บรรยากาศยามค่ำคืนในมหานครช่างน่าพิศมัยท้องถนนสว่างไสวไปด้วยแสงไฟจากรถยนต์ที่ทอดยาวเป็สาย ผู้คนคลาคล่ำตามร้านอาหารและแหล่งบันเทิงยามวิกาลเสียงจอแจวุ่นวายดังระงม มีั้แ่เสียงหัวเราะรื่นเริงของคนทำงานที่เพิ่งเลิกโอทีไปจนถึงเสียงคร่ำครวญของคนเมามายที่พึ่งอกหักหรือเครียดกับสภาวะกระเป๋าแห้ง
ทว่าบรรยากาศเ่าั้ช่างแตกต่างจากตึกอพาร์ตเมนต์ในซอยลึกอย่างสิ้นเชิงที่นี่เงียบสงัด มีเพียงเสียงหรีดหริ่งเรไรกรีดปีกขับขานรับยามวิกาล แสงไฟสาดส่องจากหน้ารถกระทบตัวอาคารที่มืดมิดบ่งบอกว่าผู้เช่าส่วนใหญ่ได้ดับไฟเข้านอน เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับวันหยุดพักผ่อนในเช้าวันอาทิตย์กันหมดแล้ว
ณชั้น 4 ห้อง 414 ของตึกแถว
ท่ามกลางความมืดมิดของห้องข้างเคียง มีเพียงห้องนี้ที่ยังคงเปิดไฟสว่างไสวและมีเสียงสนทนาดังแว่วออกมาเป็ระยะบรรยากาศราวกับกำลังจัดปาร์ตี้ต้อนรับสหายเก่าที่ไม่ได้พานพบกันมาเนิ่นนาน
ภายในห้องครัว มือเรียวขาวสะอาดของหญิงสาวกำลังขะมักเขม้นกับการล้างจานและเช็ดถูทำความสะอาดใบหน้าภายใต้กรอบแว่นสีดำนั้นเรียบเฉย ไร้ซึ่งอารมณ์ใดๆ ไม่อาจคาดเดาได้เลยว่าเธอกำลังครุ่นคิดสิ่งใดอยู่
หลังจากบิดก๊อกปิดน้ำ วารินทร์ก็หันกลับไปมองต้นตอของเสียงสนทนาที่กำลังออกรสออกชาติ
หนึ่งชายหนุ่มหล่อเหลา กับหนึ่งชายวัยกลางคน พวกเขากำลังพูดคุยสัพเพเหระั้แ่เื่ในครอบครัวลามไปจนถึงเื่หน้าที่การงานอย่างออกรสโดยไม่สนใจบรรยากาศรอบข้าง ราวกับโลกใบนี้มีเพียงพวกเขาสองคน
“ฮ่าฮ่า! ใช่... เอิ๊ก!... มันแย่มากเลยล่ะ หัวหน้าของพี่น่ะชอบตวาดด่าลูกน้องเพื่อกลบเกลื่อนความผิดพลาดของตัวเองอยู่เรื่อย”
ชายวัยกลางคนรูปร่างหน้าตาดี ผู้มีเรือนผมสีบลอนด์สว่างแบบลูกครึ่งยุโรปเอ่ยปากนินทาเ้านายด้วยใบหน้าเมามายแดงก่ำ สติสัมปชัญญะกึ่งหลับกึ่งตื่น
“อย่างนั้นหรือครับ? ผมเองก็เคยเจอคนประเภทนี้อยู่บ่อยๆ เหมือนกัน”
ชายหนุ่มผู้มีใบหน้าหล่อเหลาราวกับเทพบุตร รินเหล้าสีอำพันลงในแก้วตามด้วยโคล่า ผสมคลุกเคล้าด้วยท่วงท่าเชี่ยวชาญราวกับบาร์เทนเดอร์ ก่อนจะเลื่อนแก้วส่งให้ชายวัยกลางคน
รอยยิ้มรื่นเริงที่ประดับอยู่บนใบหน้าหล่อเหลานั้นแฝงเร้นไปด้วยความเ้าเล่ห์ที่ปิดไม่มิด มันทำให้วารินทร์ ผู้มีศักดิ์เป็ภรรยาของชายที่กำลังเมามายรู้สึกหวาดระแวงและไม่สบายใจอย่างบอกไม่ถูก
...
