หยดเืสีแดงสดของ เ้าหญิงหิมะโปรย ไหลรินลงบนพื้นน้ำแข็งสีขาวโพลน สะท้อนกับแสงสีเืจากดวงตาของ สิงหราช ราวกับทับทิมที่ถูกโปรยลงบนผืนผ้าไหม ความเ็ปจากกระดูกข้อมือที่แหลกเหลวภายใต้เงื้อมมือของจอมอสูรเทียบไม่ได้เลยกับความอัปยศที่นางได้รับ ศาสตราเทวะที่บรรพบุรุษปกป้องมานับพันปี บัดนี้กำลังถูก "คนนอก" ที่มีกลิ่นอายอเวจีรุนแรงบีบเค้นจนส่งเสียงร้องครางด้วยความหวาดกลัว
"ปล่อย... ปล่อยมือโสโครกของเ้าออกจากคันศรศักดิ์สิทธิ์เดี๋ยวนี้!" หิมะโปรยเค้นเสียงลอดไรฟัน แม้ร่างกายจะสั่นเทิ้มด้วยความหนาวที่แล่นเข้าสู่ไขกระดูกจากพลังอาคมของสิงหราช
"ศักดิ์สิทธิ์งั้นหรือ?" สิงหราชแสยะยิ้มพลางออกแรงบีบคันศรเพิ่มขึ้น อักขระยันต์เกราะเพชรนิลกาฬบนแขนของเขาวิ่งพล่านดุจฝูงหนอนอาถรรพ์พุ่งเข้ากัดกินวงยันต์สีทองบนกระดูกัหิมะ "ในโลกของข้า ไม่มีสิ่งใดศักดิ์สิทธิ์ไปกว่า 'อำนาจ' และตอนนี้... อำนาจของเ้ามันก็แค่เศษกระดูกที่รอวันหักสะบั้น!"
สิงหราชไม่ได้เพียงแค่ชิงเอาคันศรมา แต่เขาทำการ "สลักอาคมทับซ้อน" ในทันที! เขาใช้เืที่ติดอยู่ที่ปลายกรงเล็บวาดอักขระ "นะโม วิหกเพลิงดำ" ลงบนตัวคันศรพันปีโดยตรง ทันใดนั้น สีของคันศรที่เคยขาวนวลประดุจมุกก็ค่อยๆ เปลี่ยนเป็สีดำสนิทราวกับนิล และมีลวดลายเส้นเืสีแดงเพลิงพาดผ่านไปทั่วทั้งคัน
"แคร่กกก!" เสียงกรีดร้องของดวงิญญาัหิมะที่สถิตอยู่ในคันศรดังโหยหวน ก่อนจะเงียบหายไปเมื่อถูกสยบด้วยจิตมารของสิงหราช คันศรพันปีบัดนี้ได้กลายเป็ "คันศรทมิฬดับสูญ" ศาสตราอาวุธที่ผสานความเย็นจัดของขั้วโลกและความร้อนระอุจากนรกไว้ด้วยกัน
"เปรี้ยงงงงงงงงงง!!!"
ยังไม่ทันที่สิงหราชจะชื่นชมอาวุธใหม่ได้เต็มที่ สายฟ้าสีทองฟาดเปรี้ยงลงมาจากฟากฟ้าที่แตกออกเป็รอยแยกมิติ ท้องฟ้าเหนือแคว้นเหมันต์นิรันดร์พลันเปลี่ยนจากสีเทาหม่นเป็สีทองสว่างจ้าจนน่าแสบตา แรงกดดันิญญาที่แผ่ออกมานั้นยิ่งใหญ่และศักดิ์สิทธิ์เสียจนพายุน้ำแข็งรอบด้านถึงกับหยุดชะงักและสลายตัวไปในทันที
ท่ามกลางแสง์ ปรากฏร่างของบุรุษในชุดเกราะทองคำอร่ามยืนอยู่บนกรงล้อที่หมุนวนด้วยเพลิงสุริยะ ในมือถือหอกสามง่ามที่สลักลวดลายอสนีบาต เขาคือ "ขุนพลอินทราภัทร" หนึ่งใน 5 ขุนพล์ ผู้เป็หมาล่าเนื้อตัวจริงที่สภาเฒ่าทิพย์ส่งมาปลิดชีพกาลกิณี!
