เลขาซือเหล่าอวิ้นถึงกับต้องเลิกคิ้ว หากไม่นับการเข้าวังแล้วบังเอิญพบปะสนทนาในข้อราชการกับเสิ่นซูฉี จะกล่าวให้ถูกต้องคือนี่เป็การพบกันนอกเวลาครั้งแรกของทั้งสองสกุลเลยก็ว่าได้ ถามว่าคาดหวังหรือไม่กับเื่ที่สกุลเสิ่นจะส่งแม่สื่อมาทาบทามอย่างเป็ทางการอีกครั้ง แน่นอนว่าอาจจะไม่มา ยกเว้นยามนี้ที่บุตรสาวผู้เอาแต่ใจจะร้องขอ “เ้าชมชอบเสิ่นซัวหยางรึ?”
“เ้าค่ะ ข้าอยากให้ท่านพ่อขอสมรสพระราชทานให้ลูกหลังจากการประกาศผลสอบออกไปแล้ว ลูกอยากเป็ฮูหยินของพี่ซัวหยาง” บุรุษที่แสดงท่าทางรังเกียจนางผู้นั้น ‘รอดูเถิดว่า หากมีสมรสพระราชทานของฮ่องเต้ พี่ซัวหยางจะกล้าขัดราชโองการได้หรือไม่!’ “ลูกชอบพี่ซัวหยางั้แ่แรกพบ”
เลขาหลวงผู้รักบุตรสาวราวแก้วตาดวงใจพยักหน้ารับเบาๆ “ไว้บิดาเ้าจะจัดการให้เอง เ้าประทินโฉมนอนรอวันมงคลได้เลยลูกรัก” เื่การสอบนั้น มีผลออกมาแล้ว ตัวเขาผู้เป็เลขาหลวงตรวจตรามันเอาไว้ก่อนหน้านี้แล้วถึงสองวัน ที่กำหนดการณ์ล่าช้าเป็เพราะติดอยู่ที่การคัดสรรรายชื่อของบัณฑิตผู้เข้าสอบว่าแต่ละคนลงสมัครกันในตำแหน่งหน้าที่ใด จะเป็ขุนนาง ผู้ว่า นายอำเภอ กองช่าง กองบังคับคดีหรือตำแหน่งปลีกย่อยต่างๆ ที่ราชสำนักยังคง้า ให้ครบเท่านั้น เื่สุดท้ายหลังจากนี้ คงจะเป็เื่ของการใส่รายชื่อผู้ถูกคัดสรรเพื่อขึ้นประกาศ ซึ่งประกาศจะมีขึ้นในอีกสิบวันถัดไป ส่วนเื่การขอสมรสพระราชทานที่บุตรสาวร้องขอ ตัวเขาจะเสนอให้แก่ท่านอ๋องอีกครั้งด้วยตนเองในวันพรุ่งนี้ ‘ซึ่งเขาเชื่อว่ามันจะไม่ยาก’
^^ “เ้าค่ะท่านพ่อ” นางลอบยิ้มสมใจ วันข้างหน้าถ้าหากนางแต่งเข้าจวนสกุลเสิ่นเมื่อใด เื่ราวในจวนสกุลซือจะถูกลืมไปในทันที ‘ชีวิตใหม่กับบุรุษคนใหม่ที่เหมาะสมคือสิ่งที่นาง้า’
&&&&
จวนสกุลเสิ่น
หลังจากกลับถึงจวน เสิ่นซัวหยางเดินเข้าไปในห้องสวดมนต์ของมารดา ที่ตรงนั้นมีธูปเทียนเอาไว้กราบไหว้บูชาเพื่อขอพรต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ข้างกันนั้นเป็แผ่นป้ายของบรรพชนที่ล้มหายตายจากไป มือแกร่งหยิบธูปขึ้นมากราบไหว้ ใจเฝ้าภาวนาเมื่อเห็นเค้าลางจากท่านพ่อแล้วว่า ความรักของเขาคงถูกขัดขวางเป็แน่ หากเป็เช่นนั้น ‘เขาก็อยากร้องขอ ไม่ว่าความรักครั้งนี้จะมีอุปสรรคมากมายเพียงใด ใน่สุดท้ายของชีวิตก็ขอให้ตัวเขากับเย่วซินได้รักกัน ได้อยู่ด้วยกัน ไม่ว่านานเท่าไรเขาก็จะรอ’ ธูปในกำมือถูกยกคำนับบรรพบุรุษอีกครั้งเพื่อขอพร ก่อนจะปักมันลงไปบนกระถาง เขานั่งเงียบอยู่เช่นนั้น เนิ่นนาน…แล้วตัดสินใจเดินออกไปจากห้อง บรรยากาศในจวนสกุลเสิ่นเป็เช่นเดิมในทุกๆ วัน จะต่างกันก็แค่เพียงความรู้สึกของเขาที่มันหวาดหวั่นไปหมด หลังจากที่เขาเดินทางไปยังจวนสกุลซือกับท่านพ่อ เสี้ยวหนึ่งในใจเขากำลังกลัวความไม่สมหวัง แต่ถึงอย่างนั้น ในท้ายที่สุดกับคำขอพร...ไม่ว่าจะนานเท่าใด ก็ขอให้ได้เย่วซินมาเป็คู่ชีวิต
