ท่ามกลางความวุ่นวายของนักเรียนที่เดินขวักไขว่ในตอนเช้า เสี่ยวเหม่ยยืนคุยกับเพื่อนผู้หญิงที่หน้าทางเข้าสถาบัน พวกเธอหัวเราะคิกคักกันอย่างสนุกสนาน รอยยิ้มของเธอดูสดใสและไร้กังวล ทว่า ทันใดนั้น สายตาของเสี่ยวเหม่ยก็หยุดลงที่ร่างคุ้นเคยที่เดินเข้ามาในสถาบัน
เย่เจียงเฉิน!
รอยยิ้มบนหน้าเสี่ยวเหม่ยพลันจางหายไป สีหน้าเปลี่ยนเป็ประหลาดใจเล็กน้อย ก่อนจะตึงเครียดขึ้น เธอพยายามควบคุมอารมณ์ที่พลุ่งพล่าน แต่ดวงตาคมกริบของเธอกลับจับจ้องเย่เจียงเฉินอย่างไม่วางตา
เย่เจียงเฉินก้าวเท้าเข้ามาในโรงเรียนด้วยสีหน้าเรียบเฉย เขาเดินตรงเข้าไปหาเสี่ยวเหม่ย
"อะไร? แปลกใจมากเหรอที่ฉันยังมาเรียนได้" เย่เจียงเฉินเอ่ยด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ย
เสี่ยวเหม่ยพยายามทำเสียงปกติ แสร้งทำเป็ไม่รู้ไม่ชี้ คลี่ยิ้มอ่อนโยนที่ใครๆ ต่างก็หลงใหล
"นายพูดเื่อะไรน่ะ?"
เย่เจียงเฉินโน้มตัวเข้าไปใกล้ กระซิบข้างหูเสี่ยวเหม่ยด้วยน้ำเสียงเย็นะเื
"ตอนนี้โจวซือหาวโดนตำรวจจับไปแล้ว ฉันอยากรู้จริงๆ ว่าเธอจะมาไม้ไหนอีก" เย่เจียงเฉินแสยะยิ้มที่มุมปาก ก่อนจะเดินเข้าไปในอาคารเรียน
เสี่ยวเหม่ยก้มหน้า กัดริมฝีปากแน่นจนเืซึม เธอครุ่นคิดอย่างร้อนรน หากโจวซือหาวให้การว่าเธอเป็คนยุยงให้เขาก่อเื่ ตำรวจคงบุกมาที่บ้านเธออย่างแน่นอน
ในห้องประชุมขนาดใหญ่เต็มไปด้วยนักเรียนที่นั่งเรียงรายเป็ระเบียบ อาจารย์ยืนอยู่บนเวทีด้านหน้า กวาดสายตาไปรอบห้อง ก่อนจะเริ่มประกาศผ่านไมค์โครโฟน
"อีกไม่กี่อาทิตย์ข้างหน้า เมืองบูรพาจะมีงานใหญ่ นั่นก็คือศึกประลองนักสู้หน้าใหม่ แต่ละโรงเรียนจะส่งตัวแทนลงแข่งขัน เงินรางวัลมากถึงหนึ่งแสนเครดิต!"
