ต้าเถิงเปิดเปลือกตาของตนขึ้นดู ภาพที่ปรากฏสู่สายตาคม ฉาบเคลือบความสงสัยให้กับนัยตาสีเหล็กกล้าบางสิ่งที่พริ้วไหวไปกับระลอกคลื่นใต้ผืนน้ำ ดูราวกับว่าเป็กลุ่มของอาภรณ์สีสดกลุ่มหนึ่ง กองคลุม อยู่บนหน้ากระโปรงรถคันหรูของเขา
ด้วยความรักรถเป็ชีวิตจิตใจศัลยแพทย์หนุ่มผู้นี้ จึงพยายามทุกวิถีทางที่จะชุบชีวิตของรถยนต์คันนี้ของเขาโดยไม่สนใจว่าตนจะตาย หรือตอนนี้ ทั้งตนทั้งรถกำลังจมดิ่งอยู่ในแม่น้ำที่กว้างใหญ่เพียงใด
“บรื้นนน”
ราวกับปาฏิหารย์มีจริงเสียงเครื่องยนต์ทำงาน ศัลยแพทย์หนุ่มหล่อต้าเถิง เหยียบคันเร่งจนสุดเข็มไมล์ไม่ทำงาน แต่แสงของเครื่องยนต์ ยังแสดงผลให้เห็นว่ารถคันนี้ยังคงมีชีวิตอยู่ชายหนุ่มจับพวงมาลัยตรงดิ่งไปข้างหน้าเขาเพียงขับตรงไปตามสัญชาตญาณของตัวเองเท่านั้น
ความรู้สึกราวกับว่ากลางวงแหวนข้างหน้า หากเข้าไปได้ เขาก็จะรอดชีวิตด้วยเช่นกัน
รถยนต์สีแดงประกายมุกขับเคลื่อนตัวด้วยความเร็วสุดกำลังเท่าที่เครื่องยนต์รุ่นใหม่จะสามารถทำได้พาให้ตัวรถแล่นทะยานเข้าสู่วงแหวนประหลาดด้วยความรวดเร็วโดยที่แรงโน้มถ่วงใต้น้ำไม่สามารถต้านทานได้เลย
แต่น่าแปลกใจยิ่งนักที่กองผ้าบนกระโปรงรถนั้นยังคงเกาะติดรถของเขาแน่นไปด้วย
อีกฝากหนึ่งบนบก~
ทั้งที่ที่จริงแล้ววันนี้เป็วันดี เป็วันมงคล แสงแดดจากท้องฟ้าก็มิได้จ้าจนทำให้รู้สึกถึงความร้อนกล้าทั้งสายลมที่พัดเอื่อยพา กิ่งก้านใบอ่อน ของมวลหมู่แมกไม้พลิ้วไหวไหลไปตามทิศทางเดียวกัน
หากแต่พระราชวังฝ่ายในกลับเกิดความโกลหลกันครั้งยิ่งใหญ่องค์ฮ่องเต้เดินดุ่มด้วยความเร็วที่สุดในชีวิตเลยก็ว่าได้ เขารีบรุดตรงมาหยุดยืนอยู่ริมตลิ่งธิดาองค์โตที่เขารักและทนุถนอมมาั้แ่อยู่ในครรภ์ของฮองเฮาคู่กายบัดนี้กลับพลัดตกน้ำไปโดยไม่รู้ชะตากรรม
หากเขาเป็ผู้นำที่เห็นแก่ตัวแล้วละก็เวลานี้เชื่อว่าชายวัยกลางคนผู้มีหัวใจเป็ถึงบิดาของเด็กสาวคนหนึ่งคงจะลงไปดำผุดดำว่าย หาร่างของบุตรีของตนด้วยความร้อนใจเสียเองแล้ว
หากแต่ในความเป็จริงด้วยบทบาทหน้าที่ที่เขาดำรงอยู่นี้นั้น มิสามารถทำได้ตามอำเภอใจ เขาผู้ซึ่งเป็ใหญ่เหนือใครทั้งปวง จึงทำได้เพียงสั่งการด้วยพระพักตร์ที่เต็มไปด้วยความเศร้าแม้อยากจะกรรแสงออกมาก็ยังคงมิสามารถทำได้
“เ้าพวกไร้ประโยชน์!หากวันนี้ยังหาร่างของลูกข้าไม่พบ หัวของพวกเ้าก็จะต้องหลุดจากบ่าเสีย!”
