เมื่อฉินอย่างเข้าไปเค้าได้ในวัสดุที่เค้าได้มาเพื่อเตรียมหลอม ผ่านไปหนึ่งวันฉินหยางได้หลอมได้สำเร็จเมื่อเค้าออกมาดูเค้าก็ยิ้มออกมา ถึงจะดูไม่ดีแต่ก็เพราะเป็ครั้งแรกของเค้า ฉินหยางได้หมกมุ่นกับการหลอมแบบไม่พัก เมื่อผ่านไปเกือบเดือนฉินหยางได้นำดาบออกมา ดาบมีลวดลายสวยงาม ด้ามดาบสีแดงดำเค้าพลิกดูก็ยิ้มอย่างพอใช้ ดาบเล่มนี้คือดาบที่ดีที่สุดที่เค้าทำมา ดาบอยู่ขั้นฟ้าแต่มันจะพัฒนาไปตามเ้าของ
นี้คือสิ่งที่เยเหยาสอนมา อาวุธที่ดีต้องพัฒนาได้ถ้าไม่สามารถพัฒนาได้ก็เป็เพียงขยะ
"ไม่เลยเ้าสามารถหลอมขั้นฟ้าได้ภายในไม่กี่เดือน ถ้าเ้าฝึกไปเรื่อยเ้าจะเป็นักหลอมอันดับต้นๆแน่นอน"
เยเหยากล่าวอย่างชื่นชมที่หาได้ยาก เมื่อฉินหยางได้ยินก็ถึงกับลำพองใจ
"แต่นี้พึ่งเริ่มต้นเ้ายังห่างไปคำว่าสมบูรณ์"
เยเหยากล่าวเตือนสติ ฉินหยางพยักหน้าเค้า้ามากกว่านี้ เมื่อเวลาเช่าห้องหมดลงเค้าได้กลับไปยังบ้านพัก เมื่อเค้ามาถึงกู่เฉินก็ออกมาพอดี
"ฉินหยางเ้าหายไปไหนตั้งนาน"
กู่เฉินถามอย่างสงสัย เพราะไม่ได้เห็นเค้ามาหนึ่งเดือนถามจ้าวเฟิงเค้าก็ไม่รู้
"ข้าไปหอหลอมสมบัติมา"
ฉินหยางตอบ
"เ้าเป็นักหลอมสมบัติงั้นหรอ"
"แน่นอนถ้าเ้า้าหลอมสมบัติมาหาข้าได้"
เมื่อฉินหยางพูดจบก็ได้นำดาบออกมาโชว์ เมื่อกู่เฉินเหมือนดาบตาก็เป็ประกาย
"เ้ากู่เฉินดาบเล่นนี้ไม่ธรรมดาเลย สามารถพัฒนาไปพร้อมกับเ้าของได้ ถ้าพัฒนาต่อไปอาจมีจิติญญาเลยก็ได้"
เยฟางพูดอย่างตกตะลึง เมื่อกู่เฉินได้ยินเช่นนั้นตาก็เป็ประกาย
"เ้าช้วยหลอมหอกให้ข้าได้หรือไม่ เื่ราคาเ้าบอกมาได้เลย"
"เ้าแค่หาสมบัติในการหลอมมาก็พอส่วนเื่ราคาไม่จำเป็ยังไงเราก็เป็สหายกันอยู่แล้ว"
เมื่อกู่เฉินได้ยินเค้ามองไปที่ฉินหยางอย่างตื้นตันใจ เมื่อเค้าคุยกันข้าวเฟิงก็กลับมาพอดี เมื่อเค้ารู้ว่าฉินหยางเป็นักหลอมเค้าก็ใ เมื่อฉินหยางถามเค้าอยากได้อาวุธชนิดใด จ้าวเฟิงก็เกาหัว
"ช้าก็ไม่รู้เหมือนกันยังไงข้าก็ไม่เคยจับอาวุธ"
จ้าวเฟิงเกาหัวอย่างเขินอาย
"งั้นเดี๋ยวข้าจะคิดให้"
"ขอบคุณท่านพี่ฉินมาก"
"ใช้กู่เฉินข้าเจอสมุไพรที่เหมาะกับเ้า"
เมื่อกู่เฉินได้ยินก็สูงสัย ฉินหยางได้หยิบผลเืออกมา เมื่อผลเืออกมา เืที่หลับใหลในตัวกู่เฉินก็ใหลเวียนอย่างรวดเร็ว
"เ้ากู่เฉินนี้คือผลเืถ้าเ้าได้กินเ้าจะปลูกสายเืในตัวเ้าได้"
