เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    เล่มที่ 6 บทที่ 160 เหตุใดจึงคิดถึง

            ที่เมือง A มีเขตเมืองเก่าอยู่ที่หนึ่งโดยมีสายน้ำหลักเก่าแก่ของเมืองตัดผ่านตรงกลาง ราวกับใบมีดที่แยกพื้นที่ให้เป็นสองส่วน

            ฟากหนึ่งของแม่น้ำเป็นสิ่งก่อสร้างอันทันสมัยของศตวรรษที่21 เรียงรายไปด้วยตึกอาคารสูงใหญ่และร้านสะดวกซื้อที่เปิดตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงการผสมผสานระหว่างความเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและคาเฟ่ที่แสนผ่อนคลายเต็มไปด้วยคนเมืองที่ใช้ชีวิตกันอย่างเร่งรีบ

            ส่วนอีกฟากของแม่น้ำนั้นสิ่งปลูกสร้างเป็นอาคารเก่าแก่ที่ยังคงอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดี ถนนที่ปูด้วยหินบ้านสไตล์จีนที่สร้างด้วยกำแพงอิฐให้บรรยากาศเก่าแก่ราวกับได้ย้อนเวลากลับไปเมื่อร้อยปีก่อนหน้าบ้านเก่าแก่ของที่นี่ราคาแพงยิ่งกว่าคฤหาสน์งามในหมู่บ้านสุดหรูเสียอีก

            บ้านหลังหนึ่งที่ประตูใหญ่ปิดสนิทมากว่าสิบสี่ปีทว่าในช่วงหลายวันมานี้กลับมีคนเดินเข้าออกไม่ขาดสายชายหนุ่มทุกคนต่างสวมเสื้อยืดสีดำ กางเกงและรองเท้าแบบทหารไม่ว่าเจอหน้าใครพวกเขาก็ไม่ทักทาย แต่จะเดินก้มหน้าก้มตาผ่านไปพยายามทำตัวให้ไม่เป็นที่ผิดสังเกต

            บรรดาเพื่อนบ้านต่างเดากันว่าคนพวกนี้คงเป็นบอดี้การ์ดที่คอยปกป้องดูแลเจ้าของตัวจริงของบ้านหลังนี้

            เจ้าของบ้านที่ว่าก็คือคังรุ่ยเฉิง

            คังรุ่ยเฉิงนั่งอยู่ที่ลานบ้านพลางจิบน้ำชาเมื่อได้ยินคำรายงานของลูกน้องเขาก็ปาแก้วชาลงพื้น

            “ไอ้พวกสวะ!”เขาด่าอย่างโกรธจัด “ให้ไปหาผู้หญิงแค่คนเดียวยังทำไม่ได้!”

            “พี่ถังครับ แต่...ผู้หญิงที่ไปเที่ยว Happy World วันนั้นมีเยอะมากเลยนะครับ”ลูกน้องอธิบายอย่างลำบากใจ “พี่บอกพวกเราแค่ว่าเป็นผู้หญิงที่สวยมากคนหนึ่งแล้วพวกผมจะเอาอะไรไปหาล่ะครับ กล้องวงจรปิดที่ร้านอาหารก็จับภาพเธอไว้ไม่ได้”

            เขาไม่รู้ว่าคังรุ่ยเฉิงเป็นอะไรไปก่อนหน้านี้ไม่กี่วันอยู่ดีๆ เขาก็สั่งให้ไปหาตัวผู้หญิงคนหนึ่งทำเอาลูกน้องอย่างพวกเขาอยู่กันไม่เป็นสุข

            ถ้าไม่ใช่เพราะวันนั้นสถานการณ์ไม่ค่อยสู้ดีคังรุ่ยเฉิงคงสั่งให้คนไปตามหาตัวผู้หญิงคนที่ทำแผลให้เขาแล้วหลังจากกลับมาเขาก็ดันมีงานรัดตัวตลอดเวลาเลยต้องสั่งให้คนไปหาแทนแต่ก็ไม่ได้เรื่อง ตอนนี้อุตส่าห์พอจะหาเวลาว่างได้บ้างเขาเลยสั่งลูกน้องที่ไว้ใจที่สุดให้ไปทำงานนี้ แต่หาอย่างไรก็หาไม่พบ

            “ไปหาตัวเธอมาให้ได้!”เขากุมแผลที่มือของตัวเองเบาๆ “ถ้าหาไม่เจอก็พยายามให้มากกว่านี้!ฉันไม่เชื่อว่าแค่ผู้หญิงตัวเล็กๆ คนเดียวฉันจะหาเธอไม่พบ!”

