บทที่ 21 ช็อกตายไปแล้วเหรอ
สุดท้ายชายคนนี้ก็ยอมปล่อยเธอ เขารีบสวมเสื้อคลุมของเธอที่ตกอยู่
เยี่ยเจียมองเขาด้วยแววตาประหลาดใจ ชายตรงหน้าสวมกางเกงเพียงตัวเดียว ดูราวกับไม่ทันสวมเสื้อผ้า และหนีออกมาอย่างเร่งรีบ
เมื่อสวมเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้ว ชายหนุ่มก็ล้วงกระเป๋ากางเกง สีหน้าแสดงออกถึงความลำบากใจระคนหงุดหงิด “ตอนนี้ผมไม่มีเงินติดตัวเลย ขอไอดีไลน์หรือวีแชตหน่อยได้ไหม ไว้ถึงบ้านแล้วผมจะรีบโอนให้ทันที”
“นี่! คุณพูดอะไรหน่อยสิ ช็อกตายไปแล้วเหรอ”
“คุณ… คงไม่ใช่ว่าถูกจับได้เื่มีชู้ แล้วหนีออกมาโดยไม่ทันใส่เสื้อผ้าหรอกใช่ไหม” เมื่อเปิดปากถาม คำถามแรกของเยี่ยเจียก็ทำชายหนุ่มถึงกับนิ่งอึ้งไป
“...”
ทว่ากลับมีเสียงของใครบางคนที่กำลังะโเรียกคนคนหนึ่งแทรกมาแต่ไกล
เมื่อชายหนุ่มได้ยินเสียงนั้น เขาจึงละความสนใจจากเยี่ยเจีย แล้วพูดอย่างรวดเร็วประโยคเดียวว่า “อย่าบอกใครนะว่าเห็นผมอยู่ที่นี่”
จากนั้นเขาก็วิ่งหนีไปอย่างหน้าตาตื่น
นี่เป็ครั้งแรกที่เยี่ยเจียประสบเหตุการณ์แบบนี้ เธอให้ความร่วมมือกับคนคนหนึ่งเพื่อปกปิดการมีชู้ และปล่อยให้เขาหนีรอดไปได้
ขณะที่เธอกำลังครุ่นคิดอยู่ว่าจะพูดดีหรือไม่ จู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงของคนกลุ่มนั้นซึ่งกำลังตามหาใครสักคนใกล้เข้ามา พวกเขาถือกล้องถ่ายรูป ดูเหมือนว่าจะเป็นักข่าวสายบันเทิง
เยี่ยเจียมาถึงบ้านใหญ่ของตระกูลฟู่ราวสี่ทุ่ม
เหตุการณ์ไร้สาระซึ่งเกิดที่ลานจอดรถทำให้โทรศัพท์ของเธอหล่นหายไป เธอไม่รู้เลยว่ามันไปตกอยู่ที่มุมไหน
เยี่ยเจียใช้เวลานานมากในการตามหามัน แต่เมื่อเจอแล้วกลับพบว่าโทรศัพท์พังและเปิดเครื่องไม่ติด
ท้ายที่สุดเธอก็วิ่งไปโบกรถแท็กซี่ จึงกลับมาบ้านได้
“คุณไปไหนมา?”