เมื่อกู่เฉินได้ยินเค้ามองไปที่ฉินหยางอย่างซับซ้อน ั้แ่เกิดพ่อแม่เค้าก็ตายไม่มีใครมาสนใจเค้า กู่เฉินรับมาแล้วขอบคุณอย่างจริงใจ เมื่อเค้าคุยกันได้สักพักกู่เฉินได้นำเม็ดยาออกแจกจ่ายให้กับทั้งสอง เม็ดโอสถแบ่งเป็ขั้นหนึ่งถึงสิบ กู่เฉินสามารถหลอมได้ขั้นที่สอง เมื่อพวกเค้าแบ่งปันทรัพยากรเสร็มก็ได้แยกย้ายกันไปฝึกฝน เมื่อฉินหยางได้เข้ามามองไปบนฟ้าใกล้จะมืดแล้ว เค้าฝึกฝนสักพักแล้วเข้านอน เมื่อเวลาผ่านไปฉินหยางไม่ได้ทำไรมาก เค้าเข้าออกหอสมบัติบ่อยจนมีผู้าุโได้มาเห็นการหลอมาุโท่านนั้นก็ใเป็อย่างมาก ได้แต่งตั้งฉินหยางเข้าออกหอสมบัติได้ตลอด ฉินหยางได้เป็ที่ชื่นชอบของศิษย์จำนวนมากเพราะการหลอมของเค้านั้นสมบูรณ์แบบมาก
การหลอมของฉินหยางได้เพิ่มขึ้นเป็อย่างมาก เค้าได้รวมดาบนักบุญที่ประมูลมาได้ เข้ากับดาบที่เค้าสร้างมาทำให้พลังเพิ่มขึ้นเป็อย่างมากเค้าตั้งชื่อว่า ดาบตัด์ ได้เค้าสร้างหอกให้กู่เฉิน หอกมีความคบอย่างมากยืดหดได้ถ้าใส่เปลวไฟวิเศษเข้าไปจะมี อนุภาคทำลายเป็อย่างมาก เค้ารู้ว่ากู่เฉินมีไฟวิเศษเลยทำให้ เมื่อถึงตาจ้าวเฟิงเค้าบอกเค้าชอบถือของหนักๆก่อนจะสร้างขวานขนาดใหญ่ให้ หน้าขวานขนาดใหญ่หลังขวานเป็ค้อนด้ามจับเค้าใช้เป็ไม้อัสนี เมื่อหลายวันก่อนจ้าวเฟิงได้ออกไปทำภารกิจได้ไปเจอต้นอัสนี มีผลอยู่สามผลจ้าวเฟิงได้กินไปหนึ่งผล ผลอัสนีเข้ากันได้ดีกับวิชาหลอมกายา เมื่อเค้าหลอมรวมเสร็จเค้าสามารถควบคุมสายฟ้าได้จำนวนหนึ่ง ถ้าพัฒนาไปเรื่อยๆก็อาจไปถึงฏกสายฟ้าได้ เค้าได้มอบอีกสองผลให้ฉินหยางล่ะกู่เฉิน แต่หน้าเสียดายผลอัสนีไม่ค่อยมีผลก็เค้ามากนัก เมื่อจ้าวเฟิงได้จับขวานเค้าก็ชอบเป็อย่างมาก เมื่อใกล้ถึงเวลาการแข่งขันสำนักผู้คนในสำนักก็คึกคักขึ้นมา
"เ้าคิดว่าใครจะเป็คนได้ที่หนึ่งปีนี้"
"ก็ต้องหลู่ิอยู่แล้วเค้าเป็ถึงที่หนึ่งในศิรา์"
"ข้าก็คิดงั้นเช่นกันหลู่ิ ข้าได้ข่าวว่าเค้าบรรลุขั้นกำเนิดพลังแล้ว"
"ใช้ข้าก็ได้ยินมาเช่นกัน"
"สิบอันดับแรกน่าจะเป็พวกที่อยู่ในศิรา์"
"ใครจะไปรู้ข้าได้ข่าวมาว่ามีศิษย์ใหม่ชื่อกู่เฉินได้เข้ามาไม่ถึงสองวันก็เอาชนะหลัวิได้"
"หลัวิเป็อันดับสิบสองเท่านั้นเอง เมื่อเทียบกับสิบอันดับแรกแล้วก็เป็ได้แค่ขยะเท่านั้น"
"ฮ่าๆที่เ้าพูดก็จริงแต่ข้าได้ข่าวหนึ่งมาพวกเ้าต้องไม่เชื่อแน่"
"มีศิษย์ใหม่คนหนึ่งสามารถฆ่าขั้นกำเนิดพลังขั้นสูงได้"
"ข้าก็ได้ข่าวมาบ้างแต่นั้นไม่ใข่ข่าวปลอมหรอ?"
"ก็แค่ข่าวลือพวกเ้าเชื่อเื่นั้นหรอ"
"มันไม่ใช่ข่าวลือข้านี้เหละได้ไปตรวจสอบกับผู้าุโ ภายในรัศมีร้อยเมตรมีแต่หนามหักมีหลุมมีบ่อจำนวนมาก"
"นั่นมันเื่จริงรึ"
"แน่นอนตอนนี้เหล่าผู้าุโกำลังคิดอยู่ว่าจะให้อะไรตอบแทนดี"
"ข้าสงสัยว่าปีนี้คงสนุกแน่"