            “พี่ถัง ก็แค่ผู้หญิงคนเดียวเองไม่ใช่เหรอ”ตงจื่อเอ่ยเตือนสติ “เมือง A ขึ้นชื่อเรื่องสาวสวยอยู่แล้ว ไหนๆ พวกเราก็กลับมาแล้วพี่ไปหาคนใหม่ก็ได้นี่”

            “แกจะไปเข้าใจอะไร”คังรุ่ยเฉิงเตะตงจื่อเข้าให้ “เธอไม่เหมือนกับคนอื่น รีบไปหาตัวเธอมาให้ฉันต้องการเงิน ต้องการคนเท่าไรก็บอก ขอแค่หาตัวเธอให้เจอ!”

            “รับทราบครับ!”ตงจื่อพยักหน้า “พี่ให้เวลาพวกผมอีกนิด รับรองว่าผมหาตัวเธอเจอแน่”

            “ยังไม่รีบไปทำงานอีก!”คังรุ่ยเฉิงตะคอกอย่างโกรธจัด

            “ครับ!”ตงจื่อรีบวิ่งออกไปทันที

            คนที่ยืนอยู่รอบข้างเห็นสถานการณ์ตรงหน้าแล้วแค่ขยับก็ยังไม่กล้าบรรยากาศรอบลานบ้านดูนิ่งเกร็งไปหมด คังรุ่ยเฉิงไม่อาจสะกดกลั้นอารมณ์ได้อีกต่อไปเขาเตะโต๊ะจนพลิกคว่ำ ชุดเครื่องชาแตกละเอียด ถึงจะอารมณ์ดีขึ้นมาบ้าง

            เขายืนรับแสงแดดที่เริ่มร้อนแรงขึ้นทุกทีใบหน้าของผู้หญิงคนนั้นผุดเข้ามาในสมองเขาอีกครั้ง

            เธอบอกว่าแต่งงานแล้ว ฮึเขาไม่สนใจหรอกเพราะสิ่งที่เขาถนัดที่สุดก็คือการแย่งของที่ตนต้องการมาจากคนอื่นอยู่แล้ว

            อีกด้านคนที่กำลังตกเป็นเป้าหมายของใครบางคนอย่างซูเจี่ยนอันขณะนี้กำลังจัดกระเป๋าอยู่ที่บ้านพักในตำบลซานชิง

            ตำบลเล็กๆ ในภาคใต้แห่งนี้ผู้คนล้วนพูดกันด้วยภาษาถิ่น บรรยากาศการใช้ชีวิตที่ไม่คุ้นเคยปกคลุมอยู่โดยรอบซูเจี่ยนอันหยิบของใช้สำหรับอาบน้ำออกมาจัดเรียง แขวนเสื้อผ้าและปูที่นอนให้เรียบร้อย

            ตอนนั้นเองถึงได้รู้ว่าเตียงของที่นี่เป็นเตียงไม้เธออดคิดอย่างกลุ้มใจไม่ได้ว่าคืนนี้เธอจะนอนหลับหรือเปล่า

            จู่ๆ เธอก็รู้สึกคิดถึงเตียงของเธอที่บ้านขึ้นมาความนุ่มสบายที่ให้ความรู้สึกราวกับนอนอยู่บนปุยเมฆเหมือนกับที่นอนที่แม่เลือกให้เธอตอนเด็กๆ ไม่มีผิด

            แต่...อีกไม่นานที่นั่นก็คงไม่ใช่บ้านของเธออีกแล้วเธอก็แค่อาศัยความเป็น ‘คุณนายลู่’ ถึงได้อยู่ที่นั่นมากกว่าครึ่งปี

            “เสร็จหรือยังเจี่ยนอัน”มีคนมาเคาะประตูห้องเธอ “ได้เวลากินข้าวแล้ว”

            “มาแล้ว”

            ซูเจี่ยนอันเดินออกจากห้องก่อนจะล็อกประตูให้เรียบร้อยเธอเดินตามพวกสารวัตรไปยังร้านอาหารใกล้ๆ

            ตำบลเล็กๆ ที่ผู้คนใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายเช่นเดียวกับการตกแต่งของร้านอาหาร รสชาติอาหารของที่นี่ไม่เลวเลยแต่เพราะซูเจี่ยนอันไม่ค่อยเจริญอาหารสักเท่าไร เธอกินไปแค่ไม่กี่คำก็วางตะเกียบลง