ผ่านไปไม่นาน หลังจากกระดกเหล้าเข้มข้นรวดเดียวสี่แก้วติดชายวัยกลางคนก็ไม่อาจฝืนสังขารได้อีกต่อไป เขาฟุบหน้าลงกับโต๊ะอาหาร หลับสนิทจนน้ำลายยืดทว่ามือขวายังคงกำแก้วเหล้าเอาไว้แน่น ราวกับจะประกาศศักดาว่าตนยังคอแข็งและดื่มไหว
“คุณมีสามีที่ดีนะ”
นพเก้าถอดเสื้อคลุมสีดำตัวนอกของตนออก แล้วนำไปคลุมทับร่างของชายวัยกลางคนอย่างอ่อนโยนช่างเป็การกระทำที่ดูแปลกประหลาดและขัดกับนิสัยที่แท้จริงของเขายิ่งนัก
“มันก็แน่อยู่แล้ว”
วารินทร์ที่ยืนกอดอก เอนกายพิงเคาน์เตอร์ครัว ตอบกลับด้วยน้ำเสียงไม่ยี่หระเธอไม่สนว่าชายหนุ่มตรงหน้าจะรู้หรือไม่ ว่าแท้จริงแล้วความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับสามีมันจืดจางและห่างเหินกันมาเนิ่นนานเพียงใดเพราะเธอรู้อยู่เต็มอกว่า ชายหนุ่มไม่ได้มีความห่วงใยใดๆ มอบให้สามีของเธอหรอก
ในทางกลับกัน... การที่เขาดึงดันขอมาค้างคืนที่บ้านในวันนี้ย่อมแอบแฝงจุดประสงค์ร้ายเอาไว้อย่างแน่นอน
“ผมว่า... คุณเองก็เป็ภรรยาที่ดีเหมือนกัน”
ชายหนุ่มรวบเก็บแก้วเหล้าสองใบและขวดสุราราคาแพง ก่อนจะสืบเท้าก้าวเดินตรงมาหาเธอรอยยิ้มละมุนที่ย้อนแสงไฟจากด้านหลัง ขับเน้นให้โครงหน้าของเขาดูลึกลับและน่าขนลุกขึ้นมาเล็กน้อย
“ไม่ใช่กงการอะไรของคุณ”
วารินทร์เริ่มรู้สึกหงุดหงิด สัญชาตญาณร้องเตือนว่าชายคนนี้กำลังอันตรายขึ้นทุกขณะ
เธอตัดสินใจก้าวเท้าถอยฉากเพื่อรักษาระยะห่าง หมายจะหลบเลี่ยงชายหนุ่มที่กำลังเดินเข้ามาใกล้ซิงก์ล้างจานทว่าความเร่งรีบทำให้ปลายเท้าของเธอสะดุดเข้ากับพรมปูพื้น ร่างกายสูญเสียสมดุล เอนหงายหลังลงไปอย่างไม่ตั้งใจ
เอ๊ะ!
ทัศนวิสัยเบื้องหน้าหมุนคว้าง หัวใจของเธอหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม
หมับ!
ในชั่วพริบตานั้นเอง ชายหนุ่มอาศัยวิชาตัวเบาพุ่งพรวดเข้ามาประชิดตัวเธออย่างรวดเร็วปานสายฟ้าแลบเขาโน้มตัวลงมา ท่อนแขนขวาโอบรัดตวัดแผ่นหลังของเธอไว้ได้อย่างสันทัด ในขณะที่มือซ้ายยังคงประคองถาดใส่แก้วเหล้าและขวดสุราเอาไว้ได้อย่างมั่นคงไร้ซึ่งการสั่นไหว หยาดน้ำแข็งไม่กระฉอกเลยแม้แต่หยดเดียว ทักษะการควบคุมร่างกายของเขานับว่าอยู่ในระดับปรมาจารย์
“รู้สึกยังไงบ้างครับ?”
