สือเจียงหย่วนสมกับเป็นคนที่เติบโตมาในอำเภอหลี่ว์จริงๆ เขาช่างรู้จักสถานการณ์ของอำเภอแห่งนี้เป็นอย่างดี
ส่วนคังอิงที่เป็นคนอำเภอหลี่ว์มาตั้งแต่เกิด แต่กลับไม่ค่อยรู้เรื่องพวกนี้มากนัก เพราะเธอถูกจำกัดเรื่องการเรียนรู้และประสบการณ์ต่างๆ มาตั้งแต่เด็ก โลกที่เธอรู้จักก็มีเพียงแค่เมืองเล็กๆ เท่านั้น เจ้าของร่างเดิมไม่เคยสนใจเรื่องการเกษตรเลยสักนิด
สือเจียงหย่วนเป็นคนที่ชอบสอนคนอื่น พอเห็นคังอิงเอ่ยถาม เขาจึงตอบคำถามทุกอย่างที่เขารู้โดยไม่ลังเลเลย
เพราะว่าไม่ใช่ทุกคนที่สนใจตลาดชา โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้หญิง พวกเธอไม่ค่อยจะรู้เรื่องเกี่ยวกับเรื่องนี้เลย
แต่คังอิงสนใจที่จะเรียนรู้ สือเจียงหย่วนจึงยินดีตอบคำถามทุกอย่างของเธอ
คังอิงเริ่มมีความคิดบางอย่างในใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนที่สือเจียงหย่วนเล่าเรื่องต้นชาอายุหลายร้อยปี คังอิงคิดว่าเธอสามารถหาอะไรทำได้จากตรงนี้หรือเปล่านะ?
คังอิงทำก๋วยเตี๋ยวน้ำใสใส่ไข่สองชามอย่างรวดเร็ว
หลังจากที่ลวกเส้นหมี่จนสุกแล้ว เธอก็ตักขึ้นมาใส่ชามแล้ววางไข่ดาวลงไปข้างบน ก่อนจะยกออกไปให้สือเจียงหย่วนที่ลานบ้าน
สือเจียงหย่วนเห็นเส้นหมี่สีขาว ต้นหอมสีเขียวสด ไข่ดาวสีเหลืองทอง ก็พลันรู้สึกอยากอาหารขึ้นมา เขากินก๋วยเตี๋ยวหมดภายในพริบตา ก่อนจะเอ่ยชมว่า “ก๋วยเตี๋ยวธรรมดาๆ ชามหนึ่ง ทำไมถึงได้อร่อยขนาดนี้นะ”
“เพราะฉันฝีมือดีไงล่ะ” คังอิงกล่าวอย่างไม่เขินอาย
สือเจียงหย่วนอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา
หลังจากที่หัวเราะแล้ว จู่ๆ สือเจียงหย่วนก็รู้สึกว่าปวดแก้ม เขาเอามือลูบแก้มอย่างสงสัยว่าทำไมแก้มของเขาถึงปวดขึ้นมาได้?
หรือว่าเขาจะเป็นโรคคางทูม?
ตอนเด็กเขาไม่เคยเป็นโรคคางทูม แต่ได้ยินมาว่า ถ้าเป็นโรคคางทูมตอนเด็กๆ จะดีกว่า เพราะหากมาเป็นตอนโตอาจจะส่งผลกระทบต่อการมีบุตรได้
จู่ๆ สือเจียงหย่วนก็รู้สึกกังวลใจขึ้นมา เขาจึงเอามือลูบแก้มของตนเองอีกครั้ง
“คุณเป็นอะไรไป?”
