หนูน้อยหลินหลินมีมิติ

    ตอนที่ 6 ความลับของสามพี่น้องบ้านสาม

    ตอนที่ 6 ความลับของสามพี่น้องบ้านสาม

     

            “ตอนนี้ก็ค่ำแล้ว  น้องเล็กกลับบ้านเอาหญ้าให้หมูนะ พี่รองจะไปที่กองพลน้อยเอาหญ้าไปแลกแต้มก่อน ”

     

            “ได้ครับพี่รอง  เราเจอกันที่บ้านนะครับ ”

     

            มู่หลินมองตามน้องชายเดินกลับบ้านก็ได้แต่ยิ้ม  เมื่อนึกถึงคำพูดของน้องชายขนาดน้องของเธออายุแค่  8 ขวบ ยังมองสถานการณ์ในบ้านออก  ทำไมนะพ่อกับแม่ถึงไม่ยอมแยกบ้าน

     คิดไปพลางเดินไปถึงกองพลน้อย   จึงได้เอาหญ้าเข้าไปชั่งเพื่อลงบันทึกแลกแต้มกับเ๯้าหน้าที่  ซึ่งรอบนี้ไม่ใช่ลุงจางคนที่เจอเมื่อตอนกลางวัน  แต่เป็๞คนอื่นที่มารับหน้าที่นี้แทน  ส่วนวันนี้ก็ได้มา 2 แต้มรวมเมื่อตอนเช้าด้วย

     

            “กลับมาแล้วเหรอนางตัวดี  ไปเดินเล่นแถวไหนมาหะ  ทำไมไม่รีบกลับบ้าน  ใหนผักที่ให้ไปเก็บมา  รีบเอาไปให้แม่ของแกทำอาหารได้แล้ว  มัวแต่โอ้เอ้อยู่ได้  จะให้คนทางครอบครัวรอแกคนเดียวหรือยังไง ”  ย่าซู

     

            “หนูเอาหญ้าไปแลกแต้มอยู่ค่ะ  ไม่ได้เดินเล่นที่ไหนเลย ”

     

            “เถียงคำไม่ตกฟาก  พวกอกตัญญู ไม่รู้จักเคารพผู้๪า๭ุโ๱  สั่งสอนอะไรก็ไม่ได้  ดีนักนะพวกคนบ้านสาม พูดอะไรนิดอะไรหน่อยก็เถียง ทีบ้านลูกใหญ่กับลูกรองหรือหลานคนอื่นๆที่เคารพผู้ใหญ่ บอกอะไรก็เชื่อฟัง อีกทั้งยังขยันขันแข็ง เรียนเก่งอีกด้วย ไม่รู้ฉันทำเวรทำกรรมอะไรไว้ ถึงมีพวกอกตัญญูแบบพวกแกมาอยู่ที่บ้านฉันแบบนี้ ” 

     

            มู่หลินแทบจะกรอกตามองบน  แต่ก็ไม่กล้าทำเพราะถ้าเธอทำจริงๆคงต้องโดนย่าตีด้วยไม้แน่ๆ  จึงได้หอบเอาผักหวานป่า ก็ไปให้แม่ของเธอที่กำลังทำอาหารในครัว

     

            “ แม่คะ  หนูเอาผักหวานป่ามาให้ค่ะ  เดี๋ยวหนูเอาไปล้างให้นะคะ ”

     

            “ได้จ้ะ หลินหลิน ต่อไปอย่าไปเถียงคุณย่าเลยนะ  ยอมๆคุณย่าไปเถอะ ปล่อยให้คุฯย่าบ่นไปเถอะนะ เดี๋ยวคุณย่าก็เลิกบ่นเองนั่นแหละ ”

     

            “ค่ะคุณแม่  หนูจะเชื่อฟังค่ะ ”

     

