หลังจากที่ รีส เริ่มฟื้นตัวช้า ๆในน้ำตกเล็กกลางป่า นารีตัดสินใจออกสำรวจป่าลึกต่อไป เพื่อให้
แน่ใจว่าไม่มีสัตว์อื่นได้รับาเ็หรือถูกภัยคุกคามร่างกายของเธอเคลื่อนผ่านพื้นป่าที่ชื้น
และมีมอสเขียวปกคลุม เสียงใบไม้กระทบกันเบา ๆกลิ่นดินชื้นทำให้รู้สึกเหมือนอยู่ในโลกที่
ต่างออกไป
ไม่กี่ก้าวต่อมา นารีได้ยินเสียงครางเบา ๆคล้ายเสียงสัตว์เ็ป มันมาจากพุ่มไม้ใกล้ ๆ เธอ
หยุดนิ่งเอามือวางไว้บนด้ามมีดสั้นที่ติดตัวมาเพื่อป้องกันตัวแต่หัวใจของเธอก็เต้นแรงเพราะ
ความกังวล
“สวัสดีเธอเจ็บใช่ไหม?” นารีพูดเบา ๆ ขณะค่อย ๆ เดินเข้าไปใกล้ พุ่มไม้สั่น และร่างสัตว์ป่าขน
สีเขียวคล้ายมอสปรากฏให้เห็น
มันเป็ หมาป่ามอส ขนาดกลาง ร่างกายถูกดอกไม้เล็กๆ และตะไคร่ปกคลุมทั่วตัว แต่ตาของ
มันเต็มไปด้วยความระแวงร่างกายบางส่วนติดอยู่ในกับดักไม้ที่ชาวบ้านสร้างไว้เพื่อจับสัตว์ป่า
นารีรู้ทันทีว่า มันไม่ได้ดุร้ายแต่าเ็และกลัว
“ไม่เป็ไรนะ ฉันจะช่วยเธอ” เธอก้าวเข้าไปช้า ๆ ใช้มือปลดกับดักไม้เบา ๆ หมาป่ามอส ขู่ต่ำ ๆ
แต่ไม่ได้พุ่งเข้าใส่ นารีจึงค่อย ๆใช้ผ้าเช็ดาแ และรอยถลอกบนขา
ขณะที่เธอกำลังรักษา หมาป่ามอส ขยับตัวเบา ๆและลมหายใจเริ่มนิ่งขึ้น ร่างกายของมันเริ่ม
สงบ จากความเ็ป นารีสังเกตเห็นว่าดอกไม้เล็ก ๆ บนตัวหมาป่าเริ่มเรืองแสงอ่อน ๆ จาก
การััมือเธอ
“เธอสามารถรักษาได้จริง ๆ” นารีอมยิ้ม พลางคิดในใจว่า พลังบางอย่างของหมาป่านี้ไม่ได้อยู่ที่
การต่อสู้ แต่เป็ การฟื้นฟูสิ่งมีชีวิตรอบตัว
ทันใดนั้น เสียงคำรามแปลก ๆดังขึ้นจากทิศทางอื่น นารีชะงัก หมาป่ามอส ขนสั่นระริก เธอหัน
ไปเห็น สัตว์อสูรระดับกลาง กำลังเคลื่อนไหวช้า ๆมันดูดุร้าย แต่ไม่ได้โจมตีทันที นารีเข้าใจ
ทันทีว่า สิ่งมีชีวิตนี้ไม่ได้มุ่งร้ายแต่มันกำลังสับสน และเ็ปจากกับดักที่มนุษย์สร้าง
“เธอไม่จำเป็ต้องกลัว”
นารีพูดพลางยกมือขึ้นเบา ๆ ใช้เวทมนตร์กับสมุนไพรบางอย่างเรียกความสงบให้สัตว์อสูร
หมาป่ามอส ขยับใกล้เธอ ร่างกายของมันเริ่มสั่นสะท้านแต่ไม่ขู่นารีรู้สึกได้ถึง
พันธะสัญญาบางอย่าง ระหว่างเธอ กับหมาป่ามอส
สัตว์เทพพิทักษ์ รวมทั้งสัตว์อสูร และมนุษย์สามารถเข้าใจซึ่งกัน และกันได้ แม้ว่าจะไม่ได้
