“แกกลับมาแล้วหรืออาตง” หลี่ไหลเห็นลูกชายเดินเข้าบ้านก็รีบเดินออกไปหาด้วยความดีใจ แต่เขาไม่ทันระวังจึงหกล้มไปก่อน
หลี่ตงมองขาที่พิการของพ่อตัวเองก็ได้แต่ปวดใจ และนึกโทษตัวเองที่ก่อนหน้านี้ไม่ได้กลับมาดูแลท่าน
“พ่อจะรีบทำไมล่ะครับ” หลี่ตงรีบเข้าไปประคองพ่อให้ลุกขึ้น “ผมกลับมาคราวนี้ก็ตั้งใจว่าจะกลับมาอยู่ที่บ้านของเรานั่นล่ะ”
“แกจะไม่หนีไปไหนอีกแล้วใช่ไหม” หลี่ไหลน้ำตาไหลออกมา “พ่อสัญญาว่าต่อไปพ่อจะไม่ทำเื่เลวๆ อีกแล้ว พ่อจะไม่ทำให้แกเสียใจอีก ขอแค่แกสัญญาว่าจะไม่ทิ้งครอบครัวของเราไป”
“ผมขอโทษครับพ่อ” หลี่ตงคุกเข่าร้องไห้ “ถ้าผมไม่หายไป ขาของพ่อก็คงไม่เป็แบบนี้”
“อย่าเสียใจไปเลย ที่ขาของพ่อเป็แบบนี้ก็เพราะพ่อไม่ระวังเอง อีกอย่างอุบัติเหตุคราวนั้นก็ทำให้พ่อคิดได้เหมือนกัน เฮ้อ...ไม่เอาแล้ว อย่าพูดเื่ที่มันผ่านไปแล้วเลยนะ แกรีบเอากระเป๋าเข้าไปเก็บในห้องของแกก่อนเถอะ พ่อยังทำความสะอาดห้องของแกอยู่ทุกวัน รับรองว่าคืนนี้แกนอนหลับได้อย่างสบาย”
“แล้วคุณปู่คุณย่าเป็ยังไงบ้างครับ”
“ท่านนอนหลับอยู่ในห้อง เดี๋ยวถ้าพวกท่านตื่นแล้วพ่อจะไปเรียกแกก็แล้วกัน”
“พ่อครับ แล้วอาเล็กล่ะครับ อาเล็กไม่อยู่บ้านหรือ”
“อาเล็กของแกเข้าไปทำงานในเมือง งานยุ่งมากก็เลยพักอยู่ในเมืองไปเลย วันหยุดถึงจะกลับมาบ้านสักที แต่แกกลับมาวันนี้ก็พอดี เพราะวันนี้เป็วันหยุดของอาเล็ก ถ้าเธอกลับมาเห็นแก เธอต้องดีใจมากแน่ๆ”
“ผมก็อยากเจออาเล็กเหมือนกันครับ แล้วอันอันล่ะครับพ่อ ตอนนี้น้องเป็ยังไงบ้าง”
หลี่ไหลยิ้มออกมาเต็มหน้า “อันอันโชคดีที่ได้แต่งเข้าบ้านหม่า ยายหม่ากับลูกชายดีกับเธอมาก แกรู้หรือยังว่าตอนนี้แกได้เป็คุณลุงแล้วนะ อันอันได้ลูกชาย เป็เด็กหน้าตาน่ารักน่าชังทีเดียว”
“เื่นี้เราควรขอบคุณปิงปิงหรือเปล่าครับพ่อ ถ้าไม่เพราะปิงปิงยื่นเงื่อนไขให้เราคราวนั้น อันอันจะได้แต่งเข้าบ้านหม่าหรือ” หลี่ตงพูดจบก็มองหน้าพ่อตัวเองอย่างพิจารณา เขาอยากรู้ว่าตอนนี้พ่อของเขาคิดได้มากน้อยแค่ไหนแล้ว
“พูดถึงตรงนี้แล้วพ่อก็ละอายใจที่เมื่อก่อนทำเื่ไม่ดีไว้กับเ้ารองและปิงปิงไปมาก” หลี่ไหลถอนหายใจและพูดเสียงเศร้า “่ที่แกไม่ได้อยู่ที่บ้าน นอกจากเงินเดือนของแกที่ส่งมาแล้ว อารองกับปิงปิงก็ส่งเงินกับข้าวของมาให้พวกเราอยู่เป็ประจำ ทีแรกพ่อก็ไม่รู้หรอก แต่มีครั้งหนึ่งที่คนส่งของพลั้งปากพูดขึ้นมาพ่อก็เลยรู้ ที่คุณปู่คุณย่าอาการดีขึ้นอย่างทุกวันนี้ก็เพราะความช่วยเหลือของพวกเขา”
