31....
ยายกันยามาศรู้สึกแปลกใจที่เห็นคุณประภาวรรณเดินทางมาพร้อมกับสิปปกรซึ่งถือเป็เื่ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนเนื่องจากที่ผ่านมายายกันยามาศเคยขอให้ประภาวรรณเข้าวัดเข้าวาหาที่ปฏิบัติธรรม แต่ลูกสาวก็ไม่เคยสนใจที่จะเฉียดกายเข้ามาใกล้เลย แต่คราวนี้ถึงกับเดินทางมาตั้งหลายร้อยกิโลเพื่อมารับมารดาถึงศูนย์ปฏบิตธรรมเช่นนี้จึงถือเป็เื่ที่เกินความคาดหมายของยายกันยามาศ
“ความจริงยายกลับรถตู้กับเพื่อน ๆ ได้ไม่เห็นต้องขับรถมาไกลเพื่อมารับถึงนี่เลย”
ยายกันยามาศบอกกับหลานชาย แต่ก็เงี่ยหูฟังคำตอบจากลูกสาวด้วย
“คุณแม่น่ะสิครับ รบเร้าจะต้องมารับคุณยายที่นี่ให้ได้”
สิปปกรบุ้ยใบ้ไปทางมารดาแทนซึ่งฝ่ายนั้นก็ส่งยิ้มแหย ๆ ให้กับมารดา ทำให้ยายกันยามาศหันไปมองหน้าลูกสาวเขม็งคล้ายกับจะจับผิด
“หือ?. แม่เราน่ะเรอะรบเร้าอยากมา..มิน่าล่ะยายถึงรู้สึกสะดุ้งหลายรอบตอนที่นั่งสมาธิ”
“แหม..คุณแม่ล่ะก็..เอาเป็ว่าที่ผ่านมาวรรณขอโทษคุณแม่นะคะ”
คุณประภาวรรณยกมือไหว้มารดาด้วยความอ่อนน้อม
“ไปคุยกันในรถดีกว่าครับ..จะได้ถึงกรุงเทพฯเร็วๆ” สิปปกรเตือน
“อุตส่าห์มาถึงที่นี่แล้วจะไม่เข้าไปชมบรรยากาศของศูนย์ปฏิบัติธรรมก่อนรึ”
ยายกันยามาศบอกกับสองแม่ลูก
“ก็ดีเหมือนกันนะครับ ไปสิครับคุณแม่”
สิปปกรหันมาชวนผู้เป็มารดา
“คงไม่กลัววัดกลัววาหรอกนะแม่วรรณ”
ยายกันยามาศแกล้งถามลูกสาวด้วยสีหน้าแววตาสดใส
“วรรณไม่ใช่ภูตผีปีศาจนะคะคุณแม่จะได้กลัวพระกลัววัดแต่ที่วรรณไม่เคยได้มา เพราะวรรณไม่มีโอกาสต่างหาก”
“งั้นก็ดี..แม่จะพาไปเดินดูข้างในก่อนกลับ”
ยายกันยามาศพูดพร้อมกับเดินนำหน้าพาสองแม่ลูกเข้าไปภายในศูนย์ปฏิบัติธรรมที่เต็มไปด้วยต้นไม้เขียวชอุ่มดูร่มรื่นสบายใจทำให้คุณประภาวรรณรู้สึกถึงความเงียบสงบอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน ยิ่งยายกันยามาศพาเดินชมตามมุมต่างๆ พร้อมอธิบายขยายความให้ฟัง ก็ยิ่งทำให้คุณประภาวรรณรู้สึกเกิดความศรัทธาอยากจะมาปฏิบัติธรรมอย่างมารดาบ้าง
“เดินมามากแล้วหยุดพักตรงนี้ก็แล้วกัน”
ยายกันยามาศทรุดตัวนั่งที่เก้าอี้ไม้ใต้ร่มไม้ใหญ่
“วรรณยังไม่ได้บอกเื่ที่วรรณอยากจะบอกเลยค่ะ”
คุณประภาวรรณเกริ่นกับมารดา
“เื่อะไรล่ะ”
“เื่ศศิธรค่ะ...ทุกอย่างที่คุณแม่บอกวรรณมันเกิดขึ้นจริงๆ ค่ะ”
ลูกสาวบอกด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย
“แล้วเธอก็ไม่ได้บอกเพื่อนตามที่ฉันขอร้องใช่ไหมล่ะ”
