“ปรู๊นนนนนนนน น น น” เสียงรถไฟดังขึ้นอีกครั้งเมื่อถึงสถานีปลายทาง ประตูรถไฟเปิดออก ผมตื่นขึ้นมาด้วยอาการงัวเงีย สอดส่องสายตามองออกไปนอกหน้าต่าง ภาพเบื้องหน้าที่ทำให้ผมต้องตกตะลึงอีกครั้งกับมหานครขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยอาคารหินอ่อนรูปทรงโบราณแปลกประหลาด และปราสาทตั้งตระหง่านอยู่มากมาย เรียงรายราวกับูเาสูงต่ำลดหลั่นแตกต่างกันไปตามสภาพพื้นที่ โดยมีปราสาทขนาดใหญ่ยอดสูงเทียมฟ้า ตั้งอยู่บนจุดที่น่าจะเป็ศูนย์กลางของมหานคร
ส่วนชานชาลาที่รถไฟเทียบอยู่นั้นเป็สถานีที่ลอยอยู่กลางอากาศแต่สูงจากพื้นดินไม่มาก มีสะพานสูงเชื่อมตัวสถานีเข้ากับตัวอาคารหินอ่อนหลังคาทรงแหลมมีอัญมณีเปล่งแสงสีม่วงลอยอยู่บนยอด แล้วที่รู้สึกมหัศจรรย์ใจเป็ที่สุดนั้นก็คือที่มหานครแห่งนี้มีพ่อมดแม่มดขี่ไม้กวาดลอยบนฟ้าเต็มไปหมด ไม่เพียงแต่ไม้กวาดเท่านั้นเพราะพ่อมดแม่มดบางคนก็นั่งพรมวิเศษเหาะได้ บางคนก็ขี่สัตว์วิเศษต่างๆ ทั้งั ม้าบินและนกพันธุ์ต่างๆ ที่ดูแปลกตา
เมื่อประตูรถไฟเปิดออก ผมก็พบกับเด็กชายในชุดคลุมเวทย์สีสันสดใสท่าทางร่าเริงคนหนึ่งยืนรออยู่พร้อมกับัตัวน้อยสีฟ้าน่ารักที่เกาะอยู่บนไหล่ของเขา
“ยินดีต้อนรับสู่มหานครแห่งเวทมนตร์ Saint Carline Magical City (เซนต์ คาไลน์ เมจิคคัล ซิตี้) เมืองหลวงของเหล่าผู้วิเศษ มหานครที่ถูกสร้างขึ้นมาในมิติกาลเวลาพิเศษ ข้าชื่อ “Wander Grey (วันเดอร์ เกรย์) ” เป็หนึ่งในผู้วิเศษที่มีความสามารถในการควบคุมและสื่อสารกับัได้” หนุ่มน้อยไรผมน้ำตาลทองยิ้มอย่างหยิบยื่นไมตรีพร้อมกับกล่าวต้อนรับผม
“ฉันมารับนายตามคำสั่งศาตราจารย์ “Calisar Tar (คาลิสซาร์ ทาร์) ” ผู้พยากรณ์ไว้ว่า เด็กชายผู้เป็สายเืแห่งปฐมบุรุษของเหล่าผู้วิเศษตามคำทำนายโบราณ จะปรากฏตัวขึ้นที่โลกของเราในวันนี้ โดยศาตราจารย์ได้บรรยายลักษณะของเด็กชายผู้นั้นไว้ว่า เป็เด็กหนุ่มหน้าจิ้มลิ้มละมุนละไม ั์ตาสีเขียว ผมหยักศกสีบลอนด์เงินประดุจขนหางของยูนิคอร์น ริมฝีปากบางเป็กระจับ และเป็คนตัวเล็กไม่สูงมาก” หนุ่มน้อยพูดต่ออย่างไม่รีรอ
ในส่วนของลักษณะที่หนุ่มน้อยบรรยายนั้นตรงกับลักษณะรูปร่างหน้าตาของผมทุกประการ แต่ที่แปลกใจคือเขารู้ได้อย่างไรว่าผมจะมาปรากฏตัว ณ สถานีรถไฟที่ดูเหมือนสถานีรถไฟร้างแห่งนี้ ระหว่างที่ผมครุ่นคิดอยู่นั้นก็มีเสียงเล็กๆ ดังขึ้นมาว่า
