ย้อนกลับมาเป็นสตรีมเมอร์ในยุค 70

    บทที่ 31 [อ่านฟรี 6 พฤศจิกายน 66 เวลา 19.00 น.]

    คุยกันสักนิด


    ขอบคุณนักอ่านทุกคนที่สนับสนุนผลงานการเขียนของไรท์ขอให้นักอ่านทุกคน อ่านนิยายให้สนุกนะคะและไรท์ก็ต้องขอขอบคุณนักอ่านทุกคนที่คอยติดตามและเป็นกำลังใจให้กับไรท์นะคะ

    ++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++







    บทที่ 31





    “สวัสดีค่ะลุงเยี่ยนจวิ้น” เมิ่งจือหลันทักทายเสิ่นเยี่ยนจวิ้น ก่อนที่จะกวาดสายตามองข้าวของที่อยู่ตรงหน้าด้วยความแปลกใจ พร้อมกับมองตรงไปที่ลุงและป้าทั้งสองคนของเธออีกครั้ง


    โจวฟางหนิงยกยิ้มขึ้นมาเล็กน้อยกับท่าทางของเมิ่งจือหลัน เพราะในตอนแรกเธอก็แสดงท่าทางเช่นเดียวกันกับอีกฝ่ายเช่นเดียวกัน แต่โจวฟางหนิงก็ไม่ได้รู้สึกไม่พอใจแต่อย่างใด เธอเพียงแค่ตกตะลึงที่สามีของเธอซื้อข้าวของมาเยอะเพียงเท่านั้น


    “ไม่ต้องตกใจไป เพราะตอนที่ป้าได้เห็นครั้งแรก ป้าก็มีท่าทางเหมือนกับหนูจือหลันนั่นแหละ”


    เมิ่งจือหลันจะหัวเราะก็ไม่ได้จะยิ้มก็ไม่เชิง “หนูว่าคุณลุงกับคุณป้าซื้อเยอะไปจริงๆ นะคะ แบบนี้จะรบกวนคุณลุงกับคุณป้าหรือเปล่า”


    “ถึงยังไงวันนี้ก็เป็นวันฉลองกัน ดังนั้นให้ลุงกับป้านำข้าวของไปมากน้อยก็ไม่ถือว่ารบกวนหรอก อีกอย่างพวกลุงกับป้าก็ไปรบกวนครอบครัวของเรานะ”


    เสิ่นเยี่ยนจวิ้นรู้สึกว่าข้าวของเหล่านี้ยังน้อยไปเสียด้วยซ้ำ ถ้าหากเป็นช่วงเวลาที่เขายังคงอยู่ปักกิ่ง เขาคงจะสามารถมอบข้าวของให้กับครอบครัวของอีกฝ่ายได้มากกว่านี้อย่างแน่นอน


    “ครอบครัวของเราเตรียมของเสร็จเรียบร้อยแล้วเหรอ”


    “ตอนนี้พ่อกับแม่กำลังขนของขึ้นจักรยานอยู่ค่ะ ดังนั้นพ่อก็เลยให้หนูมาช่วยคุณลุงคุณป้าอีกแรงค่ะ” เมิ่งจือหลันรีบเดินเข้าไปช่วยอีกฝ่ายยกข้าวของไปยังบริเวณหน้าบ้าน


    ซึ่งแน่นอนว่าวันนี้บ้านเสิ่นจะปั่นจักรยานไปสองคัน เพราะถ้าหากว่าพวกเขาปั่นไปเพียงคันเดียวคงจะทุลักทุเลอย่างแน่นอน ดังนั้นในวันนี้เสิ่นเยี่ยนจวิ้นและโจวฟางหนิงจึงตัดสินใจที่จะปั่นจักรยานไปคนละคัน


    “ถ้าอย่างนั้นลุงรบกวนหนูจือหลันช่วยมัดข้าวของไว้บนด้านหลังของจักรยานได้ไหม เดี๋ยวลุงกับป้าจะเป็นคนขนข้าวของมาให้เอง”