            อาหารมื้อนี้สารวัตรสิงหัวหน้าทีมตำรวจท้องที่อาสาเป็นคนเลี้ยงเพื่อขอบคุณสารวัตรเหยียนที่อุตส่าห์นำทีมมาช่วยคลี่คลายคดีถึงที่นี่เมื่อเขาเห็นซูเจี่ยนอันวางตะเกียบลงจึงถามขึ้นมา

            “อาหารไม่ถูกปากหรือเปล่าครับคุณซู”

            “เปล่าค่ะ”ซูเจี่ยนอันยิ้มพลางส่ายหน้า “ฉันกินอิ่มแล้วน่ะค่ะ”

            “เพิ่งกินไปได้แค่นิดเดียวเองนี่ครับ”เขาจับหูตัวเองเบาๆ “ไม่งั้นคุณลองดูเมนูไหมครับสั่งอาหารที่คุณชอบมาอีกสักอย่างสองอย่าง”

            ซูเจี่ยนอันไม่รู้จะรับมือกับการต้อนรับอย่างอบอุ่นของเขาอย่างไรดีคนในทีมของเขาก็เริ่มประท้วง

            “ผมก็กินไปได้แค่นิดเดียวเองทำไมสังเกตแต่คุณซูล่ะครับ?”

            หัวหน้าทีมอาชญากรรมหน้าแดงขึ้นมาคนในทีมของเขาจึงรีบคว้าโอกาสนี้แซวเขากันใหญ่ ซูเจี่ยนอันเห็นท่าจะไม่ดีจึงเตะเสียวอิ่งจากใต้โต๊ะไปหนึ่งที

            เสียวอิ่งเคยช่วยซูเจี่ยนอันจัดการกับเรื่องแบบนี้มานับครั้งไม่ถ้วนเธอจึงยกนิ้วทำท่าบอกว่าโอเค ก่อนจะกระแอมเล็กน้อย

            “ฉันจะบอกความจริงให้ก็ได้ค่ะว่าทำไมเจี่ยนอันถึงกินน้อย ก็เพราะเธอคิดถึงสามีที่บ้านไงล่ะคะ!”

            ประโยคที่ได้ยินทำเอาคนในทีมอาชญากรรมเงียบกริบพวกเขาพากันมองหัวหน้าของตนก่อนจะก้มหน้าก้มตากินข้าวอย่างเงียบๆ

            ซูเจี่ยนอันลุกขึ้น“ฉันขอตัวไปโทรศัพท์หน่อยนะคะ เชิญทุกคนตามสบายค่ะ”

            เธอแค่หาข้ออ้างออกมาเท่านั้นที่จริงในเวลาแบบนี้เธอควรช่วยหัวหน้าทีมคนนั้นพูดอะไรสักหน่อย

            แต่เพราะคำพูดของเสียวอิ่งมาสะกิดแผลของเธอเข้าโดยไม่รู้ตัว

            เธอคิดถึงลู่เป๋าเหยียนจริงอย่างที่เสียวอิ่งพูดทันทีที่เฮลิคอปเตอร์ลงจอดที่เมือง A เธอกับเขาก็อยู่ห่างกันกว่าสามพันกิโลเมตรยังไม่ทันไรเธอก็เริ่มคิดถึงเขาแล้ว

            แต่จะทำอย่างไรได้ในเมื่อพวกเธอใกล้จะหย่ากันไปทุกที

            ซูเจี่ยนอันเดินบนถนนไปเรื่อยๆเพื่อคลายความรู้สึกอึดอัดในหัวใจ

            ที่ข้างทางเธอเห็นยายคนหนึ่งกำลังขายสร้อยข้อมือถักรูปดอกคามิลเลียตัวดอกสีขาวสะอาด เถาวัลย์สีเขียวอ่อนสวยงามสามารถสวมเป็นกำไลข้อมือได้น่าจะถูกอกถูกใจหญิงสาววัยรุ่นไม่น้อย

            เธอหยิบมันขึ้นมายายคนนั้นยิ้มพลางช่วยใส่ให้เธอ เมื่อยกมือขึ้นมามองใกล้ๆก็พบว่ามันให้ความรู้สึกต่างจากการใส่เครื่องประดับอย่างสิ้นเชิง

            “คุณยายคะ” เธอถาม“เส้นนี้เท่าไรคะ?”

