เวลาล่วงเลยไปไม่นานนัก ความร้อนจากพลังปราณที่กำลังปะทุอยู่ในร่างกายปลุกให้ไป๋ชิงตื่นจากอาการหมดสติทันที ไป๋ชิงเหลียวมองซ้ายขวาก็ไม่พบแม้กระทั่งเงาคน บัดนี้ป่ากำลังเปลี่ยนเป็่กลางวัน ถ้ามันสามารถทนได้อีกสองชั่วยามก็สามารถจะพาร่างกายอันไร้เรี่ยวแรงออกจากป่าแล้วหาคนช่วยได้
โฮกกกกก!!
เสียงขู่กรรโชกลอยมาตามสายลมพร้อมทั้งเสียงฝีเท้านับสิบคู่กำลังพุ่งมาทางไป๋ชิงอย่างรวดเร็ว มันกำลังตกตะลึงกับเสียงก่อนหน้าจนไม่อาจขยับไปไหนได้ ร่างกายที่เคยเชี่ยวชาญการต่อสู้กลับแข็งทื่อราวขอนไม้ ข้อเท้าที่แทบขาดก็ไม่สามารถขยับไปได้มากกว่านี้ ในตอนนี้เขาไม่ได้โกรธเหยียนชิงแต่อย่างใด กลับกันมันเปลี่ยนเป็ความกลัวอย่างลุกซึ้งว่าตัวเขาพลาดที่เสนอตัวเข้ามาหาปากพญามารผู้โรคจิตผู้นี้โดยที่ไม่มีผู้าุโตามมา
วู้วววว!! โฮกกก!!
“ผิดที่ข้าเอง....ข้าประมาทเกินไป.....” เสียงสัตว์ลึกลับประสานเสียงกันใกล้เข้ามาหาเขาขึ้นเรื่อยๆ ไป๋ชิงหมดซึ่งหนทางหนี มันก้มหน้ายอมรับชะตากรรมที่กำลังจะมาถึง ในตอนนั้นสายตาของมันก็เหลือบไปเห็นมีดสั้นที่หล่นอยู่ตรงหน้า มันไม่ได้คิดที่จะใช้เพื่อป้องกันตัวเอง กลับกันดวงตาอันสิ้นหวังก็เผยร่องรอยความแน่วแน่ออกมาชั่วครู่
“สหายข้า รอข้าก่อน ข้ากำลังจะไปหาเ้าแล้ว.....” เมื่อพูดจบไปชิงก็คว้าเอามีดสั้นจ้วงแทงเข้าไปที่ท้องตนเอง ความเ็ปแล่นเข้ามาในร่างกายจนไม่อาจจะระงับ แต่ไม่ทันที่ชายหนุ่มจะสิ้นใจที่ด้านข้างของมันก็ปรากฏพยัคฆ์เหล็กสังหารพุ่งตัวใหญ่เข้ามาหาด้วยความเร็วสูง!
กร๊อบบ!!
“อ้ากกกก!!” มันขย้ำเข้าที่ลำคอของไป๋ชิงอย่างถนัดถนี่ ไม่นานนักสัตว์อสูรที่เหลือต่างวิ่งกรูเข้ามาในทุกทิศทาง ดึงทึ้งร่างไป๋ชิงราวกับผักปลา เสียงกล้ามเนื้อถูกฉีกกระชากดังพร้อมกับเสียงหวีดร้องโหยหวนดังก้องไปทั่วป่าอยู่ชั่วครู่ก่อนจะค่อยๆเงียบลงไปพร้อมกับสติของมันที่ค่อยๆดับไป
“สูงศักดิ์แต่กลับตายอย่างต่ำต้อย…ช่างน่าเห็นใจจริงๆ” เหยียนชิงเฝ้ามองวาระสุดท้ายของมันโดยที่ไม่ได้ไปไหน ชายหนุ่มนั่งอยู่บนต้นไม้ที่ห่างไปสองร้อยจั้ง เขาเห็นั้แ่ความสิ้นหวังของไป๋ชิงและการยอมรับความตายของมัน อย่างน้อยมันก็เลือกจะปลิดชีวิตของตนดีกว่าจะถูกสัตว์อสูรกิน ถึงแม้ว่าจะไม่ทันการก็ตามที......