    หลังจากที่เมิ่งจือหลันช่วยครอบครัวเสิ่นมัดข้าวของเข้ากับจักรยานเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เธอก็ช่วยอีกฝ่ายเข็นจักรยานออกไปจอดไว้ตรงบริเวณหน้าบ้าน เพื่อให้ลุงเยี่ยนจวิ้นได้ปิดบ้านของตัวเองให้เรียบร้อย ส่วนเมิ่งจือหลันก็กลับไปหาครอบครัวของตัวเองที่ตอนนี้กำลังปิดประตูบ้านของตัวเองเช่นเดียวกัน


    หลังจากที่ตรวจสอบทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ทั้งสองครอบครัวก็เริ่มปั่นจักรยานของตัวเองเพื่อตรงไปยังหมู่บ้านเฟิงหยวนในทันที ซึ่งแน่นอนว่าการเดินทางในครั้งนี้พ่อของเธอเป็นคนปั่นคนแรก และคนสุดท้ายที่ปิดขบวนจะเป็นลุงเยี่ยนจวิ้น


    การเดินทางไปหมู่บ้านเฟิงหยวนในครั้งนี้ทั้งสองครอบครัวไม่ได้เร่งรีบสักเท่าไหร่ เนื่องจากการปั่นจักรยานที่มีข้าวของจำนวนมากอยู่ด้านหลังนั้นกินเรี่ยวแรงพอสมควร ดังนั้นพวกเขาจึงได้แวะหยุดพักร่างกายไปตามเส้นทางในบางครั้ง


    เมิ่งจือหลันยกยิ้มขึ้นมาอย่างอารมณ์ดี ในที่สุดครอบครัวของเธอก็เดินทางมาถึงหมู่บ้านเฟิงหยวนเป็นที่เรียบร้อย หลังจากที่ครอบครัวของเธอได้แวะหยุดพักระหว่างทางเกือบห้ารอบเลยทีเดียว แต่ถึงอย่างนั้นเมิ่งจือหลันก็ไม่ได้รู้สึกไม่พอใจแต่อย่างใด เพราะว่าเธอก็รู้สึกเหน็ดเหนื่อยเช่นเดียวกันกับครอบครัว อีกทั้งเธอรู้ดีว่าป้าฟางหนิงของเธอไม่ค่อยได้ปั่นจักรยานเป็นระยะเวลาไกลถึงขนาดนี้


    “ทุกคนถึงหมู่บ้านเฟิงหยวนแล้วนะครับ อีกไม่นานก็จะถูกบ้านกันแล้ว อดทนกันอีกนิดนะครับ” เมิ่งจางเฮ่อตะโกนบอกทุกคนที่อยู่ด้านหลัง


    ซึ่งแน่นอนว่าทันทีที่ขบวนของครอบครัวเมิ่งและครอบครัวเสิ่นเดินทางเข้ามาภายในหมู่บ้านแล้วนั้น บรรดาชาวบ้านที่อยู่ภายในหมู่บ้านต่างก็หันมามองเป็นสายตาเดียว เนื่องจากวันนี้เป็นวันที่ทุกคนต่างก็หยุดการทำงาน ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นผู้เฒ่าผู้แก่ ผู้ใหญ่ วัยรุ่น หรือแม้กระทั่งเด็กตัวเล็กๆ ต่างก็ออกมาทักทายกัน


    “คนที่นำหน้ามาไม่ใช่ลูกเขยบ้านลู่หรอกเหรอ” ชาวบ้านคนหนึ่งชี้นิ้วไปยังร่างของชายวัยกลางคนที่ปั่นจักรยานอยู่ด้านหน้า


    ชาวบ้านอีกคนพยักหน้าอย่างเห็นด้วยกับคำพูดของคนข้างกาย “ฉันก็เห็นเหมือนกัน ส่วนที่ปั่นตามมาก็เป็นลูกสาวกับหลานสาวบ้านลู่ แต่อีกสองคนที่ตามมานั่นฉันไม่เคยเห็นหน้ามาก่อนเลยนะ หรือว่าพวกเขาถูกลูกเขยบ้านลู่หลอกลวงมาก”