            สงสัยแม่ของเธอคงได้ยินที่เธอโดนคุณย่าด่ามาเมื่อกี้แน่ๆเลย  ถึงได้พูดกับเธอแบบนี้แล้ว  มู่หลินก็เดินเอาผักไปล้างที่หลังบ้าน  ก็ได้มองเห็นลูกของลุงใหญ่แล้วลุงรองกำลังวิ่งไล่หยอกกันอยู่  ช่างสบายจังเลยนะพวกนายเนี่ย  มีหน้าที่อย่างเดียวคือเรียนหนังสือแล้วก็กิน

     

            “มองทำไมนังมู่หลิน  ”มู่ตง ลูกของลุงใหญ่ที่เห็นเธอมองไปทางพวกเขาก็ถามด้วยความไม่พอใจทันที  เขาคิดว่าหน้าอย่างมันไม่มีสิทธิ์อะไรที่จะมามองพวกเขา

            “ไม่มีอะไร แค่มองเฉยๆ ”

     

            “รีบใสหัวไปซะ  อยากเล่นกับพวกฉันเหรอ  ขี้ข้าอย่างแกอย่าฝันไปหน่อยเลย  ”  มู่เฟยเทียนลูกชายลุงรอง

     

            เมื่อมู่หลินล้างผักเสร็จก็เดินเอาไปให้แม่ของเธอในครัว  โดยที่ไม่ได้สนใจว่าจะถูกลูกของลุงใหญ่หรือลุงรองหลานรักของย่าด่าเธอแม้แต่นิดเดียว  แล้วเดินออกมาจากในครัวเข้าห้องที่เป็๲ห้องของครอบครัวสามของเธอในทันที

     

            “น้องเล็กกำลังทำอะไรอยู่เหรอ ”

            เมื่อเดินเข้ามาก็เห็นน้องของเธอกำลังนั่งเขียนหนังสืออยู่บนโต๊ะเล็กที่ใช้เป็๞โต๊ะเขียนหนังสือนั่นเอง

     

            “ทำการบ้านครับพี่รอง  วิชาคณิตศาสตร์  ข้อนี้ผมคิดไม่ได้เลยมันยากมาก ”

            มู่เจียวมิ่งหรือน้องเล็กที่นั่งทำการบ้านข้อนี้อยู่นานแล้ว  ก็แก้โจทย์ไม่ได้สักที  ก็เริ่มจะโมโหแต่พอดีที่รองเข้ามาในห้องซะก่อน

     

            “ไหนมาให้พี่รองช่วยสอนดีกว่า ”

            มู่เจียวมิ่งที่ได้ฟังเ๹ื่๪๫ราวของพี่สาว  ที่บอกว่าได้ไปเรียนรู้โลกอนาคตอยู่หลายปี  ก็มีความเชื่อมั่นพี่สาวยิ่งนัก  ถึงแม้ในยุคนี้พี่รองของเขาจะได้เรียนเพียงแค่ 2 ปีก็ตาม

     

            “พี่รองเก่งมากเลยครับ  ผมคิดตั้งนาน พี่รองสอนแป๊บเดียวผมก็เข้าใจทันที พี่รองสอนดีกว่าคุณครูที่โรงเรียนอีกนะครับ ”

            “อย่างนั้นเหรอจ๊ะ  วิธีที่พี่รองสอน  พี่นำมาจากโลกอนาคตที่พี่ได้เรียนรู้มา  มันก็ต้องทำให้เรียนรู้ได้เร็วขึ้นสิ  เดี๋ยวพี่จะหาแบบฝึกหัดในโลกอนาคตมาให้น้องเล็กฝึกทำนะ  ตอนนี้น้องเล็กก็รีบทำการบ้านเถอะ  เดี๋ยวได้เวลากินข้าวแล้วไปไม่ทันจะกินไม่ทันคนอื่นนะ ”

     

            “ผมยังไม่หิวหรอกพี่รอง  เพิ่งกินซาลาเปาไปเมื่อตอนเย็นเอง  อิ่มไปยันพรุ่งนี้แหละ ”

