ขณะเดินกลับอาจารย์อธิบายเกี่ยวกับการฝึกพลังปราณให้ผมฟัง
เขาอธิบายว่าศาสตร์การใช้ยันต์และการปราบวิญญาณร้ายในโลกของผู้ฝึกวิชาแบ่งระดับพลังด้วยระบบ‘สามวิญญาณเจ็ดจิต’ ซึ่งสอดคล้องกับ ‘สามเส้นปราณเจ็ดจุดรวมพลัง’
ยามที่ทะลวงระดับต่างๆจะสามารถเปิดเส้นปราณและจุดรวมพลังใหม่ๆ ได้ ซึ่งนั่นเป็นตัวกำหนดระดับของพวกเขา
สำหรับตอนนี้แม้ผมจะมีพลังปราณในจุดตันเถียนแต่ก็แค่พอนับได้ว่าเป็นนักสู้ที่มีพลังปราณเท่านั้นการหลอมรวมปราณต้นกำเนิดจึงมีจำกัด
หากต้องการขยายขีดจำกัดก็ต้องเปิดจุดรวมพลังทะลวงระดับ
มีเพียงเมื่อเปิดจุดรวมพลังใหม่ ทะลวงเส้นปราณใหม่ได้จึงจะสามารถรวบรวมปราณต้นกำเนิดได้มากขึ้นทำให้สามารถใช้ยันต์และอาคมได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
ผมตั้งใจฟังทุกคำพูดของอาจารย์จดจำเอาไว้ให้ขึ้นใจ
ท้ายที่สุดอาจารย์หันมาพูดกับผม “เสี่ยวเจียง นายเริ่มต้นจากศูนย์แต่กลับรวบรวมปราณต้นกำเนิดจนถึงจุดที่สามารถทะลวงระดับได้แล้วนายเป็นอัจฉริยะที่หาได้ยากในสายวิชานี้ เมื่อกลับไปแล้ว ให้นายทำตามวิธีที่ฉันสอนชักนำพลังปราณไปทะลวงระดับ”
“หากนายเปิด ‘จุดรวมปราณไห่ตี้’ และทะลวง‘เส้นปราณพรจิต’ ได้สำเร็จ ก็จะเข้าสู่ระดับแรกของผู้ฝึกตน ‘ระดับพรจิต’ ซึ่งถือได้ว่าได้ก้าวเข้าสู่วงการผู้ฝึกพลังปราณอย่างแท้จริง”
“อาจารย์วางใจได้ ผมจะไม่ทำให้ท่านผิดหวัง” ผมตอบกลับอย่างหนักแน่น
แต่แล้วผมก็อดสงสัยไม่ได้จึงถามขึ้น “อาจารย์ ตอนนี้ท่านอยู่ระดับไหนเหรอ”
อาจารย์ยิ้มบางไม่ได้ตอบตรงๆ “สูงมาก แต่นายมีพรสวรรค์ที่ยอดเยี่ยมที่สุดเท่าที่ฉันเคยเห็นสักวันหนึ่ง นายจะต้องแซงหน้าฉันได้แน่”
เห็นอาจารย์ไม่ต้องการจะตอบผมจึงไม่ได้ซักไซ้ต่อ
ไม่นานนักเราก็เดินมาถึงร้านของอาจารย์
เมื่อเปิดประตูอาจารย์หันมาบอกผม “นายกลับไปตั้งสมาธิพยายามทะลวงระดับเปิดจุดรวมพลัง มันไม่น่าจะยากสำหรับนายฉันขอตัวออกไปผ่อนคลายหน่อย”
เขาต้องการไปตกปลาอีกแล้ว
ผมไม่ได้พูดอะไรเพิ่มเติมเพียงพยักหน้าและบอกให้เขาระวังตัว
จากนั้นอาจารย์ก็หยิบอุปกรณ์ตกปลาแล้วเดินออกไป
ผมกลับเข้าห้องของตัวเองก่อนจะเอื้อมมือปิดประตูล็อกห้อง
ห้องข้างๆยังมีเสียงเล่นไพ่นกกระจอกดังลอดมาเป็นระยะ
แต่ผมไม่ได้ใส่ใจสิ่งเหล่านั้นเพียงนั่งขัดสมาธิบนเตียงตามวิธีที่อาจารย์สอนขณะเดินทางกลับมา ปรับลมหายใจเข้าออกตั้งใจรับรู้ถึงจุดตันเถียนของตัวเอง รับรู้ถึงพลังปราณภายในร่างกาย