เมื่อดวงตาของหญิงสาวสบประสานเข้ากับั์ตาคมกริบของชายหนุ่มความหล่อเหลาในระยะประชิดทำเอาเธอเผลอไผล เหม่อลอยไปชั่วขณะ ก่อนที่สติจะถูกดึงกลับมา
วารินทร์ที่เกือบจะล้มก้นจ้ำเบ้า พยายามจะหยัดกายยืนขึ้นแต่มือหนาของนพเก้าที่กอบกุมรั้งเอวคอดของเธอไว้ กลับออกแรงรั้งให้เธอยังคงอยู่ในอ้อมแขนของเขา
สายตาสองคู่สบประสานกันอย่างมีความหมาย ใบหน้าหล่อเหลาค่อยๆโน้มต่ำลงมา มือขวาของเขากระชับเอวเธอแน่นขึ้น หมายจะบังคับ่ชิงริมฝีปากของเธอ
“นี่! พอได้แล้ว! หยุดเดี๋ยวนี้นะ!”
วารินทร์ออกแรงผลักแผงอกแกร่งของชายหนุ่มออกไปอย่างแรงเพื่อหยุดยั้งไม่ให้เื่ราวมันเลยเถิดไปมากกว่านี้
“คืนนี้คุณดูเ็าจังเลยนะครับ”
ชายหนุ่มเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบทรงเสน่ห์ มุมปากยกยิ้มบางๆขณะที่มือขวาค่อยๆ ยกขึ้นมาจัดระเบียบปกคอเสื้อของตนเอง ท่วงท่าช่างดูสง่างามและไร้ที่ติ
วารินทร์ไม่ตอบคำถาม เธอยกแขนขึ้นกอดอก หรี่ตามองไปยังสามีที่ยังคงนอนฟุบหลับไม่รู้เื่รู้ราวลึกๆ ในแววตาของเธอแฝงไปด้วยความรู้สึกผิดบาปและความสิ้นหวัง
“เชิญคุณไปทำธุระส่วนตัวต่อเถอะครับ เดี๋ยวผมพาสามีคุณเข้านอนให้เอง”
นพเก้าจัดการสวมบทบาทประหนึ่งตนเป็เ้าบ้านเสียเองเขาค่อยๆ สอดแขนหิ้วปีกร่างของสามีเธอขึ้นพาดบ่า แบกร่างของชายวัยกลางคนเดินออกไปด้วยท่วงท่าสบายๆราวกับกำลังแบกกระสอบนุ่นที่ไร้น้ำหนัก ก่อนจะเปิดประตูห้องนอนฝั่งขวาแล้วโยนร่างนั้นเข้าไปทิ้งให้หญิงสาวยืนเคว้งคว้างอยู่เพียงลำพัง
“ฉันควรทำยังไงดี...”
วารินทร์พึมพำกับตัวเองด้วยความสับสน ขณะที่มือขวายกขึ้นมาบีบเค้นแหวนแต่งงานบนนิ้วนางข้างซ้ายอย่างแรง
ซ่า... ฟู่ว...