“ก็ข้านี่แหละที่เป็คนนำทางเ้านายของข้ามา เพราะัผู้เก่งกาจอย่างข้าน่ะมีสัญชาตญาณพิเศษในการตามหาคนยังไงล่ะ” ัน้อยตัวสีฟ้าพูดขึ้นมาแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย
“มัง มัง ั ร ร พูดได้” ผมใอย่างเห็นได้ชัด แต่ไม่ใช่ผมที่ใคนเดียว หนุ่มน้อยผู้เป็เ้าของัก็ทำท่าทางใด้วยเช่นกัน
“นายฟังภาษาัออกด้วยหรือ” หนุ่มน้อยผมน้ำตาลทองถามด้วยความฉงนใจ
“ฉันก็ไม่รู้มาก่อนเหมือนกันว่าฉันสามารถฟังภาษาัออก” ผมตอบกลับ
“ถึงแม้ว่าที่นี่จะเป็โลกแห่งเวทมนตร์ก็ตาม ก็ใช่ว่าใครๆ จะสามารถสื่อสารกับักันได้หมดทุกคนหรอกนะ จะมีก็แต่สายเืของตระกูลผู้วิเศษเพียงไม่กี่ตระกูลเท่านั้นที่สามารถสื่อสารกับัได้ ซึ่งก็มีตระกูลทาร์ ตระกูลเกรย์ และตระกูลวาเลียน หรืออาจเป็ไปได้ว่าสายเืแห่งปฐมบุรุษของเหล่าผู้วิเศษของนายนั้นจะมีความเกี่ยวดองกันทางเครือญาติกับตระกูลใดตระกูลหนึ่งในทั้ง 3 ตระกูลนี้” หนุ่มน้อยพูดถึงสาเหตุที่เขาใ พร้อมกับส่งประโยคคำถามเชิงคาดเดามาให้ผม
“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน ฉันเพิ่งมาถึงที่นี่เมื่อกี้นี้เอง แล้วก็เพิ่งรู้ด้วยว่าตัวฉันเองเป็สายเืแห่งปฐมบุรุษของเหล่าผู้วิเศษตามคำทำนายโบราณที่นายเล่าให้ฉันฟังเมื่อสักครู่นี่แหละ” ตอนนี้ในใจของผมมีแต่ข้อสงสัยและความมึนงงเต็มไปหมด ผมไม่รู้อะไรเกี่ยวกับตัวเองเลยในโลกใหม่ที่ผมเพิ่งมานี้ ผมจึงถามคำถามเขาเพิ่ม ซึ่งหวังว่าคำตอบของเขาจะคลายปริศนาในใจของผมได้
“แล้วคำทำนายของศาสตราจารย์คาลิสซาร์ ทาร์ บอกไว้หรือเปล่าว่าฉันมาปรากฏตัวที่โลกแห่งนี้เพื่อวัตถุประสงค์อะไร”
“ศาสตราจารย์ไม่ได้บอกไว้ถึงวัตถุประสงค์ที่ชัดเจน เพียงแต่พูดไว้ว่าการปรากฏตัวของนายจะทำให้สิ่งมหัศจรรย์ที่ไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์เกิดขึ้น และไม่เพียงแต่เฉพาะโลกแห่งนี้เท่านั้น ท่านกล่าวไว้เพียงเท่านี้”
“ตรงประโยคที่ว่า และไม่เพียงแต่เฉพาะโลกแห่งนี้เท่านั้น หมายความว่ายังไงหรอ”
“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน ไว้ตอนพบศาตราจารย์แล้วนายค่อยถามท่านเอาเองแล้วกันนะ ว่าแต่นายชื่ออะไรหรอ คุยกันมาตั้งนานยังไม่รู้จักชื่อนายเลย”
“แล้วคำทำนายโบราณไม่ได้บอกไว้หรอว่าสายเืแห่งปฐมบุรุษของเหล่าผู้วิเศษที่ปรากฏตัวนั้นชื่ออะไร” ผมแซวเขาเมื่อมีโอกาส เพราะไม่ว่าเขาจะพูดอะไรก็เห็นอ้างแต่คำทำนายอยู่เรื่อยไป
“ก็บอกไปเท่าที่นายได้ยินนั่นแหละ” หนุ่มเ้าของัสะบัดเสียงใส่พร้อมกับเบ้ปาก
