เวยฟางได้ยินสาวใช้สองคนที่เขาให้มาดูแลนางซุบซิบกันเื่ที่บิดามารดาของเขาไม่พอใจที่นางเข้ามาในฐานะคู่หมั้นพวกเขาคิดจะให้นางเป็แค่สาวใช้ นางไม่ได้ปวดใจที่ได้ยินอย่างนั้นเพราะนางเองไม่ได้อยากจะอยู่เป็ภรรยาของเหมาฮ่าวอยู่แล้วอีกอย่างเื่เช่นนี้ก็เป็ธรรมดาของตระกูลขุนนางที่อยากจะให้บุตรชายแต่งงานกับคนฐานะเท่าเทียมกันนางรู้ว่าเหมาฮ่าวเป็นักพนันตัวยงแต่ก็รู้สึกแปลกใจที่เขาเป็บุตรชายคนโตในตระกูลขุนนางระดับสี่เมื่อเปรียบเทียบกับตัวนางแล้ว นางก็สมควรจะได้เป็เพียงสาวใช้ของเขา
หญิงสาวมองเห็นโอกาสที่ตนจะอยู่ที่นี่ได้อย่างปลอดภัยจึงแอบไปพบหม่าฮูหยินตอนเช้าตรู่วันต่อมา่เวลานั้นเหมาฮ่าวยังไม่ตื่นนอน
“นายหญิงเ้าคะข้ารู้ตัวว่าตนเองต่ำต้อยไม่คู่ควรจะเป็ฮูหยินของคุณชายเหมาเช่นนั้นขอให้ฮูหยินเมตตาข้าน้อยด้วย”
หม่าฮูหยินเลิกคิ้วดูสตรีตรงหน้า“เ้าไม่เต็มใจจะแต่งงานกับบุตรชายข้าหรอกหรือ?”
“นั่นเป็เพราะสัญญาที่ท่านพ่อของข้ามัดมือชกคุณชายเหมาเอาไว้ทำให้ข้าต้องติดตามเขามาถึงเมืองหลวงขอเพียงนายหญิงประวิงเวลาให้ข้าสักหนึ่งปีระหว่างนี้หาสตรีที่คู่ควรมาให้เขาเลือกสรรหากคุณชายพบคุณหนูสกุลใหญ่ที่เหมาะสมก็คงจะปล่อยข้าไปเองเ้าค่ะ”
“หากว่าข้ายินดีให้เ้าอยู่เป็อนุภรรยาของเสี่ยวฮ่าวเล่า?”
“มิได้เ้าค่ะข้าไม่้าฐานะใดๆ ทั้งนั้น ข้ารู้ว่านายหญิงเองก็ไม่้าให้ข้าอยู่ที่นี่เรามาร่วมมือกันดีกว่านะเ้าคะ”
หม่าฮูหยินยิ้มร่ารู้สึกพอใจในตัวเวยฟางขึ้นมาทันที“เ้าเข้าใจง่ายเช่นนี้ข้าสบายใจนัก เอาเถิดข้าจะกำหนดเวลาแต่งงานของเขาไว้ปีหน้าระหว่างนี้ก็หาคู่ดูตัวให้เสี่ยวฮ่าว ส่วนเ้ายามอยู่ในเรือนข้าจะให้สาวใช้ดูแลเ้าแต่หากออกไปข้างนอกให้บอกผู้อื่นว่าเ้าเป็เพียงสาวใช้ในจวนข้า”
“เ้าค่ะ”
ฝ่ายผู้สูงวัยพอใจอย่างยิ่งกับข้อเสนอของนางในขณะที่เวยฟางก็เบิกบานใจที่คลี่คลายความสัมพันธ์ระหว่างนางกับเหมาฮ่าวไปได้ ท่าทีที่เปลี่ยนไปของมารดาทำให้ชายหนุ่มรู้สึกประหลาดใจวันแรกที่มามารดาดูเหมือนจะตั้งข้อรังเกียจเวยฟางสารพัดแต่ผ่านไปอีกวันกลับเรียกหานางไปคอยวนเวียนอยู่ใกล้เวยฟางกลายเป็คนโปรดได้รับอนุญาตให้ออกไปข้างนอกได้โดยการพาฉู่เยว่กับฉางเหมยสาวใช้ทั้งสองที่หม่าฮูหยินให้คอยรับใช้นางติดตามไปด้วย
มือปราบจั๋วลอบนัดหมายพบกับคุณชายทั้งสามที่ห้องลับชั้นสองของร้านสุราร่ำสุขที่จานเจิ้งเถียนฮุยและเหมาฮ่าวเป็เ้าของอย่างลับๆ
“ข้าพบว่าเวยเลี่ยงเคยแอบมาพบกับใต้เท้าโซว่สองสามครั้งดูเหมือนใต้เท้าโซว่จะจ่ายเงินให้เขาไปไม่น้อย ข้าจึงให้คนไปสืบดูว่าเวยเลี่ยงผู้นี้แท้จริงเป็ใครกันแน่?”
