หลังจากที่ไลราและฮัวโต๋หาที่พักชั่วคราวในเมืองฮูโต๋ได้แล้ว ฮัวโต๋ก็เริ่มให้ความช่วยเหลือไลราในการเตรียมตัวเพื่อเข้าพบกวนอู
"แม่หนู" ฮัวโต๋กล่าวด้วยรอยยิ้มเมตตา มองไปยังจี้หยกที่สลักอักษร 'หลี่' บนคอของไลรา "ข้าสังเกตจี้ของเ้ามาหลายครั้งแล้ว อักษร 'หลี่' นี้บ่งบอกถึงตระกูลที่สืบทอดมายาวนาน ข้าขอตั้งชื่อให้เ้าใหม่เพื่อให้เข้ากับยุคสมัยนี้... เ้าจะเป็ที่รู้จักในนาม หลี่อิง (李瑛 - แสงแห่งหยก) ความหมายสื่อถึงความงามและความเฉลียวฉลาด หวังว่าชื่อนี้จะนำพาความโชคดีมาให้เ้า"
หลี่อิงยิ้มและคารวะขอบคุณฮัวโต๋ "ขอบคุณท่านหมอหลี่อิง...ข้าชอบชื่อนี้มากค่ะ"
ฮัวโต๋พยักหน้าด้วยความเอ็นดู เขาสังเกตท่าทีของหลี่อิงที่แม้จะพยายามปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัย แต่ก็ยังคงมีเอกลักษณ์บางอย่างที่แตกต่างออกไป ทั้งภาษาที่ใช้และกิริยามารยาทที่บางครั้งก็ดูแปลกตา
"ภาษาที่เ้าใช้...แม้จะเข้าใจได้ แต่ก็มีสำเนียงที่แตกต่าง" ฮัวโต๋กล่าวอย่างใจเย็น "เมื่อพบกับผู้หลักผู้ใหญ่เช่นท่านแม่ทัพกวนอู เ้าควรจะใช้คำพูดที่สุภาพและให้เกียรติมากกว่านี้ ข้าจะช่วยสอนเ้า"
ตลอดทั้งวัน ฮัวโต๋ค่อยๆ สอนหลี่อิงถึงวิธีการพูดจาที่เหมาะสม การใช้สรรพนามที่ถูกต้อง และกิริยามารยาทที่ควรแสดงออกเมื่ออยู่ต่อหน้าบุคคลสำคัญ เขาเน้นย้ำถึงความสำคัญของการแสดงความเคารพและความนอบน้อม
หลี่อิงตั้งใจฟังคำสอนของฮัวโต๋อย่างละเอียด เธอพยายามจดจำคำศัพท์ใหม่ๆ และฝึกออกเสียงให้ถูกต้อง อย่างไรก็ตาม ความโก๊ะและเป็ตัวของตัวเองของเธอก็ยังคงปรากฏออกมาบ้างในบางครั้ง เช่น เผลอใช้คำพูดที่ทันสมัย หรือแสดงท่าทางที่ดูแปลกตา แต่ฮัวโต๋ก็ไม่ได้ตำหนิ เพียงแต่ยิ้มอย่างเอ็นดูและค่อยๆ ปรับแก้ให้เธอ
นอกจากเื่ภาษา ฮัวโต๋ยังช่วยหาเสื้อผ้าที่เหมาะสมกับยุคสมัยให้หลี่อิง เป็ชุดผ้าเนื้อเรียบสีอ่อน ที่ดูสุภาพและไม่โดดเด่นจนเกินไป
เมื่อถึงเวลาที่หลี่อิงต้องออกเดินทางไปหากวนอู ฮัวโต๋ได้มอบคำแนะนำเพิ่มเติมด้วยความห่วงใย
"จงจำไว้ว่าความจริงใจคือสิ่งสำคัญที่สุด" ฮัวโต๋กล่าว "ท่านแม่ทัพกวนอูเป็ผู้ที่มองคนออก จงเล่าเื่ราวของเ้าด้วยความจริงใจ และแสดงให้เขาเห็นถึงความมุ่งมั่นของเ้า แต่อย่าลืมที่จะให้ความเคารพและอดทนด้วย"
หลี่อิงพยักหน้าด้วยความมั่นใจที่เพิ่มขึ้น เธอััได้ถึงความเมตตาและความหวังดีของฮัวโต๋ เธอเชื่อว่าด้วยชื่อใหม่ เสื้อผ้าที่เหมาะสม และคำแนะนำจากฮัวโต๋ เธอจะสามารถเข้าพบและโน้มน้าวกวนอูได้...
