14
สัญชาตญาณ
พี่วินมองคนที่เดินตามหลังเรามาด้วยสายตาเกินคาด เธอเผยตัวยืนอยู่ที่ปลายเตียงแล้วยกมือไหว้ทักทายคนป่วยซึ่งนั่งอยู่บนเตียงในอิริยาบถพักผ่อน“สวัสดีค่ะ คุณวิน...”
พี่วินรับไหว้พลางมองผมกับคีย์ คงเพราะไม่คิดว่าเราจะออกไปกันจริง ๆแค่บอกว่าจะไปหาลูกหยี ผมก็ก้าวฉับ ๆ ออกไปทันที โดยมีคีย์วิ่งตามหลังอยู่ไม่ห่าง กว่าเราจะกลับมาที่โรงพยาบาลอีกครั้งก็เกือบค่ำแล้ว
ตอนที่เจอหน้าพวกเราพี่ลูกหยีเตรียมวิ่ง แต่ผมะโดักเอาไว้ “ทำไมต้องหนีครับ!” ได้ยินดังนั้นเธอก็หยุดชะงัก “ถ้าไม่ได้ทำอะไรผิด ก็มาเจอผมหน่อยสิครับ”
หญิงคุ้นตาในชุดเสื้อยืดกับกางเกงขาสั้นนิ่งคิดและยอมโอนอ่อนในที่สุดเธอหยุดความคิดที่จะหนี “คุณไวน์มีอะไรคะ?” พร้อมกับก้าวช้า ๆ เข้ามาหาเราสองคน
“ผมไม่ได้มี” ผมตอบ“แต่พี่วินน่าจะมี”
ผมเล่าเสริมว่าพี่วินเครียดจนป่วยต้องเข้าโรงพยาบาลเธอเองก็ดูจะตะหนกจนเป็ห่วงพี่วินขึ้นมา จึงยอมตัดสินใจขึ้นรถเข้ากรุงเทพมากับเราแต่โดยดี
“คุณวิน... ดีขึ้นแล้วใช่มั้ยคะ?”เธอเอ่ยถาม
พี่วินพยักหน้าค่อย ๆ แทนคำตอบ“ไม่ได้หนักหนาอะไรมากหรอก” เค้าตอบ
“ก่อนจะมามันหนักครับพี่วิน” ผมร้องแทรก“เพราะอยู่กับหมอต่างหากอาการถึงดีขึ้น” ผมออกแนวบ่นพลางไปเลื่อนเก้าอี้มาให้เธอนั่งแต่คีย์รีบปรี่เข้ามาช่วยยกแทน
“ผมจะถามแทนพี่วินเอง” ผมโพล่งหลังผมกับพี่ลูกหยีนั่งอยู่คนละฝั่งของพี่วิน พี่ลูกหยีนั่งติดทางออกประตูโดยมีร่างสูงของคีย์ยืนกอดอกพิงผนังสแตนด์บายอยู่ “หมออยู่ที่ไหนครับ?” ผมลุยต่อ
คนถูกถามมองผมนิ่ง ๆ แล้วหันไปหาพี่วิน
“หันมาหาผมครับพี่ลูกหยี” ผมสั่ง คนตรงข้ามจึงต้องหมุนหน้ากลับมา“ผมอยากรู้ ว่าหมอคนนั้นเป็ใคร อยู่ที่ไหน”
“พี่ไม่รู้ค่ะ” เธอตอบ สีหน้าดูแข็งกร้าวขึ้น“ถ้าจะเรียกพี่มาถามเื่พวกนี้อีกครั้ง คงไร้ประโยชน์แล้วค่ะพี่ให้ปากคำกับตำรวจไปหมดแล้ว ก็ตอบได้เท่าที่พนักงานคนนึงจะพูดได้”
“แล้วถ้าไม่ได้พูดในฐานะพนักงานล่ะครับ?” ผมแทรก
“ยังไงคะ?” เธอเลิกคิ้วย้อนถามกลับ
“ตอบด้วยคนที่กำลังรู้สึกผิด พูดด้วยความจริง” ผมจ้องหน้าเธอ ยังไงซะผมก็เชื่อในสัญชาตญาณของตัวเอง พี่ลูกหยีมีความลับอะไรอยู่แน่ ๆ “ตอนที่ลูกป่วยพี่ลูกหยีรู้สึกยังไงเหรอครับ?” ผมถามต่อ
ผู้หญิงตรงข้ามผมกะพริบตาถี่ “รู้สึกแย่น่ะสิคะ”
“อยากให้เค้าหาย?”