ขอเพียงนำพาพลังปราณจากจุดตันเถียนไปยังตำแหน่งพรจิตหรือจุดรวมปราณไห่ตี้ซึ่งอยู่ระหว่างต้นขาทั้งสอง แล้วเปิดจุดทะลวงเส้นปราณได้ก็ถือว่าทะลวงระดับสำเร็จแล้ว
ฟังดูเหมือนง่ายและอาจารย์เองก็กล่าวว่า ด้วยความแข็งแกร่งของปราณต้นกำเนิดในร่างกายของผมตอนนี้การทะลวงระดับไม่น่าจะยาก
แต่เมื่อผมลงมือทำจริง…มันกลับยากกว่าที่คิด
ตลอดครึ่งคืนแรกทุกครั้งที่พยายามจะเปิดจุดทะลวงเส้น ผมล้วนล้มเหลวโดยไม่ทราบสาเหตุ
ทุกครั้งที่พยายามชี้นำพลังปราณจากจุดตันเถียนเพื่อเปิดจุดทะลวงเส้นร่างกายก็ราวกับมีพลังลึกลับสี่สายโผล่ขึ้นมาทำหน้าที่เหมือนโซ่ตรวนหรือกำแพงคอยขวางทางไว้ตลอด
ผมต้องผ่านพ้นพันธนาการหรือกำแพงทั้งสี่นี้ไปให้ได้จึงจะสามารถทะลวงจุดรวมปราณไห่ตี้ เปิดขอบเขตพรจิต และสำเร็จการเปิดเส้นปราณ
เพราะมีพันธนาการสี่ชั้นนี้ขวางอยู่ทำให้ผมล้มเหลวตลอดทั้งคืน
แต่ผมก็ไม่ยอมแพ้ยังคงฝึกซ้ำแล้วซ้ำเล่า พยายามต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง
แม้จะล้มเหลวซ้ำแล้วซ้ำเล่าผมก็ยังไม่รู้สึกเลยว่าจะมีโอกาสเปิดจุดรวมพลังได้สำเร็จ
ขณะที่ความสงสัยในตนเองเริ่มก่อตัวขึ้นจู่ๆ ก็มีความเย็นวูบหนึ่งแทรกซึมเข้าสู่ร่างกายของผม
พร้อมกับความเย็นนี้พันธนาการและกำแพงทั้งสี่ที่ขัดขวางไม่ให้ผมทะลวงจุดรวมพลังไห่ตี้ได้ ราวกับถูกผนึกไว้แล้วสลายหายไปดั่งควัน
พลังปราณจากจุดตันเถียนที่ผมนำพาเข้าสู่จุดรวมพลังไห่ตี้จึงไหลเวียนได้อย่างราบรื่นไร้สิ่งกีดขวาง
ผมไม่รู้เลยว่าเหตุใดจู่ๆถึงเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น
แต่ผมรู้ดีว่านี่คือโอกาสที่ฟ้าประทานมาให้เป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการทะลวงจุดรวมพลังไห่ตี้ เปิดเส้นปราณและเข้าสู่ระดับพรจิต
ผมไม่ลังเลแม้แต่น้อยรีบนำปราณจากจุดตันเถียนพุ่งเข้าสู่จุดรวมพลังไห่ตี้อย่างรุนแรง
ในครั้งนี้เมื่อไม่มีพันธนาการทั้งสี่มาขัดขวางอีกการทะลวงจุดรวมพลังไห่ตี้จึงง่ายดายราวกับผลไม้สุกที่หลุดจากขั้ว
ในเสี้ยววินาทีนั้นผมรู้สึกราวกับประตูบานหนึ่งถูกผลักเปิดออก เส้นปราณสายใหม่ถูกเชื่อมต่อสำเร็จ
ขนทั่วร่างของผมลุกชันขึ้นในทันทีลมหายใจก็เร่งถี่ขึ้นเล็กน้อย
ปราณจากจุดตันเถียนหลั่งไหลเข้าสู่จุดรวมพลังไห่ตี้อย่างต่อเนื่องทุกเซลล์ทั่วร่างของผมพลันตื่นตัวขึ้นมาในชั่วขณะนั้น
ผมอ้าปากพ่นลมหายใจขุ่นออกมาร่างกายรู้สึกปลอดโปร่งโล่งสบายอย่างเห็นได้ชัด...
เมื่อผมลืมตาขึ้นพบว่าปราณต้นกำเนิดในร่างเข้มข้นขึ้นอย่างเห็นได้ชัดพลังทั่วร่างก็เหมือนจะเพิ่มขึ้นไม่น้อย
ด้วยความตื่นเต้นผมลุกขึ้นยืดเส้นยืดสายเล็กน้อย รู้สึกได้ถึงความผ่อนคลายทั่วทั้งร่างพร้อมด้วยพลังที่เอ่อล้น
แต่เมื่อนึกย้อนถึงกระบวนการทะลวงระดับเมื่อครู่ก็ยังมีบางสิ่งที่ผมไม่เข้าใจ
อาจารย์บอกว่าปราณต้นกำเนิดในร่างของผมเพียงพอแล้วการทะลวงระดับควรจะง่าย
แต่ในความเป็นจริงกลับไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด
พันธนาการไร้รูปทั้งสี่คอยขัดขวางผมทุกครั้งที่พยายามทะลวงระดับและเปิดเส้นปราณ
สุดท้ายเป็นเพราะความเย็นเยียบระลอกหนึ่งที่ไหลเข้าสู่ร่างจึงทำให้ผมเปิดเส้นปราณ ก้าวถึงระดับพรจิตได้สำเร็จ
ความเย็นนั้นมาจากไหนกัน
ผมรู้สึกแปลกใจแต่เมื่อเหลือบไปเห็นประตูที่เปิดอยู่ ดวงตาของผมเบิกกว้างทันทีความสงสัยแผ่ซ่านขึ้นมา
ก่อนหน้านี้ผมจำได้ชัดเจนว่าปิดประตูห้องไว้แล้ว
แต่ตอนนี้…ประตูกลับแง้มเปิดอยู่
นั่นหมายความว่ามีบางสิ่งจากภายนอกเข้ามาในห้อง และผมไม่รู้ตัวเลย
ผมรีบลุกจากเตียงแล้วเดินไปที่ประตู
เมื่อมองออกไปอาจารย์ยังไม่กลับมา ห้องของเขายังว่างเปล่า
นั่นแปลว่าคนที่เข้ามาในห้องผมไม่ใช่อาจารย์
แล้วใครล่ะ
เมื่อคิดทบทวนถึงกระแสพลังเย็นเยียบที่ช่วยให้ผมทะลวงระดับยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกว่ามันคล้ายกับพลังของ ‘วิญญาณ’
ใช่แล้วพลังของคนตาย พลังของภูตผี…
ผมชะงักหันไปมองประตูห้องที่ถูกล็อกเอาไว้ตลอดเวลา
หรือว่า…สิ่งที่อยู่ในห้องนั้นเป็นคนช่วยผม
เพราะในสถานที่แห่งนี้มีเพียงห้องนั้นห้องเดียวที่ซ่อน‘บางสิ่ง’ เอาไว้
ผมจ้องมองประตูห้องนั้นก่อนจะเอ่ยเสียงเบา “ขอบคุณ…”
ไม่มีเสียงตอบรับไม่มีสิ่งใดขยับเขยื้อน
ผมหันหลังกลับเข้าไปในห้องปิดประตูอีกครั้ง แต่คราวนี้ผมเลือกที่จะไม่ล็อก
เห็นว่าอาจารย์ยังตกปลาอยู่ข้างนอก เดิมทีผมตั้งใจจะโทรไปบอกข่าวเรื่องนี้แต่พอโทรไป ระบบกลับแจ้งว่าโทรศัพท์ของเขาปิดอยู่
ผมจึงได้แต่ปล่อยวาง นั่งปรับลมหายใจอยู่บนเตียงสักพักแล้วนอนลงพักผ่อน
ไม่นานผมก็หลับไป
ในความฝันอันเลือนราง ผมเห็นเงาร่างหนึ่งยืนอยู่ที่ประตูแต่มองไม่ชัดว่าเป็นชายหรือหญิง ได้ยินเพียงเสียงพร่ามัวเอ่ยว่า “พรุ่งนี้เอาไพ่มาสำรับนึง...”
เสียงนั้นดูเหมือนจะพูดอีกหลายประโยคแต่ในความฝันอันเลือนราง ผมจึงฟังไม่ถนัดนัก
เมื่อผมลืมตาตื่นก็พบว่าเป็นเช้าวันใหม่แล้ว
สามแก่นชีวิต[1]เต็มเปี่ยมแต่สิ่งแรกที่ผมหันไปมองกลับเป็นประตูห้อง
สภาพของมันเปิดแง้มเหมือนเมื่อคืน
ดูเหมือนจะมีคนเปิดเข้ามา...หรืออาจจะเป็นบางสิ่งที่อยู่ในห้องข้างๆเป็นผู้เปิด
คนที่ผมเห็นในฝันเมื่อคืน...บางทีอาจเป็นสิ่งที่ถูกขังอยู่ในห้องข้างๆ นั้นจริงๆ
เมื่อคืนเป็นไปได้มากว่าเขาเป็นผู้ช่วยผมไว้จากนั้นก็มาเข้าฝันผมเพื่อขอไพ่หนึ่งสำรับ...
[1]สามแก่นชีวิต หรือ จิงชี่เสิน (精气神)หมายถึง สารประกอบในร่างกาย เลือดลม และจิตวิญญาณ