หลังจากนั้น ฮัวโต๋และหลี่อิงก็เริ่มออกสืบหาข่าวคราวของกวนอูในเมืองฮูโต๋อันกว้างใหญ่ พวกเขาเดินสำรวจไปตามท้องถนน สอบถามผู้คนตามโรงเตี๊ยมและตลาดอย่างระมัดระวัง โดยฮัวโต๋จะคอยนำทางและแนะนำหลี่อิงถึงวิธีการพูดคุยกับผู้คนในยุคนี้
ในโรงเตี๊ยมแห่งหนึ่ง ฮัวโต๋ได้พูดคุยกับชายชราที่ดูท่าทางคุ้นเคยกับข่าวสารในเมือง เมื่อฮัวโต๋เอ่ยถึงกวนอู ชายชราก็แสดงสีหน้าเห็นใจ
"ท่านกวนอูเป็คนดี มีคุณธรรม แม้จะต้องมาอยู่กับโจโฉ แต่ใจเขายังคงคิดถึงเล่าปี่อยู่เสมอ" ชายชรากล่าว "ข้าได้ยินมาว่าท่านถูกจัดให้อยู่ในค่ายพิเศษทางเหนือของเมือง และโจโฉให้เกียรติท่านมาก มีคนของโจผีมาดูแลเอาใจใส่อยู่ตลอด"
"ท่านพอจะทราบหรือไม่ว่ามีใครบ้างที่สามารถเข้าพบท่านกวนอูได้?" ฮัวโต๋ถามอย่างมีความหวัง
ชายชราครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนจะตอบ "โดยปกติแล้วคงเป็คนของโจโฉ หรือไม่ก็คนสนิทของท่านกวนอูเอง แต่ข้าเคยได้ยินคนเล่าว่ามีขุนศึกเก่าแก่คนหนึ่งชื่อว่า เตียวเลี้ยว เป็เพื่อนสนิทของท่านกวนอู และมักจะแวะมาเยี่ยมเยียนอยู่บ้าง"
ชื่อ "เตียวเลี้ยว" จุดประกายความหวังให้กับฮัวโต๋และหลี่อิง พวกเขาอาจจะสามารถใช้เตียวเลี้ยวเป็ช่องทางในการเข้าถึงกวนอูก็เป็ได้
"ท่านพอจะทราบหรือไม่ว่าท่านเตียวเลี้ยวมักจะอยู่ที่ใด?" ฮัวโต๋ถามต่อ
ชายชราส่ายหน้า "ข้าไม่แน่ใจนัก แต่ได้ยินว่าเขามักจะพักอยู่ในจวนทางตะวันออกของเมือง ท่านลองไปสืบข่าวดูแถวนั้นอาจจะได้เบาะแสเพิ่มเติม"
ฮัวโต๋และหลี่อิงขอบคุณชายชราและรีบออกเดินทางไปยังทิศตะวันออกของเมืองด้วยความหวัง พวกเขารู้ว่าการเข้าพบกวนอูคงไม่ใช่เื่ง่าย แต่การได้รู้ว่ามีคนใกล้ชิดอย่างเตียวเลี้ยวที่ยังติดต่อกับกวนอูอยู่ ก็เป็เหมือนร่องรอยแห่งความหวังที่นำทางพวกเขาไปข้างหน้า...