เสียงน้ำอุ่นที่ถูกปล่อยทิ้งไว้ ไหลเอ่อล้นออกจากอ่างอาบน้ำสีขาวสะอาดตาจนปริ่มขอบอ่าง
ใบหน้าและศีรษะของหญิงสาวโผล่พ้นผิวน้ำขึ้นมาเพียงครึ่งเดียว
เธอค่อยๆ แหงนหน้าขึ้นมองเพดานห้องน้ำที่ว่างเปล่าทอดสายตามองหมู่ดาวที่ส่องแสงระยิบระยับผ่านช่องกระจกบานเกล็ดเล็กๆ ที่เปิดระบายอากาศความเย็นฉ่ำของน้ำช่วยชโลมจิตใจของเธอให้สงบลง จนเริ่มหวนคิดถึงเหตุการณ์บ้าบอคอแตกที่เกิดขึ้นตลอดทั้งวัน
เธอยกมือขึ้นนวดขมับ สับสนกับความรู้สึกของตนเองที่มีต่อชายหนุ่มที่เธอต้องคอยดูแลจัดการตารางงานให้บัดนี้... เขากลับกลายเป็ผู้กุมชะตาชีวิตของเธอไปเสียแล้ว เธอไม่รู้ตัวเลยว่า ั้แ่เมื่อไหร่กันที่ระยะเวลาเพียงไม่ถึงสองวันเธอจะยอมโอนอ่อนผ่อนตาม กลายเป็ของเล่นระบายตัณหาของเขาอย่างสมบูรณ์แบบ ลึกๆ แล้วเธอรู้สึกผิดบาปต่อศีลธรรมทว่าลึกลงไปยิ่งกว่านั้น... ร่างกายของเธอกลับเรียกร้องและเฝ้าถวิลหาความสุขสมอันป่าเถื่อนนั้นอีกครา
“หึหึ... ฮ่าๆ... ฉันมันต้องเป็บ้าไปแล้วแน่ๆ”
วารินทร์ใช้สองมือจับขอบอ่าง หยัดกายลุกขึ้นนั่งพิงผนังกระเบื้องเย็นเยียบด้านหลังทอดสายตามองลงไปยังผิวน้ำที่เริ่มสงบนิ่ง สะท้อนเงาเรือนร่างเลือนรางของตนเอง เธอพยายามฝืนบังคับให้ตัวเองนึกถึงใบหน้าของสามีนึกถึงค่ำคืนแรกที่เคยเร่าร้อนดั่งเปลวไฟ เพื่อเรียกคืนสติสัมปชัญญะของภรรยาที่ดี เธอเผลอไผลสอดมือซ้ายลงไปใต้น้ำััหยอกเย้ากับจุดสงวนที่ซ่อนเร้นอยู่ใต้ผืนน้ำ
ทว่า... ราวกับความทรงจำเกี่ยวกับสามีถูกลบเลือนไปจากสมองจนหมดสิ้นฉับพลันนั้น ภาพใบหน้าหล่อเหลาและเรือนร่างกำยำของนพเก้า ก็พุ่งพรวดเข้ามาซ้อนทับแทนที่!
“ไม่! ออกไปนะ—”
เธอส่ายหน้าแรงๆ พยายามสะบัดไล่ความคิดคาวโลกีย์นี้ออกไปจากหัวเฝ้าย้ำเตือนสติว่าตนเองเป็ผู้หญิงที่มีพันธะแล้ว
แกร๊ก! ฟรึ่บ!
ทว่าทันใดนั้น บานประตูห้องน้ำที่เธอมั่นใจหนักหนาว่ากดล็อกกลอนไว้อย่างดีกลับถูกเปิดอ้าออกจนสุด!
“นั่นใคร!?”
วารินทร์ตื่นตระหนกจนทำตัวไม่ถูก สองขาเรียวตีน้ำดังตู้มต้ามจนน้ำกระเซ็นไปทั่วห้องที่อบอวลไปด้วยไอน้ำสีขาวเธอหันขวับไปมองที่ประตู ภาวนาในใจขออย่าให้เป็อย่างที่เธอคิดเลย
แต่เมื่อกลุ่มไอน้ำเริ่มจางลง รูปร่างของคนผู้หนึ่งก็ปรากฏชัดขึ้นแม้เธอจะมีภาวะสายตายาว แต่ในระยะแค่นี้เธอย่อมมองเห็นได้อย่างชัดเจน เมื่อเพ่งพินิจดูภาพเบื้องหน้าคือบุรุษหนุ่มรูปงามที่มีเรือนร่างอัดแน่นไปด้วยมัดกล้าม บนผิวขาวจัดมีร่องรอยแผลเป็จางๆประดับอยู่ เขาพันผ้าขนหนูผืนเล็กิ่เหม่ไว้ที่เอวสอบ เพื่อปกปิดส่วนล่างเพียงเท่านั้น
“นี่คุณ—!”