"สิงหราช! เ้าบังอาจทำลายความสมดุลของสามภพและ่ชิงศาสตราเทวะไปถึงสองชิ้น!" เสียงของอินทราภัทรกึกก้องกัมปนาทราวกับเสียงฟ้าผ่า "บัดนี้สภาเฒ่าทิพย์มีบัญชาประกาศ 'อาญา์' ให้ปะาชีวิตเ้าและกวาดล้างิญญาเ้าไม่ให้ได้ผุดได้เกิดอีกต่อไป! จงหมอบกราบรับทัณฑ์ทรมานซะ!"
สิงหราชเงยหน้าขึ้นมองขุนพล์ด้วยสายตาที่ยโสระยำถึงขีดสุด เขาปล่อยมือจากคอของหิมะโปรย ทิ้งให้นางทรุดลงไปกองกับพื้นอย่างไม่ใยดี ก่อนจะยืดตัวขึ้นและควงคันศรทมิฬในมืออย่างคล่องแคล่ว
"ขุนพล์งั้นหรือ? หมาที่ถูกล่ามโซ่โดยพวกตาแก่ห้าคนนั่น มีสิทธิ์อะไรมาสั่งให้ข้าคุกเข่า?" สิงหราชแค่นหัวเราะ รังสีอำมหิตสีดำพวยพุ่งขึ้นจากร่างของเขา ท้าชนกับแสงสีทองบนท้องฟ้าอย่างไม่เกรงกลัว "ถ้าบัญชา์มันแน่จริง... ทำไมมันถึงไม่ส่งคนที่มีฝีมือกว่าหมาเฝ้าบ้านอย่างเ้ามาล่ะ?"
"สามหาว! ตายซะ!"
อินทราภัทรพิโรธจัด เขาตวัดหอกสามง่ามซัดพลังสายฟ้าสีทองมหาศาลลงมา "มหาเวทย์อสนีบาตพิพากษา: กรงล้อสุริยัน!" สายฟ้าที่แรงกล้าจนสามารถบดขยี้แผ่นดินได้ทั้งทวีปพุ่งตรงเข้าหาเป้าหมาย
สิงหราชไม่ได้ใช้พระขรรค์สุริยะทมิฬป้องกันเหมือนทุกครั้ง แต่เขายกคันศรทมิฬขึ้นมาช้าๆ เขาไม่ได้ใช้ลูกศรที่เป็วัตถุ แต่เขาใช้ "จิตสังหาร" และ "พลังงานนรก" จากยันต์เกราะเพชรควบแน่นจนกลายเป็ลูกศรสีดำสนิทที่แฝงด้วยประกายสายฟ้าสีแดง
"มหาเวทย์ผสานศาสตรา: ศรทมิฬทำลายสรวง!"
วื้ดดดดด—ตูมมมมมมมมมมม!!!
ลูกศรสีดำพุ่งทะยานสวนทางกับสายฟ้าสีทองของขุนพล์! ในวินาทีที่พลังงานทั้งสองปะทะกัน ลูกศรของสิงหราชไม่ได้ะเิออก แต่มันกลับ "เจาะทะลุ" พลังสายฟ้าของอินทราภัทรไปอย่างง่ายดายราวกับแทงผ่านม่านหมอก พร้อมกับดูดซับเอาพลังงานแสง์เ่าั้มาเพิ่มพูนขนาดของมันจนใหญ่ขึ้นเป็สิบเท่า!