“อารองกับปิงปิงเป็คนดีจริงๆ ตอนที่ผมหายไป ผมก็ไปทำงานอยู่กับพวกเขานั่นล่ะครับ”
หลี่ไหลมองหน้าลูกชายอย่างใ ก่อนจะยิ้มออกมาทั้งน้ำตาคลอ “เ้ารองเคยพูดเสมอว่าความเป็ครอบครัวยังไงก็ตัดกันไม่ขาด แต่ตอนนั้นเป็เพราะพวกเราโลภเกินไปก็เลยไม่เข้าใจในสิ่งที่เขาพูด ทั้งยังคิดจะเอาเปรียบและทำร้ายพวกเขาอยู่ตลอด แต่ดูตอนนี้สิ ที่พวกเรามีชีวิตอยู่ได้ก็เพราะความช่วยเหลือจากพวกเขาทั้งนั้น พ่อเป็พี่ใหญ่ของบ้านที่ไม่ได้เื่เลยใช่ไหม”
“อดีตมันก็คืออดีตครับพ่อ ต่อไปเรามาทำครอบครัวของเราให้ดี ไม่แน่สักวันอารองกับปิงปิงอาจจะกลับมาเยี่ยมคุณปู่คุณย่าก็ได้นะครับ”
“อืม...เรามาทำครอบครัวของเราให้ดีกันเถอะ”
“เอาล่ะครับ เย็นนี้ผมจะเลี้ยงฉลองที่ครอบครัวเรากลับมาอยู่กันพร้อมหน้า เดี๋ยวผมจะไปตามอันอันกับน้องเขยให้มากินข้าวเย็นที่บ้านเราด้วย”
“น้องเขยแกด้วยหรือ” หลี่ไหลขมวดคิ้วไม่สบายใจ “เขาคงนั่งกับพวกเราไม่สะดวกเท่าไหร่นะ แกก็รู้สภาพของน้องเขยแกดี”
“พ่อเดินไปดูที่หน้าบ้านกับผมก่อนดีไหมครับ” หลี่ตงพาพ่อเดินออกไปหน้าบ้าน “ปิงปิงกับเป่าจินสั่งซื้อรถเข็นคนป่วยมาให้น้องเขยด้วย สั่งมาจากเมืองหลวงเลยนะครับ”
“มีใครอยู่บ้านไหมครับ” หลี่ตงะโเรียกอยู่หน้ารั้วบ้านหม่า “ทำไมบ้านถึงดูเงียบๆ นะ”
“เธอมาหาใคร” ยายหม่าเดินออกมาเปิดประตู
“คุณยายหม่า คุณยายจำผมได้ไหม ผมหลี่ตงเองครับ ผมมาเยี่ยมอันอัน”
“อ้าว...อาตงเองหรือ เข้ามาในบ้านก่อนสิ ตอนนี้อันอันกำลังช่วยลูกชายฉันนวดขาอยู่น่ะ” ยายหม่ามองเห็นรถเข็นคนป่วยที่จอดอยู่ข้างหลี่ตงก็ถามขึ้นอย่างดีใจ “ฉันเคยเห็นรถเข็นแบบนี้ที่โรงพยาบาล เธอซื้อมาให้ลูกชายฉันหรือ”
“ไม่ใช่ผมหรอกครับ ปิงปิงกับเป่าจินซื้อมาให้น้องเขย เผื่อว่าอันอันอยากจะพาน้องเขยออกไปเที่ยวเล่นข้างนอกบ้าง”
ยายหม่ายิ้มแก้มแทบปริ “ครอบครัวของพวกเธอดีกับพวกเรามากเลยนะ กลัวว่าฉันจะรังแกลูกสะใภ้หรือไง”
“โธ่...พวกเราไม่ได้คิดอย่างนั้นหรอกครับ แค่มีของดีก็นึกถึงน้องเขยเท่านั้นเอง”
“ทีหลังจะมาเยี่ยมพวกเราก็มามือเปล่าได้นะ ั้แ่อันอันแต่งเข้ามาอยู่กับเรา ครอบครัวพวกเธอก็ส่งข้าวของมาให้เราตลอด ฉันเกรงใจมากเลยรู้ไหม” ยายหม่าพูดไปทั้งรอยยิ้ม
“ส่งของมาทุกเดือนเลยหรือครับ?”
