นับแต่นี้ไป “ข้าคือหงโต้ว”
[1 2 3 เริ่มติดตั้งโปรแกรม]
[1 2 3 พร้อม… รันระบบฟาร์ม]
“ติดตั้งระบบเสร็จสมบูรณ์”
ตืดดดดดดดดด!!!!!!
[สวัสดีเ้านาย]
ยินดีต้อนรับสู่
“ฟาร์มอสูรขั้นเทพ”
เสียงในหัว วนไปมาไม่หยุด เรียกให้ร่างผอมบางที่นอนอยู่บนเตียงไม้ เริ่มขยับตัว “เจ็บ” เสียงเล็กๆ เริ่มครางออกมาอย่างแ่เบาด้วยความเ็ป ขนตายาวเริ่มขยับก่อนที่เปลือกตาจะค่อยๆ เปิดขึ้น
“เจ็บ”
เสียงครางด้วยความเ็ปแม้จะแ่เบา แต่ก็ดังพอที่จะทำให้ร่างเล็กๆ ที่นอนขดตัวอยู่ปลายเตียงได้ยิน ลุกขึ้นมาร้องเรียกพร้อมกับมือเล็กๆ กอบกุมมือของอีกฝ่า
“น้องเล็ก! น้องเล็ก! เ้าได้ยินพี่รองหรือไม่ เจ็บตรงไหนอีกหรือไม่?”
“หิวน้ำ”
“เดี๋ยวข้าจะไปเรียกท่านพ่อ ท่านแม่ พี่ใหญ่มา” พร้อมกับร่างเล็กๆ วิ่งหายไป พร้อมกับเสียงะโ
“ท่านพ่อ ท่านแม่ พี่ใหญ่ น้องรู้สึกตัวแล้วขอรับ”
สายตาเหม่อลอยกวาดมองดู สภาพที่ไม่คุ้นเคย รู้สึกสับสนยิ่งนักที่นี่มันที่ไหน? มาอยู่ตรงนี้ได้ยังไง? ไม่ใช่ว่ากำลังนั่งรีเซ็ตเครื่องอยู่เหรอ แล้วเสียงในหัวที่คอยเรียกให้ล๊อกอินระบบ ติดตั้งระบบนั้นมันคืออะไร? แล้วระบบที่ว่ามันอยู่ที่ไหน? ในเมื่อตรงนี้ไม่เห็นมีเครื่องคอมพิวเตอร์ หรือแลปท๊อปเลยซักนิด ทบทวนความทรงจำของตัวเองก็รู้สึกแปลกประหลาด เหมือนมันมีความทับซ้อนกันอยู่
“เธอคือรตา”
แต่ตอนนี้ก็เหมือนกับไม่ใช่รตาแล้ว แต่ก็ยังจำได้แม้แต่รหัสบัตรเครดิตเดบิตทั้งหลาย อีกทั้งเลขที่บัตรประชาชนก็ยังอุตส่าห์จำได้ แต่อีกความรู้สึกก็บอกว่าไม่ใช่สิ่งนั้นไม่จำเป็เสียแล้ว
ความทรงจำอีกอันที่ทับซ้อนกันอยู่ค่อยๆ ไหลบ่ามา ร่างเล็กๆ นี้อายุ 9 หนาว ครอบครัวมีอาชีพทำการเกษตร มีคนในครอบครัวทั้งหมด 5 คน
ทั้งครอบครัวอาศัยอยู่ในหมู่บ้านเล็กชื่อหมู่บ้านหย่งซาง ขอบชายแดนแคว้นซาง ทำไร่นาหาของป่า ปกติท่านพ่อจะเข้าป่าล่าสัตว์ทุกๆ 4-5 วัน พอจะมีเงินเก็บอยู่เล็กน้อยแต่ว่าหลังจากข่าวา 3 แคว้น ราคาข้าวสารอาหารแห้ง ทั้งธัญพืชต่างๆ ก็สูงขึ้นมาก อีกทั้ง 2 ปีที่ผ่านมาฝนแล้งทำให้ผู้คนอดอยาก ไร่นาไม่ค่อยได้ผลผลิตมากเท่าที่ควร ต้องอาศัยหาของป่าประทังชีวิต สัตว์ป่าที่เคยจับได้เดี๋ยวนี้ก็ไม่ค่อยมีให้เห็น พวกมันคงย้ายเข้าไปในป่าลึกที่อุดมสมบูรณ์ไปแล้ว