    “ปากเหรอนั่น ถ้าหากเมิ่งจางเฮ่อหลอกลวงอีกฝ่ายมา เขาจะมาปั่นจักรยานให้พวกเธอได้เห็นแบบนี้เหรอ” เฉินเข่อหนี่ว์ที่พึ่งเดินกลับมาจากการไปเยี่ยมบ้านของเพื่อนสนิทก็ตะโกนต่อว่าอีกฝ่ายในทันที ซึ่งแน่นอนว่าเธอรู้ดีว่าชาวบ้านเหล่านี้รู้สึกอิจฉาที่อีกฝ่ายขนข้าวของกลับมามากมายแบบนี้ จึงได้พูดจาไม่ทันคิดออกไป แต่เฉินเข่อหนี่ว์ก็ไม่ต้องการให้บ้านลู่และบ้านเมิ่ง หรือคนที่ติดตามครอบครัวเมิ่งมานั่นได้ยินคำพูดไม่ดีแบบนี้


    “แล้วเธอยุ่งอะไรด้วยเข่อหนี่ว์ ฉันไม่ได้ต่อว่าเธอสักหน่อย”


    หญิงวัยกลางคนคนดังกล่าวยังคงไม่ยอมหยุดง่ายๆ เพราะเธอเองก็รู้สึกอิจฉาลูกสาวบ้านลู่เป็นอย่างมาก ที่ได้แต่งงานกับผู้ชายดีๆ แบบเมิ่งจางเฮ่อ ทำให้บ้านลู่พลอยได้ดิบได้ดีไปด้วย ไม่เหมือนกับบ้านของเธอที่พอลูกสาวแต่งงานออกไปกับชายหนุ่มในตำบล อีกฝ่ายก็ไม่เคยคิดที่จะกลับมาเยี่ยมแม่อย่างเธอเลยสักครั้ง


    นอกจากนี้เธอยังเคยไปบ้านของลูกเขยในตัวเมืองอยู่หลายครั้ง ซึ่งในช่วงแรกๆ เธอก็พบเจอลูกเขยและลูกสาว และเธอยังได้รับเงินกับข้าวของต่างๆ กลับมาที่บ้านด้วย ซึ่งแน่นอนว่าในเวลานั้นมีชาวบ้านหลายคนที่อิจฉาเธอเช่นเดียวกัน


    แต่พอนานวันเข้า พอเธอกลับไปเยื่อนบ้านของลูกเขยเธออีกครั้ง สิ่งที่เธอได้พบเจอกับเป็นเพียงแค่บ้านว่างเปล่าเท่านั้น และมีแผ่นป้ายติดประกาศขายเอาไว้ ซึ่งในตอนแรกเธอไม่เชื่อว่าพวกเขาทั้งคู่จะย้ายไปอยู่ที่อื่น แต่ไม่ว่าเธอจะไปกี่ครั้งก็ได้พบเจอแต่แผ่นป้ายที่ติดประกาศไว้ด้านหน้าประตูเท่านั้น และครั้งสุดท้ายที่ไปเธอก็ได้พบกับเจ้าของบ้านคนใหม่


    ซึ่งในตอนนแรกเธอก็คิดว่าอีกฝ่ายเป็นญาติพี่น้องกับลูกเขยของเธอ แต่เพราะเธอได้เข้าไปก่อกวนอีกฝ่ายอยู่บ่อยครั้ง ทำให้ในที่สุดอีกฝ่ายก็แจ้งทหารเพื่อจับกุมตัวเธอ ทำให้เธอต้องรีบหนีออกมาเสียก่อน และนั่นก็เป็นครั้งสุดท้ายที่เธอแวะไปยังบ้านเก่าของลูกเขย


    “ก็แล้วพวกเธอยุ่งอะไรกับพวกเขาด้วยล่ะ ในเมื่อเธอไม่ได้เป็นญาติของพวกเขาเลยสักนิด แล้วสิ่งที่พวกเธอพูดมาก็ทำให้เมิ่งจางเฮ่อเสียหายอีกด้วย ถ้าหากมีคนในหมู่บ้านของเราเก็บคำพูดของพวกเธอแล้วไปพูดในตำบล จนที่ทำงานของเมิ่งจางเฮ่อมาได้ยินเข้า สุดท้ายแล้วฉันก็อยากรู้เหมือนกันว่าเมิ่งจางเฮ่อจะมาเอาความกับพวกเธอหรือเปล่า”