“ค่ะ..เื่นี้ทำให้วรรณไม่สบายใจมากค่ะเหมือนวรรณเป็ต้นเหตุให้ศศิต้องตาย ถ้าเพียงแต่วรรณจะบอก และห้ามไม่ให้เขาเดินทางวันนั้นคงจะไม่เกิดเหตุการณ์ร้าย ๆ ขึ้น”
คุณประภาวรรณมีน้ำตาซึมขณะที่บอกกับมารดายายกันยามาศเอื้อมมือไปกุมมือลูกสาวอย่างปลอบโยน
“มันเป็ชะตากรรมของแม่ศศิธรต่างหากล่ะเธออย่าโศกเศร้าไปหน่อยเลย ยังไงเหตุการณ์มันก็เกิดขึ้นแล้วอย่ามัวแต่โทษตัวเองอยู่เลยลุกขึ้นมาตื่นรู้ แล้วมุ่งทำสิ่งดี ๆ จะดีกว่า”
“ค่ะคุณแม่ต่อไปนี้วรรณจะเชื่อคุณแม่ค่ะ”
“แน่ใจหรือว่าจะเชื่อฉัน” มารดาถามยิ้มๆ
“แน่ใจสิคะ เพราะวรรณคิดว่าคุณแม่คือผู้ที่จะต้องให้ความเคารพเชื่อฟังมากที่สุด”
“เพราะอะไรล่ะถึงจะเพิ่งมาคิดเชื่อฟังแม่ตอนนี้หรือว่าที่ฉันทำนายได้แม่นยำ”
“วรรณยอมรับก็ได้ค่ะ..ว่าใช่”
“ก็ดี ต่อไปนี้เธอคงไม่คิดว่ามีแม่เพี้ยน..บ้าทำบุญบ้านั่งสมาธิจนจิตฟุ้งซ่านเห็นโน่นนี่ไปเองหรอกนะ”
“วรรณไม่คิดอย่างนั้นแน่นอนค่ะ วรรณเชื่อในความพิเศษที่คุณแม่มีค่ะแล้วก็ไม่ใช่เฉพาะเื่ของศศิธรเท่านั้นแต่คุณแม่ยังสามารถมองเห็นิญญาของชวินกับพ่อเขาด้วยแล้วก็ยังรู้ว่าชวินทำผู้หญิงท้องด้วย”
“นี่แม่วรรณรู้เื่นี้ด้วยเรอะ”
ยายกันยามาศหันไปมองหน้าหลานชาย
“ปอนด์เป็คนเล่าให้แม่ฟังเองครับคุณยาย” สิปปกรรีบสารภาพ
“แล้วตอนนี้คุณแม่รู้หรือเปล่าคะว่าิญญาของศศิอยู่ที่ไหนแล้วเป็อย่างไงบ้าง”
ประภาวรรณถามด้วยความอยากรู้
“ตอนนี้ ฉันเลิกที่จะอยากรู้อยากเห็นในสิ่งที่ไม่ได้เกิดประโยชน์ต่อการปฏิบัติธรรมของฉันแล้วล่ะแม่วรรณเธอเองก็ไม่ต้องไปอยากรู้หรอกว่าแม่ศศิธรเขาจะไปเกิดที่ไหนยังไงทุกคนล้วนแต่มีกรรมนำไปเกิดทั้งนั้น หันมาดูตัวเองจะดีกว่าตั้งอกตั้งใจทำความดีให้มากเดี๋ยวก็ได้เกิดที่ดี ๆ เอง”
“แต่..คุณยายครับ ยังไงก็ขอให้ดูนายวินกับพ่อของเขาก่อนได้ไหมครับตอนนี้ดรีมอยากรู้เื่ที่วินจะมาเกิดใหม่ คุณยายกรุณาเราด้วยนะครับ”
สิปปกร ยกมือไหว้อ้อนวอนผู้เป็ยาย
“เฮ้อ!..เห็นทียายยังจะไม่สามารถผ่านพ้นเื่พวกนี้ไปได้ง่ายๆ ซะละมั้ง กว่าจะปฏิบัติธรรมจนหลุดพ้นได้คงอีกหลายภพชาติแน่ ๆ เลยถ้ามัวแต่มาติดอยู่กับเื่พวกนี้”
ยายกันยามาศบ่นพึมพำด้วยสีหน้าไม่ได้เคร่งเครียดอย่างที่พูด
“ดูิญญาชวินแล้ว ก็ช่วยดูศศิธรด้วยนะคะคุณแม่คิดเสียว่าทำบุญให้พวกเราสบายใจก็ได้นี่คะ” ประภาวรรณว่า
“ย่ะ..พวกเธอสบายใจ แต่ฉันสิ..ยังติดอยู่ในวังวนกิเลสข้ามพ้นไม่ได้สักที เฮ้อ...”
“ตกลงคุณยายจะช่วยดูให้ใช่ไหมครับ”
สิปปกรรีบถามด้วยความตื่นเต้น
“เอาไว้ถึงกรุงเทพฯก่อนค่อยคุยเื่นี้ไปกันได้แล้ว”
ยายกันยามาศเป็ฝ่ายลุกขึ้นก่อนทำให้สองแม่ลูกต้องรีบลุกตามไปขึ้นรถทันที