึกส่วนใหญ่เป็นผู้ฝึกตนที่นิยมเรียนรู้ในศาสตร์แห่งมายา หรือผู้ประกอบอาชีพลมปราณต่าง ๆ มากกว่าผู้ฝึกตนทั่วไป วิชาที่ใช้สำหรับฝึกฝนเพิ่มพลังวิญญาณ จึงมักจะเป็นที่หวงแหนของตระกูล หรือค่ายสำนักเป็นอย่างมาก ทำให้ความคิดร่ำรวยของเสวี่ยหมิงเกิดข้อสะดุดติดขัด


     


                    เมื่อวิชาแรกล้วนจดจำขึ้นใจ ทำให้เสวี่ยหมิงหันมาใส่ใจกับอีกวิชาที่พวยพุ่งเข้าสู่จิตของเขาโดยตรง และเพียงแค่ข้อความในหน้าแรกของตำราที่ปรากฏก็ทำเอาเสวี่ยหมิงถึงกับอ้าปากค้าง ด้วยความโชคดีซ้ำซ้อนของตัวเอง


     


                    ...ทักษะวิญญาณ...เคล็ดวิชาจิตเอกะ


                    แต่เพียงเคล็ดความเริ่มต้นของการฝึกฝน ก็ทำเอาฝันที่เจิดจรัสเมื่อครู่ของเสวี่ยหมิงหายวับไปกับตา เพราะเนื้อความระบุไว้ชัดเจนว่าก่อนเริ่มต้นฝึกปรือจำเป็นต้องใช้โอสถวิเศษนามว่า...หยินหยางเทียนฟง ซึ่งเป็นยาวิเศษที่ใช้สำหรับผู้ฝึกตนขอบขั้นลมปราณแรกธรรมชาติขั้นปลายในการช่วยกระดับพลัง หรือแม้แต่สามารถเพิ่มโอกาสในการทะลวงผ่านไปสู่ในระดับเชื่อมฟ้าดินอีกด้วย เพียงแค่ข้อนี้เสวี่ยหมิงก็ยากจะผ่านด่าน แต่เมื่อตั้งสติได้ ความโลภย่อมขยายกลบความยากลำบาก เสวี่ยหมิงหมายมั่นว่าต้องฝึกวิชาจิตเอกะให้จงได้ แม้ว่าจะต้องทุ่มเทเงินทอง รวมถึงหยิบยืมทุกผู้คนก็ต้องผ่านด่านนี้ไปให้ได้


     


                    เมื่อตัดสินใจว่าเขาจะเรียนรู้เคล็ดวิชาจิตเอกะแล้ว เสวี่ยหมิงจึงตั้งใจศึกษาเคล็ดความในส่วนต่อมา


                    ...ใจความในตำราอธิบายไว้ว่า หลังจากที่ดูดกลืนหยินหยางเทียนฟงตามวิธีการเคลื่อนพลังที่ปรากฏ ร่างกายก็จะก่อจักรวาลน้อยขึ้นภายในห้วงวิญญาณ แต่เพราะจิตมนุษย์แต่เดิมนั้นปนเปื้อนอารมณ์มากมาย ขอบขั้นที่ 1 จึงจำเป็นต้องทำให้จิตวิญญาณบริสุทธิ์ขึ้น ซึ่งมีอยู่ด้วยกัน 2 วิธี หนึ่งคือการกำหนดสมาธิจิตตัดกิเลสอารมณ์อยู่เนือง ๆ จนระดับพลังวิญญาณสูงส่งขึ้นไปตามขั้น จนสามารถชำระล้างสิ่งเจือปนไปหมดสิ้น(แนวทางของผู้บำเพ็ญพรต) กับอีกวิธีคือการฝึกตนตามแนวทางของผู้ฝึกตน จนมีระดับพลังวิญญาณเทียบเท่ากับผู้ฝึกตนระดับลมปราณเชื่อมฟ้าดิน แม้การบรรลุขอบขั้นแรกจะยากเย็น แต่เมื่อเสวี่ยหมิงตั้งมั่นเอาไว้แล้ว เขาจึงไม่ได้ใส่ใจความยากลำบากที่จะเกิดในอนาคตอีก เพียงต้องการก้าวเท้าไปทีละขั้นโดยไม่หันหลังกลับเท่านั้น