“อย่าน้อยพวกมันก็คงจะไม่เอะใจเื่สาเหตุการตายของคนพวกนี้.........หือ?” เหยียนชิงพึมพำกับตนอยู่ครู่หนึ่งจนชายหนุ่มรับรู้ว่ามีบางอย่างไม่ชอบมาพากล พยัคฆ์เหล็กสังหารที่เป็ตัวขย้ำคอไป๋ชิงหายไปจากฝูงสัตว์อสูรลมปราณที่กำลังกินซากของไป๋ชิงอยู่
ทันใดนั้นเหยียนชิงก็รู้สึกเย็นวูบที่ต้นคอ ชายหนุ่มก้มหัวลงอย่างรวดเร็วด้วยสัญชาติญาณเก่า
ตูมมม!!
เสียงต้นไม้ขาดออกจากกันเป็สองซีก พยัคฆ์เหล็กสังหารที่หายไปก่อนหน้ามาปรากฏตัวด้านหลังเขาอย่างเงียบเชียบมันตวัดกงเล็บหวังจะแยกศีรษะของเหยียนชิงออกจากกันแต่พลาดเป้าไปโดนกิ่งไม้ใหญ่ข้างๆเขาแทน
เหยียนชิงกลิ้งตัวร่วงลงมาจากต้นไม้ใหญ่ ชายหนุ่มมองพยัคฆ์เหล็กสังหารด้านหน้าอย่างระมัดระวัง ลำตัวมันใหญ่กว่าสองจั้ง ขนตามตัวเป็เหล็กแหลมแซมอยู่นับไม่ถ้วน พยัคฆ์ทั่วไปมักจะมีลำตัวสีอมส้ม แต่กลับกันพยัคฆ์เหล็กสังหารตัวนี้มีลำตัวสีเทาเงินสะท้อนแสงจากขนเหล็กบนตัวมัน รอบๆกายของมันปล่อยบรรยากาศน่าหวาดกลัวออกมา
โฮกกก!!
“ระดับหนึ่งปราณก่อร่าง!” เหยียนชิงอุทานออกมาในใจ พยัคฆ์เหล็กสังหารตัวนี้เก่งกาจกว่าไป๋ชิงที่อ่อนแอก่อนหน้านี้เสียอีก
“…..ข้าอุตส่าห์หาเหยื่อมาให้เ้ากินง่ายๆกลับไม่ชอบ เหตุใดจึงโง่เง่ามาไล่ฆ่าข้าด้วย!” เหยียนชิงกัดฟันแน่น ก่อนจะโคจรพลังปราณอย่างบ้าคลั่งไปที่ฝ่าเท้าของตนและใช้ท่าท่องวารีเยือกแข็งในทันที อันที่จริงเขาเรียนท่านี้มาจากคัมภีร์ของเถ้าแก่เนี้ยที่นางมอบให้ก่อนหน้านี้ ท่าเท้าวารีเยือกแข็งแม้จะเป็ปราณน้ำแข็ง แต่ในระดับเบื้องต้นจนถึงระดับห้านั้นผู้ฝึกยุทธ์ทุกธาตุก็สามารถฝึกได้โดยไม่มีข้อจำกัด
เหยียนชิงเพิ่งจะฝึกถึงแค่ขั้นแรกของวิชาเท่านั้น!
ทันทีที่ใช้ท่าเท้าวารีเยือกแข็ง ร่างของเหยียนชิงก็วูบวาบจนไม่อาจคาดเดาได้ เขารีบพุ่งตัวหนีออกจากบริเวณนั้นด้วยความรวดเร็วทันที
โฮกกก!!