คังอิงเห็นว่าสีหน้าของเขาไม่ค่อยดี แถมยังเอามือลูบหน้าไปมา เธอจึงเอ่ยถามอย่างกังวล
“อืม ก็ไม่มีอะไรหรอกครับ แค่รู้สึกว่าปวดแก้มเฉยๆ ผมจะเป็นคางทูมหรือเปล่านะ?” สือเจียงหย่วนกล่าวพึมพำ
“คุณมีไข้ไหม?” คังอิงถาม
“ไม่มีครับ ผมสบายดีทุกอย่าง แค่ปวดแก้มนิดๆ หน่อยๆ เท่านั้น” สือเจียงหย่วนมีสีหน้าสับสน เขาก็ไม่รู้ว่าทำไมตนเองถึงเป็นเช่นนี้
“ถ้าอย่างนั้นคุณลองสังเกตอาการตัวเองดูนะ ถ้าหากมีไข้แล้วแก้มก็ยังปวดอยู่ คุณก็รีบไปโรงพยาบาล อาจจะเป็นคางทูมก็ได้” คังอิงกล่าวเตือน
ตอนเด็กเธอเคยเป็นโรคคางทูม เธอรู้ว่ามันเจ็บมาก แถมยังมีไข้สูง และต้องทายาสีดำเหม็นๆ ที่แก้มด้วย ช่างทรมานมากจริงๆ
“ครับ ผมรู้แล้ว” สือเจียงหย่วนกล่าวพลางเอามือลูบแก้มของตน
หลังจากที่เขากลับไปถึงหอพักของสำนักงานบริหารการพาณิชย์ฯ ก่อนจะเข้านอน จู่ๆ เขาก็นึกออกว่าทำไมแก้มของเขาถึงได้ปวด
ไม่ใช่เพราะเขาป่วย ไม่ใช่คางทูม แต่เป็นเพราะช่วงนี้เขายิ้มบ่อยเกินไป!
แต่ก่อนเขาเป็นคนที่ไม่ค่อยยิ้ม ดังนั้นกล้ามเนื้อบนใบหน้าของเขาจึงชินกับการทำหน้านิ่งๆ
พอมาช่วงนี้เขาหัวเราะบ่อยเกินไป กล้ามเนื้อบริเวณแก้มที่ไม่เคยได้ออกกำลังกายจึงถูกบังคับให้แข็งเกร็ง แบบนี้แก้มของเขาก็เลยปวด
ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง!
สือเจียงหย่วนถอนหายใจด้วยความโล่งอก โชคดีที่ไม่ใช่คางทูม
แต่พอนึกดูอีกที ช่วงนี้เขายิ้มบ่อยเกินไปได้ยังไงกัน?
สือเจียงหย่วนสับสนอีกครั้ง…
หลังจากสือเจียงหย่วนกลับไปแล้ว คังอิงก็อาบน้ำ และเปลี่ยนชุดนอน จากนั้นเธอก็มีเวลามานั่งจิบชาเถี่ยกวนอินที่เพิ่งซื้อมาอย่างสบายใจ
คนพื้นที่มักจะเรียกชาเถี่ยกวนอินว่า ‘เหล่าเถี่ย’ [1] คังอิงเปิดกระป๋องเหล็กที่ดูหรูหรา เธอคิดว่าลุงเซี่ยคงจะลงทุนไปไม่น้อย ถึงได้เลือกบรรจุภัณฑ์ที่พิถีพิถันขนาดนี้
คังอิงรู้สึกว่าลุงเซี่ยเป็นคนที่น่าสนใจ เกษตรกรไร่ชาที่ยอมลงทุนแบบนี้มีไม่มากนัก เพียงแต่ตอนเย็นเธอรีบร้อนเกินไป จึงไม่ได้คุยอะไรกับลุงเซี่ยมากนัก
คังอิงเทชาออกมาจากกระป๋องประมาณเจ็ดกรัมใส่ลงในถ้วยชา จากนั้นเธอก็ล้างชาด้วยน้ำร้อนหนึ่งรอบ แล้วแช่ชาไว้ประมาณสามสิบวินาที ก่อนจะรินน้ำชาออกมา