     


                    ส่วนขั้นตอนที่สูงขึ้นต่อจากนั้น จะเป็นการทำจิตที่บริสุทธิ์สมบูรณ์แล้วให้นิ่ง เมื่อคงสภาวะนี้ได้ก็จะเข้าสู่ขอบเขตแรกของจิตเอกะขั้นต้น และหากคงอยู่ในสภาวะนี้ได้นานหนึ่งชั่วก้านธูป ก็จะก้าวข้ามไปสู่ขอบขั้นที่ 3 คือใสกระจ่างดุจกระจกสามารถสะท้อนกลับวิชามายาภาพทั้งหลายกลับไปได้ ส่วนขอบขั้นที่ 4 ซึ่งลึกซึ้งยิ่งขึ้น เป็นขอบขั้นที่ขยายขนาดของจิตให้กว้างใหญ่ จากกระจกใส กลายเป็นทะเลสาบแห่งจิต ที่ดูดกลืนสรรพสิ่ง เป็นผู้กำหนดเรื่องราวในโลกแห่งจิตมายาได้ด้วยตัวเอง


     


                    ในขั้นสุดท้ายหากสามารถละทิ้งสิ่งที่ยึดติดทั้งปวงออกไปได้ จิตล้วนแผ่ขยายออกไปไม่สิ้นสุด จวบจนกลายเป็นหนึ่งเดียวกับทุกสรรพสิ่ง และก้าวเท้าสู่ขอบขั้นของจิตจักรวาล รวมเรียกเป็นขอบขั้นของ...จักรวาลเป็นหนึ่ง ซึ่งถือเป็นที่สุดของวิชาสายจิตวิญาณแล้ว


     


                    แต่จากที่เสวี่ยหมิงสรุปใจความได้ วิชาจิตเอกะนั้นเป็นวิชาที่เพิ่มพลังป้องกันทางวิญญาณระดับสูง แต่เป็นทักษะที่เน้นป้องกัน และเพิ่มพูนพลัง หาใช้วิชาจู่โจมทางวิญญาณ


     


                    แม้ใช้เวลาอ่านทำความเข้าใจอย่างยาวนาน แต่สิ่งที่เสวี่ยหมิงสนใจนั้นมีเพียงแค่ขอบขั้นที่ 1 ของวิชาจิตเอกะเท่านั้น เพราะเป็นขอบขั้นที่เขาสามารถบังคับจิตวิญญาณเพื่อช่วยในการกลั่นโอสถ ตามศาสตร์การกลั่นโอสถในเคล็ดความบทที่ 1 และ 2 เท่านั้น



    คล้ายกับเรื่องเนตรมารสะท้านฟ้า (จบแล้ว) ที่คุณอ่าน

    ชีวิตข้าไยต้องให้ใครลิขิต

    ชีวิตข้าไยต้องให้ใครลิขิต

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.02M 3752
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    เจ้าของร้านพิศวง [จบ]

    เจ้าของร้านพิศวง [จบ]

    นิยาย แฟนตาซี
    71K 458
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    คัมภีร์ลับแห่งฉางอัน [แปลจบแล้ว]

    คัมภีร์ลับแห่งฉางอัน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    388K 744
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    ข้าจะเป็นเศรษฐีแห่งราชวงศ์หมิง

    ข้าจะเป็นเศรษฐีแห่งราชวงศ์หมิง

    นิยาย แฟนตาซี
    81K 280
    คัมภีร์จักรพรรดิพิชิตฟ้า 【จบแล้ว】

    คัมภีร์จักรพรรดิพิชิตฟ้า 【จบแล้ว】

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.87M 2416