เสียงคำรามดังก้องตามติดมาที่ด้านหลังของเหยียนชิง ท่าเท้าของเขายามนี้ยังไม่อาจสลัดพยัคฆ์เหล็กสังหารที่ไล่ตามมาได้ในทันที ทำให้ชายหนุ่มรู้สึกตื่นตระหนกขึ้นมาชั่วครู่ก่อนจะปรับอารมณ์กลับมาเยือกเย็นอีกครั้ง เมื่อชายหนุ่มเหลียวมองด้านหลังเขาก็เห็นพยัคฆ์ตัวเดิมกำลังวิ่งไล่กวดเขาอย่างโกรธเกรี้ยวราวกับว่าเขาไปแตะเกล็ดย้อนของมัน
“เ้าเป็เสือไม่ใช่ั จะมีเกล็ดย้อนได้อย่างไร!?” เหยียนชิงะโลั่นป่า พร้อมทั้งรีบวิ่งไปอย่างเร็วที่สุด จนกระทั่งการเคลื่อนไหวของเขากระตุ้นให้สัตว์อสูรที่กำลังกินซากของไป๋ชิงก่อนหน้านี้หันมามองเขาด้วยตาแดงก่ำ
โฮกกกก!! วู้ววววว!!
เสียงเหล่าสัตว์อสูรลมปราณร้องประสานเสียงดังเพลงมรณะดังขึ้นตามหลังเขามา เหยียนชิงทั้งเหนื่อยและโกรธในเวลาเดียวกัน ข้างหลังของเขานอกจากจะมีพยัคฆ์เหล็กสังหารวิ่งไล่ตามมาแล้วยังมีฝูงสัตว์อสูรลมปราณอีกนับสิบตัวไล่ตามมาด้วย
“ข้าไม่ได้คิดจะแย่งพวกเ้ากิน! ใครมันจะไปพิสมัยซากศพเล่า!” เหยียนชิงะโใส่สัตว์อสูรที่วิ่งตามเขามาด้วยความโมโห พร้อมทั้งโดดขึ้นไปบนต้นไม้ต้นแล้วต้นเล่าเพื่อหลบหลีกเหล่าสัตว์โง่เง่าเ่าั้ แต่จนแล้วจนรอด พยัคฆ์เหล็กสังหารที่ตามเขามาั้แ่ต้นก็ยังคงตามติดเขาไปอย่างไม่ลดละ แต่สัตว์อสูรที่อยู่ด้านหลังของมันก็ลดลงเหลือเพียงสี่ถึงห้าตัวเท่านั้น
“ไล่จับอีกแล้ว! เ้าเห็นข้าเป็นักวิ่งอันดับหนึ่งกันรึไง!? ถ้าหากเปลี่ยนจากพวกเ้าเป็เหล่าสตรีแล้วล่ะก็ ข้าจะยอมให้จับแต่โดยดีเลยเอ้า!” เหยียนชิงกัดฟันกรอดก่อนจะประกอบกระบี่เข้าด้วยกันจนกลับมาเป็ธนูเหล็กสีดำดังเดิม ชายหนุ่มหันกลับไปง้างลูกศรปราณยิงใส่สัตว์อสูรที่อยู่ด้านหลังด้วยความรวดเร็ว
ฟิ้วววว!