“ใช่สิ ไหนจะผลไม้สด ไหนจะนมผง ของอย่างอื่นก็มีนะ เธอดูสิ” ยายหม่าชี้ไปที่ตะกร้าผักสดและไข่ไก่ที่วางอยู่
หลี่ตงเห็นแล้วก็ยิ้มออกมา ลักษณะของตะกร้าและการห่ออย่างนี้ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่ามาจากไร่ของจางเป่าจิน และเขาก็เป็คนห่อมันเอง ตอนนั้นเขาแค่คิดว่าจางเป่าจินกับหลี่ปิงปิงคงจะเอาของในไร่ไปฝากคนรู้จัก แต่ไม่คิดว่าจะเป็ของที่ส่งมาให้น้องสาวของเขานี่เอง เพราะฉะนั้นของที่ส่งกลับมาที่บ้านก็คงเป็ของที่เขาห่อเองกับมือเหมือนกันสินะ
“อันอัน พี่ชายเธอมาหาแน่ะ”
ยายหม่าเรียกลูกสะใภ้ ไม่นานหลี่อันอันก็เดินออกมา
“พี่ใหญ่!” หลี่อันอันวิ่งไปกอดพี่ชายทันที “พี่กลับมาบ้านั้แ่เมื่อไหร่คะ แล้วนี่จะหายไปไหนอีกหรือเปล่า พี่รู้ไหมว่าไม่มีพี่สักคนที่บ้านวุ่นวายมากเลย”
“โตจนแต่งงานมีลูกแล้วยังทำตัวเป็เด็กไปได้” หลี่ตงใช้มือขยี้ผมน้องสาว
“พวกเธอคุยกันอยู่ที่นี่นะ เดี๋ยวฉันจะไปดูอาจ้งเอง จะเอารถเข็นไปให้เขาลองนั่งสักหน่อย” ยายหม่าพูดจบก็เดินเข็นรถเข็นคนป่วยเข้าบ้านไป
“พี่ซื้อรถเข็นมาทำไมคะ คงแพงน่าดูเลย”
“ไม่ใช่พี่ซื้อมาหรอก ปิงปิงกับเป่าจินเป็คนซื้อ” หลี่ตงยิ้มแล้วอธิบายต่อ “ของที่ส่งมาให้เธอทุกเดือนก็เป็พวกเขาส่งมาทั้งนั้น”
“ทำไมพวกเขาถึงดีกับฉันอย่างนี้ล่ะคะ” หลี่อันอันก้มหน้าร้องไห้ “พี่ใหญ่ไม่รู้อะไร เพราะข้าวของที่ส่งมาทุกเดือนนี่ล่ะค่ะที่ทำให้ฉันอยู่ในบ้านหลังนี้ได้อย่างมีความสุข แม่สามีปฏิบัติกับฉันดีมาก แต่ไม่ใช่เพราะท่านเห็นแก่ข้าวของหรอกนะคะ เป็เพราะท่านคิดว่าครอบครัวไม่ได้ทอดทิ้งฉันมากกว่า ฉันจะขอบคุณพี่ปิงปิงกับพี่เขยยังไงดี”
หลี่ตงยิ้มเมื่อได้ยินคำพูดของน้องสาว “ตกลงยอมรับว่าปิงปิงเป็พี่แล้วสิ เมื่อก่อนให้ตายยังไงเธอก็ไม่ยอมเรียกปิงปิงว่าพี่เลยสักครั้ง”
“ก็ตอนนั้นกับตอนนี้มันไม่เหมือนกันนี่คะ”
“เอาเถอะ เื่ที่ผ่านมาแล้วก็ปล่อยให้มันเป็อดีตไป พวกเรามาเริ่มต้นกันใหม่ทั้งหมดนี่ล่ะ รอว่าสักวันอารองกับปิงปิงจะกลับมาเยี่ยมพวกเรา พอถึงเวลานั้นก็ค่อยขอบคุณพวกเขาจากใจอีกครั้ง”
“ก็คงต้องเป็อย่างนั้นล่ะค่ะ”
“อันอัน” หลี่ตงจ้องหน้าน้องสาวนิ่ง “เย็นนี้พี่จะมาชวนเธอกับน้องเขยกลับไปกินข้าวกับพวกเรา แล้วพี่ยังอยากจะบอกเื่สำคัญกับเธอเื่หนึ่ง”
“เื่อะไรหรือคะ ทำไมพี่ใหญ่ทำหน้าเครียดจัง” หลี่อันอันขมวดคิ้ว
“เื่ของอาเล็ก”
“เื่ของแม่? แม่ไปทำงานในเมืองไม่ใช่หรือคะ หรือว่างานของแม่มีปัญหา”