ห้องโถงกลาง
หลังจากรับสำรับกันจนแล้วเสร็จ เ้าของจวนอย่างเสิ่นซูฉีได้นั่งสนทนากับจงฮูหยินและอนุของตนภายในห้องโถง เื่ราวของสกุลซือถูกเล่าออกมาจากปากของเขาพร้อมกับยกยอปอปั้น ซือหลิวเยี่ยน ว่างดงามเพียบพร้อมไปทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็ฐานะหรือชาติสกุลล้วนไม่บกพร่อง หากเป็ไปได้เขาก็อยากได้นางมาเป็สะใภ้ คำพูดนั้นมิได้เบาเสียงแม้เพียงนิด แน่นอนว่าบุตรชาย บุตรสาวและบุตรบุญธรรมที่นั่งสนทนากันอยู่ด้านนอก ย่อมต้องได้ยิน ‘และเ้าของสกุลเสิ่นล้วนตั้งใจ’
จงฮูหยินมองสามีด้วยดวงตาว่างเปล่า นางมิได้คัดค้านหรือทัดทานอันใด นอกจากสงบปากสงบคำ สามีว่าอย่างไรภรรยาย่อมว่าตาม…และไม่คิดจะขัดขวางแม้การกระทำนี้อาจจะทำร้ายคนสองคนที่นางรัก!!
อนุตู้ได้แต่ลอบถอนหายใจ ชาติสกุลคือเื่สำคัญ ไม่ต่างกับคำครหานินทาของผู้คน ยิ่งเสิ่นซูฉีเป็ถึงนายอำเภออันดับหนึ่ง มีแต่คนนับหน้าถือตา แน่นอนว่าเขาย่อมไม่ยอมเสียชื่อเสียงเพราะเื่นี้เป็แน่ ‘สุดท้ายแล้วคนที่น่าสงสารก็คงเป็เย่วซินผู้เดียว เย่วซิน สตรีที่อาภัพั้แ่กำเนิด’
&&&&
ทุกคำพูดภายในห้องโถงนั้นคือสิ่งที่เย่วซินได้ยินมันอย่างชัดเจน ‘วันนี้ท่านพ่อบุญธรรมเสิ่นซูฉีและพี่ซัวหยางเดินทางไปทาบทามสตรีสกุลซือ’ มันคือความจริงที่ทำให้หัวใจของนางถึงกับหยุดเต้นไปชั่วขณะ ดวงตากลมโตมองบุรุษรูปงามด้วยความเสียใจ ในท้ายที่สุดแล้วสิ่งที่นางกังวลกลับเกิดขึ้นจริง ‘ท่านพ่อเสิ่นซูฉีคงเป็ผู้จัดการทั้งหมด โดยที่พี่ซัวหยางก็มิอาจขัดบิดาผู้ให้กำเนิดได้’ นางเข้าใจและพยายามยอมรับมัน แม้ในอกนั้นจะบอบช้ำอย่างหนัก มือบางหยิบผืนผ้าเช็ดหน้าสีขาวปักลายกระต่าย…หมายจันทร์ ‘และคงใช่สินะ กระต่ายตัวนั้นก็คือตัวนาง’ สตรีผู้หลงละเมอว่าเื่ราวความรักของตนจะสมหวัง…ไหนเลยจะรู้ว่ามันก็แค่ความฝันที่มิมีทางเป็จริง “ข้าปักผ้าเช็ดหน้ามาให้พี่ โปรดรับเอาไว้ด้วยนะเ้าคะ” นางวางมันเอาไว้บนมือแกร่งที่เอาแต่นิ่งเงียบ ก่อนจะรีบลุกขึ้นแล้วเดินหนีไปจากตรงนั้น เสียงของเสิ่นฮุ่ยเหมยะโไล่หลังนาง...มันดังก้องในหู
“สมน้ำหน้าเ้านัก สตรีไม่มีสกุล!!”
“หยุดเดี๋ยวนี้นะน้องรอง” เสิ่นซัวหยางตวาดใส่หน้าของน้องสาวต่างมารดา เขาก้มมองผ้าเช็ดหน้าที่อบดอกไม้จนหอมกรุ่นก่อนจะคลี่มันออก เป็ผ้าปักลวดลายกระต่ายตัวน้อยแหงนเงยขึ้นไป้า และเขาเห็นมันมอง พระจันทร์ ตาคมสั่นไหว แล้วนึกขึ้นได้ว่าเขาต้องรีบไปตามนาง ไปเพื่อปรับความเข้าใจว่าเขามิได้สนใจคุณหนูสกุลซือผู้นั้น ไปเพื่อบอกว่าเขาจะรักแค่นางจนกว่าชีวิตจะหาไม่ “เย่วซิน!”