“คิก คิก คิก” ัน้อยหัวเราะท่าทางเ้านายของมัน
“เ้าหัวเราะอะไร Droca (โดรก้า) ” ผู้เป็เ้าของพูดขึ้นเสียงเล็กน้อย แต่เสียงเล็กๆ ของเขายิ่งทำให้เสียงหัวเราะดังขึ้นไปอีก
“คิก คิก คิก คิก คิก คิกกก ก ก ก ข้าว่าเ้ารีบบอกชื่อของเ้าไปเถอะน่า” ัฟ้าหัวเราะเสียงดังก่อนหันหน้ามาทางผม
“ฉันชื่อ Norden Triony (นอร์ดเดน ทรีโอนี่) ” ในที่สุดผมก็ตอบเขาไป
“นอร์ดเดน งั้นหรอ ยินดีที่ได้รู้จักนะ”
“ยินดีที่ได้รู้จักนายเช่นกัน วันเดอร์”
“ฉันว่านี่ก็ได้เวลาแล้วล่ะ”
“เวลาอะไรหรอ วันเดอร์”
“ก็เวลาที่จะไปพบศาสตราจารย์ไง ป่ะ! ไปกันเถอะ” หนุ่มน้อยไรผมน้ำตาลทองจับมือหนุ่มผมเงินพร้อมกับนำทางไปยังคฤหาสน์ของศาสตราจารย์คาลิสซาร์
“เดี๋ยวๆ แล้วนายจะพาฉันเดินไปแบบนี้หรอ นายไม่มีพวกยานพาหนะอย่างไม้กวาดหรือสัตว์วิเศษอะไรพวกนี้บ้างเลยหรอ”
“มีสิ ฉันเป็ผู้ควบคุมันะ แต่เ้าดูสิ มันตัวเล็กขนาดนี้จะให้ฉันพานายขี่มันไปยังไง” หนุ่มน้อยเพื่อนใหม่ของผมพูดพร้อมกับหันไปมองเ้าัน้อย
“อ่อจริงด้วยสินะ ฮ่าๆๆ ”
“ทำหัวเราะไปเถอะ วันที่ข้าโตเต็มที่เมื่อไรอย่ามาขอขี่ข้าก็แล้วกัน” ัน้อยทำหน้างอน
แล้วผู้วิเศษน้อยทั้ง 2 คน กับัอีก 1 ตัว ก็มุ่งหน้าไปยังคฤหาสน์ของศาสตราจารย์คาลิสซาร์ด้วยกันโดยการเดินเท้า ระหว่างทางนอร์ดเดนก็ได้พบกับผู้วิเศษหลากหลายชาติพันธุ์และสิ่งมีชีวิตเผ่าพันธุ์ต่างๆ ที่อาศัยอยู่ในมหานครหลวงของโลกเวทมนตร์ บรรยากาศรอบข้างปลุกเร้าอารมณ์ให้ผมร้องเพลงออกมาโดยไม่รู้ตัว
### Good Morning Magician ###
“Ohhh! World welcome me , I feel very special”
“Need for something , That spell magic , Then I hear a melody”
“The rhythm of magic is calling me”
“It’ s like a message from paradise”
“Pulled in to feel the miracle and smiled as I hoped”
*** “Good morning magician” ***
“Everything I wish is here , everywhere is the fantasy , every sounds like a soprano”
“Good morning magician”
“And someday when I’ m part of them”
“The whole world will wake up and look at me”
*** “Good morning magician” ***
“Everything I wish is here , everywhere is the fantasy , every sounds like a soprano”
“Good morning magician”
“And someday when I’ m part of them”
“The whole world will wake up and look at me”
### End ###