เมื่อสามวันก่อน นางและพี่รองเข้าป่าเพื่อหาผักป่ามาทำอาหาร แต่ด้วยร่างกายที่อ่อนแอ ไร้เรี่ยวแรงทำให้สะดุดล้มกลิ้งลงมาจากูเา จนสลบไม่ได้สติมานับแต่วันนั้น
รตาขบคิดพลาง ความทรงจำต่างๆ ของร่างเดิมก็ยังไหลบ่ามาในหัวไม่หยุด ทั้งมึนงง สับสน และทำให้รู้สึกเ็ปจนแทบทนไม่ได้ เหมือนมีใครเอาเข็มมาทิ่มแทงที่หัวไม่หยุด
หลังจากเวลาผ่านไปชั่วก้านธูป มีเสียงฝีเท้าวิ่งมา พร้อมร่างบอบบางของสตรี ที่แม้ว่าจะผอมบางแต่ก็สวยสวยมากสวยจริงๆ ตามมาด้วยชายร่างกายสูงใหญ่หล่อเหลาแต่ทว่าก็ผอมจนแก้มตอบ และตามด้วยเด็กชายอีก 2 คนที่วิ่งตามมา ทั้งหมดนี้คือครอบครัวของร่างนี้
ท่านพ่อ ผุยเซิ้งเต๋อ 34
ท่านแม่ หลินหลันอวี้ 29
พี่ชายคนโต ผุยซือเฉิง 13 (ต้าโต้ว)
พี่ชายรอง ผุยซือเล่อ 11 (ลี่โต้ว)
ลูกสาวคนเล็ก ผุยเชี่ยอ้าย 9 (หงโต้ว)
“หงโต้ว! เป็อย่างไรบ้างลูกรู้สึกเ็ปตรงไหนอีกหรือไม่? ถ้ารู้สึกเ็ปตรงไหนแม่จะให้พี่รองเ้า ไปตามท่านหมอหลู่มาตรวจอีกครั้ง” ท่านแม่กล่าวพลางลูบศรีษะนางอย่างแ่เบา
แม้รตาจะไม่ค่อยรู้สึกเ็ปมากเหมือนเดิมอีกแล้ว แต่ทว่าก็ไม่สามารถกลั้นน้ำตาไว้ได้ นี่คงเป็ความเสียใจในวาระสุดท้ายของร่างนี้
“ท่านแม่”
พลางเอื้อมแขนเล็กๆ โอบกอดร่างบอบบางท่านแม่เอาไว้ ปล่อยให้น้ำตาไหลออกมาช้าๆ
รตากระซิบในใจบอกกล่าวกับเ้าของร่างนี้ ไม่ต้องห่วงทุกคนในครอบครัวแล้วนะนับแต่นี้พี่จะเป็
“หงโต้ว แทนน้องเอง"
ในเมื่อมาอยู่ตรงนี้แล้ว ก็จะดูแลให้ทุกคนในครอบครัวอยู่ดีมีสุข กินอิ่ม นอนอุ่นไม่อดอยากอีกต่อไป ขอให้น้องไปสู่ภพภูมิที่ดีนะ
“ขอบคุณพี่สาว ข้าขอฝากทุกคนด้วยนะเ้าคะ”
“ลาก่อน”
สายลมแ่เบาลูบไล้ผิวกายคล้ายอาลัยอาวรณ์ร่างเดิมอยู่ไม่น้อย
“ลาก่อน”