เสียงฮือฮาดังขึ้น อย่างไรก็ตาม สิ่งที่พวกเขาสนใจไม่ใช่เงินรางวัล แต่เป็โอกาสที่จะได้เข้าร่วมสังกัดนักสู้ ในงานแข่งจะมีสำนักชั้นนำมาชม หากนักสู้คนใดแสดงพร์ ก็มีโอกาสได้รับการทาบทามและเข้าร่วมสำนักเ่าั้หลังจบการศึกษา
"เอาล่ะ เราจะคัดเลือกจากการต่อสู้จริง คนที่จับฉลากได้เลขเดียวกันออกมาที่สนาม!" อาจารย์ประกาศ
นักเรียนรีบไปจับฉลากที่วางบนโต๊ะด้านหน้า
เมื่อจับฉลากเสร็จ อาจารย์ก็เริ่มประกาศหมายเลขที่ต้องออกมาต่อสู้
"หมายเลขหนึ่ง…"
"หมายเลขสอง…"
"หมายเลขสาม…"
นักเรียนแต่ละคู่เดินขึ้นไปบนสนามประลองที่จัดเตรียมไว้ตรงกลางห้องประชุม การประลองดำเนินต่อไปจนกระทั่ง อาจารย์ประกาศหมายเลขสุดท้าย
"หมายเลขสี่สิบแปด…"
เย่เจียงเฉินและเสี่ยวเหม่ยลุกขึ้นพร้อมกัน
ราวกับชะตาฟ้าลิขิต
"คนที่ออกนอกสนามคนแรกคือฝ่ายแพ้ หรือจะสู้กันจนอีกฝ่ายขอยอมแพ้เองก็ได้เช่นกัน" อาจารย์อธิบายกติกา
เย่เจียงเฉินเดินขึ้นไปบนสนามประลอง สายตาจับจ้องเสี่ยวเหม่ยที่ยืนฝั่งตรงข้าม
"ฉันว่าผู้ชายสู้กับผู้หญิงออกจะไม่ยุติธรรมไปหน่อย เอาแบบนี้ดีไหม ฉันกับเธอแลกกันโจมตีคนละสามกระบวนท่า ในฐานะสุภาพบุรุษ ฉันจะให้เธอเริ่มก่อน"
เสี่ยวเหม่ยเงยหน้ามองเย่เจียงเฉิน ดวงตาคู่งามเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่ง
"เย่เจียงเฉิน นายจะไม่มั่นใจไปหน่อยเหรอ? ลืมไปแล้วเหรอว่าฉันเป็นักสู้ฝึกหัดขั้นกลาง ส่วนนายเป็แค่นักสู้ฝึกหัดขั้นต้น ต่อให้ฉันใจดี แต่ก็ไม่เคยออมมือหรอกนะ"
“ตามสบายเถอะ จะใส่เต็มที่ ฉันก็ไม่ถือ" เย่เจียงเฉินเอ่ยด้วยท่าทางสบายๆ
เสี่ยวเหม่ยมีสายตาที่เปลี่ยนไป ในเมื่ออีกฝ่ายกล้าเสนอมา เธอก็พร้อมจะสนองความอวดดีนั้น
อาจารย์พยักหน้า ยอมรับกติกาที่ทั้งสองตั้งขึ้น แต่เงื่อนไขแพ้ชนะยังคงเดิม หากสุดท้ายไม่มีใครออกจากสนาม การต่อสู้จะดำเนินต่อไปจนกว่าจะมีผู้ชนะ
เสียงสัญญาณดังขึ้น
เสี่ยวเหม่ยที่ได้เริ่มก่อน พุ่งเข้ามาด้วยความเร็วดุจลมกรด เท้าเรียวยาวเตะไปที่หน้าอกเย่เจียงเฉิน พลังปราณที่ไหลเวียนอยู่ที่ขาทั้งสองข้างช่วยเพิ่มความเร็วและความรุนแรงในการโจมตี แต่สิ่งที่ทำให้เสี่ยวเหม่ยแปลกใจคือ เย่เจียงเฉินกลับรับการโจมตีด้วยมือข้างเดียวเท่านั้น