เสียงลูกธนูสามดอกแหวกอากาศพุ่งออกไปจนไม่อาจมองเห็น สองในสามถูกลิงั์หุบเขากับตัวนากสายฟ้าอย่างละตัว พวกมันนอนดิ้นไปครู่หนึ่งอย่างทุรนทุรายก่อนจะค่อยๆตายลง
“ขาดทุน! ข้าขาดทุนอีกแล้ว!!” เหยียนชิงเอ่ยกับตนอย่างสลดใจ ภายในตัวของสัตว์อสูรลมปราณทั้งหลายจะมีผลึกแก่นแท้ของชีวิตอยู่ หากนำมันไปขายหรือดูดซับเองก็สามารถรับพลังปราณด้านในเปลี่ยนเป็พลังปราณของตนเองได้
“เป็เพราะเ้า! เ้ามันไม่ใช่เสือ! เ้ามันเป็เต่า! ตระกูลของเ้ามันเป็เต่าทั้งหมด!” เหยียนชิงวิ่งไปพลางด่าพยัคฆ์เหล็กสังหารไปพลาง และดูเหมือนพยัคฆ์เหล็กสังหารจะรับรู้ได้ว่าชายหนุ่มตรงหน้ากำลังด่ามันอยู่ ทำให้มันยิ่งโกรธยิ่งกว่าเดิม ทั้งใช้ฟันทั้งใช้กรงเล็บพยายามฉีกกระชากหัวของเหยียนชิงอยู่หลายครั้งหลายครา แต่ก็ไม่ถูกตัวชายกนุ่มแม้แต่ครั้งเดียว
ทั้งสองวิ่งไล่กันมาเกินครึ่งวัน สัตว์อสูรที่ไล่ตามมาต่างล้มเลิกไประหว่างทาง เหลือเพียงคนหนึ่งคนกับเสือหนึ่งตัวที่ยังไล่ล่ากันอย่างไม่ลดละ จนกระทั่งเหยียนชิงสังเกตเห็นหน้าผาของป่าห้าราตรีที่อยู่ด้านหน้าได้
ดวงตาชายหนุ่มแวบประกายประหลาดขึ้นมาพร้อมทั้งกระตุกยิ้มเ้าเล่ห์ขึ้น เหยียนชิงหันกลับไปมองพยัคฆ์เหล็กสังหารที่กำลังวิ่งไล่ตามเขามาอย่างกระชั้นชิด ใบหน้าเ้าเล่ห์กำลังยิ้มเยาะมันอย่างสนุกสนาน
“เข้ามาเ้าเสือหน้าโง่ บิดาจะฝังเ้าเอาไว้ที่หน้าผาแห่งนี้เอง!!” เหยียนชิงยิงศรปราณใส่พยัคฆ์เหล็กสังหารในทันทีที่พูดจบ โดยไม่รอให้มันได้ตอบโต้ ชายหนุ่มเรียกกระบี่เทพนิมิตออกมาต่อกรด้วยทันที
พยัคฆ์เหล็กสังหารหลับศรปราณที่ยิงใส่มันได้ดอกหนึ่ง แต่มันก็ถูกยิงเข้าสีข้างไปหนึ่งดอก ดูเหมือนว่ามันจะไม่ได้เจ็บหนักแต่อย่างใด
“วูมมม!” เหยียนชิงเก็บคันธนูเอาไว้บนหลังพร้อมทั้งตวัดกระบี่เทพนิมิตใส่พยัคฆ์เหล็กสังหารอย่างบ้าคลั่ง ทั้งคู่ปะทะกันจนไม่อาจแยกออกว่าเป็การต่อสู้ระหว่างคนกับสัตว์จริงหรือไม่ ยิ่งต่อสู้ เหยียนชิงยิ่งประหลาดใจ เขาเพิ่งจะตระหนักว่าเสือตัวนี้มีสติปัญญาสูงส่งเป็อย่างยิ่ง
หนึ่งคนกับหนึ่งสัตว์ต่างมีรอยแผลประทับอยู่บนร่างกายด้วยกันทั้งคู่ เหยียนชิงาเ็ที่หน้าอก เสื้อของเขาขาดเป็ทางยาวสี่ทางพาดผ่าน ส่วนพยัคฆ์เหล็กสังหารก็บอบช้ำไม่แพ้เหยียนชิง หากจะพูดให้ถูกมันเจ็บหนักกว่าชายหนุ่มมากนัก ร่องรอยกระบี่นับสิบๆรอยพาดผ่านบนหลังมัน นอกจากจะโดนโจมตีโดยกระบวนท่าของกระบี่เทพนิมิตเข้าไปแล้ว มันยังถูกปราณโบราณภายในกระบี่ทำลายเส้นลมปราณของมันอย่างช้าๆด้วย
“อึดนัดใช่มั้ย!? มาดูกันว่าเ้าจะทนได้อีกซักกี่น้ำ!”