    หลังจากที่พูดออกไปแล้วเฉินเข่อหนี่ว์ก็รีบจูงมือหลานสาวของเธอจากมาในทันที บางครั้งเธอก็อยากให้อีกฝ่ายถูกทหารแดงจับตัวไปเสียเหลือเกิน หมู่บ้านเฟิงหยวนที่เธออาศัยอยู่จะได้รู้สึกเงียบสงบขึ้นมาได้บ้าง นอกจากนี้เฉินเข่อหนี่ว์ยังมองเห็นสายตาของกัวหลินลู่ ดังนั้นเธอจึงได้เอ่ยออกไปเช่นนั้น เพื่อหวังเตือนสติอีกฝ่ายด้วยเช่นเดียวกัน


    เฉินเข่อหนี่ว์คิดว่าอีกฝ่ายเห็นลูกสาวถูกทหารแดงจับกุมตัวไปแบบนั้นแล้ว อีกฝ่ายจะกลับตัวกลับใจไดบ้าง แต่ดูเหมือนว่าเธอจะคิดผิดถนัด เพราะอีกฝ่ายได้โทษเรื่องราวต่างๆ ไปให้กับเมิ่งจือหลันเพียงคนเดียว นอกจากนี้ครอบครัวกัวก็ยิ่งรู้สึกเกลียดชังบ้านลู่มากกว่าเดิมอีกด้วย เพราะว่าเมิ่งจือหลันเป็นหลานสาวของอีกฝ่าย และเป็นคนทำให้ครอบครัวกัวต้องเสื่อมเสียชื่อเสียง


    ‘หวังว่าบ้านกัวจะไม่ทำผิดซ้ำสองอีก’


    “นังเข่อหนี่ว์มันบ้าหรือไงว่ะ อยู่ดีๆ ก็เข้ามายุ่งเรื่องของคนอื่นได้”


    หญิงวัยกลางคนคนดังกล่าวบ่นลับหลังเฉินเข่อหนี่ว์ไปด้วยความไม่พอใจ ก่อนที่เธอจะหันไปมองเห็นอีกสามครอบครัวที่ดูเหมือนว่าหลังจากเกินเหตุการณ์นั้น พวกเขาต่างก็ไม่ยุ่งเกี่ยวกันและกันอีกต่อไป เพราะแต่ละบ้านต่างก็โทษว่าเป็นเพราะลูกสาวอีกบ้านที่พาลูกสาวของตัวเองไปยุ่งเกี่ยวกับเมิ่งจือหลัน จนทำให้สุดท้ายต้องถูกทหารแดงจับกุมตัวไปแบบนั้น


    “นั่นสิ ฉันว่ามันคงอยากเอาอกเอาใจบ้านลู่แน่ ไม่อย่างนั้นมันจะเข้ามายุ่งวุ่นวายกับพวกเราทำไม”


    เสียงของชาวบ้านที่ดังขึ้นตลอดทางไปบ้านลู่นั้นไม่ใช่ว่าเมิ่งจือหลันและครอบครัวไม่ได้ยิน เพียงแต่ครอบครัวของเธอไม่คิดที่จะใส่ใจสักเท่าไหร่ นอกจากนี้ครอบครัวของเธอก็ไม่ได้รู้สึกดีกับคนเหล่านี้อีกด้วย เพราะว่าชาวบ้านที่กำลังนินทาครอบครัวของเธออยู่นั่น ไม่เคยเข้ามาช่วยเหลือครอบครัวของเธอหรือครอบครัวของตายายของเธอเลยแม้แต่นิดเดียว