วารินทร์ตกตะลึงจนตาค้าง เกือบหลุดปากะโด่าทอ สัญชาตญาณอันตรายเริ่มส่งเสียงเตือนดังก้องในหัว
“คืนนี้ผมอยากรีบเข้านอน เลยขอเข้ามาอาบน้ำด้วยคนนะครับ”
สิ้นคำกล่าว ชายหนุ่มที่มีใบหน้าราบเรียบดุจน้ำแข็งก็เอื้อมมือปิดประตูแล้วเดินทอดน่องเข้ามาในห้องน้ำอย่างหน้าตาเฉย โดยไม่สนใจสายตากรุ่นโกรธของเธอเลยแม้แต่น้อย
“ออกไปเดี๋ยวนี้เลยนะ!”
การกระทำนี้ไม่ใช่เพียงการเสียมารยาทอย่างร้ายแรงแต่มันพ่วงมาด้วยเจตนาชั่วร้ายที่แอบแฝงอยู่อย่างเห็นได้ชัด เธอรีบกดเสียงต่ำเอ่ยไล่เขาออกไปทันที
“หือ? อะไรนะครับ?ผมไม่ได้ยินเลย”
ชายหนุ่มทำหูทวนลม เดินไปคว้าขวดแชมพู เปิดก๊อกฝักบัวปล่อยให้สายน้ำเย็นฉ่ำรดลงมารดศีรษะและเรือนร่างโดยที่เขาไม่คิดจะปลดผ้าขนหนูผืนนั้นออก ปล่อยให้มันเปียกชุ่มแนบชิดไปกับสัดส่วนเบื้องล่าง
...
หญิงสาวถึงกับหางตากระตุก มันมีคนบ้าที่ไหนอาบน้ำสระผมทั้งที่ยังนุ่งผ้าขนหนูอยู่แบบนี้บ้างในโลก!เธอถลึงตาจ้องมองชายหนุ่มด้วยความขุ่นเคือง ทว่าอีกฝ่ายกลับไม่ยี่หระ เขายืนฮัมเพลงเบาๆอย่างอารมณ์ดีขณะชโลมแชมพูสระผม ทำราวกับว่าเธอเป็เพียงอากาศธาตุในห้องน้ำ
“หึ! อยากจะทำบ้าอะไรก็เชิญตามสบาย”
เมื่อทำอะไรไม่ได้ หญิงสาวจึงหันหลังกลับไปแช่น้ำตามเดิมเธอทิ้งตัวลงนอนเหยียดราบในอ่างน้ำขนาดยาว ศีรษะพิงกับขอบอ่างฝั่งขวา ขาซ้ายงอชันขึ้นเล็กน้อยผิวพรรณขาวเนียนดุจน้ำนมเผยให้เห็นรอยถลอกสีแดงเรื่อบริเวณหัวเข่า ซึ่งเป็ผลพวงจากความป่าเถื่อนของชายหนุ่มเมื่อ่เช้าเพียงแค่นึกถึงมัน ใบหน้าของเธอก็เห่อร้อนแดงซ่านด้วยความละอาย
เมื่ออารมณ์เริ่มแกว่งไกวไม่คงที่ ร่างกายก็เริ่มตอบสนองอย่างระส่ำระสายจุดอ่อนไหวเบื้องล่างเริ่มปวดหนึบและเสียวแปลบขึ้นมา เมื่อภาพความทรงจำอันเร่าร้อนเมื่อเช้าไหลบ่าเข้ามาในหัวสายตาของเธอเลื่อนลอย พร่ำเพ้ออยู่กับััอันลึกล้ำนั้น จนชั่วขณะหนึ่ง เธอเผลอเหลือบสายตาไปทางซ้ายสบเข้ากับท่อนล่างของชายหนุ่มโดยไม่ได้ตั้งใจ
เธอมองเห็น ‘ัหลับใหล’ ที่ซุกซ่อนตัวอยู่ใต้ผ้าขนหนูเปียกชุ่มทรงพลังและน่าเกรงขาม มันขยับแกว่งไกวเบาๆ ไปตามจังหวะการเคลื่อนไหวของสะโพกชายหนุ่ม
“แอบมองอะไรอยู่ครับ?”