            น้องเล็กกระซิบคุยกับเธอ  คงกลัวว่าจะมีคนมาได้ยินพวกเขาคุยกันแน่ๆ  ฉลาดจริงๆเด็กน้อย

     

            “ทำอะไรกันอยู่น้องรอง น้องเล็ก ”

     

            “พี่ใหญ่กลับมาแล้วเหรอคะ  เข้าป่ารอบนี้ ได้อะไรมาบ้างไหมคะ ”

     

            “ได้กระต่ายป่า 2 ตัวน่ะ  พรุ่งนี้น่าจะได้กินน้ำแกงกระต่ายป่า  กับตุ๋นกระต่ายป่าล่ะ ”

     

            “คุณย่าไม่ได้เอาไปขายเหรอคะ  ทุกทีจะเอาไปขายนี่นา  ทำไมรอบนี้ถึงได้ใจดีเอามาทำอาหารได้ ”

     

            “  ก็เพราะว่าหลานรักอยากกินเนื้อกระต่ายป่ายังไงล่ะ  คุณย่าผู้ใจดีจึงต้องกัดฟันเอามาทำอาหารให้กิน ”

     

            “ถ้าเป็๞พวกเราบอกอยากกินนะ  คงโดนตีด้วยท่อนฟืนแน่ๆ  ทั้งที่ครอบครัวเราเป็๞คนหาอาหารมาแท้ๆ   ”   มู่เจียวมิ่งหรือน้องเล็กบ่นออกมา

     

            “น้องเล็กอย่าได้ใส่ใจเลย  เราไม่จำเป็๞ต้องสนใจอาหารเพียงแค่กระต่ายป่าแล้วนะจำได้ไหมเอ่ย ”

     

            “จริงด้วยครับ  แค่เนื้อกระต่ายป่า จะมาสู้ซาลาเปาของพี่รองได้ยังไง ”  มู่เจียวมิ่ง

     

            “อย่าพูดอย่างนั้นสิน้องเล็ก  เดี๋ยวพี่ใหญ่ก็เสียใจแย่  เพราะว่ากระต่ายป่านี้พี่ใหญ่เป็๞คนล่ามาด้วยตนเองเลยนะ ”

     

            “ไม่เป็๞ไรหรอกน้องรอง  น้องเล็ก กระต่ายป่านี้พอมาทำอาหาร  พวกเราได้กินแค่ชิ้นสองชิ้นเท่านั้นแหละ  นอกนั้นก็คงจะเป็๞ส่วนของหลานรักคุณย่ากับคนอื่นๆแน่ๆ 

            ก็ถูกอย่างที่น้องเล็กว่านั่นแหละ  อาหารของน้องรองอร่อยจริงๆแถมเราได้กินโดยที่ไม่โดนใครแย่งอีกด้วย ”

     

            “น้องรองบอกน้องเล็กเ๱ื่๵๹มิติแล้วยังงั้นหรือ ”

     

            “บอกแล้วค่ะ  ต่อไปเ๱ื่๵๹นี้จะเป็๲ความลับของเราสามคนพี่น้องแล้วนะคะ ”

     

            “ น้องเล็กจงจำไว้นะ  ว่าต้องเก็บเ๱ื่๵๹นี้เป็๲ความลับที่สุด ”

     

            “เข้าใจครับพี่ใหญ่  ไม่ต้องห่วง ผมจะเก็บให้มิดเลยครับ ”

     

            “เด็กๆไปกินข้าวเย็นได้แล้วจ้ะ  รีบมานะเดี๋ยวกับข้าวหมดก่อน ”

     

            “ค่ะแม่  เดี๋ยวจะรีบไปค่ะ ”

     

            “พี่รองผมไม่ไปกินข้าวเย็นได้ไหมครับ  ผมยังอิ่มอยู่เลย ”

     