ใช้คำพูด
หลังจากทำแผลและช่วยให้สัตว์อสูรฟื้นความสงบ นารีจัดที่พักชั่วคราวให้หมาป่ามอสใกล้
ลำธาร เธอวางน้ำสะอาด สมุนไพร ที่ช่วยฟื้นฟูพลังชีวิตบรรยากาศรอบ ๆ เริ่มเงียบสงบ และ
อบอุ่น
“ฉันจะเรียกเธอว่า โมรา ” นารีพูด พลางลูบหัว หมาป่ามอสเบา ๆ ดวงตาของโมราส่องแสง
เหมือนยอมรับชื่อ และความผูกพันนี้
เช้าวันต่อมา นารีสังเกตว่า หมาป่ามอส เริ่มเคลื่อนไหวและช่วยเธอเฝ้าดู รีส ัสายฟ้า
ที่พักฟื้นอยู่ใกล้ ๆ โมรากลายเป็ ผู้พิทักษ์ป่า ที่คอยช่วยเธอรักษาสัตว์และสังเกตภัยรอบตัว
ระหว่างทางนารีได้เรียนรู้ว่าป่าลึกนี้มีสัตว์อสูร และสัตว์เทพพิทักษ์มากมาย บางตัวดุร้าย
แต่บางตัวเพียง้า การรักษา และความเข้าใจการตัดสินใจของเธอจึงไม่ใช่เพียงเื่ชีวิต
หรือความตาย แต่เป็เื่ของ ความเมตตา และสติปัญญา
กลางวันนั้น เมื่อเธอกับโมราเดินผ่านลำธารพบร่องรอยของสัตว์อสูรระดับสูง นารีรู้สึกได้ถึง
พลังมืดที่ซ่อนอยู่ แต่ไม่รู้ว่ามันคือภัยพิบัติหรือเป็เพียงสิ่งมีชีวิตที่สับสน โมราขนสั่นเล็กน้อย
แต่ไม่ได้ขู่ เธอเข้าใจว่ามันกำลังบอกว่า มีบางสิ่งใหญ่กว่ากำลังเข้ามาใกล้
“เราอาจต้องเตรียมตัวให้พร้อมรีสยังต้องพักฟื้น และฉันไม่อยากให้สัตว์ที่ไม่รู้เื่ต้อง
มาาเ็” นารีพูดพลางมองไปยังป่าลึก
โมราหยุดเดินและหันมองนารีเหมือนพยักหน้าเป็การตอบรับที่เธอเข้าใจได้เพราะความผูกพัน
ที่เกิดขึ้น ทั้งสองเดินต่อไปในป่าลึกพร้อมด้วยความระมัดระวัง และความเชื่อใจระหว่างมนุษย์
กับสัตว์เทพพิทักษ์
ค่ำคืนนั้น นารีก่อกองไฟเล็กๆ เตรียมสมุนไพรเพื่อรักษาโมราและสัตว์ป่าที่เธอพบ
การเคลื่อนไหวของเงาร่างในป่าทำให้เธอรู้ว่า โลกแห่งนี้นอกจากสัตว์ป่าแล้ว
ยังเต็มไปด้วยสัตว์อสูร และสัตว์เทพพิทักษ์ที่้าความเข้าใจ และพันธะสัญญาที่เกิดขึ้น
วันนี้ จะเป็จุดเริ่มต้นของการผจญภัยครั้งใหญ่ที่กำลังรออยู่
ก่อนนอน นารีมองท้องฟ้าดวงดาวระยิบระยับเหมือนแสงประกายบนขนของ ราเชล นกฮูกดวงดาว
เธอรู้สึกถึงสายตาที่จับจ้อง และให้คำแนะนำโดยไม่ต้องเอ่ยคำพูด นารียิ้มเบา ๆ แล้ว
หลับตาลง รู้สึกอบอุ่น แม้จะอยู่ท่ามกลางป่าที่เต็มไปด้วยความลึกลับและอันตราย