ไม่รู้ว่าั้แ่เมื่อไหร่ ชายหนุ่มได้หยุดชำระร่างกายั์ตาคมกริบแฝงแววเ้าเล่ห์ทอดมองลงมาที่เธอ มุมปากยกยิ้มร้ายกาจ
“หึ! ไอ้โรคจิต”
เมื่อได้สติ วารินทร์ก็สบถด่าพลางรีบเบือนหน้าหนีเธอพยายามสรรหาข้ออ้างร้อยแปดมาแก้ตัวกับตนเอง ใช่แล้ว! เธอแค่เผลอไผลไปตามสัญชาตญาณดิบของมนุษย์เท่านั้นแหละ!
ฉึบ... ฉึบ...
ขณะที่เธอกำลังก้มหน้างุด เงาร่างสูงใหญ่ก็ทาบทับลงมาบดบังแสงไฟเบื้องบนก่อนที่มวลน้ำในอ่างจะกระเพื่อมไหวจนล้นปริ่ม และระลอกคลื่นก็กระแทกเข้าหาตัวเธอจากอีกฝั่งของอ่าง
เฮ้ยย!!
วารินทร์ใสุดขีด รีบหดขานั่งคุดคู้กอดเข่าตัวเองแน่นชัดเจนแล้วว่า... ชายหนุ่มก้าวลงมาแช่ในอ่างน้ำใบเดียวกันกับเธอ!
“อย่าโวยวายไปสิครับ ผมขอแช่น้ำแค่อึดใจเดียวเท่านั้นเอง~”
ชายหนุ่มแสร้งทำเสียงงัวเงีย หาววอดราวกับคนอ่อนเพลียมาทั้งวันเขาเอนศีรษะพิงขอบอ่าง หลับตาพริ้ม ทำตัวผ่อนคลายประหนึ่งกำลังแช่อยู่ในบ่อออนเซ็นส่วนตัว
บรรยากาศภายในห้องน้ำตกอยู่ในความเงียบงันจนน่าอึดอัดวารินทร์ทำตัวไม่ถูก มือไม้เกะกะไปหมด ลางสังหรณ์บอกว่าการกระโจนหนีออกจากอ่าง แล้วรีบเดินออกไปจากห้องน้ำเสียเดี๋ยวนี้น่าจะเป็ทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุด
ทว่า... ทันทีที่เธอขยับตัวเตรียมจะลุกขึ้น เธอก็ััได้ถึงความสากระคายของท่อนขาแกร่งสองข้างที่สอดแทรกเข้ามาเกี่ยวรั้งใต้ข้อพับเข่าของเธอเอาไว้แน่น!
“ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้เลยนะ! ไม่อย่างนั้นฉันจะกรี๊ดจริงๆด้วย!”
ถึงนาทีนี้ วารินทร์ไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหมที่ไหนอีกแล้วเธอไม่ยอมลดตัวลงไปให้เขาเหยียบย่ำศักดิ์ศรีซ้ำสอง ในขณะที่สามีตามกฎหมายยังนอนหลับอยู่ร่วมชายคาเดียวกันเด็ดขาด
“เอาสิครับ... กรี๊ดออกมาดังๆ เลย”
นพเก้าลืมตาขึ้น ั์ตาพราวระยับ เอ่ยท้าทายด้วยรอยยิ้มมุมปาก
ฟรึ่บ!
สิ้นคำท้า ชายหนุ่มก็ออกแรงดึงท่อนขาของหญิงสาวเข้าหาตัวอย่างรวดเร็วส่งผลให้มวลน้ำสาดกระเซ็นล้นทะลักออกจากอ่าง ร่างบางไถลวูบเข้าไปแนบชิดกับอกแกร่งในพริบตา!
ตึก!
อย่างรวดเร็วปานสายฟ้า ใบหน้าและลำตัวท่อนบนของชายหนุ่มผุดขึ้นพ้นผิวน้ำทาบทับลงมาจนแทบจะกลืนกินร่างของเธอ ริมฝีปากอุ่นจัดอยู่ห่างจากหน้าผากที่เริ่มแห้งของเธอเพียงคืบฝ่ามือซ้ายของเขายันโครมเข้ากับผนังกระเบื้องด้านหลังเธอ เสียงดังก้องกังวาน ขณะที่มือขวากอบกุมลาดไหล่มนเอาไว้แน่น
“ด... เดี๋ยวก่อน! นี่! คุณทำแบบนี้ไม่ได้นะ!”