            คุณยายตอบกลับมาเป็นภาษาถิ่นซูเจี่ยนอันส่ายหน้าเพื่อสื่อว่าเธอไม่เข้าใจ สุดท้ายคุณยายจึงชูนิ้วขึ้นมาบอกเธอว่าสองหยวน

            ซูเจี่ยนอันเปิดกระเป๋าสตางค์เพื่อหาแบงก์ย่อยก่อนจะส่งแบงก์ร้อยให้พลางทำมือบอกว่าไม่ต้องทอนเงิน

            หญิงชราตอบกลับมาเป็นภาษาถิ่นดูคล้ายกับคำขอบคุณก่อนจะหยิบสร้อยขึ้นมาอีกสองเส้นใส่ในมือเธอ ซูเจี่ยนอันรับมันไว้แค่เส้นเดียวก่อนจะเดินออกมา

            ยังไม่ทันเดินถึงหน้าโรงแรมดีเสียงของเสียวอิ่งก็ดังขึ้น

            “เจี่ยนอันมานี่เร็วฉันกำลังจะโทรหาเธอพอดีเลย ไปไหนมาเนี่ย?”

            ซูเจี่ยนอันยกมือขึ้นพลางตอบ“เห็นยายคนหนึ่งกำลังขายอยู่เลยซื้อมาสองเส้น”

            ผมสีดำขลับยาวสลวย ผิวขาวเนียนละเอียดเปล่งประกายยามเธอยิ้มเหมือนดวงอาทิตย์ที่สว่างไสวรอยยิ้มของเธอสวยกว่าดอกคามิลเลียในมือเสียอีก

            เธอก็แค่เดินเข้ามาเฉยๆไม่ต้องพูดไม่ต้องแสดงท่าทางอะไร แต่เพียงเท่านี้ก็ทำให้คนมองใจสั่น

            “ไม่เห็นเหมือนแพทย์นิติเวชเลย”ตำรวจในทีมอาชญากรรมของที่นี่ถึงกับกลืนน้ำลาย “นี่มันดาราชัดๆ!”

            “อย่าพูดไปถ้าเจี่ยนอันไปเป็นดารารับรองว่าดังแน่ค่ะ” เสียวอิ่งพูดยิ้มๆ“แต่ตอนนี้เธอก็ไม่ต่างอะไรกับดาราหรอกนะ”

            “หมายความว่าไงครับ”มีคนถามขึ้นมา “เมื่อกี้คุณบอกว่าเธอแต่งงานแล้วแต่เธอดูไม่เหมือนคนแต่งงานแล้วเลย”

            “ถึงจะไม่เหมือนแต่เธอก็เป็นถึงคุณนายลู่เลยนะคะ” เสียวอิ่งกะพริบตาปริบๆ“สามีของเธอชื่อลู่เป๋าเหยียนค่ะ”

            “ลู่เป๋าเหยียน...”ผู้ฟังทั้งหลายพากันพึมพำชื่อนี่ “ทำไมชื่อคุ้นหูจัง”

            “ผอ.ของเครือลู่”สีหน้าของนายตำรวจเริ่มหมอง “ก่อนหน้านี้ผมได้ยินว่าเขาแต่งงานแล้วไม่นึกเลยว่าคุณซูจะเป็นภรรยาของเขา”

            ซูเจี่ยนอันเดินเข้ามาทันได้ยินประโยคสุดท้ายของเขาพอดีเธอฝืนยิ้มออกไป พยายามเก็บความรู้สึกไว้ ก่อนจะยื่นสร้อยในมือให้เสียวอิ่ง

            “พวกเราจะเริ่มทำงานกันหรือยังคะ”

            “งั้นไปประชุมกันก่อนดีกว่า”นายตำรวจเอ่ย “พวกเราคงต้องปรึกษากันเรื่องรูปคดีก่อน”

            สารวัตรเหยียนพยักหน้าคนในทีมจึงพากันเดินกลับไปที่สถานีตำรวจโดยมีซูเจี่ยนอันกับเสียวอิ่งเดินตามอยู่ด้านหลัง

            “ใช้ได้นี่เจี่ยนอัน”เสียวอิ่งจิ้มไหล่เธอเบาๆ “เธอดูนายตำรวจพวกนั้นสิ หลงเธอหัวปักหัวปำ”

            “อย่าล้อเล่นน่า”ซูเจี่ยนอันเก็บดอกคามิลเลียลงในกระเป๋า “พวกเรามาทำงานกันนะ จริงจังหน่อยสิ”

            “ฮึๆๆ”เสี่ยวอิ่งหัวเราะอย่างชั่วร้ายก่อนจะคล้องแขนซูเจี่ยนอัน “เอางั้นก็ได้”