เหมาฮ่าวขมวดคิ้ว“หลายปีให้หลัง ใต้เท้าโซว่ไม่ค่อยได้มาเยือนจวนข้าข้าจึงไม่รู้ความเคลื่อนไหวของเขานัก”
“จริงสิ!ครอบครัวเ้ากับครอบครัวของใต้เท้าโซว่ไปมาหาสู่กันบ่อยนี่?”
“นั่นมันแต่ก่อน”
จานเจิ้งดีดนิ้วเปาะ“ฮ้า! ข้าจำได้แล้วคุณหนูรองโซว่เป็คู่รักวัยเยาว์ของเ้านี่ ดูเหมือนว่านางจะคอยตามติดเ้าอยู่ตลอด”
เหมาฮ่าวสะดุ้ง“ข้าไปเป็คู่รักกับนางเมื่อใดกัน? นางก็แค่ตามบิดามาเล่นที่บ้านข้าบ่อยๆ แค่นั้น”
จั๋วเหรินหาวยิ้มกว้าง“ในเมื่อเ้าสนิทกับครอบครัวนั้นก็ให้เ้ารับหน้าที่ไปสืบเื่ของใต้เท้าโซว่ก็แล้วกัน”
“ข้าหรือ?”เหมาฮ่าวขมวดคิ้วเขาไม่อยากจะลำบากใจเื่ของโซว่ซิ่นมี่ใช่ว่าเขาจะดูไม่ออกว่านางปักใจในตัวเขา แต่ยามนี้เขามีเวยฟางแล้วไม่อยากจะข้องแวะกับนางอีก
“หากไม่ใช่เ้าจะเป็ผู้ใดได้? มีเ้าเท่านั้นที่จะเข้าใกล้ใต้เท้าโซว่ได้โดยไม่ผิดปกติ”
จานเจิ้งกับเถียนฮุยผงกศีรษะ“จริงอย่างมือปราบจั๋วว่า เสี่ยวฮ่าวเ้ารับหน้าที่นี้ไปเถอะข้าจะไปช่วยด้วยก็แล้วกัน”
จั๋วเหรินหาวเห็นท่าทางของเหมาฮ่าวลังเลก็รีบเอ่ย“อย่าลืมว่าการตายของเวยเลี่ยงเป็การฆาตกรรม ก่อนตายถูกคนวางยาแล้วโยนลงน้ำดูเหมือนจะใช้การกรอกสุราเพื่อให้ดูเหมือนเขาเมาแล้วตกน้ำตายเอง”
เหมาฮ่าวได้ยินคำยืนยันจึงผงกศีรษะ“ได้!ข้าจะเข้าไปสืบในสกุลโซว่”
เมื่อหม่าฮูหยินที่วางแผนให้บุตรชายคนโตไปเยือนสกุลโซว่ได้ยินว่าเขายินยอมที่จะเอาของฝากไปให้จวนนั้นก็ยิ้มกว้าง‘หากว่าเสี่ยวฮ่าวได้ไปพบซิ่นมี่ที่ยามนี้โตเป็สาวและงดงามยิ่งก็อาจจะเปลี่ยนใจ’
เวยฟางเองก็อาศัยยามที่เหมาฮ่าวออกจากจวนขอหม่าฮูหยินออกไปตามสืบหาบิดามารดาที่แท้จริงนางไปเดินวนเวียนเรือนขนาดกลางหลังหนึ่งที่มีร่องรอยไฟไหม้ด้วยความเศร้าคืนนั้นเกิดเหตุไม่คาดฝัน จู่ๆก็เกิดกลุ่มควันหนาแน่นพวยพุ่งจากเรือนนอนของบิดามารดาของนางระหว่างที่บ่าวและสาวใช้กำลังช่วยกันดับไฟ นางที่ยืนร้องไห้อยู่กับแม่นมก็ถูกบุรุษในชุดดำหลายคนหมายจะมาจับตัวคนกลุ่มนั้นหมายจะฆ่าแม่นมและนางให้ตาย ทว่าจู่ๆ ตาเฒ่าเวยก็ปรากฎตัวต่อสู้กับคนพวกนั้นและบอกให้แม่นมยอมวางใจปล่อยนางไปกับเขานางกับเวยเลี่ยงหนีการตามล่าของบุรุษชุดดำกลุ่มใหญ่ไปซ่อนตัวอยู่เรือนเล็กหลังหนึ่งรอจนฟ้าสางเขาจึงพานางหลบหนีออกนอกเมืองหลวง รอนแรมไปตามอำเภอต่างๆผ่านไปสองปีกว่าจึงค่อยพานางย้อนกลับมาอาศัยอยู่อำเภอ ยินเหลียง
“ท่านพ่อกับท่านแม่ของข้าตกลงเป็อย่างไรหรือ?”นางอายุย่างเข้าสิบสองตาเฒ่าเวยจึงยอมเล่าเื่นี้ให้ฟัง
“ข้าย้อนกลับไปดูพวกบ่าวไพร่เท่าที่ข้าตามหาตัวได้ก็บอกเพียงว่าคืนนั้นหลังจากดับไฟเสร็จแล้วก็ไม่มีผู้ใดพบศพสำนักมือปราบรับคดีไว้แต่เพราะญาติของเ้าล้วนเป็เพียงญาติห่างๆและอยู่ต่างเมืองจึงไม่มีผู้มาติดตามคดีนี้ข้าเองก็ไม่วางใจจะทิ้งเ้าให้ไปอาศัยอยู่กับพวกเขาเพราะคิดว่าคนร้ายคงจะไปตามหาเ้าตามบ้านของญาติๆและคิดจะฆ่าเ้าทิ้งให้หมดปัญหา”
ตอนนั้นนางไม่รู้เป็เพราะเหตุใด?ครอบครัวของนางจึงโชคร้ายแต่เมื่ออายุได้สิบห้านางจึงได้เซ้าซี้ให้สอบถามเื่ของบิดามารดาอีกครั้ง
“ข้าเป็เคยทำงานรับใช้นายท่านแต่เพราะข้าไม่อาจจะเลิกเล่นพนันได้จึงถูกลงโทษไล่ออกจากจวนยามนั้นเื่ที่นายท่านรับผิดชอบคือบันทึกการยึดทรัพย์ของขุนนางที่ทุจริตในกลุ่มของผู้รับผิดชอบมีโซว่เจี้ยนกั๋วร่วมอยู่ด้วยข้าคิดว่าเขาน่าจะรู้เื่นี้ดีแต่ไม่ยอมพูดความจริงหลายปีมานี่จึงอาศัยข่มขู่เขาแล้วเอาเงินมาใช้หนี้พนัน”
“ตาเฒ่าเวยท่านไม่กลัวโซว่เจี้ยนกั๋วคิดจะฆ่าท่านปิดปากบ้างหรือ?”
เวยเลี่ยงหัวเราะหึๆ“คนขี้ขลาดเยี่ยงนั้นมีหรือจะกล้าฆ่าคนปิดปากหากเขากล้าทำคงไม่ปล่อยให้ข้ารีดไถอยู่ได้ตั้งหลายปีหรอก”
******************************