“ใช่”
“ด้วยวิธีใดก็ได้?”
“แน่นอนค่ะ”
เธอโต้ตอบกับผมไปมาอย่างไม่ยี่หระ “ถ้าพี่ลูกหยีไม่ได้ทำอะไรผิดก็ตอบด้วยหัวใจแบบนั้นสิครับ พี่วินป่วยเพราะปัญหาที่เกิดขึ้น ผมเองแม้จะเป็น้องก็ห่วงพี่ชายตัวเอง ไม่ต่างกับที่พี่ลูกหยีห่วงลูกสาวหรอก” ผมเม้มปากแล้วพยายามหายใจเอาออกซิเจนเข้าเยอะ ๆ “และผมก็รู้ ว่าพี่วินดีกับพี่ลูกหยีมากขนาดไหน... แค่จะตั้งคำถามในตัวพี่ เค้ายังไม่กล้าแม้แต่จะคิดเลย!”
ผมไม่ได้จะทวงบุญคุณ แต่พี่วินดูแลพี่ลูกหยีอย่างนั้นจริง ๆเธออยู่กับพี่วินั้แ่เริ่มก่อร่างสร้างแบรนด์ พี่วินไว้ใจเธอมากแถมให้เกียรติที่สุดด้วย
“กับคนที่รักและไว้ใจพี่ลูกหยีมากขนาดนี้ ยังทำลงเหรอครับ...?”ผมแกล้งเล่นกับต่อมศีลธรรมของอีกฝ่าย
สายตาของคนตรงหน้ากำลังสั่นเครือ ริมฝีปากบางของเธอเม้มแน่น “แล้วมีใครปกป้องพี่ได้มั้ยล่ะคะ!” เธอโพล่งตอบกลับมาในที่สุด “ถ้าจะมาพูดถึงหมอ หึ คุณโฟกัสผิดแล้วล่ะค่ะ”เธอว่า ก่อนจะหยุดพูดราวกับนึกอะไรได้ เธอชำเลืองมองหลังราวกับเตรียมลุกออกไปแต่ร่างสูงโปร่งยังคงยืนคุมอยู่
นั่นทำให้แม้แต่คีย์ก็ยังยืนไม่ติด
พี่วินขยับตัวให้นั่งถนัดกว่าเดิม “พูดต่อสิลูกหยี” พี่ชายถามน้ำเสียงติดขัดในลำคอ
“คุณวินคะ...” รีมฝีปากแห้งผากของอดีตพนักงานเริ่มสั่นระริก ตอนเธอหันไปมองพี่-
วินด้วยสายตาแห่งความสับสน
“ไม่ต้องกลัว แค่บอก เราจะได้รู้ และปกป้องเธอเอง” เสียงทุ้มบนเตียงผู้ป่วยยืนยันกับเธออย่างหนักแน่นพลางหันมาหาผมเพื่อขอความเห็น ผมจึงพยักหน้าตอบ
พี่ลูกหยีปิดเปลือกตาอันสั่นเทาลง มีหยดน้ำใส ๆ รินลงมา “ขอโทษค่ะ...”เธอกล่าวเสียงแหบพร่า “คุณไวน์พูดถูกทุกคำ หยีเองก็รักคุณวินมากทุกคนในครอบครัวดีกับหยี ดูแลหยีดีมาโดยตลอด แต่ก็ทำไปแล้ว...”