“โฮกกก!!”
เสียงของทั้งสองดังก้องไปทั่วป่า ทั้งคนทั้งเสือต่างเข้าห้ำหั่นกันอย่างบ้าคลั่งโดนไม่มีทีท่าว่าอีกฝ่ายจะถอยไป เหยียนชิงฟาดฟันกระบี่เข้าใส่พยัคฆ์ ส่วนพยัคฆ์ก็ตวัดกรงเล็บใส่เหยียนชิงจนเป็ประกายไฟ ราวกับว่าทั้งคู่เพิ่งจะพบศัตรูที่คู่ควรหลังจากใช้ชีวิตมานานแสนนาน
ไม่นานนักหลังจากต่อยตีกันจนพอใจ ทั้งคู่ต่างถอยออกมามองอีกฝ่ายโดยห่างจากกันสี่จั้ง ทั้งสองต่างหอบหายใจรวยริน เหยียนชิงรู้สึกเหนื่อยหน่ายกับการต่อสู้นี้มาก แต่เขาไม่รู้ว่าจะจัดการเ้าเสือดื้อด้านนี่อย่างไรดี เมื่อเขามองไปยังแววตาของมัน เหยียนชิงก็รับรู้ได้เลยว่ามันกำลังก่นด่าเขาอยู่แน่นอน
เหยียนชิงรู้สึกหมั่นไส้และรำคาญสายตาของพยัคฆ์เหล็กสังหารที่อยู่ตรงหน้าเขาเป็อย่างมาก เช่นเดียวกับพยัคฆ์ที่กำลังส่งเสียงขู่ในลำคอบ่งบอกว่ามันเองก็เกลียดชายหนุ่มไม่แพ้กัน
“วันนี้ไม่ข้าก็เ้าก็ต้องตายกันไปข้าง พูดตรงๆเลยนะ.........ข้าโคตรจะเหม็นขี้หน้าเ้าจริงๆเลยโว้ยยย!!”
“โฮกกกกกกกก!!”
ทั้งคู่กระโจนเข้าหากันอีกครั้งหลังจากพักยกเสร็จสิ้น ในใจของทั้งสองต่างอยากจะฆ่าอีกฝ่ายเต็มทนจนในที่สุดการต่อสู้ครั้งที่สองก็เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง
ในตอนนั้นเอง........
ครืนนนนน!!
เสียงแผ่นดินกำลังแตกไปทั่วพื้นที่หน้าผาที่ทั้งสองอยู่ หนึ่งคนหนึ่งเสือตะลึงลานกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจนลืมต่อสู้กัน ในที่สุด แผ่นดินที่เคยยืนอยู่ก็แตกระแหงออกไป เผยให้เห็นหุบเหวขนาดใหญ่ที่กำลังกลืนกินทั้งคู่ลงไปด้วยกันอย่างพร้อมเพรียง
“อ้ากกกก!!”
“โฮกกกกก!!”
เสียงลากยาวของทั้งคู่จมหายเข้าไปในเหวั์ จนในที่สุดแผ่นดินไหวก็หยุดลง ทุกสิ่งกลับมาเป็ปกติอีกครั้ง ทิ้งให้สองชีวิตร่วงลงไปเผชิญชะตากรรมอันคาดเดาไม่ได้ในหุบเหวเบื้องล่างอย่างมิอาจหลีกเลี่ยง.....