            “ไม่ได้หรอกจ้ะน้องเล็ก  เราอย่าทำตัวมีพิรุธสิ  ปกติอาหารที่เราได้กินก็มีนิดเดียวอยู่แล้ว

     คงไม่ทำให้เราอิ่มมากขึ้นหรอกไปกันเถอะ ”

     

            “จริงด้วย  ถ้าผมไม่ไปกินทุกคนจะต้องสงสัยแน่นอน  งั้นเรารีบไปกันเถอะครับ ”

     

            แล้วทั้งสามคนพี่น้อง  ก็ออกไปกินอาหารเย็นที่มีเพียงแป้งจี่คนละแผ่น  กับผัดผักหวานป่าใส่ไข่  และมีผักดองที่ทั้งเค็มและเปรี้ยว  ไม่มีอะไรน่าเจริญอาหารเลยจริงๆ  จนทำให้สามคนพี่น้องบ้านสาม มองหน้ากันไปมา

            แต่เมื่อดูเด็กคนอื่นที่รีบแย่งกันกินอาหารอย่างเอร็ดอร่อย  จนแทบไม่ยอมวางตะเกียบแล้ว

     ถ้าเป็๞เมื่อก่อนอาหารพวกนี้คงจะอร่อยสำหรับพวกเขานั่นแหละ

     

            เมื่อการกินอาหารเย็นผ่านพ้นไป  มู่หลินและแม่ของเธอก็ได้จัดการเก็บถ้วยชามไปล้างเพียง 2 คนอีกเช่นเคย

            เมื่อมู่หลินช่วยล้างชามเสร็จแล้ว   ก็ได้ชวนน้องชายออกไปอาบน้ำที่ลำธาร  เพราะเธอมีอะไรจะคุยกับน้องชายนั่นเอง

     

            “น้องเล็ก  ที่ห้องเรียนของน้องมีคนอยากซื้อลูกอมไหม ”

     

            “พี่รองจะขายลูกอมเหรอครับ  ผมจะช่วยพี่รองเองครับ ”

     

            “ น้องเล็กเข้าใจอะไรง่ายยิ่งนัก  พี่รองคิดว่าถ้าเราอยากแยกบ้าน  เราก็ต้องมีเงินเก็บเพื่อซื้อที่และสร้างบ้าน  ตอนนี้พี่รองก็เข้าไปในอำเภอไม่ได้ก็คงจะมีแค่น้องรองนี่แหละ  ที่จะหาเงินเข้าบ้านได้ ”

     

            “ผมจะทำให้เต็มที่ครับ  เราจะต้องได้แยกบ้านให้ได้ ”

     

            “น้องเล็กจำลูกอมที่พี่รองเอาออกมาเมื่อตอนค่ำได้ไหม  ที่รองจะให้เอาไปขายห่อเล็ก 1 หยวน  ห่อใหญ่ 2 หยวน  น้องเล็กว่าราคานี้ดีไหม ”

            ที่มูหลินต้องถามว่าราคาเหมาะสมไหมนั้น เพราะเธอไม่รู้ราคาของในยุคนี้เลยนั้นเอง  เพราะความทรงจำเดิมของมู่หลินคนเก่า ไม่เคยมีเงินติดตัว  และไม่เคยมีโอกาสได้ซื้อหรือขายอะไรเลย จึงต้องถามก่อนว่าราคาที่ตั้งมาเหมาะสมแล้วหรือไม่

     

            “ดีครับ  ผมเคยได้ยินเพื่อนบอกว่าซื้อลูกอมมาจากสหกรณ์  ถุงละตั้งสามหยวน  ถ้าเราขายราคานี้จะต้องขายดีมากแน่นอนครับ ”

     

            “ แต่น้องเล็กต้องระวังตัวให้มากนะ  เพราะการขายของถือว่ายังผิดกฎหมาย  ถ้ามีคนรู้ว่าน้องเล็กแอบขายของ  พวกเขาจะแจ้งทหารแดงมาจับเราได้ ”