ตอนนี้ใจผมเต้นไม่เป็ส่ำ มันอึดอัดเหมือนจะะเิออกมา
“ถ้าพูดแล้ว ความปลอดภัยของลูกสาวหยีล่ะคะ?” เธอยื่นข้อเสนอ“การรักษาของน้องเมย์ มีคนดูแลอยู่ค่ะ”
“คนนั้นก็คือคนที่เป็ต้นเหตุของเหตุการณ์นี้สินะครับ” ผมร้องเริ่มจะนั่งไม่ติด
“เราจะดูแลเอง... ผมจะให้คุณพ่อช่วยรับผิดชอบเคสนี้ให้ครับ”
ผมเงยหน้ามองคนที่พูดแทรกพร้อมก้าวเดินเข้ามาอย่างทึ่ง ๆราวกับมีน้ำมาดับไฟลุกโชนบนแปลงดอกไม้ของผม
“คุณพ่อผมเป็รัฐมนตรี...” คีย์กล่าวต่อ “ผมคิดว่าพ่อช่วยเื่นี้ได้”เค้าบอก พร้อมกวาดตามองทุกคน
เค้ายิ่งดูเท่ไปอีก โดยไม่ต้องพยายามทำอะไรผมหลงรักเค้าขึ้นมาเฉยเลย...
“จริงนะคะ?” พี่ลูกหยีร้องอย่างมีความหวัง
ผมพยักหน้าเพื่อช่วยยืนยันให้แทน แม้ไม่รู้ว่าวิธีการของคีย์คือยังไงแต่ผมก็เชื่อมั่นในตัวเค้า
“ขอบคุณมากนะน้องคีย์” พี่วินกล่าวในใจเค้าเองก็คงรู้สึกอึ้งเหมือนกันกับผม
“ตอนนี้คุณหมอวุฒิคนนั้น... หนีออกไปต่างประเทศแล้วค่ะ”ผู้หญิงคนเดียวในห้องเริ่มเล่า “มีไฟลท์บินออกไปทันทีที่เกิดเื่”
ผมถอนหายใจอย่างหัวเสีย
“แสดงว่ามีคนเตรียมการไว้แล้ว” พี่วินครุ่นคิด
“ใช่ค่ะ เราเตรียมไว้แล้ว...” พี่ลูกหยีใช้คำว่า ‘เรา’
ผมรอฟังอย่างใจจดจ่อ
“คุณบุษบาบรรณ์ค่ะ” ชื่อนี้หลุดออกมาในที่สุด
“คุณบุษ...” พี่วินทวนชื่อนี้อย่างไม่เชื่อหู
“ป้านั่น ยังไม่เลิกราวีเราอีกเหรอ?” ผมร้อง
“คุณบุษเป็คนสั่งให้หยีทำ เค้าเอาน้องเมย์มาขู่”พี่ลูกหยีบอกพร้อมเสียงสั่นเครือ “หมอวุฒิ คือหมอของเอสเอ็มบิวตี้เซนเตอร์หยีได้คอนแทคเค้ามาจากคุณบุษ ตอนที่คุณหมอต่อของเราขอยกเลิกเวรกับเราพอดีหยีจึงได้สลับเอาเค้ามา”
“เพื่ออะไร?” ผมถาม “เพื่อให้มาผ่าตัดคนตายในคลินิกเรางั้นเหรอ” ผมอ้าปากค้างเมื่อประติดประต่อ
“ไม่ใช่ค่ะ” คนถูกถามส่ายหน้า“หมอวุฒิไม่ได้ผ่าตัดคนไข้จนตายที่คลินิกเรา แต่...”เธอเงยหน้ามองพวกเราทุกคนราวกับจะหาพื้นที่ปลอดภัย “พวกคุณแน่ใจนะคะว่าจะปกป้องลูกสาวหยีได้?” แล้วจู่ ๆ เธอก็ลงจากเก้าอี้ ไปคุกเข่ากับพื้น “ลำพังตัวหยีแค่หักหลังคุณวิน ก็คิดฆ่าตัวตายอยู่ทุกวัน...” พร้อมร้องไห้สะอึกสะอื้น“หยีไม่มีทางเลือก ค่ารักษาพยาบาลน้องเมย์แพงมาก หยีไม่กล้าเอ่ยปากกับคุณวิน”
พี่วินมองคนที่ลงไปคุกเข่าบนพื้นด้วยความเป็ห่วงแต่ตัวเองก็ลงไปไม่ได้เพราะขายังไม่มีแรง ผมจึงลุกขึ้น แล้วเดินอ้อมไปประคองร่างสั่นเทาของผู้หญิงคนนั้น
“ผมไม่ได้จะทวงบุญคุณหรอกนะลูกหยี...” พี่วินกล่าว “แต่ตอนที่เราอยู่ด้วยกันที่นั่นใครที่ปกป้องคุณ...” พร้อมถามอดีตเพื่อนร่วมงานเสียงเรียบ ๆ
คนถูกถามเงยหน้าขึ้นมา พร้อมน้ำตาอาบสองแก้ม “คุณวิน...” เธอตอบ
“คนที่รังแต่จะสร้างปัญหาให้เราทำงานยาก คือใคร?”