เสียงปะทะดังสนั่น ทุกคนที่อยู่ข้างสนามรับรู้ถึงแรงปะทะอันมหาศาล ในตอนแรกพวกเขาคิดว่ามือเย่เจียงเฉินคงหักไปแล้ว แต่หลังจากเพ่งมองดูดีๆ เย่เจียงเฉินกลับยืนหยัดอยู่ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
"นี่คือสุดแรงแล้วเหรอ?" เย่เจียงเฉินเอ่ยด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ย
เสี่ยวเหม่ยกัดฟัน "หึ… ฉันแค่อยากลองเชิงดูหรอกย่ะ"
เสี่ยวเหม่ยเค้นพลังปราณออกมาอีกครั้ง คราวนี้ความเข้มข้นของพลังปราณรุนแรงกว่าเดิม เสี่ยวเหม่ยเคลื่อนที่เร็วมากจนร่างวูบไหว ก่อนจะไปปรากฏตัวด้านหลังเย่เจียงเฉิน ลูกเตะทรงพลังเล็งไปที่ลำคอ แต่เย่เจียงเฉินก็ยกมือขึ้นป้องกันได้อย่างรวดเร็ว
ั้แ่เริ่มการประลอง เสี่ยวเหม่ยไม่สามารถทำให้เย่เจียงเฉินขยับขาออกจากจุดที่ยืนอยู่ได้เลยแม้แต่ก้าวเดียว
"ทำไมกัน? มันเป็แค่นักรบฝึกหัดขั้นต้นแท้ๆ" เสี่ยวเหม่ยคิดด้วยความสับสน
"เป็อะไรไป ไม่เข้ามาแล้วเหรอ? เธอเหลือโอกาสแค่ครั้งเดียวนะ" เย่เจียงเฉินยั่วยุด้วยน้ำเสียงมั่นใจ
เสี่ยวเหม่ยกัดฟันกรอด ความโกรธพุ่งพล่านขึ้นมา เธอไม่เคยรู้สึกเสียหน้าขนาดนี้มาก่อน เธอกระโจนพุ่งไปด้านหน้าอีกครั้ง คราวนี้หญิงสาวเล็งเตะไปที่ลำตัวของเย่เจียงเฉิน แต่ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เธอก็เปลี่ยนทิศทางการโจมตีเป็เตะเสยคางแทน!
[เป้าหมายเปลี่ยนทิศทางการโจมตีกระทันหัน]
เสียงแจ้งเตือนดังขึ้น เจ็นคาดการณ์ความเป็ไปได้ในการโจมตีของเสี่ยวเหม่ยไว้หลายรูปแบบ ทำให้เย่เจียงเฉินแทบจะมองการเครื่อนไหวของอีกฝ่ายได้อย่างทะลุปรุโปร่ง
มือของเย่เจียงเฉินเคลื่อนไหวไปโดยสัญชาตญาณ ฝ่ามือสีขาวนวลของเขา รับการโจมตีที่ปลายคางของเสี่ยวเหม่ยได้อย่างหวุดหวิด!
การโจมตีที่เปลี่ยนทิศทางในชั่วพริบตาถือเป็ทักษะขั้นสูงที่ต้องใช้ความแม่นยำและความเร็วอย่างมาก คนที่ยืนอยู่ข้างสนามประลองต่างก็ไม่คิดว่าเย่เจียงเฉินจะสามารถป้องกันการโจมตีนี้ได้ มันราวกับเขาเป็นักสู้ที่มีประสบการณ์สูง ต่างจากนักสู้ฝึกหัดขั้นต้นทั่วไป
"ครบสามกระบวนท่าแล้ว คราวนี้ตาฉันบ้าง" เย่เจียงเฉินเอ่ยเสียงเรียบ
เสี่ยวเหม่ยผงะถอยหลัง เธอไม่อยากจะเชื่อว่าเย่เจียงเฉินจะรับการโจมตีสุดท้ายของเธอได้อย่างง่ายดายขนาดนี้ และในขณะที่เสี่ยวเหม่ยกำลังสับสนอยู่นั้น ร่างของเย่เจียงเฉินก็พุ่งเข้ามาด้วยความเร็วดุจสายฟ้าฟาด ก่อนที่ฝ่ามือของเขาจะตบไปที่แก้มของเสี่ยวเหม่ยอย่างรุนแรง
"เพี้ยะ!"