วารินทร์เบิกตากว้าง สองมือเรียวยกขึ้นผลักดันแผงอกเปียกชื้นของชายหนุ่มสุดแรงทว่าเธอกลับััได้อย่างชัดเจนว่า ‘อาวุธร้าย’ ของอีกฝ่ายที่อยู่ใต้น้ำ ซึ่งกำลังตื่นจากการหลับใหลเริ่มเสียดสีถูไถเข้ากับหน้าท้องแบนราบของเธอ และแนบชิดบดเบียดเข้ามาตามแรงกระเพื่อมของผิวน้ำ
ฮา~
ชายหนุ่มไม่ตอบคำถาม เขาจงใจเป่าลมหายใจร้อนผ่าวรดหน้าผากมนจนหญิงสาวต้องหรี่ตาลงหนี ทว่าน่าประหลาดนัก... ลมหายใจของเขากลับหอมกรุ่นชวนให้ลุ่มหลงไร้ซึ่งกลิ่นคาวเหม็นของแอลกอฮอล์แม้แต่น้อย
เมื่อเธอปรือตาขึ้นมองอีกครั้ง ั์ตาสีน้ำตาลก็สบประสานเข้ากับดวงตาของชายหนุ่มพอดีใบหน้าหล่อเหลาสมบูรณ์แบบประดุจหยกขาวชั้นดี ั์ตาสีดำขลับลึกล้ำราวกับหลุมดำที่กักเก็บความปรารถนาอันเร่าร้อนเอาไว้คิ้วเข้มพาดเฉียงดุจตวัดด้วยพู่กันจีน จมูกโด่งเป็สันรับกับโครงหน้าคมคาย ริมฝีปากบางเฉียบสีระเรื่อไม่ต่างจากอิสตรีในฐานะที่เธอทำงานคลุกคลีอยู่กับไอดอลและวงการความงาม เธอยอมรับจากใจจริงว่า... ชายคนนี้คือบุรุษที่หล่อเหลาและมีเสน่ห์ดึงดูดมากที่สุดเท่าที่เธอเคยพานพบมาทั้งชีวิต
ตึก! ตึก!
ฉับพลันนั้น ก้อนเนื้อในอกซ้ายของเธอก็เต้นกระหน่ำอย่างรุนแรงจนไม่อาจควบคุมลมหายใจเริ่มติดขัด ความรู้สึกเย็นเยียบวาบหวามแล่นปราดไปทั่วแผ่นหลัง สวนทางกับอุณหภูมิร่างกายส่วนล่างที่ร้อนรุ่มขึ้นตามสัญชาตญาณดิบ
(ความรู้สึกบ้าๆ นี่... มันคืออะไรกัน?) เธอตั้งคำถามกับตัวเองอย่างสับสน มันเป็ความรู้สึกแปลกใหม่ที่รุนแรงและปั่นป่วนจนเธอรับมือไม่ถูก
“เรามามีความสุขด้วยกันเถอะครับ”
เขาโน้มใบหน้าลงมาแนบชิด กระซิบเสียงทุ้มต่ำพร่าม่านอยู่ข้างใบหูที่ตอนนี้แดงจัดด้วยความขวยเขิน
(///)
หญิงสาวเบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจ นี่เป็ครั้งแรก...ที่ชายหนุ่มผู้เย่อหยิ่งคนนี้ เอ่ยปาก ‘ขอร้อง’ เธอด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลเช่นนี้
“อื้ม~”
วารินทร์พ่ายแพ้ต่อแรงดึงดูด เธอไม่อาจทนสบตากับเขาได้อีกต่อไปจึงเบือนหน้าหนีและปล่อยเสียงครางรับแ่เบาในลำคอ
หญิงสาวที่ถูกสยบทั้งร่างกายและจิตใจโดยสมบูรณ์แบบ...บัดนี้ได้แต่มอบกายถวายชีวิต ปล่อยให้ทุกอย่างดำเนินไปตามครรลองของไฟปรารถนา ในสถานการณ์ที่ยากจะถอนตัวเช่นนี้