ทันทีที่ลงจากรถ ยังไม่ทันที่เยี่ยเจียจะเข้าไปจ่ายค่าโดยสารให้คนขับ ก็ได้ยินเสียงของฟู่อวิ่นซางดังแทรกขึ้นมา เขายืนตระหง่านอยู่หน้าประตู แสงจันทร์ส่องกระทบร่างกาย สายลมพัดเอากลิ่นอายของความเ็ามาจนร่างกายรู้สึกหนาวสั่น เสียงของเขาเต็มไปด้วยความโกรธเคือง และเธอก็รู้ว่าเขากำลังไม่พอใจเป็อย่างมาก
เธอเดินมาหาเขา แล้วยื่นมือออกไป “คุณมีเงินไหม ฉันยังไม่ได้จ่ายค่ารถเลยค่ะ”
รอตั้งนาน แต่เธอก็ยังไม่ได้ยินฟู่อวิ่นซางพูดอะไรออกมา เขาเพียงแค่ชายตามองเธออย่างดูถูก
“ขอโทษนะ ที่ทำให้คุณเป็ห่วง” เยี่ยเจียก้มหน้าคิดหนักอยู่พักใหญ่ ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล “ฉันไม่ได้ตั้งใจ ฉันหาคุณอู๋ไม่เจอ แล้วก็มีเื่เกิดขึ้นนิดหน่อย จากเหตุการณ์นั้นทำให้มือถือฉันพังไปเลย…”
เพื่อให้เขาเชื่อ เธอจึงหยิบมือถือออกมาจากกระเป๋า ก่อนจะโชว์ให้เขาเห็นเป็หลักฐาน
ท้องฟ้ามืดลงไปมาก เมื่อเข้าสู่่ดึกอากาศก็เริ่มหนาวเย็น สายลมที่โถมเข้ามาทำเยี่ยเจียสั่นเทิ้มไปด้วยความหนาวเหน็บ
ฟู่อวิ่นซางมองดูเธอที่สั่นเทาอยู่อย่างนั้น ก่อนจะขมวดคิ้วแน่น “เข้าบ้านไปได้แล้ว!”
“แต่ค่ารถยังไม่ได้…”
เยี่ยเจียยังพูดไม่ทันจบประโยค ก็เห็นฟู่อวิ่นซางหันหลังเดินเข้าไปในบ้านแล้ว เธอกอดแขนตัวเอง แล้วถูไถไปมาสองสามที แต่ก่อนจะเข้าบ้าน เธอจำต้องบอกคนขับรถก่อนว่า “ช่วยรอสักครู่ได้ไหมคะ”
เธอต้องกลับเข้าไปเอาเงินเสียก่อน
ทันทีที่เยี่ยเจียก้าวขาเข้าบ้าน ก็ได้ยินเสียงของฟู่อวิ่นซางเอ่ยขึ้น “ป้าอู่ ออกไปจ่ายค่ารถให้หน่อยสิครับ”
“ได้ค่ะ”
เมื่อเห็นป้าอู่ออกไปจ่ายค่ารถแล้ว เยี่ยเจียก็ตามหลังฟู่อวิ่นซางกลับเข้าไปในห้องนอน
ภายในห้องนอนมีเครื่องทำความร้อน ร่างกายของเธอจึงค่อย ๆ กลับมาอบอุ่นอีกครั้ง แต่เมื่อเผลอสบตากับคุณฟู่อวิ่นซาง หญิงสาวพลันรู้สึกว่าอากาศรอบกายกลับมาหนาวเย็นอีกครั้ง จึงหดคอยกไหล่
“ทำไมไม่เป็หานปิงที่พาคุณกลับมา คุณไม่ได้ไปกับเขารึไง” ฟู่อวิ่นซางเอ่ยถามเสียงเข้ม
เธอก้มหน้า ตอบด้วยเสียงแ่เบา “เขามีธุระด่วนที่โรงพยาบาลน่ะค่ะ”
คุณฟู่อวิ่นซางจ้องมองเธอ สายตาก็จับจ้องไปยังชุดที่เธอสวมอยู่
“ต่อไปนี้ ห้ามใส่เสื้อผ้าโป๊เปลือยอย่างนี้อีก ควรระลึกเอาไว้ด้วยว่า คุณเป็ผู้หญิงที่มีสามีแล้ว เป็คนของตระกูลฟู่ แล้วก็แยกแยะด้วยว่าอะไรควรทำหรือไม่ควรทำ”
โดยปกติถ้าคุณฟู่อวิ่นซางตักเตือนเธออย่างนี้ แสดงว่าเขาโกรธมาก เยี่ยเจียจึงก้มหน้ารับคำดุด่าด้วยท่าทางนอบน้อม
ไม่รู้ว่าหลังจากตักเตือนเธอแล้ว สีหน้าเ็าของเขาจะยังคงอยู่ไปอีกนานแค่ไหน
เขาไม่อนุญาตให้เธอทำอย่างนั้น ไม่อนุญาตให้เธอทำอย่างนี้ แล้วตัวเขาเองล่ะ ได้ทำหน้าที่สามีอย่างเต็มที่แล้วหรือยัง?!