“บริษัท...”
“เราอยู่ด้วยกันมานะลูกหยี... ไม่ใช่แค่ผมปกป้องคุณ แต่คุณก็ดูแลผมเราฝ่าฟันความยากลำบากมาด้วยกัน ทั้งตอนที่เราเป็ลูกน้องหรือแม้แต่ตอนที่เราออกมาตั้งบริษัทใหม่กันเอง คุณก็ไม่ต่างจากพาร์ทเนอร์ของผม...”
คำพูดของพี่วิน ทำให้อีกฝ่ายยิ่งร้องไห้หนักขึ้นไปอีก “ถ้ามีปัญหาหลังจากนี้ผมจะปกป้องคุณเอง ฉะนั้นแล้วคุณ... จะช่วยเหลือผมบ้างไม่ได้เชียวเหรอ...?”
ผมมองพี่วินแล้วยิ้มบาง ๆ น้ำเสียงเค้าเหมือนตอนที่กำลังทำงานเหมือนตอนที่เค้ามีไฟแห่งความมุมานะแผดเผา จนสร้างสิ่งที่ยิ่งใหญ่ได้ไม่ใช่คนที่กำลังนั่งอยู่บนเตียงผู้ป่วยด้วยท่าทางไร้เรี่ยวแรง
“แค่เล่าความจริงมาทั้งหมด พวกเราพร้อมให้อภัยครับพี่ลูกหยี”ผมบอกค่อย ๆ ที่ข้างหูของเธอ ดวงตาภายใต้หยดน้ำเปียกปอนเปล่งประกายแห่งความหวังอีกครั้ง
“จริงนะคะ?”
พี่วินพยักหน้าตอบ ผมยกตัวของเธอให้กลับมานั่งบนเก้าอี้เหมือนเดิม“ส่วนคีย์...” ผมเกริ่น แล้วมองไปยังคนตัวสูงข้างหลัง “เค้าต้องช่วยลูกสาวพี่ได้แน่ๆ เชื่อผมสิ” ผมยืนยันอีกครั้งด้วยตัวเอง
พยานเพียงคนเดียวของเราตอนนี้ผงกหัวหงึกพวกเราทำทุกทางให้เธอคลายความกังวลลงแล้ว
คีย์ส่งยิ้มบาง ๆ มาให้ตอนที่หันไปสบสายตาเวลานี้รอยยิ้มของเค้ามันเปี่ยมไปด้วยพลังใจส่งมาให้ผม
“คนไข้ไม่ได้เสียชีวิตที่คลินิกของเราค่ะ” เธอเล่าต่อนั่นทำให้หัวใจของผมสูบฉีด มันเหมือนเริ่มมีแสงแห่งความหวังเปล่งประกายมาจากที่ไกลๆ
“ศพนั่นมาจากไหน...?” พี่วินร้องถาม ราวกับมีคำตอบที่จุกแน่นในใจอยู่แล้ว
“เอสเอ็มค่ะ... ศพเป็คนไข้ของที่นั่น” พี่ลูกหยีตอบพร้อมก้มหน้าลงทำให้พวกเราทุกคนอ้าปากค้าง โดยเฉพาะพี่วิน เหมือนโดนเ้านายเก่าตบหน้าฉาดใหญ่
“เค้าทำอย่างนั้นทำไม?” พี่วินละล่ำละลักถามต่อ
“โยนความผิดให้ผู้อื่นไงคะ... เราถูกสั่งให้สร้างสถานการณ์หยีกับคุณหมอวุฒิเรารู้กันว่าต้องทำยังไง...”