“พ่ะย่ะค่ะฝ่าา!!” ทุกคนน้อมรับคำบัญชาด้วยความอกสั่นขวัญผวา
แม้จะไม่ใช่ความผิดของตนที่องค์หญิงใหญ่ผู้นี้พลัดตกน้ำตกท่าไปแต่พวกเขาก็ต้องมีส่วนรับผิดชอบต่อชีวิตของนายเหนือหัวในฐานะบ่าวรับใช้ประจำวังเหนือขององค์หญิงเหม่ยเหยาตามกฏมณเทียรบาณนั่นเอง
พระสุรเสียงขององค์ฮ่องเต้แสดงออกถึงอารมณ์ที่เดือดดาลอย่างเป็ที่สุด บรรดาข้าราชบริพารน้อยใหญ่ที่ทำงานอยู่ในตำหนักฝ่ายในขององค์หญิงเหม่ยเหยา ต่างกลัวกันจนตัวสั่นงันงกพวกเขาทั้งหมดล้วนเปียกปอน เสื้อผ้าอาภรณ์ชุ่มไปด้วยน้ำที่ยังคงหยดเป็สาย จนน้ำเย็นใสใหลนองพื้นหญ้า
เมื่อได้ยินสิ่งที่องค์เหนือหัวประกาศกร้าวพวกเขาทั้งหลายต่างพร้อมใจกันกลับลงไปแช่ตัวอยู่ในบึงน้ำลึกอีกครั้งโดยไม่รีรอให้ต้องสั่งซ้ำ
“องค์หญิง!”
“องค์หญิง! พ่ะย่ะค่ะ”
“องค์หญิง! เหม่ยเหยา”
เสียงกู่ร้องเรียกหาองค์หญิงเหม่ยเหยาผู้นั้นดังก้องอย่างต่อเนื่อง พวกเขาทั้งหมดใช้เวลาค้นหาร่างขององค์หญิงเหม่ยเหยา อยู่นานแสงแห่งดวงตะวันเริ่มจะซบริมขอบฟ้า
ในขณะที่สายตาหลายคู่ประกายเต็มไปด้วยความหม่นหมององค์ฮองเฮากำลังซบพระพักตร์อยู่กับพระอุระขององค์ฮ่องเต้ที่ดวงพระเนตรแดงก่ำเพราะความเศร้าโศกอยู่นั้นกลางบึงน้ำลึก ก็ปรากฏการเคลื่อนไหวประหลาดเกิดขึ้น
ราวกับว่าน้ำนิ่งในบึงใหญ่นี้จะเกิดคลื่นใต้น้ำขึ้นมาได้อย่างน่าอัศจรรย์ บริเวณโดยรอบของบึงลึกนี้ ก็เกิดเหตุจราจลขนาดย่อมขึ้นเหล่าทหารองครักษ์ นางกำนัล หรือแม้แต่บรรดาขันทีทุกคนที่กำลังผลัดเปลี่ยนกันลงไปดำผุดดำว่ายเพื่อหาร่างขององค์หญิงผู้โชคร้ายอยู่จำต้องรีบปีนป่ายหนีตายขึ้นมาบนฝั่งด้วยความว่องไว ปานจะเหยียบกันตายเอง
แม้แต่องค์ฮองเฮาที่กำลังกรรแสงร่ำไห้ฟูมฟายอยู่นั้นก็พลันชะงักงัน หันมองไปตามเสียงที่เริ่มดังขึ้นมาทีละน้อย ทีละน้อยนั้น
“บุ๋งๆ ๆ ๆ”
เสียงการเคลื่อนไหวของสิ่งประหลาดที่อยู่ใต้น้ำนั้นสร้างความตระหนก จนทุกคนต่างพากันแตกตื่นใกลัวจนลนลาน ทหารองครักษ์ชุดรักษาพระองค์ต่างวิ่งกรูกันเข้ามายืน
กั้นเป็แนวล้อมองค์ฮองเต้ และฮองเฮา เอาไว้อย่างหนาแน่น ทุกคนอยู่ในท่าพร้อมรบ
ภายใต้ผืนน้ำนิ่งนั้น ~
เมื่อหัวรถทำท่าจะโผล่พ้นผิวน้ำประตูที่ล็อคเอาไว้ด้วยระบบอัตโนมัติก็เปิดออก พร้อม ๆ กับร่างสูงปราดเปรียวของ เขาที่ถูกดูดออกไปด้านนอก ราวกับมีมือวิเศษช่วยดึงอยู่