หลี่ตงถอนหายใจ “อาเล็กไม่ได้เข้าเมืองไปทำงานหรอกนะ แต่อาเล็ก...อาเล็กแอบไปคบกับผู้ชายที่มีครอบครัวแล้ว”
“หา! ผู้ชายที่มีครอบครัวแล้ว” หลี่อันอันรีบเอามือปิดปากตัวเองไว้ “พี่ใหญ่แน่ใจหรือคะ มันไม่น่าจะเป็ไปได้เลยนะ แม่...แม่จะกล้าทำเื่น่าอายแบบนั้นได้จริงหรือ”
หลี่ตงตัดสินใจเล่าเื่ทั้งหมดให้หลี่อันอันฟัง
หลี่อันอันหน้าซีดในทันที เธอรู้ว่าแม่ของเธอเป็คนรักสบาย เธอก็ถูกแม่เลี้ยงดูมาอย่างนั้นเหมือนกัน แต่พอเธอแต่งงานเข้ามาอยู่กับบ้านหม่า เธอก็เริ่มเปลี่ยนแปลงตัวเองและเริ่มเรียนรู้ที่จะทำงานบ้านและงานในไร่ ซึ่งก็ถือว่าเธอโชคดีที่แม่สามีไม่นึกรำคาญ ท่านยังช่วยสอนงานให้เธออย่างใจเย็นอยู่ทุกวัน จนทุกวันนี้ตัวเธอสามารถทำงานทุกอย่างเองได้แล้ว และเธอก็มีความสุขมาก
แต่หลี่อันอันไม่คิดเลยว่านอกจากแม่ของเธอจะไม่ปรับตัวแล้ว แม่ยังกล้าไปทำเื่น่าอายอย่างนั้นเข้าไปอีก
“เื่นี้มีใครรู้บ้างคะพี่ใหญ่”
“มีพ่อของพี่ ปิงปิง แล้วก็เป่าจิน”
“งั้นเย็นนี้ยังไม่ต้องให้พี่จ้งไปกินข้าวเย็นที่บ้านเราหรอกค่ะ ฉันจะกลับไปคนเดียว ฉันต้องคุยกับแม่ให้รู้เื่”
“แต่เธอต้องบอกเหตุผลอาจ้งให้ดี อย่าให้เขาคิดว่าพวกเรารังเกียจและไม่อยากเชิญเขากลับไปบ้านของเรา” จากนั้นหลี่ตงก็ขอตัวกลับบ้าน
หลี่อันอันไม่ได้เดินไปส่งพี่ชายที่หน้าบ้าน แต่เธอเดินกลับห้องเพื่อไปปรึกษากับสามีแทน
“พี่ใหญ่มาเยี่ยมไม่ใช่หรือ แล้วทำไมต้องทำหน้าเครียดอย่างนั้นด้วย คุณมาดูสิ รถเข็นคันนี้นั่งสบายทีเดียว” หม่าจ้งยิ้มให้ภรรยา
“พี่จ้ง” หลี่อันอันเม้มปากอย่างหนักใจ
“มานี่สิ” หม่าจ้งกางแขนออก หลี่อันอันโผเข้าไปหาสามีทันที “ตกลงว่ามีเื่อะไร”
การกระทำของหม่าจ้งเป็ธรรมชาติมาก ทุกครั้งที่เขาเห็นภรรยาทำท่าเหมือนจะร้องไห้ เขาก็มักจะกอดเธอไว้เสมอ ติดก็แต่ขาของเขาพิการ เขาจึงทำได้เพียงกางแขนรอเพื่อให้ภรรยาเดินเข้ามาหาเขาเท่านั้น แต่นั่นก็พอแล้วสำหรับหลี่อันอัน
“คุณแม่ของฉันทำเื่น่าอายค่ะ ฉันจะทำยังไงดีคะ” หลี่อันอันตัดสินใจเล่าเื่ของมารดาให้สามีฟัง
หม่าจ้งก็นั่งฟังภรรยาเล่าจนจบโดยไม่แสดงสีหน้าไม่พอใจ “เย็นนี้ก็กลับไปคุยกันให้เรียบร้อยนะ พี่จะรออยู่ที่บ้าน”
หลี่อันอันยิ้มให้สามี ทั้งยังนึกขอบคุณไปถึงหลี่ปิงปิงที่บังคับให้เธอแต่งงานกับสามีในวันนั้น หากเธอไม่ถูกหลี่ปิงปิงบังคับ เธอจะมีโอกาสได้พบกับสามีที่รักและดีกับเธออย่างนี้ได้ยังไง และเป็เพราะความดีของหม่าจ้งที่ทำให้เธอมองข้ามความพิการของเขาไปได้