กลางดึกก่อนวันเกิดเหตุ ศพถูกขนมาอย่างไม่ถูกต้องเข้ามารอไว้ที่ DidierClinic อยู่ในห้องที่ล็อกกุญแจ แม้แต่แม่บ้านทำความสะอาดยามเช้าก็เข้าไปไม่ได้ ส่วนคุณหมอวุฒิ คือคุณหมอที่ผ่าตัดคุณไลลาจนเสียชีวิตั้แ่อยู่ที่ SM Beauty Center แผนการจัดการศพและความผิดของหมอถูกเรียบเรียงเพื่อแก้ปัญหาอย่างรวดเร็วเพื่อป้องกันปัญหาใหญ่ที่จะตามมา
บุษบาบรรณ์ยืนยันอย่างหนักไม่ว่ายังไงก็จะไม่ให้ความผิดพลาดนี้มาทำลายชื่อเสียงเธอแม้แต่ปลายเล็บถึงหมอประสงค์จะรับผิดชอบตามจรรยาบรรณ์ แต่หัวเด็ดตีนขาดยังไงเธอก็ไม่ยอม
“ฉันจะไม่ยอมให้เื่นี้มันแปดเปื้อนฉันลงทุนลงแรงกับชื่อเสียงนี้หมดไปตั้งเท่าไหร่ ถ้าหมอไม่อยากมีปัญหาก็ฟังคำสั่งฉัน! เราแค่ยกปัญหาออกไปให้คนอื่น”
พี่ลูกหยีถ่ายทอดคำพูดอำมหิตย์ของคนบงการ
“หมอวุฒิจึงทำทีว่ามาเข้าเวรแล้วผ่าตัดคนไข้จนเสียชีวิตอีกครั้งที่คลินิกของเราค่ะ โดยหยีเองก็รับรู้เหตุการณ์พร้อมอำนวยความสะดวกให้เค้า... รวมถึงช่องทางการหลบหนี” เธอก้มหน้าลง“หน้าที่ของหมอสิ้นสุดเท่านั้น เค้าอาจจะหนีได้ หรือจะได้รับชะตากรรมอะไรพี่ก็ไม่อาจรู้ได้ค่ะ”
คนดีและคนไม่ดี มีทุกอาชีพ ไอ้วุฒิ ขี้ขลาดขนาดนี้ อย่ามีคำว่า ‘หมอ’ นำหน้าให้เสียเกียรติ
แน่นอนว่าพี่ลูกหยีเป็คนจัดการเื่กล้องวงจรปิดด้วยเธอเตรียมไว้ก่อนที่จะมีการนำศพมาส่ง ความที่พี่วินไว้ใจมาก เธอจึงมีรหัสเพื่อเข้าควบคุมกล้องทุกตัวในตึก
พี่ลูกหยีได้เงินก้อนมาตั้งตัวจำนวนหนึ่งจากบุษบาบรรณ์พร้อมกับการรับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลของลูกสาว แลกกับการรูดซิปปาก เธอยังเกริ่นว่ามีพนักงานบางส่วนที่อยู่ในสถานการณ์ พวกนั้นต่างได้เงินชดเชยเป็ค่าปิดปากใครที่จู่ ๆ ดูรวยผิดปกติ ให้ต้องสงสัยคนเ่าั้ไว้ได้เลย
เราเลือกที่จะปล่อยพี่ลูกหยีกลับบ้าน เธอได้พูดในส่วนของเธอหมดแล้วถึงแม้พวกเราจะรู้สึกเ็ปอย่างมากกับสิ่งที่เธอทำแต่วันนี้เธอยอมให้ข้อมูลทุกอย่างที่ทำให้เราพบทางออกก็ถือว่าได้ชดใช้ความผิดแล้ว
คีย์ขับรถพาเรากลับไปที่คู้ยายหมีอีกครั้งเพื่อส่งพยานปากสำคัญกลับบ้าน
“มีอะไรโทรมานะครับพี่ลูกหยี ไม่ต้องกลัว คีย์ขับรถเร็วมาก ปรู๊ดเดียวมาถึงแน่นอน” ผมโม้เสียงติดตลก
อีกฝ่ายยิ้มอย่างคลายความกังวล “ขอบคุณนะคะวันนี้พี่สบายใจขึ้นมากเลย” แล้วจึงหมุนตัวกลับเข้าบ้านไป
ผมหันไปหาคีย์ ซึ่งวันนี้เค้าอยู่กับผมทั้งวัน “เหนื่อยมั้ย?” ผมถาม
ร่างสูงยิ้มบาง ๆ พร้อมส่ายหน้า “คุณล่ะ เหนื่อยมั้ย?” เค้าถามกลับ
“แค่เห็นคุณอยู่ด้วยทุกเวลา ผมก็หายเหนื่อยแล้ว”
ดวงตาคมกริบของอีกฝ่ายนั้นจ้องเข้ามา “พูดอะไรแบบนี้ก็เป็ด้วยเหรอ?”