เสียงดังสนั่นไปทั่วสนามประลอง
ร่างของเสี่ยวเหม่ยเซถอยไปหลายก้าว ใบหน้าแดงก่ำด้วยความเ็ป
เสียงรอบสนามประลองพลันเงียบลง ไม่มีใครคิดว่าเย่เจียงเฉินจะกล้าทำร้ายผู้หญิง มิหนำซ้ำอีกฝ่ายยังเป็สาวงามประจำโรงเรียน
ผู้ชายส่วนใหญ่ที่ยืนดูการต่อสู้ต่างก็เดือดดาลกับสิ่งที่เห็น แต่เย่เจียงเฉินกลับไม่ได้สนใจคำกร่นด่าเ่าั้เลยแม้แต่น้อย
"ยังเหลืออีกสองกระบวนท่า อย่าเพิ่งยอมแพ้ก่อนล่ะ" เย่เจียงเฉินเอ่ยด้วยน้ำเสียงเ็า แววตาของเขาดุดันเหมือนสัตว์ร้ายที่พร้ะครุบเหยื่อ
เย่เจียงเฉินเร่งความเร็วขึ้นไปอีกขั้น เขาเข้าประชิดตัวเสี่ยวเหม่ย ก่อนจะใช้ฝ่ามือหยกขาว ตบเข้าที่ใบหน้าของหญิงสาวอีกครั้ง!
"เพี้ยะ!"
ใบหน้าของเสี่ยวเหม่ยที่ถูกตบเริ่มมีรอยช้ำปรากฏให้เห็นชัดเจน เธอเจ็บจนแทบอยากร้องไห้ แต่ก็พยายามกลั้นไว้
“กระบวนท่าสุดท้าย!”
เย่เจียงเฉินะเิพลังทั้งหมดออกมาในการโจมตีครั้งสุดท้าย! กล้ามเนื้อทุกมัดอัดแน่นไปด้วยพลังปราณอันมหาศาล เขาเคลื่อนที่ไปด้านหน้าราวกับลูกธนูที่พุ่งออกจากแหล่ง แววตาของชายหนุ่มเต็มไปด้วยจิตสังหาร
เสี่ยวเหม่ยหวาดกลัวจนตัวสั่น เธอไม่เคยเห็นเย่เจียงเฉินแสดงออกด้วยท่าทีที่น่ากลัวเช่นนี้มาก่อน
"ฉันยอมแพ้!!"
เสี่ยวเหม่ยะโด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
ฝ่ามือของเย่เจียงเฉินหยุดห่างจากใบหน้าเธอไปเพียงหนึ่งคืบเท่านั้น แรงลมที่เกิดจากฝ่ามือที่พุ่งเข้ามาด้วยความเร็ว กระแทกเข้าที่หน้าเสี่ยวเหม่ยอย่างรุนแรง จนผมของเธอปลิวสะบัดไปตามแรงลม
หลังจากการโจมตีครั้งสุดท้าย เสี่ยวเหม่ยทรุดลงกับพื้น เธอพ่ายแพ้อย่างหมดรูปในการต่อสู้ครั้งนี้! และต้องยอมรับว่าเธอเสียโอกาสในการเข้าร่วมงานประลองนักสู้หน้าใหม่ไปแล้ว ทั้งที่มันอาจเปลี่ยนอนาคตของเธอไปเลย
เย่เจียงเฉินรู้สึกราวกับได้ปลดปล่อยความอดกลั้นที่สะสมมานานจนหมดสิ้นแล้ว เดิมทีเขาไม่ใช่คนที่ชอบใช้ความรุนแรง โดยเฉพาะกับผู้หญิง แต่เื่ราวที่ผ่านมาทั้งหมด เสี่ยวเหม่ยล้ำเส้นเขามากเกินไป ทำให้เขาไม่สามารถยกโทษให้กับสิ่งที่เธอทำลงไปได้