ขณะที่แช่ชาอยู่ คังอิงก็เปิดฝาแล้วลองดมกลิ่นหอมจากฝาถ้วย เธอดื่มด่ำไปกับกลิ่นหอมของใบชาจากฝาถ้วยนั้น
เธอคิดไม่ถึงเลยว่า ลุงเซี่ยจะสามารถทำชากวนอินชั้นเลิศคุณภาพดีที่มีกลิ่นหอมของลูกท้อน้ำผึ้งได้
ชาอูหลง [2] คุณภาพเยี่ยมต้องมีกลิ่นหอมของผลไม้หรือดอกไม้เข้มข้น การทำชาที่มีกลิ่นหอมของดอกไม้และผลไม้แบบนี้ จากความทรงจำในชาติที่แล้วของคังอิง ชาแบบนี้ราคาอย่างต่ำๆ ก็ต้องหลายพันหยวนต่อชั่ง หรือถ้าโฆษณาให้ดีๆ ราคาอาจพุ่งขึ้นไปถึงหมื่นหยวนเลยทีเดียว
ดูท่าว่าฝีมือการทำชาของลุงเซี่ยจะไม่ธรรมดาจริงๆ คังอิงแทบอดใจรอไม่ไหวแล้ว เธออยากจะลิ้มรสชาแก้วนี้ หากรสชาสามารถเทียบเคียงกับกลิ่นหอมของชานี้ได้ล่ะก็ ชานี้ก็คงเป็นสุดยอดชาอย่างแน่นอน
คังอิงรินน้ำชาใส่ลงในแก้วชา น้ำชาสีเหลืองส้มใสดูน่าดื่มมาก คังอิงสูดดมกลิ่นหอมของชา จากนั้นก็จิบชาเข้าไป
รสชาเข้มข้นอันสดชื่นแพร่กระจายไปทั่วทั้งปาก นี่มันเป็นชาชั้นเลิศจริงๆ คังอิงอดไม่ได้ที่จะเอ่ยชมในใจ ‘ลุงเซี่ยคนนี้ช่างไม่ธรรมดาจริงๆ ไม่เพียงแต่เลือกใช้บรรจุภัณฑ์สวยงาม ยังสามารถทำชาชั้นดีแบบนี้ได้อีก’ คังอิงพลันรู้สึกสนใจลุงเซี่ยขึ้นมาทันที
น่าเสียดายจริงๆ ที่ตอนนี้เป็นช่วงฤดูร้อน คุณภาพของชาฤดูร้อนโดยรวมแล้วไม่อาจเทียบกับชาฤดูใบไม้ผลิและชาฤดูใบไม้ร่วงได้ หากตอนนี้เป็นช่วงฤดูใบไม้ร่วงล่ะก็ คังอิงอยากจะขึ้นเขาไปรับซื้อชาดีๆ มาตุนเอาไว้
เนื่องจากในช่วงฤดูใบไม้ผลินั้นมีฝนตกชุก ดังนั้นรสชาติของชาฤดูใบไม้ผลิมักจะจืดชืด ส่วนฤดูใบไม้ร่วงนั้นเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการทำชาในรอบหนึ่งปี ใบชาที่ผลิตในช่วงเวลานี้จะมีทั้งกลิ่นหอมและสีสวยงาม ชาชั้นยอดล้วนแต่ทำมาจากชาฤดูใบไม้ร่วง
แต่ว่าหากอยากได้ผลผลิตดีๆ ในฤดูใบไม้ร่วงล่ะก็ ต้องไปสำรวจตั้งแต่ตอนนี้ถึงจะได้ผลผลิตดีๆ ในตอนนั้น
คังอิงตัดสินใจว่าหากมีเวลาว่างเมื่อไหร่ เธอจะไปหาลุงเซี่ย เพื่อพูดคุยทำความเข้าใจเรื่องสวนชาในหมู่บ้านกวนซาน