    อีกทั้งเพียงแค่อีกฝ่ายได้เห็นข้าวของที่พวกเธอนำมา เมิ่งจือหลันก็เชื่อว่าคนเหล่านั้นจะต้องโมโหจนปวดหัวเลยทีเดียว ดังนั้นต่อให้เธอไม่ลงมือทำอะไรคนเหล่านั้น อีกฝ่ายก็ต้องรู้สึกเจ็บใจอยู่ดี


    นอกจากนี้เมิ่งจือหลันยังได้เห็นบ้านกัว บ้านถานและบ้านหวังอีกด้วย ซึ่งแน่นอนว่าท่าทางของพวกเขาดูก็รู้ว่ากำลังโกรธแค้นที่เธอทำให้คนในครอบครัวของพวกเขาถูกทหารแดงจับตัวไป แต่ถึงอย่างนั้นเมิ่งจือหลันก็ไม่คิดที่จะใส่ใจเช่นเดียวกัน เพราะถ้าหากอีกฝ่ายกล้าลงมือกับเธออีกครั้ง เธอจะยอมเสียเงินในระบบแล้วซื้อยาถ่ายมาให้คนเหล่านั้นกินจนลุกไม่ขึ้นเลยทีเดียว เอาให้อับอายจนไม่กล้ามองหน้าชาวบ้านคนอื่นๆ ในหมู่บ้านเฟิงหยวนได้อีกต่อไป


    “คุณลุงคุณป้าค่ะ อีกไม่นานก็จะถึงบ้านของตายายของหนูแล้ว อดทนอีกนิดหนึ่งนะคะ” เมิ่งจือหลันปั่นจักรยานให้ช้าลงกว่าเดิม เพื่อที่จะได้มาปั่นเคียงข้างอีกฝ่าย


    โจวฟางหนิงอดหัวเราะให้กับท่าทางของเมิ่งจือหลันไม่ได้ เพราะว่าตลอดการเดินทางมานี้อีกฝ่ายมักจะเป็นห่วงเธออยู่บ่อยครั้ง ซึ่งแน่นอนว่ามีบางครั้งที่เธอรู้สึกเหน็ดเหนื่อย เพราะว่าในอดีตการเดินทางของเธอส่วนมากมักจะใช้รถยนต์เท่านั้น และหลังจากที่เดินทางมายังตำบลเจิ้งหยวนแห่งนี้ เธอก็มักจะอยู่แต่ในบ้านเป็นส่วนใหญ่ มีบางครั้งที่ได้ออกไปซื้อข้าวของนอกบ้าน แต่เพราะบ้านของเธออยู่ในแหล่งชุมชน ดังนั้นเธอจึงใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีเท่านั้นก็ถึงตลาดแล้ว


    “เพราะได้กำลังใจจากหนูจือหลัน ป้าจึงยังมีแรงปั่นไปถึงบ้านลู่แล้วละ”


    เมิ่งจือหลันหัวเราะขึ้นมาเช่นเดียวกัน ก่อนที่จะเธอจะปั่นกลับไปอยู่ที่เดิมอีกครั้ง เมื่อเธอเห็นบ้านของตากับยายของเธอแล้ว ซึ่งแน่นอนว่าใช้เวลาเพียงไม่นานขบวนปั่นจักรยานของครอบครัวเมิ่งและครอบครัวเสิ่นก็มาหยุดอยู่เบื้องหน้าของบ้านหลังหนึ่ง





    +++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

    พบกันใหม่ในตอนต่อไปนะคะ

    +++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

    คล้ายกับเรื่องย้อนกลับมาเป็นสตรีมเมอร์ในยุค 70 ที่คุณอ่าน

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    มหาพิภพ เทพมังกรสยบราชัน

    มหาพิภพ เทพมังกรสยบราชัน

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.40M 2022
    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    นิยาย รัก
    467K 4159
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    เทพสงครามสายเลือดมังกร

    เทพสงครามสายเลือดมังกร

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    854K 4500
    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    712K 1023
    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    นิยาย แฟนตาซี
    106K 139
    (The Eternal God) ผ่าชะตาสวรรค์ สยบสิ้นสรรพสิ่ง

    (The Eternal God) ผ่าชะตาสวรรค์ สยบสิ้นสรรพสิ่ง

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    279K 178
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367