"เป็ไปไม่ได้! พลังของข้าคือพลังศักดิ์สิทธิ์!" อินทราภัทรเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง เขาพยายามจะบังคับกรงล้อเพลิงหลบหลีก ทว่าลูกศรของสิงหราชกลับมีชีวิต มันเลี้ยวโค้งตามติดเป้าหมายอย่างแม่นยำด้วยอำนาจเนตรอสูรระดับที่สี่
ฉึก! ลูกศรสีดำปักเข้าที่หัวไหล่ขวาของอินทราภัทรเต็มแรง ทันทีที่ััเนื้อ ทันใดนั้นความเย็นสุดขั้วจากแคว้นเหมันต์และความร้อนจากอเวจีก็ะเิออกพร้อมกันภายในร่างของขุนพล์! เกราะทองคำที่ว่ากันว่าไม่มีวันบุบสลายพลันปริร้าวและกลายเป็สีดำไหม้
"อ๊ากกกกกก! พลังบ้าอะไรกันเนี่ย!" ขุนพล์กระเด็นตกจากกรงล้อเพลิง ร่างกระแทกลงบนยอดเขาหิมะจนหินแตกกระจาย เืสีทอง (Gold Blood) ของเทพไหลนองท่วมพื้นดิน
สิงหราชก้าวเดินเข้าไปหาอย่างช้าๆ ทุกย่างก้าวของเขากดทับิญญาของขุนพล์จนแทบจะหายใจไม่ออก เขาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าอินทราภัทรที่กำลังตะเกียกตะกายหนีตาย
"เืสีทองงั้นหรือ? กลิ่นมันคาวกว่าเืมนุษย์เสียอีกนะ" สิงหราชใช้ปลายเท้าเหยียบลงบนแผลที่ไหล่ของขุนพล์ และออกแรงกดจนอินทราภัทรร้องลั่น "บอกมา... ศาสตราเทวะชิ้นที่สาม 'สังข์อสูรพร่ำเพ้อ' อยู่ที่ไหน? ถ้าบอกข้าดีๆ ข้าอาจจะยอมให้เ้าตายแบบที่มีหัวอยู่บนบ่า"
"ขะ... ข้าไม่มีวันบอกเ้า... ไอ้กาลกิณีโสโครก!" อินทราภัทรถ่มเืสีทองใส่รองเท้าของสิงหราช
สิงหราชไม่ได้โกรธ เขาเพียงแค่ยิ้มอย่างเยือกเย็น แววตาสีแดงชาดวาวโรจน์ขึ้น "เนตรอสูรระดับที่สอง: บงการิญญาเร่ร่อน... แบบบังคับ!" เขาส่งกระแสจิตที่เต็มไปด้วยความทรมานเข้าสู่สมองของอินทราภัทรโดยตรง บดขยี้แนวป้องกันจิตใจของเทพเ้าจนพังทลาย
ภาพความทรงจำของอินทราภัทรไหลบ่าเข้าสู่หัวของสิงหราช... เขาเห็นภาพของเกาะกลางมหาสมุทรที่ล้อมรอบด้วยพายุหมุนและเสียงเพรียกของพรายน้ำ สถานที่ที่ศาสตราเทวะชิ้นที่สามถูกผนึกไว้ใต้กระแสน้ำวนที่ไม่มีก้นบึ้ง "สมุทรอาถรรพ์ทิศทักษิณ"
"ดีมาก... ข้าได้สิ่งที่้าแล้ว" สิงหราชถอนกระแสจิตออก
เขายกคันศรทมิฬขึ้นมาจ่อที่หน้าผากของอินทราภัทรในระยะประชิด "ส่วนเ้า... ในเมื่ออยากจะรับใช้อาญา์นัก ข้าก็จะส่งเ้าไปรายงานตัวกับยมบาลด้วยตัวเอง!"
โพล๊ะ!
สิงหราชไม่ได้ยิงศร แต่เขาใช้คันศรฟาดลงบนกะโหลกของขุนพล์จนแหลกละเอียดในทีเดียว เืสีทองสาดกระจายไปทั่วหิมะที่ขาวโพลน เป็ภาพที่ทั้งงดงามและสยดสยองในเวลาเดียวกัน