            ว่าแล้วเธอจึงไม่พูดเรื่องนี้อีกและเริ่มทุ่มเทให้กับงาน

            หลังทำงานกันจนถึงสองทุ่มกว่าหัวหน้าทีมทั้งสองฝ่ายจึงบอกว่าพรุ่งนี้ค่อยมาทำงานกันต่อ สิบกว่าชีวิตในที่นี้กำลังหิวโหยได้ที่สารวัตรเหยียนคิดไปถึงมื้ออาหารช่วงกลางวันขึ้นมาจึงเอ่ยขึ้นว่า

            “มีอาหารอร่อยๆ ของที่นี่แนะนำบ้างไหมครับช่วยพาพวกผมไปที เดี๋ยวผมเลี้ยงเอง”

            “งั้นกินบาร์บีคิวกันไหม”หัวหน้าทีมท้องถิ่นกล่าว “ที่นี่ติดทะเล หอยนางรมเผากับอาหารทะเลอื่นๆ ขึ้นชื่อมากเลยนะครับ”

            ทุกคนต่างเห็นด้วยซูเจี่ยนอันเดินไปหาสารวัตรเหยียนก่อนพูดว่า

            “พวกสารวัตรไปกันเถอะค่ะฉันขอตัวกลับที่พักก่อน”

            “ทำไมไม่ไปด้วยกันล่ะ?” สารวัตรเหยียนถาม“กินข้าวกันพร้อมหน้าพร้อมตาสนุกดีออกไม่ใช่เหรอ”

            ซูเจี่ยนอันกลัวที่สุดก็ความสนุกแบบนี้เธอส่ายหน้าปฏิเสธ

            “ฉันอยากกลับไปพักน่ะค่ะ”

            “งั้นก็ตามใจ”สารวัตรเหยียนรู้ว่าเธอมีเรื่องไม่สบายใจจึงไม่อยากรั้งไว้“แต่ถ้าหิวแล้วอย่าลืมไปหาอะไรกินนะ ไปที่ร้านอาหารของที่พักก็ได้”

            “ทราบแล้วค่ะ”

            ที่พักของเธออยู่ติดกับสถานีตำรวจซูเจี่ยนอันเดินไปไม่กี่ก้าวก็ถึงที่หมายเธอเห็นแผงผลไม้ที่วางขายอยู่ด้านหน้าจึงซื้อผลไม้ประจำฤดูกาลมาเป็นมื้อเย็นเพราะเธอไม่มีความอยากอาหารเลยจริงๆ

            เพราะในห้องไม่มีอ่างแช่ตัวซูเจี่ยนอันจึงอาบน้ำด้วยฝักบัวก่อนจะออกมา เธอล้างผลไม้และกินเข้าไปพลางเปิดคอมพิวเตอร์เพื่อท่องอินเทอร์เน็ตแต่อินเทอร์เน็ตของที่นี่ช้าอย่างกับเต่า เธอจึงถอดใจไม่เล่นต่อ และลงไปนอนบนเตียง

            ไม่รู้ว่าเพราะเตียงแข็งไปหรือเปล่าเธอพลิกไปพลิกมาหลายตลบแต่ก็ไม่สามารถหาท่านอนอย่างสบายได้ นอนอย่างไรก็นอนไม่หลับ

            ยามค่ำคืนของที่นี่เงียบสงบกว่าในตัวเมืองมากแค่เงยหน้าไปบนท้องฟ้าก็สามารถเห็นหมู่ดาวเรียงรายซูเจี่ยนอันลุกออกจากเตียงและเดินไปข้างหน้าต่าง ภาพวิวในยามค่ำคืนของเมือง A ค่อยๆ ผุดขึ้นมาในสมอง

            นี่ก็ดึกแล้วลู่เป๋าเหยียนคงกลับบ้านนอนแล้วสินะ

            วันนี้เขาจะเป็นอย่างไรบ้าง? เขาสั่งให้ทนายเริ่มร่างใบหย่าแล้วหรือยัง? เขากลับไปถึงบ้านที่ไม่มีเธออยู่แล้วจะรู้สึกไม่ชินบ้างหรือเปล่า?

            “ลู่เป๋าเหยียน”ซูเจี่ยนอันมองดาวบนท้องฟ้าก่อนน้ำตาจะไหลออกมา “ทำไมฉันถึงคิดถึงนายขนาดนี้”

            เธอเช็ดน้ำตาและปิดผ้าม่านลงก่อนจะนอนลงบนเตียงแต่ก็ยังนอนไม่หลับ

            เธออยากกลับบ้าน...

            อยากกลับไปยังบ้านที่มีเขาอยู่เหลือเกิน...

    คล้ายกับเรื่องเจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่ ที่คุณอ่าน

    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.36M 891
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    955K 747
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    นิยาย รัก
    989K 1570
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    นิยาย รัก
    570K 4473
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668