ก่อนที่ต้าเถิงจะรีบพาตัวเองพุ่งขึ้นสู่ผิวน้ำปลายหางตาคมของเขาก็สะดุดเข้ากับกองผ้าสีสดใสบนกระโปรงรถ ที่ยังคงไม่ปลิวตกไปไหน แม้ว่าก่อนหน้านี้เขาจะขับเคลื่อนรถด้วยความเร็วสูงแล้วก็ตาม ข้อมือบางของใครบางคนยื่นโผล่พ้นออกมาจากกองผ้านั้นทำให้เขาต้องรีบวกตัวกลับไป ด้วยสัญชาตญาณความเป็นายแพทย์วิชาชีพของเขาทำให้ชายหนุ่มต้องกลับตัวลงมาฉุดร่างของคนผู้นั้นขึ้นสู่ผิวน้ำพร้อม ๆ กัน
ทันทีที่ขึ้นไปถึงริมฝั่ง ต้าเถิงก็วางร่างอ่อนปวกเปียกของหญิงสาวผู้นี้เอาไว้บนพื้นว่างเปล่าก่อนที่ตนเองจะหมดแรงจนล้มลงนอนแผ่หรา ใบหน้าคร้ามคมขนานอยู่กับท้องฟ้าสีขมุกขมัว
ก่อนที่ทุกอย่างจะบานปลายจนเลยเถิด เสียงของนางกำนัลและขันทีน้อยผู้หนึ่ง ที่ดังขึ้นด้วยความลืมตัวท่ามกลางความเงียบสงบ ของผู้คนที่กำลังลุ้นกับเหตุการณ์ตรงหน้า
"พบแล้ว! พบแล้ว!"
“องค์หญิงเหม่ยเหยา!นั้น นั้น นางอยู่ที่นั้น องค์หญิง! องค์หญิง!”
น้ำเสียงที่แสดงออกถึงความตื่นเต้นระคนดีใจนั้นนำพาความสนใจของทุกคนได้เป็อย่างดี ข้าราชบริพาร รวมทั้งองค์ฮ่องเต้ ฮองเฮาและแม้แต่มาม่าขี้กลัวทั้งหลาย ต่างลืมสิ้นถึงเหตุของความโกลาหลเมื่อครู่
ในที่สุดก็พบร่างขององค์หญิงใหญ่เหม่ยเหยาแล้วความหวังที่จะให้นางมียังคงลมหายใจอยู่นั้น ดูท่าจะริบหรี่เสียเหลือเกินคงมีเพียงปาฏิหารย์เท่านั้นที่จะทำได้
ทุกคนต่างโห่ร้องด้วยความยินดีแต่กลับต้องหยุดชะงัก ราวกับโดนสะกดจิตอีกครั้ง เมื่อเห็นว่าผู้ที่กำลังอุ้มพาร่างกลับขึ้นมาบนฝั่งนั้นเป็ชายที่แต่งกายผิดแผกไปจากคนทั่วๆ ไป อีกทั้งผมที่ตัดสั้นเสียจนเผยให้เห็นลำคอหนา
“โอ้์! ชายผู้นั้นคือใครกัน? เหตุใดจึงได้อุ้มร่างขององค์หญิงเหม่ยเหยาขึ้นมาได้เล่า?”
ฮ่องเต้และฮองเฮารีบรุดหน้าเข้ามาดูร่างที่ไร้ลมหายใจของธิดาองค์โตของตนอย่างทันท่วงทีโดยมิได้สนใจใยดีต่อสิ่งที่บรรดาเหล่ามามาและกูกูผู้ช่างสังเกตสังกาทุกรายละเอียดยิบย่อย เสียจนลืมเื่ใหญ่ที่สำคัญกว่า
…….
ท่ามกลางแสงแดดที่รำไร ส่องทะลุผ่านม่านใบไม้หนาเสียงของผู้เป็บุพการี ที่มีความเป็ห่วงเป็ใยในตัวธิดาของตนดังขึ้นก่อนใคร
"เ้าเหม่ย!"// "ลูกแม่"
ฮ่องเต้และฮองเฮาต่างอุทานออกมาด้วยความพร้อมเพรียงพวกเขารุดหน้ากันเข้ามา ยังตำแหน่งที่ได้ยินเสียงขันทีผู้นั้นร้องะโโดยลืมมองไปว่า ผู้ที่อุ้มร่างไร้ลมหายใจขององค์หญิงใหญ่เหม่ยเหยาขึ้นมานั้นหาใช่คนในพระราชวังไม่