การได้ดื่มชาดีๆ แก้วหนึ่ง ทำให้เธอลืมความเหนื่อยล้ามาทั้งวันได้ คังอิงเติมน้ำร้อนลงไปสิบรอบ ชานี้เป็นชาชั้นดีจริงๆ แม้จะเติมน้ำร้อนไปสิบรอบแล้ว กลิ่นหอมก็ยังคงอบอวลอยู่
โชคดีจริงๆ ที่แต่ก่อนคังอิงดื่มชามามากมาย จึงทำให้เธอมีภูมิต้านทานสารคาเฟอีนในชา ไม่เหมือนกับคนที่แพ้ง่าย ที่ดื่มชาเพียงแก้วเดียวตอนเช้า แต่กลับนอนไม่หลับจนถึงตอนเย็น
ประมาณสี่ทุ่มครึ่ง คังอิงก็บิดขี้เกียจ หาว แล้วเตรียมตัวเข้านอน
สายลมยามค่ำคืนของฤดูร้อนทำให้อากาศเย็นลงเล็กน้อย เสียงกบร้องระงมดังมาจากทุ่งนาข้างๆ ราวกับเป็นเพลงกล่อมนอน คังอิงหลับไปอย่างมีความสุข
ผู้หญิงที่กำลังต่อสู้ในโลกธุรกิจนั้นมักจะมีจิตใจที่มุ่งมั่น พอเหนื่อยก็เหนื่อยแบบเต็มที่ พอง่วงก็นอนหลับสนิท คังอิงหลับสบายมาก พอลืมตาตื่นขึ้นมาก็เป็นเวลาเช้าของอีกวันแล้ว
เช้าตรู่สือเจียงหย่วนติดต่อเธอทางวิทยุติดตามตัว คังอิงยังไม่ชินกับการใช้วิทยุติดตามตัว พอได้ยินเสียง ‘ตี๊ดๆ’ ดังมาจากกระเป๋า เธอก็ตกใจ พยายามหาต้นตอของเสียงนั้น
ไม่นาน คังอิงก็นึกขึ้นมาได้ว่าน่าจะเป็นเสียงวิทยุติดตามตัว เธอจึงรีบค้นหามันในกระเป๋า
วิทยุติดตามตัวแบบแสดงผลเป็นตัวอักษรจีนนั้นใช้ง่ายมาก สือเจียงหย่วนส่งข้อความมาบอกว่า อย่าเพิ่งไปหาผู้อำนวยการหลี่ที่สำนักงานใหญ่ เรื่องนี้เขาจะจัดการเอง
คังอิงนึกถึงเส้นสายในกระทรวงพาณิชย์ที่สือเจียงหย่วนเคยพูดถึง จริงๆ แล้วสือเจียงหย่วนเป็นคนที่มีความสามารถ เขาติดต่อกับบริษัทเครื่องใช้ไฟฟ้าหลายแห่งผ่านเพื่อนของเขา พอเห็นว่าชายหนุ่มจะจัดการเรื่องของผู้อำนวยการหลี่ให้ คังอิงเลยพักเรื่องนี้เอาไว้ก่อน
เชิงอรรถ
[1] เหล่าเถี่ย (老鐵) อีกชื่อหนึ่งของชาเถี่ยกวนอิน มีความหมายว่า “เหล็กเก่า”
[2] ชาอูหลง เป็นชาจีนชนิดหนึ่งที่ผ่านกระบวนการหมักบางส่วน ซึ่งมีระดับการหมักที่แตกต่างกันออกไป เพื่อให้เกิดปฏิกิริยาออกซิเดชั่น ก่อให้เกิดสีและรสชาติของชาแบบต่างๆ กระบวนการผลิตชาอูหลงคือ นำยอดใบชามาผึ่งแดดจนเหี่ยว ทำให้ใบชามีอุณหภูมิสูงขึ้นจนเกิดกลิ่นหอมแล้วนำไปผึ่งในที่ร่ม เพื่อกระตุ้นให้ยอดชาตื่นตัว เร่งการหมัก แล้วนำยอดชาหมักนั้นมาทำให้แห้ง โดยปกติแล้วชาอูหลงมักจะมีกลิ่นหอมของดอกไม้หรือผลไม้