“เป็ดิ่ พูดได้มากกว่านี้อีก” ผมโอ้อวด
“อย่า ๆ” คีย์ยกมือร้องห้าม “อย่าพูดบ่อยเดี๋ยวผมจะหลงคุณจนโงหัวไม่ขึ้น” เค้าว่า ผมทำท่าเหมือนจะอ้วก “วันนี้คุณเองก็...”คนตัวสูงกว่าพูดต่อ พร้อมยกนิ้วโป้งสองข้างให้ผม “สุดยอด!” จากนั้นก็ดึงผมเข้าไปหอมหัวฟอดหนึ่ง “มีกลิ่นตุ ๆ แล้วนะ” เค้าว่า
ผมรีบผละเค้าออก “ใครใช้ให้ดมเล่า!
คีย์ยืนยันจะขับรถขากลับกรุงเทพด้วยตัวเองอีกครั้งผมชันเข่าขึ้นบนเบาะข้างคนขับ พลางไถโทรศัพท์ดูเมนูอาหารร้านเด็ดที่มีรีวิววันนี้ทั้งวันเราแทบจะไม่มีอะไรตกถึงท้อง เสพแต่ดราม่าจนลืมหิว
“ร้านนี้น่ากินอะ” ผมยื่นหน้าจอไปตรงหน้าคนขับ แต่เค้าไม่ได้มอง
“ร้านไหนว่ามาเลย ผมเชื่อเทสคุณ”
“แหม ๆ ี้เีจะช่วยเลือกมากกว่า” ผมแย้ง
“ขับรถอยู่ มันดูไม่ได้นี่นา” เค้าย้อน เหตุผลพอรับได้
แต่แล้วก็เลื่อนเจอรูปในไอจีของไตเติ้ล เป็รูปหมู่ที่มีคนถ่ายรวมกันในร้านอาหารมากกว่าสิบคนร้านนั้นเป็ร้านหรูที่ราคาแสนแพง แม้กระทั่งน้ำเปล่าผมพยายามซูมดูเผื่อว่าจะมีธีร์อยู่ในรูป แต่เปล่า... ในนั้นมีมายด์ ปิศาจขิงที่ยืนเด่นอยู่ตรงกลางยิ้มหน้าแฉล้ม
“มายด์นี่รวยจริง ๆ” ผมพึมพำ “บ้านเค้ารวยมานานแล้วเหรอ?”แล้วเปลี่ยนเป็คำถามไปยังคนข้าง ๆ
“ไม่นะ” คีย์ส่ายหน้า “ถึงจะเป็ข้าราชการแต่บ้านผมยังดูมีอันจะกินกว่า” เค้าอธิบาย “ที่จริง ผมก็อดแปลกใจอยู่นะ”
“เื่ฐานะของมายด์อะเหรอ?”
เ้าของกรอบหน้าชัดเป๊ะผงกหัวเป็คำตอบ...
ถ้างั้น... มายด์จะเกี่ยวพันกับเื่อุบาทว์นี้รึเปล่านะ...เซนส์ผมมันเริ่มทำงานอย่างรุนแรงอีกครั้งแล้วสิ